Share

บทที่ 08 ข้อควรระวัง

last update Tanggal publikasi: 2025-10-02 17:08:02

เครื่องปรับอากาศที่ทำความเย็นภายในห้องทำงานกว้างคงไม่สามารถทำให้ตัวฉันที่เหงื่อออกตามตัวปรับอุณหภูมิต่ำลงได้ ตั้งแต่ที่ถูกเรียกตัวโดยคนตรงหน้าเขาก็นั่งทำงานอย่างไม่สนใจ ไม่ปริปากพูดหรือแม้แต่จะเงยหน้ามองฉันนั้นจึงยิ่งทำให้ฉันรู้สึกกดดันทำตัวไม่ถูก ให้ตายเถอะเขากำลังจะฆ่าฉันด้วยความเงียบอย่างนั้นหรือ...

"อะ เอ่อ...ท่านประธานคะ" ในที่สุดฉันก็ทนกับความเงียบนั้นไม่ไหว เป็นคนเอ่ยทำลายเป็นคนแรกจนเขาเงยหน้าขึ้นจากเอกสารแล้วจดจ้องฉันด้วยสายตาราบเรียบ

"ผมนึกว่าคุณจะไม่มีปากแล้วซะอีก" เช่นเดิม...ประโยคที่หลุดจากปากของเขายังคงทำให้ฉันคาดเดาไม่ได้เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน เป็นคนเรียกฉันมาแท้ ๆ แต่กลับโยนความผิดให้ฉันเสียอย่างนั้น

"หนูแค่ไม่อยากรบกวนการทำงานของท่านประธานค่ะ" ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจังหวะไหนฉันพูดได้หรือไม่ได้ หากกวนเวลาธุรกิจหมื่นล้านของเขาขึ้นมาฉันไม่มีปัญญาชดใช้ให้หรอก

"แล้วทำไมตอนนี้ถึงพูดได้?" เอ้ะ...แค่เข้าประเด็นทันทีมันยากมากนักหรือไง

"ขอโทษค่ะ" แต่ฉันทำอะไรได้ล่ะ ก็เป็นเจ้านายฉันนี่...ถ้าไม่อยากหมดอานาคต ขอโทษนี่แหละสิ่งที่ฉันพูดแล้วดีที่สุด

"ดูยังไงคุณก็ไม่เหมาะจะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก" อยู่ ๆ ประธานตรงหน้าฉันก็พูดในสิ่งที่ไม่รู้เรื่องอีกครั้ง

"พี่เลี้ยง?"

พี่เลี้ยงอะไร?

พี่เลี้ยงของใคร?

ทำไมฉันถึงไม่เหมาะ?

คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่ในหัวของฉัน ฉันมองเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยถามเหล่านั้นให้เขาได้เห็น เพราะถ้าเขาจะพูดเองเออเองแบบนี้ แล้วจะเรียกฉันมาทำไม...

แล้วฉันก็ไม่คิดว่าคำถามเหล่านั้นมันตอบยากไปสักนิด แต่ทำไมคุณไคโรถึงถอนหายใจเหมือนคนหนักใจก่อนจะตอบฉันขนาดนั้น

"ไคเรนให้ผมมาคุยกับคุณเรื่องให้คุณเป็นพี่เลี้ยงของเขา" แค่นั้นฉันก็รู้สึกกระจ่างขึ้นมา ที่เขาบอกว่าฉันไม่เหมาะก็คือฉันไม่มีความเหมาะสมมากพอที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกเขางั้นเหรอ...เหอะ ดูถูกกันอีกแล้วตาประธานบ้า

"แล้วยังไงเหรอคะ" ฉันยิ้มตอบเขานิด ๆ ถ้าจะหนักใจขนาดนั้นแล้วจะมาบอกฉันทำไม หรือระดับคนรวยหมื่นล้านแสนล้านแบบเขาจะหาพี่เลี้ยงที่ดีและเหมาะสมมากกว่าฉันไม่ได้?

"ผมก็ไม่อยากจะรบกวนคุณถ้าไม่ติดว่าไคเรนเจาะจงเป็นคุณโดยเฉพาะ เพราะยังไงผมก็คิดว่าคุณคงไม่ถนัดกับงานพี่เลี้ยงเด็กจริงไหม จะปฏิเสธก็ไม่เป็นไร ผมจะหาพี่เลี้ยงที่พร้อมคุณสมบัติให้กับลูกชายผมเอง" หนึ่งคำก็ไม่เหมาะสมสองคำก็ไม่มีคุณสมบัติ ชักจะพ่นคำดูถูกใส่ฉันมากเกินไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเป็นเจ้านายป่านนี้ฉันคงลุกขึ้นด่าฉอด ๆ ตอกหน้าเขาให้เหมาะสมกับสิ่งที่เขาทำกับฉันบ้าง

