Beranda / เมือง / Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+) / บทที่ 8 : อย่าให้ยูมิโกะตกใจ!

Share

บทที่ 8 : อย่าให้ยูมิโกะตกใจ!

Penulis: L.sunanta
last update Terakhir Diperbarui: 2025-05-07 23:01:20

บนชั้น 4 ของอาคารสำนักงานใหญ่ Parallel นั้นแตกต่างไปจาก 3 ชั้นข้างล่างอยู่มากโข กล่าวคือ ไม่มีใครรู้ว่ารูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของมันเป็นยังไง มันเปรียบได้กับแดนสนธยาที่มีเพียงแพทย์หญิงเจ้าของชั้นอย่างยูมิโกะ กับบอสเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พื้นที่ทั้งชั้นถูกปกปิดไว้หมดด้วยม่านพลังงานที่เธอคิดค้นขึ้น แผ่นเจวบาง ๆ ขุ่นใสสีช้ำเลือดช้ำหนองฉาบไปทั่วทุกซอกทุกมุม ขึงพืดสร้างเป็นผนังกั้นห้องราวกับไม่ต้องการให้ใครล่วงรู้ความลับในโลกส่วนตัวของเธอ

.

แต่ถึงกระนั้นก็ยังเปิดพื้นที่ส่วนหน้าเอาไว้ เพื่อคอยคัดกรองบรรดาเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน คนที่อาการหนักจะถูกนำตัวฝ่าแผ่นเจลเหนือดเหนียวเข้าไปภายใน ส่วนคนที่อาการไม่เท่าไหร่หมอยูมิโกะจะทำการรักษาแบบฉับไวอยู่ด้านนอก ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าอาการของพ่อหนุ่ม เจฟเฟอร์ บัตเจนแลนด์ นั้น จะอยู่ระดับไหนในสายตาเธอ

.

"ฮู้วววว.. เสร็จซะที เมื่อยจังเลยยูมิ ขอน้ำให้ฉันสักแก้วสิที่รัก"

.

"ไฮ้!..ได้ค่ะหมอ เชิญคุณหมอออกไปรอด้านนอกนะคะ เดี๋ยวยูมิตามออกไป"

.

ม่านเจลเหนียวหนืดจมบุ่มลึกลงไป หมอสาวพราวสเน่ห์สอดแขนเข้าไปก่อน ต่อด้วยการค่อย ๆ เอี้ยวตัวเบียดเสียดความยืดหยุ่นหยึกหยึ๋ยดังกล่าว จนดวงหน้าโผล่พรวดออกมาด้านนอก ผมสลวยของเธอถูกเคลือบไว้ด้วยน้ำเมือก เสื้อผ้าชุดกาวน์เปรอะเปื้อนยืดเป็นยาง ไหนจะแขนขาที่เกาะกังไปด้วยก้อนวุ้นที่ไม่รู้สึกได้ถึงความมีประโยชน์ใด ๆ เลย

.

"ฮึบ.. ฮาาาา.. อากาศบริสุทธิ์สดชื่นที่สุดเลย.. ย.. ย.."

"เคสยากระดับนี้ถ้ามันจะพลาดบ้างก็คงไม่เป็นไรหรอก สงครามนิวเคลียร์ทำคนตายมากกว่าฉันตั้งเยอะ"

.

ร่างบางสืบเท้าเดินมาทิ้งตัวลงกับเก้าอี้หมุนหลังโต๊ะทำงาน เธอชูมือขึ้นสุดเหยียดบิดตัวไปมาบ่งบอกถึงความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า อันเกิดจากหน้าที่ ๆ ต้องรับผิดชอบ ตาหยีเล็กเรียวของเธอเร่ิมเคลื่อนตัวปิดสนิท ครานั้นหางตาก็ยังคงยกสูงด้วยสไตล์ของคนเอเชียที่หาดูได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบัน

.

"ดึ๋งงงง.. ดั๋งงงง.. ด๊วบบบ.. ด๊วบบบ!"

