Share

Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ
Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ
Author: paiinara

ตอนที่1

Author: paiinara
last update Last Updated: 2026-03-01 22:06:43

แสงแดดยามเย็นส่องกระทบทั่วพื้นหญ้าสีเขียวขจีตามข้างทาง ใบไม้ ใบหญ้าต่างก็โอนเอียงพลิ้วไหวตามแรงลม บรรยากาศยามเย็นของทางเข้าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนช่างงดงามและสบายตายิ่งนัก ชายหนุ่มที่นั่งชันเข่าข้างหนึ่งหลังรถกระบะคันสีฟ้า กำลังหลับตาสูดเอาบรรยากาศที่แสนจะอบอวลไปด้วยกลิ่นธรรมชาติที่ใครหลายๆ คนต้องการสัมผัส ก่อนจะสะดุ้งลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากในรถขณะที่รถกำลังจอดสนิท

“พ่อหนุ่มถึงแล้ว เดี๋ยวเอ็งเดินลงไปอีกหน่อยก็จะเจอหมู่บ้านอองตองแล้ว”

เสียงชายสูงวัยชะเง้อออกมาจากฝั่งคนขับของรถกระบะคันเก่า เพื่อแจ้งชายหนุ่มที่ขอติดรถมาด้วยให้ทราบเมื่อถึงที่หมาย

อินทัช ชายหนุ่มในวัย25ปี หรือที่ใครหลายๆ คนเรียกว่าหมออิน หลังจบหลักสูตรแพทย์ทั่วไป6ปีก็ไม่ได้เรียนต่อสายแพทย์เฉพาะทาง เนื่องด้วยผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในวันที่เขาจบการศึกษาพอดี วันนั้นควรจะเป็นวันที่อินทัชควรมีความสุขที่สุด แต่กลับเป็นวันที่อินทัชต้องฝังใจเหมือนเป็นตราบาปให้ตัวเองมาจนถึงปัจจุบัน เพราะถ้าผู้พี่ชายไม่รีบร้อนที่จะขับรถมางานรับปริญญาตัวเขาเองก็คงไม่ต้องประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตเช่นนี้

อินทัชมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ที่บ้านทำธุรกิจส่งออกผลไม้ นี่ก็ผ่านมา1ปีแล้วที่ผู้เป็นพี่ชายเสียชีวิต นับจากนั้นอินทัชก็ไม่เคยมีความสุขกับการใช้ชีวิตอีกเลย ผู้เป็นพี่ชายทุ่มกำลังกายและใจในการทำงานเพื่อส่งน้องชายให้ไปเรียนหมอที่กรุงเทพตามที่ตั้งใจไว้ แต่วันที่เขากำลังประสบความสำเร็จกลับเป็นวันที่พี่ชายคนเดียวต้องมาเสียชีวิต นับจากนั้นอินทัชก็เสียศูนย์ เขาไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อได้

หลังจากที่ทิ้งช่วงการใช้ชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์เป็นเวลา1ปี เขาก็เริ่มทำใจกับการจากไปของผู้เป็นพี่ชายได้บ้าง อินทัชอยากหาที่พักพิงจิตใจเพื่อให้ตัวเองได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง และเป้าหมายที่เขาต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่คือหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่าหมู่บ้านอองตอง ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยที่เขาจะมาเป็นแพทย์อาสาประจำอยู่ที่หมู่บ้านนี้เพื่อเยียวยาจิตใจให้เข้มแข็งขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเส้นทางใหม่ให้กับตัวเองอีกครั้ง

อินทัชกระโดดลงจากหลังกระบะพร้อมกับเป้อีกใบเมื่อได้ยินเสียงลุงคนขับตะโกนแจ้งว่าถึงปลายทางแล้ว และก็ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณผู้มีน้ำใจที่ขับพามาส่งโดยที่ไม่ได้คิดค่าเสียเวลาแม้แต่บาทเดียว

อินทัชยืนสูดลมบริสุทธิ์อยู่ข้างถนนก่อนจะเดินลงไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่าหมู่บ้านอองตอง ทัศนียภาพทางเข้าหมู่บ้านดังกล่าวช่างงดงามยิ่งนัก พื้นที่รอบๆ ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าและป่าเขา เขาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ ที่นี่คงจะเป็นที่เขาจะได้พักกายและพักใจอย่างแท้จริง

_____________________________

หญิงสาวถักเปีย2ข้างปั่นจักรยานผ่านบ้านหลังหนึ่งที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนกำลังวุ่นอยู่กับการทำความสะอาดประหนึ่งว่าจะมีใครมาอยู่ยังไงอย่างงั้น บ้านหลังนี้เธอจำได้ว่าผู้เป็นเจ้าของเดิมได้ย้ายถิ่นฐานออกไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน และทำการฝากขายไว้กับลุงผู้ใหญ่บ้าน สงสัยคงจะขายออกได้แล้วกระมัง

“พี่สม…จะมีคนมาอยู่ที่นี่แล้วเหรอ” เด็กสาวเดินไปถามหญิงวัยกลางคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการถางหญ้าบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว

