Mag-log in"ซูดดดด! กลิ่นหอมแบบนี้ ดอกลาเวนเดอร์นี่นา!"
.
"อ่ะ! อะไรกัน! ใครดันมามัดแขนขาเราเอาไว้วะลืมตาก็ไม่ได้ ไม่นะ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น! "
.
"แขน! ใช่สิ! แขนซ้ายเราขาดไปแล้วนี่หว่า ถ้ามันขยับได้แปลว่าเรากำลังฝัน , ฮึบ!"
.
เบาหวิวดุจปุยนุ่น ไร้ซึ่งสัมผัสใดให้จับพิรุธ
.
"ไม่รู้สึกห่าอะไรเลย! บะ.. บ้า!.. น่ะ! ถ้างั้นนี่ก็เป็นเรื่องจริงนะสิ แล้วทำไมเปลือกตาเราถึงได้หนักอึ้งแบบนี้ล่ะ หน้าจอสั่งการ ระบบอาวุธ เรติน่าบันทึกภาพ หายไปหมดเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่?!"
.
"ชู่วววว.. ใจเย็นก่อนไอ้เจฟ ตั้งสติแป๊บ! ฟังสินั่นมันเสียงหมอยูมิโกะชัด ๆ เราจำได้แม่น ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็นอนนิ่ง ๆ แอบฟังไปก่อนล่ะกัน แล้วค่อยหาทางออกกันอีกที"
.
พรั่นพรึงอยู่กับจิตใต้สำนึกของตัวเองอยู่ค่อนนาที จากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เจฟเฟอร์ได้แต่คาดเดาเอาเองว่า ณ ตอนนี้เขาน่าจะกำลังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดตรงกลางห้อง มิหนำซ้ำแผ่นหลังสุดแกร่งยังสัมผัสได้อีกเล็กน้อยว่าเบาะนุ่ม ๆ ที่รองรับน้ำหนักตัวอยู่ คงจะเป็นเบาะหนังเคลือบแว็กซ์อย่างดี จุดผิดสังเกตเพียงอย่างเดียว ก็เห็นจะเป็นเจ้าคราบน้ำเหนอะหนะที่เจ๊าะแจ๊ะอยู่เต็มหลังนี่ล่ะ ว่ามันคืออะไร?
.
"พรืด! , แกร๊ก!"
.
"เหมือนเสียงรูดซิบเลยแฮะ?"
เจฟเฟอร์คิดทั้งที่อยากลืมตาขึ้นมาดูใจจะขาด เสี้ยววินาทีต่อมาเสียงเล็กแหลมคล้ายกับเสียงของผู้ช่วยยูมิก็ดังแทรกขึ้น
.
"พอดีไหมคะคุณหมอชุดหนังรัดรูปฟิต ๆ ยูมิคิดว่าหมอน่าจะชอบ ว้าว! ใส่แล้วอย่างกับนางเอกหนังเรื่อง Kill Bill แหนะ ยอดเยี่ยมที่สุดเลย! เหมาะกับฉากนองเลือดเมื่อกี้มาก ๆ "
.
"หยุดเลยยูมิจัง! ห้ามแซวหมอเป็นอันขาด เธอก็รู้ว่าที่หมอพลั้งมือไปน่ะเป็นเพราะความผิดปกติจากสารเคมีในสมอง ทุกครั้งที่หมอตกใจ! สาร อะซิติลโคลีน จากไขสันหลังจะหลั่ง แล้วภาพทรงจำที่โหดร้ายในวัยเด็กก็จะหวนกลับคืนมา ด้านมืดของหมอก็เลยต้องตอบสนองด้วยเหตุผลของการป้องกันตัว"
.
"ยูมิเข้าใจค่ะ เคยเห็นหลายทีแล้วด้วย ว่าแต่ตกลงหมอชอบไหมคะชุดหนังสีเหลืองที่สวมอยู่ ยูมิคิดว่ายังไงซะก็ยังดีกว่าใส่ชุดกาวน์เปื้อนเมือกเหนียว ๆ อยู่ตลอดทั้งวัน"
.