เสียงแหวกม่านเจลแบบเดียวกันดังตามมาติด ๆ หากแต่คราวนี้คนที่โผล่ออกมาไม่ใช่คุณยูมิผู้ช่วย หากแต่เป็นนาริตะพยาบาลสาวหน้าตาน่ารักอีกคนหนึ่ง

.

"ฮึบ.. อึบ!.. อ่า!.. น้ำได้แล้วค่ะคุณหมอ เหนื่อยแย่เลยนะคะ"

เธอวางแก้วลงบนโต๊ะ เสียงกระทบทำให้หมอยูมิโกะสะดุ้งตื่นขึ้นจากภวังค์

.

"อ่าว.. นาริตะจัง แล้วยูมิจังล่ะจ๊ะ?"

.

"อ๋อ! พี่ยูมิกำลังตระเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้คุณหมออยู่ค่ะ เห็นแกบอกว่าถ้าปล่อยให้คุณหมอตัวเปื้อนแบบนี้นาน ๆ เดี๋ยวจะไม่สบาย"

.

ยูมิโกะมุ่ยหน้า เธอยืดตัวขึ้นจ้องเขม็งเข้าไปในแววตาบ่องแบ้วของพยาบาลผู้ช่วย

.

"พวกเธอพี่น้องนี่ยังไงกัน? ชอบทำนอกเหนือคำสั่งหมออยู่เรื่อย บางทีหมอก็คิดเหมือนกันนะว่าทำอะไรพลาดไปรึเปล่า? ถ้างั้นขอลองอีกทีนะ"

.

กระดกแก้วน้ำยกขึ้นซดรวดเดียวหมด กระแอมในลำคอเล็กน้อยแล้วก็ออกคำสั่งใหม่

.

"นาริตะจังจ๊ะช่วยเตรียมเตียงผ่าตัดให้หน่อยสิ หมออยากนอนพักสักงีบก่อนเริ่มงานต่อใน section ที่ 2 ปลุกหมอตอนบ่ายสองสี่สิบห้านะ"

.

"ไฮ้! , ได้ค่ะ^^"

.

.

พื้นที่ส่วนหน้าบริเวณที่หมอยูมิโกะกับนาริตะจังอยู่ ณ ขณะนี้ กินพื้นที่ราว 30% ของชั้น 4 เห็นจะได้ มันถูกปูด้วยกระเบื้องโมเสคอย่างดี มีตู้ยาสามัญประจำบ้านขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง ค่อนไปทางขวาด้านในสุดเป็นมุมโต๊ะทำงานที่ยูมิโกะกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ ส่วนม่านเจลตึ๋งหนืดนั้นอยู่เยื้องไปทางขวาห่างจากโต๊ะประมาณ 3 เมตร กินพื้นที่ฝาผนังไปหมดทั้งแถบ ซึ่งบอกตรง ๆ เลยว่าการเต้นยุบยับของมันมองกี่ครั้งก็สะอิดสะเอียนน่าขนลุก คิดไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าเหตุไฉนและเพราะอะไรหมอยูมิโกะสาวญี่ปุ่นผิวเนียนหุ่นบอบบางผู้นี้ ถึงได้มีรสนิยมประดิษฐ์ของแบบนี้ขึ้นมา

.

สรุปแล้วถ้าไม่นับเจ้าผนังม่านเจลชวนอ้วกดังกล่าว พื้นที่ส่วนหน้านี้ก็มีสภาพไม่่ต่างจากคลีนิครักษาคนไข้ของหมอทั่่วไป เครื่องไม้เครื่องมือครบ เว้นก็แต่เตียงผ่าตัดที่จะเคลื่อนตัวขึ้นมาก็ต่อเมื่อมีคนกดปุ่มลับที่ซ่อนไว้เท่านั้น

.