“มีแล้ว เห็นว่าจะมาอยู่พรุ่งนี้ ได้ยินว่าจบหมอมาด้วยนะ ผู้ใหญ่บ้านบอกจะมาเป็นหมออาสาที่หมู่บ้านเราด้วย นี่ผู้ใหญ่ก็ให้มาช่วยกันทำความสะอาด” สม หญิงวัยกลางคนเอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ดีจังเลยเนาะพี่สมหมู่บ้านเราจะมีหมอแล้ว ต่อไปเจ็บป่วยอะไรก็ไม่ต้องพากันเข้าไปในตัวเมืองให้เสียเวลา งั้นแก้วไปก่อนนะ พอดีนัดชะเอมไว้ว่าจะไปปั่นจักรยานเล่นกัน”

"พวกเอ็งน่ะโตกันขนาดนี้แล้วยังจะเที่ยวเล่นเหมือนเด็กๆ ไปได้” สมตะโกนตามหลัง แต่หญิงสาวถักเปียดังกล่าวได้แต่โบกมือตอบรับและมุ่งหน้าปั่นจักรยานไปยังปลายทางที่ได้วางแผนไว้

แก้วหรือกัญญาวีร์ สาวน้อยวัย20ปีที่เรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้วตัดสินใจไม่เรียนต่อ เธอต้องการที่จะมาช่วยตากับยายดูแลธุรกิจแปลงดอกไม้ขนาดย่อมเยา ส่วนมากลูกค้าของเธอจะมาจากในตัวเมือง จังหวัดใกล้เคียงหรือแม้แต่หมู่บ้านใกล้ๆ ที่แวะมาอุดหนุนเป็นประจำ พ่อกับแม่ของเธอหย่าขาดกันตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้ ผู้เป็นยายเลยรับมาเลี้ยงดู ส่วนพ่อกับแม่ต่างก็ไปมีครอบครัวใหม่และไม่ได้ติดต่อกันนับตั้งแต่นั้นมา กัญญาวีร์ไม่รู้สึกมีปมด้อยอะไรที่คนอื่นจะมองว่าเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ เพราะสำหรับเธอแล้วมีแค่ตากับยายเธอก็มีความสุขได้เช่นกันและไม่เคยร้องขออยากที่จะเจอหน้าผู้ให้กำเนิดแม้แต่สักครั้ง

______________________________

เวลาล่วงเลยมาจนค่ำ อินทัชก็ยังเดินไม่ถึงบ้านพักเสียที ถึงที่นี่จะเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก แต่สำหรับคนนอกพื้นที่ที่ไม่สันทัดเส้นทางก็อาจจะทำให้เดินหลงได้ อินทัชเดินมาเป็นเวลานานจนเรี่ยวแรงขาทั้งสองข้างเริ่มไม่ไหว เขานั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีไฟประดับอยู่รอบๆ อินทัชแหงนมองแสงไฟเรืองรองนั้นด้วยความสุขใจ ก่อนจะละสายตาจากแสงไฟนั้นแล้วมานึกถึงสภาพตัวเองในตอนนี้

กัญญาวีร์ที่ปั่นจักรยานผ่านมาทางชายหนุ่มพอดี ด้วยความมีมิตรน้ำใจของเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ไม่สามารถปล่อยผ่านโดยที่ไม่หยุดถามชายที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ได้ เธอจอดจักรยานไว้แล้วเดินดุ่มๆ ไปหาชายตรงหน้าทันที

“มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ?” เสียงใสเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก

อินทัชค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อยิ้มตอบกลับให้กับหญิงสาวตรงหน้า

“คือผมพึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ คุณช่วยพาผมไปหาผู้ใหญ่ปูนหน่อยได้มั้ย” เสียงอินทัชช่างสุภาพอ่อนหวานนัก

“อ๋อ….คุณคือคุณหมอคนที่จะย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านเราใช่มั้ย แต่เห็นพี่สมบอกว่าคุณหมอจะมาพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ”

“ทีแรกก็จะมาพรุ่งนี้แหละ แต่พอดีมาทำธุระที่แม่ฮ่องสอนก็เลยแวะมาที่นี่เลย”

“งั้น..เดี๋ยวฉันพาหมอไปหาลุงผู้ใหญ่นะ หมอปั่นแล้วกันเดี๋ยวฉันจะซ้อนท้ายเอง” หญิงสาวยิ้มตาปริบๆ

“คุณปั่นได้มั้ย คือว่า…วันนี้ผมเดินมาทั้งวันแล้วขาไม่มีแรงแล้ว” เขาเม้มปากเล็กน้อย

“ก็ได้…แต่หมอตัวใหญ่กว่าฉันมาก ฉันคงต้องใช้พลังเยอะมากๆ ในการปั่นจักรยานแน่ๆ” หญิงสาวเอ่ยหยอกล้อ

คำพูดของกัญญาวีร์ทำให้อินทัชเอ็นดูยิ่งนัก เขาเผยรอยยิ้มออกมาให้กัญญาวีร์เล็กน้อย

“ลำบากคุณแล้วนะ”

กัญญาวีร์พาอินทัชมาหาลุงผู้ใหญ่บ้านตามคำขอ แต่เนื่องด้วยที่เขามาก่อนกำหนดทางผู้ใหญ่เลยยังไม่ได้จัดเตรียมที่นอนที่บ้านหลังที่เขาจะมาอยู่ไว้ให้ วันนี้อินทัชก็เลยต้องได้นอนอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่ไปก่อน วันพรุ่งนี้จึงสามารถย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านดังกล่าวได้