"อืม.. ก็โอเค แต่ว่าตรงหน้าอกมันคับไปหน่อย"
.
"งั้นเหรอคะ ไหนขอดูซิ?"
ผู้ช่วยสาวเอื้อมมือมาคลำที่หน้าอกหมอยูมิโกะ ต่อด้วยการออกแรงบีบให้เต้านมทรงหยดน้ำเบียดร่องเข้าหากัน
.
"ก็หมอนมใหญ่นี่เน๊าะ คงต้องรูดซิบที่คอลงนิดหน่อย"
.
"แกร็ก ๆ , พรืดดด!"
.
"ประมาณนี้โอเคไหมคะ?"
.
"โป๊ไปแล้วจ่ะ หัวนมโผล่แล้ว!"
.
"อิ ๆ หยอกเล่นนิดเดียวเอง ว่าแต่หมอยูมิโกะคะ.."
.
"อะไร?"
.
"เมื่อกี้ตอนที่เรามีอะไรกัน ทำไมยูมิถึงรู้สึกว่าหมอยังคงมีสติอยู่ จิ๋มคุณหมอตอดมือมันมาก ๆ แถมยังแฉะสุด ๆ ไปเลยด้วย ยูมิก็เลยรู้สึกแปลก"
นัยน์ตากลมบ่องแบ้วช้อนขึ้นไปถาม ขณะดวงหน้าอันอ่อนเยาว์ยังคงจ่ออยู่ตรงเนินอกอวบอิ่ม
.
"ไม่บอกหรอก มันน่าอายจะตาย.. ยูมิบ้า! ทะลึ่ง!"
หมอสาวแก้มแดงเป็นลูกตำลึง เธอผละตัวออกจากผู้ช่วยพลางใช้มือปิดน่มน๊มของเธอเอาไว้
.
"ซิบนี่ก็ต้องรูดขึ้นมาอีกประมาณนี้ เอาแค่ให้เห็นร่องนมนิดเดียวก็พอ จะได้ไม่น่าเกลียดมากจนเกินไปเข้าใจไหมจ๊ะ? แล้วก็โปรดอย่าถามอะไรหมออีกเลย หมออายเค้า! พวกเราไม่ได้อยู่กันเพียงลำพังสักหน่อย"
.
ตาหยีเล็กเรียวหลุบมองไปที่ร่างของเจฟเฟอร์ในชุดผู้ป่วย ที่บัดนี้กำลังนอนพันธนาการอยู่บนเตียงหนังสีดำขลับ เตียงที่เคยถูกใช้เป็นฟลอร์ระเริงรักของคู่เลสเปี้ยนไปเมื่อครู่นี้
.
"ไม่ต้องห่วงไปหรอกค่ะหมอ หลับเป็นตายขนาดนั้นคงน่าจะราว ๆ 2 - 3 ชั่วโมงถึงจะได้สติ ระหว่างนี้ยูมิก็ได้ซ่อมแซมผิวหนังที่สึกหรอครบทุกส่วนแล้ว บาดแผลทุกแห่งผสานเนียนกริบรอเพียงการพักฟื้น ติดก็ตรงที่แขนซ้าย! เครื่องแสกนของเราวิเคราะห์ว่าต้องเปลี่ยนอย่างเดียวค่ะ! แล้วก็มีแค่หมอยูมิโกะคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้"
.
ยูมิร่ายยาวโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าทุกคำพูดที่พล่ามออกมา เจฟเฟอร์แม่งได้ยินหมด ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตระหนกตกใจแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่เจ้าหน้าที่ภาคสนามรายนี้ต้องการ กลับกลายเป็นการแอบฟังบทสนาอันวาบหวิวของหมอสาวชาวญี่ปุ่น กับสาวหมวยผู้ช่วยแพทย์ซะมากกว่า หลักฐานก็คือขนาดของลำควยที่ใหญ่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะเพิ่งผ่านการปลูกถ่ายกล้ามเนื้อให้ใหม่ไปหยก ๆ
.