นาริตะจังซอยเท้ายุกยิกยิ้มแป้นแล้นไปที่ด้านหลังตู้เก็บยา ทันทีที่เธอเอื้อมมือไปกดสวิทซ์ลับ กลุ่มกระเบื้องโมเสคตรงกลางห้องก็เลื่อนสลับที่ปรับตำแหน่งได้เองราวกับตัวต่อพาสเซิล แรงสั่นสะเทือนจากพื้นสำผัสได้โดยตรงจากฝ่าเท้า แก้วน้ำที่หมอกินหมดแล้วกระทบกับสันโต๊ะ ก๊อกแก๊ก ๆ ๆ จนเกือบจะร่วงหล่น แล้วทันใดนั้นเองพื้นที่ตรงกลางก็ค่อย ๆ ยุบตัวลงไป เผยให้เห็นเตียงผ่าตัดหนังสีดำขลับเคลือบมันแวววับค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นมาทดแทนด้วยระบบไฮโดรลิค เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากลูกสูบบดอัดกันเสียดสีก้องดังกังวาน ควันเล็กน้อยที่โพยพุ่งออกมาช่วยให้ทุกอย่างดูอลังการมากยิ่งขึ้น

.

หมอยูมิโกะเท้าคางมองนวัตกรรมที่เธอสรรค์สร้างด้วยความภูมิใจ มันช่างเท่ถูกใจเหมาะกับลุคสาวฮาราจูกุตัวเปื้อนเมือกอย่างเธอเสียจริง ก่อนจะเหลือบตาขึ้นไปมองฝ้าเพดานข้างบนต่อ ให้ตายเถอะ! เพราะว่ามันแทบจะไม่ต่างกันเลย หลอดไฟนีออนบนเพดานย่นยู่เข้าหากันราวกับหลอดกาแฟ ต่อด้วยการพลิกสลับด้านคลี่ตัวออกคล้ายกับใบพัด แผ่สยายออกมาเป็นหลอดไฟผ่าตัดหลาย ๆ ดวงที่เรียงติด ๆ กันเป็นแพร สว่างไสวยิ่งกว่าสปอร์ตไลท์ในสนามโอแทรดฟอร์ด

.

"พอแล้วจ๊ะนาริตะ ไม่ต้องเปิดไฟหรอกหมอแค่จะนอนเฉย ๆ อย่าลืมปลุกด้วยนะ"

.

"แต่หมอคะนอนบนเตียงคนไข้แบบนี้มันจะดีเหรอคะ โบราณเขาถือ"

มือเรียวคว้าเอาชายเสื้อเปื้อนเมือกของหมอเอาไว้ เจตนารั้งให้เจ้านายฉุดคิด

.

"ไหนจะชุดที่เปื้อนอยู่นี่อีกล่ะคะ ไม่รอพี่ยูมิหน่อยหรอ? พวกเราพร้อมจะรับใช้หมออยู่แล้วไม่ต้องเกรงใจเลย"

.

"เฮ้อ.. หมอว่าพวกเธอน่าจะเสียจริง ๆ แล้วล่ะ! ไปเลยนะไปยืนเฝ้าหน้าประตูโน่นเลย! ฉันจะนอนพักสมองให้หายเครียดตื่นมาคงไม่ต้องทำแล้วล่ะงาน section 2 อะไรเนี่ยะ พวกเธอพี่น้องน่ีล่ะเคสเร่งด่วนเลย เฮ้อ!"

.

สงสารก็สงสารทำไมน้อทำไมถึงทำกับนาริตะจังได้ลงคอ? สาวน้อยคอตกเดินจิกเท้ายุกยิกกลับไปเฝ้าหน้าประตูตามที่คุณหมอสั่ง เธอก็แค่ปรารถนาดีทำไมคุณหมอถึงต้องตวาดเธอรุนแรงเช่นนี้ด้วย

.

"ก็นาริตะรักคุณหมอนี่นา หมอไม่เคยแอบรักใครหมอไม่รู้หรอก เช๊อะ!"

หน้างอเป็นห่อหมก แต่ต่อให้อยู่หน้าประตูสาวเจ้าก็ยังแอบอมยิ้มและชำเลืองมองคุณหมอคนเก่งของเธออยู่เป็นระยะ

.