เมื่อคุยธุระกับลุงผู้ใหญ่เรียบร้อย อินทัชก็เดินมาส่งกัญญาวีร์ตรงหน้าบ้านที่เธอจอดจักรยานคู่ใจไว้ ระหว่างที่เขาเดินมาส่งเธอ เธอได้แต่มองหน้าชายหนุ่มและอมยิ้มอยู่ตลอด เหมือนใบหน้าหล่อเหลาของอินทัชจะทำให้กัญญาวีร์ดูถูกใจอยู่ไม่น้อย

“หมอคะ! ที่หมอมาอยู่ที่นี่เหตุผลคืออะไรคะ หมออกหักเลยมาพักใจแบบนี้เหรอ ฉันเห็นในละครชอบทำกัน พออกหักก็จะมาหาที่เงียบๆ พักใจ”

“ผมไม่ได้อกหัก ผมแค่อยากจะมาหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตก็เท่านั้น และการมาเป็นหมออาสาที่นี่ก็เป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งของผมเหมือนกัน”

“อ๋อ…แบบนี้นี่เอง ฉันบอกหมอไว้เลยนะคะว่าที่นี่เงียบมากๆ เราอยู่กันอย่างพอเพียง ที่นี่อาจจะไม่เหมาะสำหรับหนุ่มสาวเมืองกรุงที่ชอบแสงสีเสียงเท่าไหร่ บางทีหมออยู่นานๆ ไปอาจจะเบื่อก็ได้นะ”

“เผอิญว่าผมไม่ใช่หนุ่มเมืองกรุงซะด้วยสิ เดี๋ยวถ้าวันนั้นมาถึงยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที ว่าแต่…เรานะชื่ออะไร ดูท่าทางแล้วคงอายุน้อยกว่าหมออยู่มาก”

“นั่นสินะ คุยกันตั้งนานยังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลย ฉันชื่อแก้วค่ะ แล้วหมอล่ะคะหมอชื่ออะไร?” เธอยิ้มหวานเล็กน้อยให้ชายหนุ่มตรงหน้า

“ผมชื่ออิน เห็นแก้วเรียกผมว่าหมอ งั้นต่อไปแก้วก็เรียกผมว่าหมออินก็แล้วกันนะดูง่ายดี”

“ได้ค่ะ..หมออิน” หญิงสาวตาหยียิ้มรับ

“วันนี้ขอบใจแก้วมากนะ ไว้มีโอกาสเดี๋ยวหมอพาไปเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนนะ”

“มีโอกาสแน่นอนค่ะ เดี๋ยวแก้วจะแวะมาให้หมอเห็นหน้าสวยๆ ของแก้วทุกวันเลย งั้นแก้วกลับก่อนนะ”

เมื่อทำความรู้จักเบื้องต้นกันเรียบร้อยทั้งสองก็แยกย้ายกัน กัญญาวีร์ปั่นจักรยานกลับบ้านด้วยความอารมณ์ดี เธอยังคงคิดถึงแต่ใบหน้าชายหนุ่มเมื่อสักครู่ ถ้าไม่ติดที่ว่ากลัวจะค่ำเกินไปเธอคงปั่นจักรยานเลี้ยวไปทางบ้านชะเอมเพื่อนรักเพื่อเมาส์อย่างเมามันในเรื่องนี้แล้ว

“คนอะไร น่ารักเป็นบ้า หล่อดูดีแถมสุภาพอีกด้วย”

หญิงสาวพึมพำบิดตัวไปมาขณะที่ปั่นจักรยาน ดูเหมือนเธอจะชอบความสุขุมอ่อนหวานของอินทัชเสียแล้ว กัญญาวีร์รู้สึกใจเต้นรัวเหมือนครั้งที่เธอเคยตกหลุมรักเพื่อนชายสมัยเรียนมัธยม หรือนี่อาจจะเป็นพรหมลิขิตก็เป็นได้ ดูเหมือนว่ากัญญาวีร์จะเริ่มคิดไกลไปมากแล้ว ยิ่งเธอคิดแบบนี้ก็ยิ่งทำให้จิตใจเธอกระชุ่มกระชวย

_________________________________

เช้าวันถัดมา

อินทัชเข้ามาดูบ้านที่เขาจะใช้เป็นที่พักอาศัย บ้านหลังนี้เป็นที่พอใจสำหรับเขามากนัก ถึงบ้านจะรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และอยู่ห่างไกลจากบ้านหลังอื่นพอสมควรแต่แลกด้วยความเป็นส่วนตัวแล้วก็ถือว่าคุ้มทีเดียว

อินทัชได้ซื้อบ้านหลังนี้ต่อจากเจ้าของเดิมในราคาไม่สูงมากนักผ่านลุงผู้ใหญ่บ้านอีกที บ้านไม่ได้ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปก็พออาศัยอยู่ได้2คนอย่างสบายๆ ตัวบ้านเป็นไม้ยกพื้นสูงมีระเบียงไม้เยื้องออกมา ข้างหลังบ้านต่อเติมเป็นปูนเปลือยทำเป็นส่วนครัวเยื้องออกไปเล็กน้อย ข้างห้องครัวก็ต่อเติมเป็นอีกห้องเยื้องออกมา อินทัชคิดไว้ว่าจะใช้ห้องนี้แหละเป็นห้องทำงานของเขา