"ทำได้ดีนี่ยูมิจัง ระหว่างที่ฉันสติหลุดไปเธอทั้งปัดกวาดเช็ดถูคราบเลือดในห้องนี้ ทั้งรักษาคนไข้เบื้องต้น ไหนจะต้องทำเรื่องอย่างว่าเพื่อเรียกร่างต้นของฉันกลับคืนมาอีก ยอดเยี่ยมไปเลยเด็กดีของฉัน.."
.
"คุณหมอชมยูมิเกินไปแล้ว ยูมิก็แค่ทำงานตามที่ได้รับคำสั่ง แต่ถ้าจะเอาตามความจริงยูมิอยากให้คุณหมอชมในเรื่องอื่นมากกว่าค่ะ.. มานี่มา ๆ ที่ใกล้ ๆ เตียงคนไข้! ยูมิจะให้ดูอะไร!"
พยาบาลสาวกวักมือไหว ๆ เรียกให้หมอยูมิโกะเข้ามาหา เธอย่อตัวลงนั่งยองย่อแล้วมองลงไปที่ใต้เตียง ก่อนจะบอกให้หมอสาวแดนอาทิตย์อุทัยก้มโค้งตามลงมาติด ๆ
.
"อื้อ! ดาบคะตะนะ! ก็เรียบร้อยดีนี่ ยังซ่อนไว้มิดชิดเหมือนเดิม ไม่เห็นมีอะไรแปลก?"
.
"งั้นถ้ายูมิทำแบบนี้ล่ะคะ หมอว่าแปลกไหม? , หึ?"
.
"แพล็บ!"
.
ร่องหีเสียวสะบั้น! ในท่าโก่งตูดแบบนี้แหละที่ยูมิถวิลหา ชุดหนังรัดรูปฟิตเปรี๊ยะได้แหวกร่องหีของหมอสาวออกเป็นแคมอวบอูมชัดเจน ด้วยเรียวขาสวยที่คุกเข่ากองก้นลงกับพื้น กับองศาของแสงไฟจากหลอดไฟผ่าตัด ทำให้ยูมิพออกพอใจ
.
"อะไรกันยูมิ จะทำอะไรฉัน! หยุดนะหยุดเลียจิ๋มหมอเดี๋ยวนี้ อุ๊ย.. ยูมิ.. อย่า.. ไม่เอา ฉันจะร้องให้คนช่วยจริง ๆ นะ"
"ไม่ต้องเลยหมอ! หยุดโกหกได้แล้วยูมิรู้ว่าหมอชอบ หมอรู้ตัวและมีสติอยู่ตลอดเวลาไม่งั้นน้ำเงี่ยนหมอไม่แตกจนเปื้อนเตียงขนาดนี้หรอกจริงไหม?"
.
"จ๊วบบบบ.. ด๊ววววบ! , ด๊ววววบ! , แพล็บ ๆ , แพล็บ ๆ"
.
จุ่มหน้าใส่ร่องหีที่เต่งรัดกับเป้ากางเกงหนัง ยูมิผงกศีรษะขึ้น ๆ ลง ๆ ทั้งดูดทั้งเลียเร่งเร้าจะเอาคำตอบให้ได้
.
"ว่าไงล่ะหมอ ตอบยูมิมาสิว่าหมอเองก็ชอบ หมอแค่เอาเรื่องสารเคมีในสมองมาอ้าง แต่่่ที่จริงตัวหมอเองก็ร่าน! และอยากเอากับพวกเราสองพี่น้องใจจะขาด!"
.