"พี่ยูมิก็ช้าเหลือเกิน ถ้าคุณหมอไม่สบายขึ้นมาฉันโกรธพีี่จริง ๆ นะ"

.

ระหว่างที่คุณหมอยูมิโกะค่อย ๆ ซ่วงซึมหลับไป ตัดภาพมาที่เจ้าหน้าที่ภาคสนามแขนพิการกับองคชาติใหญ่ยักษ์กันบ้าง เบอร์แบโต้ประคองเอาร่างอันหนักอึ้งของเจฟเฟอร์ขึ้นมาถึงชั้น 3 เป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่เรี่ยวแรงเองก็เริ่มจะร่อยหรอลงทุกที ไหนจะต้องมาถือแขนที่ขาดกับดอกไม้บ้าบอที่แสนจะพะรุงพะรังนี่อีก

.

"ถึงยังวะไอ้โต้! กูชักเริ่มหน้ามืดแล้วว่ะ ไม่น่าอวดเก่งเลยกูแม่งหายใจไม่ออก.. แค็ก ๆ แค็ก ๆ"

.

"ยังพี่เพิ่งชั้น 3 เองเพิ่งถึงฝ่ายการเงิน อดทนอีกนิดเดียวขึ้นบันไดนี้ไปก็ถึงแล้ว ว่าแต่ควยพี่นี่แม่งโคตรถึกเลยว่ะเดินลากมากับพื้นขนาดนี้ยังโด่ไม่รู้ล้มอยู่เลย พี่กินอะไรโด๊ปมารึเปล่าพี่เจฟ มีของดีอะไรบอกน้องบอกนุ่งบ้าง?"

.

"แดกน้ำหีแม่มึงมั้งไอ้สัด! ไม่มีเหี้ยไรทั้งนั้นแหละ! ก็เพราะกูไม่รู้นี่ไงกูถึงให้มึงพามาหาหมอ บอกตรง ๆ นะแขนที่ขาดอ่ะกูไม่ห่วงเลยกูเคยโดนมาหนักกว่านี้ แต่ควยกูดิแม่งผิดปกติโคตร ๆ ! แข็งจนปวดระบมไปหมด ไป ๆ อย่าถามมากกูต้องใช้ออกซิเจนหายใจอีกเยอะ"

.

"ได้้พี่ได้ถึงพอดีเลย เลี้ยวซ้ายข้างหน้าก็ถึงแล้ว"

.

ร่างหนาสองร่างตะกุยตะกายข้างฝา เซถลาตามทางเดินมาจนถึงห้องรับรองส่วนหน้าของหมอยูมิโกะ ด้วยเลือดที่หยดเป็นทางมาจากชั้นล่าง (ร้านดอกไม้) ถ้าจุดคัดกรองส่วนหน้าไม่ให้ผ่านก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว เพราะเท่าที่ดูอาการโดยรวมของเจฟเฟอร์เขาน่าจะต้องถูกส่งตัวผ่านม่านเจลสนธยา เข้าไปรักษากันภายในอย่างไม่ต้องสงสัย

.

และทันทีที่สายลับรุ่นน้องสังเกตเห็นป้ายไฟฉุกเฉินหน้าห้องสว่างโพลงอยู่ เขาจึงเร่งใช้ไหล่กระแทกประตูเข้าไปโดยไม่ทันเคาะก่อน ซึ่งนั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์! "ถ้าหมอยูมิโกะฆ่ากูตาย มึงช่วยเก็บศพให้กูด้วยนะ!" เบอร์แบร์โต้ลืมคำพูดประโยคนี้ในบทที่แล้วไปอย่างสิ้นเชิง

.

"หมอครับช่วยด้วยครับ มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บสาหัส!"

.