ขณะที่อินทัชนั่งยองมองสำรวจที่ดินบริเวณรอบๆ บ้าน เขากำลังวางแผนที่จะเอาพวกไม้ดอกและไม้ประดับมาลงเพิ่ม แต่ตอนนี้สิ่งที่จำเป็นกลับเป็นข้าวของเครื่องใช้ เพราะตอนอินทัชมาก็มาแค่ตัวกับเสื้อผ้าไม่กี่ชุดที่พกใส่เป้มาด้วย

“หมอทำอะไรอยู่คะ” เสียงหวานของกัญญาวีร์เอ่ยทักทาย ทำให้ชายที่นั่งยองอยู่สะดุ้งเล็กน้อย

“อ๋อ…หมอกำลังดูว่าจะเอาพวกดอกไม้อะไรบ้างมาลงดี เพราะรู้สึกพื้นที่รอบบ้านมันโล่งไปหน่อย” อินทัชค่อยๆ ยืนขึ้นพร้อมปัดเศษดินที่มือออก

“ดีเลยค่ะหมอ ถ้าเป็นเรื่องนี้แก้วช่วยหมอได้นะ ตากับยายของแก้วเพาะพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับขาย ถ้าหมอสนใจจริงๆ เดี๋ยวแก้วจะพาไปเลือกดู”

“จริงเหรอ! งั้นก็ดีเลย แต่ตอนนี้หมอต้องเข้าไปในเมืองก่อน พอดีตอนมาก็ไม่ได้พกอะไรติดตัวมามากมายเลยว่าออกไปซื้อของเข้าบ้านก่อน ไว้หมอเสร็จธุระเรื่องนี้เมื่อไหร่จะบอกแก้วนะ” อินทัชยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“ได้ค่ะ ว่าแต่…หมอจะเข้าเมืองเหรอ งั้นหมอต้องการคนช่วยถือของมั้ยคะ แก้วเก่งเรื่องเป็นเบ๊คนนะเผื่อหมอไม่รู้” กัญญาวีร์เผยรอยยิ้มกว้างสดใส

คำพูดไร้เดียงสาของกัญญาวีร์ทำให้อินทัชอดยิ้มไม่ได้ เด็กสาวที่สดใสร่าเริงคนนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริงๆ การที่ได้รู้จักและทำความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่อินทัชต้องการเช่นกัน เขาไม่ปฏิเสธที่จะให้หญิงสาวช่วย ยังไงก็ทำความสนิทสนมกันเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี

อินทัชยืมรถกระบะลุงผู้ใหญ่บ้านเพื่อขับเข้าไปซื้อของในตัวเมืองโดยที่มีกัญญาวีร์นั่งอยู่ข้างๆ ระหว่างขับรถไปเขาก็ให้ความสนใจแก่เด็กสาวที่ดูจะตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เธอกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนจะชอบใจที่ได้เข้าเมืองกับเขาในวันนี้

“แก้วไม่ค่อยได้เข้าเมืองเหรอ หมอว่าแก้วเหมือนจะตื่นเต้นมากเลยนะ” ชายหนุ่มหันมายิ้มให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ก็ประมาณนั้นค่ะ แก้วไม่มีธุระอะไรที่ต้องเข้าไปในเมือง พอได้ไปก็เลยตื่นเต้นนิดหน่อย ยิ่งไปกับคนหล่อๆ แบบหมออินด้วยก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่” กัญญาวีร์หันมายิ้มให้อินทัชเล็กน้อย

อินทัชไม่ได้ตอบกลับอะไร เขาก็แค่ยิ้มให้หญิงสาวที่นั่งข้างๆ กลับก็เท่านั้น ความไม่ประสีประสาของกัญญาวีร์นั้นทำให้อินทัชดูจะสบายใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งถูกชมว่าหล่อซึ่งๆ หน้าแบบนี้ก็คงมีเขินบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

________________________________

กรุงเทพมหานคร

“วันนี้รถติดหน่อยนะครับคุณหนู กรุงเทพก็เป็นแบบนี้แหละครับ คุณหนูไม่ได้กลับมาซะนานเลยคงคิดถึงบ้านแย่เลยนะครับ”

เสียงชายในวัย50ปี เอ่ยทักถามด้วยความนอบน้อมต่อลูกสาวผู้เป็นเจ้านายที่นั่งอยู่เบาะหลัง แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวผู้นั้นจะไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับอะไรแม้แต่น้อย เธอนั่งพิงเบาะรถเอียงตัวหันไปยังนอกตัวรถด้วยความเบื่อหน่าย ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยินดีกับการกลับบ้านเท่าไหร่นัก

หวานหรือภริดา สาวสวยในวัย22ปี เธอเป็นลูกสาวตระกูลร่ำรวยตระกูลหนึ่งในไทยที่ทำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ พ่อกับแม่ได้หย่าร้างกันตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่มัธยมต้นโดยที่ผู้เป็นแม่ได้มีครอบครัวใหม่แล้วย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ประเทศอิตาลีอย่างถาวร และเธอก็ย้ายตามผู้เป็นแม่ไปนับตั้งแต่นั้น แต่ก็นานๆ ครั้งที่เธอจะมาเยี่ยมเยียนผู้เป็นพ่อบ้าง และครั้งนี้ก็เป็นช่วงปิดเทอมปีสุดท้ายของการเรียนจบระดับปริญญาตรี ผู้เป็นพ่อเลยต้องการที่จะให้ลูกสาวกลับมาอยู่ที่ไทยเพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่ใกล้ชิดผู้เป็นลูกสาวบ้าง

“หวาน..มาแล้วเหรอลูก พ่อให้คนจัดเตรียมห้องให้ลูกเรียบร้อยแล้ว….และ….”