"ไม่! ไม่จริง! ปล่อยหมอนะยูมิ หมอไม่ต้องการตอนนี้ อื้อ..! อ่ะ..! อ่า..! อย่าพอแล้ว หยุดเลียจิ๋มหมอซะที เธอจะขืนใจหมอบนพื้นกระเบื้องแบบนี้ไม่ได้นะ มันเจ็บ! "
.
สตรีเพศสองนางเกาะเกยกันกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่บนพื้นใต้เตียง ซุ่มเสียงสำเนียงกระเส่าทุกเดซิเบลดังเข้าไปในโสตประสาทของเจฟเฟอร์ แบบไม่มีขาดตกบกพร่อง นั่นยิ่งทำให้องคชาติที่ใหญ่ยักษ์อลังการอยู่แล้วบวมปวดมากยิ่งขึ้น เขาดิ้นทุรนทุรายเจ็บปวดอีกครั้ง แต่ก็นะขนาดคนเป็นหมอยังจะถูกข่มขืนและเอาตัวไม่รอด ใครหน้าไหนจะมาช่วยเจฟเฟอร์ได้
.
"เจ็บงั้นเหรอ! แล้วกับนาริตะน้องสาวของยูมิล่ะ หมอฟันเธอซะขาดครึ่งเลย หมอยังกล้าพูดว่าเจ็บงั้นเหรอ! นี่แหน่ะคนใจร้าย! หมอใจร้าย! คนใจร้ายต้องโดนแบบนี้ , จุ๊บ!"
ยูมิพลิกตัวหมอยูมิโกะขึ้น แล้วกดตัวเธอไว้ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด เธอพรมริมฝีปากจูบลงมาทั้งน้ำตา บดบี้ดูดดื่มผสมกับร่องรอยความเสียใจที่ไหลลงมาอาบแก้ม
.
"ด๊วบ.. ด๊าบ... ด๊วบ.. ด๊วบ.. จุ๊บ! จุ๊บ!"
.
"เฮืออออก! เฮ้ออออ! หมอรู้ไหมว่านาริตะมันรักหมอมากนะ น้องเฝ้าฝันมาตลอดว่าสักวันจะได้มีอะไรกับหมอสักครั้ง แต่ตอนนี้หมอกลับฆ่าเธอไปแล้ว! และพี่สาวอย่างยูมินี่แหละจะเป็นคนทำสิ่งนั้นแทนน้องเอง"
.
"ไม่ใช่นะยูมิเธอเข้าใจผิดแล้ว! ได้โปรดอย่าทำหมอ พวกเธอสองคนน่ะ อร่๊ายยยยยย!"
.
ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา ยูมิไซ้ซอกคอก่อนจะกระชากซิบที่อยู่ตรงหน้าอกหมอยูมิโกะ แบบพรวดเดียว! ไล่จากบนจรดง่ามอวัยวะเพศ! ใช้มือแหวกมันออกแป๊บเดียว ทั้งนมทั้งหีก็อ่อนระทวยอยู่ตรงหน้า
.
"เอากันอีกทีนะคะหมอ คราวนี้เอาตอนยังมีสติอยู่ ถือซะว่าเอาเพื่อน้องนาริตะของยูมิสักครั้ง"
.
สติสตางค์ชักเริ่มจะคุมไว้ไม่อยู่ เรื่องสารเคมีในสมองที่หมอยูมิโกะบอกตอนต้นนั้นเป็นเรื่องจริง นัยต์ตาเธอกำลังเริ่มจะเปลี่ยนสีเป็นดำคล้ำ ร่างอวตารแห่งนักฆ่าแดนปลาดิบกำลังจะจุติขึ้นในไม่ช้า มิหนำซ้ำในท่วงท่าที่เธอกำลังถูกขึ้นคร่อมอยู่ดังกล่าว เอื้อมมือไปหน่อยเดียวดาบคะตะนะใต้เตียงก็ตกอยู่ในเงื้อมมือเธอซะแล้ว ถ้ายูมิไม่หยุดเงี่ยนซะที อีกไม่ช้าไม่นานการนองเลือดหนที่สองก็จะเริ่มขึ้น!