สองร่างแกร่งพุ่งพรวดเข้าไปในห้องรับรองส่วนหน้าพร้อมกับลิ่มเลือดหลากเป็นสายน้ำ ขณะที่อีกฟากของบานประตูคือสาวน้อยนาริตะที่ถูกออกคำสั่งให้ยืนเฝ้าประตูเอาไว้ไม่ให้มีใครรบกวน เรือนร่างอันบอบบางมีหรือจะสู้แรงชายฉกรรจ์ที่เพิ่งผ่านการรุมปี้ผู้หญิงได้ แรงอัดจากประตูจึงซัดเอาร่างบางกระเด็นล้มกลิ้งกองลงกับพื้น แล้วภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้านั้นเองที่ทำให้นาริตะต้องตกอกตกใจ เธอหวาดกลัวมากจนกลั้นเสียงกรี๊ดไว้ไม่อยู่!

.

"โรคจิต!!! กรี๊ดดดดดด!!!"

.

เบอร์แบร์โต้น่ะไม่เท่าไหร่ แต่เจฟเฟอร์นี่สิที่ผ้าเช็ดตัวหลุดจากเอวไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้! แม้จะไม่ตั้งใจแต่ปลายควยก็ได้จ่ออยู่ตรงหน้านาริตะจังไปเป็นที่เรียบร้อย!

"กรี๊ดดดดดด! หมอคะมีโรคจิตบุกเข้ามาในคลีนิคเราค่ะ!"

.

"ฟิ้งงงงง~!"

ยูมิโกะไม่ได้ตื่น! แต่ที่ตื่นดันเป็นสัญชาติญาณนักฆ่าที่อยู่ในตัวเธอ! นัยน์ตาหยีหางตาชี้คู่เดิมเพิ่มเติมตรงความเหี้ยม! การเป็นคนเอเชียที่มีชีวิตรอดอยู่ในยุคนี้ย่อมพิสูจน์แล้วซึ่งหลายสิ่งหลายอย่าง เธอไม่ใช่หมอธรรมดาอย่างที่เจฟเฟอร์บอกจริง ๆ เพราะส่ิงที่เธอทำในเสี้ยววินาทีสั้น ๆ ได้ทำให้ชายอเมริกันปากดีอย่างเบอร์แบร์โต้ ถึงกับวิ่งหนีหางจุกก้นไปเลย!

.

"เฟี้ยววว!" , "จึก!" , "จึก!"

.

"อั๊ก!"

.

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแค่กิ๊บติดผมก็ฆ่าคนได้! ยูมิโกะไม่ได้ลืมตาด้วยซ้ำ เธอแค่ดีดตัวขึ้นจากเตียงแล้วเหวี่ยงมันออกไปด้วยแรงสะบัดจากเส้นผม กิ๊บ 2 ตัวปักเข้าที่จุดตาย! ยังไม่พอ! ทักษะนักฆ่าชั้นสูงยังดำเนินต่อไปด้วยการม้วนตัวลงจากเตียงผ่าตัด เอื้อมมือไปหยิบดาบซามูไรที่ซ่อนไว้ข้างใต้ กระชากฝักทิ้งด้วยความแคล่วคล่อง แล้วปรี่เข้ามากระโดดฟันฉับ! ขาดสะพายแล่ง! (ภายในดาบเดียว)

.

ตัวเหยื่อขาดออกเป็นสองท่อน ไล่ไปตั้งแต่ไหปลาร้าซ้ายจรดสะโพกขวา เลือดฉีดขึ้นฟ้าพุ่งออกเป็นสายคล้ายน้ำพุ สยดสยองโคตร ๆ ความแดงฉานใหม่สดของมันกลบคราบเลือดเดิมจากแขนเจฟเฟอร์ชนิดไม่เห็นฝุ่น ปากสั่นพับ ๆ ฟันกรามกระทบกันกึกกัก ๆ ๆ ผู้ป่วยแขนขาดที่กำลังต้องการหมอหันมองไปทีี่ทางเดินด้านนอก พลันตะโกนออกมาด้วยซุ่มเสียงอันดังสนั่น

.

"ไอ้เบอร์แบร์โต้มึงทิ้งกูเลยนะ! ไหนมึงสัญญากับกูแล้วไง! ไอ้น้องเวร!"

.