เสียงทุ้มของชายวัยสี่สิบปลายเอ่ยทักทายด้วยความยิ้มแย้ม ศรุทคือพ่อแท้ๆ ของภริดา เขาตั้งตารอผู้เป็นลูกสาวกลับมาด้วยสีหน้าที่ดูยินดีนัก แต่ผู้เป็นลูกสาวพอกลับมาถึงบ้านก็ไม่รีรอที่จะลงจากรถ เธอเดินเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้สนใจผู้เป็นพ่อที่ยิ้มยืนรอต้อนรับอยู่ที่หน้าบ้านด้วยซ้ำ ภริดารู้ดีว่าห้องที่พ่อหมายถึงคือห้องเดิมของเธอที่เธอเคยใช้ทุกครั้งที่กลับมาบ้านนี้ เธอจึงเดินไปที่ห้องดังกล่าวในทันที แม้แต่คำกล่าวทักทายผู้เป็นพ่อก็ไม่มีสักคำ

ปัจจุบันภริดาไม่ค่อยสนิทใจกับผู้เป็นพ่อเท่าไหร่ เมื่อก่อนเธอเคยมีครอบครัวที่แสนอบอุ่น แต่เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตครอบครัวของเธอจนทำให้ผู้เป็นพ่อกับแม่ต้องทะเลาะกันและแยกทางกันในที่สุด นับจากนั้นเธอก็ไม่เคยให้อภัยผู้เป็นพ่อในเรื่องนี้เลย และเมื่อผู้เป็นพ่อคิดได้ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว ปัจจุบันศรุทไม่ได้มีครอบครัวใหม่เพราะเขายังคงรู้สึกผิดต่อผู้เป็นภรรยาเก่าและลูกสาวอยู่เสมอ ส่วนผู้หญิงก่อนหน้าที่เข้ามาพัวพันก็ได้เลิกรากันไปตั้งแต่ปีแรกๆ ที่แยกทางกับผู้เป็นภรรยาแล้ว ศรุทแค่ต้องการให้ภริดาลูกสาวคนเดียวของเขายกโทษให้เขาก็เท่านั้น แม้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนเขาก็ยินดี

ภริดาเดินมาถึงห้องก็ล้มตัวนอนลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า แค่คิดว่าต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนี้เธอก็สุดจะเบื่อหน่ายแล้ว ถ้าไม่ติดที่ผู้เป็นแม่เอ่ยขอร้องให้มาตั้งแต่แรกเธอก็คงจะปฏิเสธไป ทำยังไงได้ก็ศรุทเป็นพ่อของเธอนี่

“แล้วต้องมาติดแหง็กอยู่ที่นี่อีกหลายเดือนฉันตายแน่ เฮ่อ” ภริดาพึมพำออกมา เธอรู้สึกหงุดหงิดอยู่มากทีเดียว

_______________________________

ณ แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านอองตอง

อินทัชและกัญญาวีร์กลับมาจากซื้อของในตัวเมืองก็ช่วยกันยกสิ่งของที่อินทัชได้จับจ่ายไปลงจากรถ ของใช้ส่วนตัวและของจำเป็นมากมายที่เต็มหลังกระบะทำให้กัญญาวีร์เกาศีรษะมึนงงเล็กน้อย เหมือนว่าเขาจะอยู่ที่นี่ถาวรอย่างไงอย่างงั้น

“แก้ว? มัวแต่มองอยู่นั่นแหละช่วยหมอยกของก่อนมั้ย” อินทัชหันมายิ้มให้หญิงสาวที่ยังมีท่าทางมึนงงอยู่

“อ่อ..ได้ค่ะ ว่าแต่หมอซื้อของมาเยอะแบบนี้เวลาย้ายออกไม่ขนย้ายลำบากแย่เหรอคะ”

“บางทีหมออาจจะไม่ย้ายออกก็ได้นะ” อินทัชยิ้มหวานให้หญิงสาวอีกครั้งก่อนจะขนกล่องลังไมโครเวฟเข้าไปไว้ในครัว

“งั้น เดี๋ยวของใช้พวกนี้แก้วยกไปไว้ในห้องนอนของหมอนะคะ”

กัญญาวีร์ตะโกนตามหลัง เมื่อได้ยินเสียงเจ้าของห้องอนุญาตก็ยิ้มพอใจออกมา กัญญาวีร์ไม่รีรอรีบหยิบพวกของใช้ส่วนตัวที่พึ่งซื้อมาเท่าที่จะหยิบได้เพื่อขึ้นไปวางไว้ที่ห้องนอนของอินทัชตามที่เธอได้บอกเขาไว้

เมื่อมาถึงห้องนอน กัญญาวีร์ก็วางของที่ถือมาไว้บนเตียง เธอมองสำรวจรอบๆ ห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมใช้มือบางสัมผัสเตียงนุ่มๆ นั้นแล้วยิ้มแป้นออกมา