.
"ยูมิจะสอดนิ้วเข้าไปแล้วนะคะหมอ"
.
"หูยยยย.. หียังแน่นเหมือนเดิมเลย"
.
สาวเจ้าขบริมฝีปากกัดกรามแน่น ก่อนจะออกแรงตวัดน้ิวชี้ด้วยความรุนแรง
.
"เจ๊าะแจ๊ะ ๆ เจ๊าะแจ๊ะ ๆ เจ๊าะแจ๊ะ ๆ ๆ ๆ "
.
"อร๊ายยยยยยย! กรี๊ดดดดดดด!!!"
"พอแล้วยูมิ ยูมิจ๋าหมอยอมแล้ว อ๊าาา~! ซี๊ดดดดด! ยูมิบอกว่าหมอยอมแล้วไง! พอก่อนได้ไหม พอ.. พอ.. บอกให้พอสักที!!!"
.
"หมับ!"
ข้อมืออันบอบบางถูกคว้าเอาไว้โดยพลัน! เปล่าหรอกนี่ไม่ใช่คิวของตัวเอกอย่างเจฟเฟอร์ หากแต่เป็นหมอยูมิโกะที่กัดฟันทำ! บุคลิกที่สองของเธอกำลังจะกลับออกมา และเธอกำลังยื้อกับมันอย่างเต็มความสามารถ
.
"เอามือสกปรกของเธอออกไปจากง่ามหีหมอเดี๋ยวนี้นะยูมิ! นี่คือการเตือนครั้งสุดท้ายถ้าไม่อยากตายถอยออกไป.. ไป๊!!!"
เรี่ยวแรงมหาศาลไม่รู้มาจากไหน สะบัดตัวเพียงครั้งเดียวจากที่นั่งขย่มอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ยูมิก็กลับตีลังกาหงายท้องล้มคะมำลงซะอย่างงั้น
.
"ทีนี้ตั้งใจฟังฉันให้ดีนะยัยผู้ช่วยตัวแสบ! ว่านาริตะกับแกน่ะไม่ใช่พี่น้องกันจริง ๆ พวกแกสองคนเป็นแค่ร่างเทียมสังเคราะห์ เป็นสิ่งประดิษฐ์จากหลอดทดลองที่ผิดพลาดของฉัน แล้วฉันเองก็เสือกไม่รู้ตัว!"
.
"ฮึบ..! , เฮือกกกก! , อั๊กกกก!"
.
"กรี๊ดดดดดดดดด!"
.
การต่อสู้กับจิตใต้สำนึกกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น หมอยูมิโกะคงกำลังทำอย่างเต็มความสามารถ เพื่อยับยั้งไม่ให้บุคลิกนักฆ่าของเธอออกมาเพ่นพ่านได้สำเร็จ
.
ซึ่งเธอก็ทำได้จริง ๆ ในเสี้ยวอึดใจ หมอสาวตัวดีดสะบัดอย่างรุนแรงจนเส้นผมกระเจิง ก่อนจะจัดแจงสวมใส่เสื้อผ้ารูดซิบกลับคืนให้เรียบร้อย แล้วถลันเข้าไปประคองยูมิให้ลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้เปล่าที่สอดอยู่ใต้ขอบเตียง ซึ่งภาพที่หมอยูมิโกะเห็นอยู่ ณ ขณะนี้ ก็ไม่ได้แปลกไปจากที่คิดไว้นัก ยูมินั่งก้มหน้า น้ำเสียงเธอแหบพร่าคล้ายกับคนกำลังช็อค
.
"เมื่อกี้หมอพูดอะไรออกมา หมอโกหกยูมิอีกแล้วใช่ไหม..?"
.
ตาลอยเคว้งคว้าง ขนาดควยใหญ่ยักษ์ของเจฟเฟอร์ปรากฏอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ ยูมิก็ไม่สน
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