"ผมต้องรีบเอาเช็คไปขึ้นเงินกับคุณเอ็มม่าชั้น 3 ก่อนพี่! ที่เหลือพี่ช่วยตัวเองล่ะกัน เหวอ ๆ ๆ โหดสมคำร่ำลือเลยหมอยูมิโกะ รอดมาได้ค่อยเจอกันนะพี่เจฟผมไปก่อนล่ะ!"

"ฮึบ.. ฮึบ.. ย๊ากกก!"

.

วิ่งตื๋อลงบันไดชนิดไม่มีวันหวนย้อนกลับ ในท่านั่งจุ่มก้นลงกับพื้นเจฟเฟอร์เอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาปิดควยโด่เด่ของเขาเอาไว้ พยายามมองหาช่อดอกลาเวนเดอร์ก่อนจะพบว่ามันตกอยู่ใต้เตียงที่ต้ังอยู่กลางห้อง ส่วนแขนที่ขาดเจ้ากรรมก็ดันกระเด็นไปตกอยู่ข้างกันกับเหยื่อ ผู้ซึ่งถูกหมอยูมิโกะฟันขาดสองท่อนไปเมื่อครู่!

.

"อีหมอเวรเอ๊ย! ถ้ามึงฟันแม่น ๆ กูจะไม่ว่าอะไรเลย"

.

"นี่ดาบซามูไรมึงฟันลูกน้องตัวเองขาดสะพายแล่ง มึงยังไม่รู้ตัวอีก!"

เจฟเฟอร์คิดในใจ นั่งนิ่งไปไหนต่อไม่ไหว แผลที่แขนเปิดมากจนเลือดแทบจะหมดตัวอยู่รอมร่อ

.

"หมอ! หมอ! อีหมอยูมิโกะ! นี่ผมเองเจฟเฟอร์ตื่นซะทีสิอีชะนีอะลิกาโต๊ะ! แม่งเอ๊ยได้ยินเสียงกรี๊ดทีไรสติสตังค์ไปหมด!"

ตะโกนด่าก็แล้ว

.

"คุณจะฆ่าผมไม่ได้นะ คุณเป็นหมอที่เก่งที่สุดของ Parallel คุณต้องรักษาคนสิไม่ใช่ฆ่าคน ผมไม่รู้ว่าคุณผ่านอะไรมาบ้างในช่วงสงคราม แต่ช่วยฟังผมหน่อยได้ไหมได้สติซะที!"

พูดดีด้วยก็แล้ว

.

แต่ดูเหมือนว่าหมอยูมิโกะนั้นจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอกลายสภาพเป็นนักฆ่ากระหายเลือดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย คำเตือนที่เจฟเฟอร์บอกให้เบอร์แบร์โต้ช่วยเก็บศพให้หน่อย ก็เลยดูท่าว่าจะกลายเป็นจริงซะแล้ว เสื้อผ้าหน้าผมเปรอะเปื้อนไปด้วยลิ่มเลือดที่โค้งลงมาใส่ราวกับห่าฝน ยูมิโกะแยกเขี้ยวเอียงคอจ้องจะฟันเจฟเฟอร์อีกสักฉับ! ด้วยความสัตย์จริง!

.

"โคตรแม่มเอ๊ย! ชีวิตกูจบแน่ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง"

.

"เอาสิหมอ! ผมเตือนคุณแล้วนะคุณคิดว่าผมเป็นใคร สายลับเวลาจนตรอกน่ะมีอะไรใกล้ตัวก็เอามาใช้ได้หมด โลกต้องจดจำผมในฐานะของชายคนแรกที่ใช้ควยสู้กับดาบซามูไร!"

.

"มา!.. ยูมิโกะ! มา! มาสู้กันสักตั้ง!!!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 218 : ครูก็ต้องดวลกับครูสิวะ!

    วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 217 : วูบ..วาบ..บ..บ

    ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 216 : กูจะสู้..สู้จนขาดใจ

    "อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 215 : Fire Fighter!

    "เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 214 : เรามาช่วยแล้ว!

    เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / ตอนที่ 213 : I WANA HELP!

    "ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status