“เตียงนุ่มๆ ที่หมออินจะใช้นอนสินะ”

กัญญาวีร์รู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เธอลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างข้างหัวเตียงออกแล้วหลับตาสูดอากาศข้างนอกนั้นจนพอใจก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอยืนมองทอดออกไปนอกหน้าต่างอย่างนั้นอยู่สักพัก เมื่อหนำใจแล้วก็หันกลับมาเพื่อจะลงไปขนของที่เหลือต่อ

อินทัชที่เดินเข้ามาพอดีเห็นกัญญาวีร์ยืนอยู่แบบนั้นเป็นเวลานานก็อดสงสัยไม่ได้ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหาเธอและเอื้อมมือจะไปสะกิดหญิงสาวเพื่อถามไถ่ แต่เป็นจังหวะที่กัญญาวีร์หันหน้ากลับมาพอดี ตัวเธอโดนมือหนาของชายหนุ่มสัมผัสทำให้สะดุ้งตกใจผลักอกอินทัชออกไปจนเต็มแรง จนตัวเธอเองก็เซไปด้านหลังเกือบจะหงายหลังลงหน้าต่างเสียแล้ว แต่ดีที่มือหนาของอินทัชคว้าเอวบางของเธอเอาไว้ได้ก่อน แล้วดึงร่างหญิงสาวให้เข้ามาในตัวห้อง แรงดึงของชายหนุ่มทำให้ตัวกัญญาวีร์ถลาเข้ามาในอ้อมอกของอินทัชพอดี

หน้าแดงระเรื่อของหญิงสาวค่อยๆ เงยขึ้นสบตาชายที่ช่วยเธอเอาไว้ เธอยังคงจ้องชายตรงหน้าอยู่แบบนั้นด้วยแววตาเปล่งประกายก่อนจะยิ้มกว้างให้เขา

“ระวังหน่อยสิ ตกลงไปมิสิทธิ์พิการได้นะ” อินทัชเอ่ยแจ้งต่อหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“จะกลัวทำไมคะก็มีหมออยู่ตรงนี้แล้วไง”

กัญญาวีร์ไม่ได้สนใจคำห่วงใยจากอินทัชแม้แต่น้อย เธอยังคงจ้องไปที่ใบหน้าหล่อละมุนนั้นของชายหนุ่ม ยิ่งได้มองเขาใกล้ๆ แบบนี้ก็ยิ่งทำให้ใจเธอเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ดูเหมือนว่ากัญญาวีร์จะตกหลุมรักหมอหนุ่มแสนสุภาพและอ่อนโยนผู้นี้เสียแล้ว

“หมอคะ? แก้วว่า…แก้วจะชอบหมอแล้วล่ะค่ะ”

อินทัชสบตาหญิงสาวที่ยิ้มให้เขาอยู่ตรงหน้า เขารู้สึกแปลกใจกับคำพูดของกัญญาวีร์พอสมควร อินทัชค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาแล้วสัมผัสไปที่แก้มนุ่มๆ ของหญิงสาวก่อนจะยิ้มหวานตอบกลับเธอเช่นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ   ตอนที่120 (ตอนจบ)

    “หมอจะพาแก้วไปไหนคะ”กัญญาวีร์เอ่ยถามชายที่เดินกุมมือเธอลงเชิงเขาเพื่อตรงไปยังรถที่จอดเอาไว้ อินทัชเองก็ไม่ยอมบอกกล่าวอะไรกัญญาวีร์แม่แต่น้อย ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มให้กับหญิงสาวเท่านั้น“ก็กลับเรือนหอเราไง”“เรือนหอที่ไหนคะ หมออย่าล้อเล่นกับแก้วแบบนี้สิ”“หมอพูดจริง เดี๋ยวแก้วไปถึงก็รู้เอง” แววตาอินทัชดูเจ้าเล่ห์นัก“หมอคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หมอกับแก้วเข้าไปคุยกับตากับยายของแก้วให้ท่านรับรู้ด้วยได้มั้ยคะ ไหนจะแม่แก้วอีก แก้วไม่อยากให้พวกท่านมองว่าเราทำอะไรโดยที่ไม่รู้จักคิด ไม่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ในสายตา”“แก้วไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก งั้น…เราไปหาตากับยายและแม่ของแก้วตอนนี้เลยดีมั้ย ไปบอกพวกท่านว่าเราแต่งงานกันแล้ว”“หมอล้อเล่นอีกแล้ว แก้วไม่ได้จะบอกว่าไปตอนนี้ซะหน่อย” หญิงสาวหลุดขำเมื่อเห็นท่าทางที่จริงจังของอินทัช“งั้น…ก็ไปกัน แก้วจะได้รู้ว่าหมอล้อเล่นหรือเปล่า”เอ่ยจบ ชายหนุ่มก็กุมมือหญิงสาวไปขึ้นรถ ก่อนจะขับรถออกไปพาเธอไปยังสถานที่ที่หนึ่ง กัญญาวีร์รู้สึกแปลกใจมาก เพราะทางที่อินทัชขับมาเป็นทางเข้ามาในหมู่บ้านอองตอง และตอนนี้ชายหนุ่มก็กำลังจอดรถอยู่ที่หน้าบ้านหลังที่ทั้งคู่แสนจ

  • Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ   ตอนที่119

    1 เดือนผ่านไปสวนแปลงดอกไม้ของกัญญาวีร์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ตอนนี้หญิงสาวได้จ้างให้สะล้อเข้ามาช่วยดูแลสวนของเธอเพิ่มเติม เพื่อเป็นรายได้ให้กับครอบครัวของชายหนุ่ม ก่อนหน้านี้สะล้อทำงานรับจ้างทั่วไปตามหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านเพื่อเอาค่าใช้จ่ายมาจุนเจือครอบครัว ด้วยความขยันขันแข็งชายหนุ่มเลยทำให้กัญญาวีร์เห็นความสามารถของชยหนุ่มในตรงนี้้กัญญาวีร์ยืนมองคนงานที่ลงแปลงดินอย่างขยันขันแข็งก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหญิงสาวคงจะได้ลงพันธุ์ดอกไม้ในอีกไม่กี่วันนี้“ใกล้เสร็จแล้วนี่ สวนดอกไม้ของแก้วต้องมีดอกเบญจมาศสีขาวและดอกเดซีด้วยนะ” อินทัชที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เอ่ยทักทายหญิงคนรักที่ยืนยิ้มอยู่“ทำไมต้องเป็นเบญจมาศกับเดซีด้วยคะ” หญิงสาวหันมายิ้มก่อนจะถามกลับชายหนุ่มไป ทั้งที่เธอเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว“ก็ดอกไม้พวกนี้มีความหมายกับหมอไง เมื่อหลายปีก่อนมีเด็กสาวคนหนึ่งชอบเอาดอกไม้มาจีบหมออยู่เรื่อยเลยนะสิ”“อ๋อ…อย่างนี้นี่เอง แล้วเด็กสาวคนนั้นจีบหมอติดมั้ยคะ” หญิงสาวหยอกเย้ากลับอินทัชเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง มือหนาทั้งสองข้างกุมมือของเธอเอาไว้อย่างอบอุ่น

  • Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ   ตอนที่118

    กัญญาวีร์ใช้เวลาอยู่ที่เชิงเขาค่อนข้างนาน หญิงสาวนั่งลงที่พื้นหญ้าเขียวขจี ลมพัดอ่อนๆ ในยามเย็นทำให้เธอรู้สึกดีมากนัก ที่ตรงนี้เป็นที่รวมความทรงจำมากมายของเธอและอินทัชเอาไว้เมื่อตะวันเริ่มตกดินก็ควรได้เวลาที่เธอควรกลับ กัญญาวีร์ปั่นจักรยานกลับเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง ตอนนี้เริ่มมีแสงสว่างจากไฟตามข้างทางขึ้นมาบ้างแล้ว ในเวลาพลบค่ำแบบนี้มองเห็นไฟประดับที่มีทุกจุดของทางเดินก็ยิ่งทำให้ดูสวยงามนัก เพราะเมื่อก่อนดวงไฟตามจุดต่างๆ ไม่ได้มีมากมายขนาดนี้ ทุกอย่างที่นี่ล้วนแต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่สะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติและความสงบไว้เช่นเมื่อก่อนกัญญาวีร์ปั่นจักรยานมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่เธอจำได้ไม่เคยลืม หญิงสาวคิดย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนที่เธอได้เจออินทัชที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นี้เป็นครั้งแรก วันวานที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเธอกับอินทัชนั้นทำให้เธอมีความสุขมากจริงๆ อบอุ่นทุกครั้งที่ได้คิดถึงวันวันเหล่านั้นหญิงสาวมองรอบๆ ต้นไม้ด้วยความอาวรณ์ ผ่านมาหลายปีต้นไม้ยิ่งสูงตระหง่านมากกว่าเดิม ไฟประดับที่ระยิบระยับตามกิ่งไม้นั้นยังดูสวยงามไม่เปลี่ยน กัญญาวีร์เดินเข้าไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ

  • Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ   ตอนที่117

    หญิงสาวในเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนสีกรม กำลังยืนหลับตากางแขนรับลมและแสงแดดยามสายที่แสนจะอบอุ่นนี้ อากาศที่นี่ยังคงสดชื่นเหมือนเช่นเคยไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปนานเท่าไหร่ กัญญาวีร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาและมองไปยังทางข้างหน้าที่เป็นเส้นทางมุ่งสู่หมู่บ้านอองตองหญิงสาวยิ้มร่าออกมาด้วยความสุขใจ ในที่สุดวันที่เธอเฝ้ารอคอยก็มาถึง ใบหน้าหญิงสาวยิ้มแย้มและสดใสอยู่ตลอดเวลา กัญญาวีร์ยืนอยู่ไม่นานก็มีเสียงชายสูงวัยบางคนตะโกนออกมาจากข้างในรถ ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองตามเสียงนั้นในทันที“หนู…จะเข้าไปในหมู่บ้านหรือยัง ลุงต้องไปรับลูกค้าอีกนะ” ชายสูงวัยเอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่“อ่อจ้า ขอโทษด้วยจ้าลุง พอดีหนูดีใจไปหน่อยที่ได้กลับมาที่นี่ งั้นเราไปกันได้เลยจ้า” หญิงสาวยิ้มตอบรับก่อนจะเดินไปเปิดประตูขึ้นรถที่จอดอยู่กัญญาวีร์จ้างรถรับจ้างในตัวเมืองให้มาส่งเธอที่หมู่บ้านอองตอง ระหว่างทางก่อนเข้าหมู่บ้านหญิงสาวให้ลุงคนขับจอดรถเพื่อที่เธอจะลงไปสูดอากาศให้เต็มปอดตามที่เธอตั้งใจเอาไว้ จนเวลาล่วงเลยไปมากทำให้ลุงคนขับต้องเอ่ยท้วงติงกัญญาวีร์มาถึงบ้านก็เห็นตากับยายมายืนรอรับที่หน้าบ้าน หญิงสาวรีบวิ่งไปกอดตากับยา

  • Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ   ตอนที่116

    กรพัฒน์ขับรถมาส่งธัญชนกที่คอนโดของหญิงสาวตามที่รับปากเอาไว้ ระหว่างทางชายหนุ่มได้แต่อมยิ้มตลอดทาง จะพูดออกมาก็ตอนที่หญิงสาวเอ่ยถามไถ่ก็เท่านั้น“นี่หมอ…จะพูดกับฉันแค่นี้จริงๆ เหรอคะ” หญิงสาวเริ่มงอแง“แล้วคุณจะให้ผมพูดอะไรล่ะ คุณอยากให้ผมมาส่ง ผมก็มาส่งแล้วไง คุณถามผม…ผมก็ตอบไป” ชายหนุ่มตอบกลับ“แล้วที่ผ่านมาที่หมอไม่ได้เจอฉัน ไม่ได้ยินเสียงฉัน หมอไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอคะ”“ผมควรจะคิดถึงคุณด้วยเหรอ คุณเองก็หายเงียบไปเหมือนกัน ผมก็นึกว่าคุณจะไปจีนแล้วซะอีก” ชายหนุ่มเอ่ยประชด“แล้วทำไมฉันต้องไปอยู่จีนด้วยคะ”“ช่างเถอะ…คุณจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อยหน่อย” ชายหนุ่มบ่ายเบี่ยง“อ๋อ…ที่แท้หมอกรก็คิดว่าฉันไปหาคุณตรีที่จีนนี่เอง ไม่น่าล่ะ…หลายวันมานี้ไม่ยอมโทรหาฉันเลย” หญิงสาวยิ้มชอบใจที่รู้ทันชายหนุ่มกรพัฒน์เองได้ยินเสียงหัวเราะของหญิงสาวก็ไม่สบอารมณ์แม้แต่น้อย ชายหนุ่มหักรถเลี้ยวจอดที่ข้างทาง เขามองธัญชนกด้วยความสั่นไหว ทำไมในเวลานี้หญิงสาวถึงยิ้มร่าชอบใจไม่รู้สึกอะไรเลย อย่างน้อยเธอก็น่าจะเห็นใจเขาบ้าง“สนุกมากใช่มั้ยที่ทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่คุณก็รู้ว่าผมชอบคุณมาก แต่คุณก็ยังมาเล่นกับควา

  • Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ   ตอนที่115

    กัญญาวีร์นั่งรอธัญชนกอยู่ในรถอยู่หน้าบ้านของอินทัช หลังจากที่ธัญชนกเอ่ยลากับชนิศาเรียบร้อย เธอก็เดินตรงมาขึ้นรถในทันที หญิงสาวมองผู้เป็นเพื่อนรักที่นั่งร้องไห้ไม่ขาดสายด้วยความเวทนา“ชะเอม…ฉันว่าเราไปหาพ่อกับแม่ของหมออินดีกว่า พวกท่านน่าจะรู้เรื่องนี้ดี ยังไงฉันก็มั่นใจว่าหมออินจะไม่ไปแบบนี้แน่ๆ” กัญญาวีร์เอ่ยขอร้องเพื่อนรักที่นั่งอยู่เบาะคนขับ“เธอจะบ้าเหรอแก้ว นั่นมันจันทบุรีเลยนะ เธอไม่ต้องไปหรอก เมื่อกี๊..ฉันโทรไปที่บ้านหมออินแล้ว แม่หมออินก็บอกว่าหมออินไปแล้วเหมือนกัน ยอมรับความจริงเถอะนะแก้วว่าหมออินเขาไปแล้วจริงๆ”“ทำไมหมอถึงใจร้ายแบบนี้ อย่างน้อยเขาควรบอกฉันบ้างสิว่าจะไป เขาไม่ยอมให้ฉันเห็นหน้าเขาเลย แม้แต่เสียงของเขาฉันก็ไม่ได้ยิน” หญิงสาวสะอื้นร่ำไห้“ก็นี่มันเป็นสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่เหรอ ที่หมอจากไปโดยไม่บอกเธอ เพราะหมออาจจะทำใจไม่ได้ถ้าเห็นหน้าเธออีก เขาเลยเลือกทำแบบนี้ไง เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเธอเองก็ต้องยอมรับให้ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่เธออยากจะให้เป็นไม่ใช่เหรอ”ธัญชนกเอ่ยแจ้งต่อเพื่อนสาว เพราะเธอเองก็ไม่เห็นด้วยนักที่กัญญาวีร์จะร้องไห้ฟูมฟายแบบนี้ ทุกอย่างล้วนเกิดจากสิ่ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status