"คุณจะปฏิเสธใช่ไหม รอก่อนผมขออนุญาตอัดคลิปให้ลูกผมดูก่อน" จบแค่นั้นท่านประธานก็ยกโทรศัพท์ราคาแพงหูฉี่ของเขาขึ้นมา แล้วตั้งกล้องจ่อใส่หน้าฉันโดยไม่รอคำตอบ

"คุณช่วยพูดพร้อมเหตุผลแล้วกัน ไคเรนจะได้เข้าใจ" ชายหนุ่มขยับใบหน้าที่บดบังกล้องให้เราได้เห็นหน้ากันพร้อมพยักหน้าให้ฉันพูดออกมา

"ฉันตกลงจะเป็นพี่เลี้ยงให้คุณไคเรนค่ะ" คนหลังกล้องชะงักกึกในตอนที่ฉันพูด จบลงฉันก็ฉีกยิ้มให้กล้องไปหนึ่งครั้ง ดูถูกฉันนักก็ต้องเจอแบบนี้แหละ ทีแรกก็ไม่ได้รู้สึกอยากทำมากนักหรอก แต่เพราะความหมั่นไส้ล้วน ๆ แล้วอีกอย่างถ้าคิดลึกไปกว่านั้นฉันคงได้ค่าตอบแทนจากเขาไม่น้อย แล้วสำหรับฉันงานพี่เลี้ยงนั้นก็ไม่ได้ยากเลยสักนิด ยิ่งเป็นไคเรนที่เข้าขากันดียิ่งเลี้ยงง่ายกว่าน้อง ๆ ของฉันบางคนเสียอีก แล้วจะมีเหตุผลอะไรให้ฉันต้องปฏิเสธเขาด้วย

"คุณว่าไงนะ ตกลง?"

"ค่ะ" ยิ่งเห็นใบหน้าที่คาดไม่ถึงของเขาตอนนี้ ฉันก็ยิ่งชอบใจขึ้นมามากกว่าเดิม

"คุณจะไม่ถามถึงรายละเอียดของงานหรือค่าตอบแทนก่อนหรือไง" ชายหนุ่มยกคิ้วขมวด ฉันไม่ใช่นักธุรกิจแบบเขาเสียหน่อยที่ต้องนึกถึงเรื่องเงินเป็นหลัก

"ไม่ค่ะ หนูตกลง ท่านประธานร่างสัญญามาได้เลยนะคะ ถ้าเป็นวันธรรมดาหนูคงทำได้แค่ช่วงเย็น เพราะว่ายังติดฝึกงาน แต่คุณก็น่าจะรับข้อนี้ได้ตั้งแต่มาชวนหนูอยู่แล้ว" ฉันฉีกยิ้มให้เขาอีกครั้ง แต่อีกคนยังคงทำหน้าคาดไม่ถึงไม่หาย ตลกชะมัดอยากจะแชะภาพเก็บไว้ดูซ้ำ ๆ จริง ๆ

"ท่านประธานอยากให้หนูเริ่มงานวันไหนคะ?" ฉันถามอย่างเตรียมความพร้อม

"คุณทิ้งช่องทางติดต่อแล้วกัน ผมจะให้ผู้ช่วยติดต่อไป" ใบหน้าที่พูดเหมือนคนจำยอม แต่ก็ช่วยไม่ได้เขาหลวมตัวถามฉันเอง

"ได้ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรหนูไปทำงานต่อก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" เพียงเท่านั้นฉันก็สะบัดก้นเดินออกมาจากห้องท่านผู้บริหารในทันที ความรู้สึกในตอนนี้กับก่อนหน้าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยัยนานะคนที่กลัวท่านประธานหายไปไหนแล้วนะ คำตอบคือหายไปตั้งแต่ตอนที่เขาพูดจาดูถูกฉันไม่หยุดนั้นแหละ หลังจากนี้ฉันไม่จำเป็นต้องกลัวเขาแล้ว ชิ...

...

...

"ไปไหนมาแก ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ" เมื่อกลับมาถึงแผนกยัยมะปรางที่นั่งเคลียร์งานก็หันมาถาม ด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งของฉันคงทำให้เพื่อนอดสงสัยไม่ได้

"ห้องท่านประธาน" ฉันตอบสั้น ๆ พูดถึงเขาก็หงุดหงิดขึ้นมาอีก

"ฮะ ฮ้ะ แกโดนเรียกไปห้องท่านประธานอีกแล้วเหรอ!?" มะปรางเบิกตากว้าง ก็คงต้องตกใจอยู่หรอก เด็กฝึกงานที่ไหนถูกประธานบริษัทที่ไม่มีความจำเป็นต้องเกี่ยวข้องเลยสักนิดเรียกพบตั้งสองครั้งติดกัน

"อือ หงุดหงิดชะมัด"

"วันนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าเรียกแกไปต่อว่าเรื่องเมื่อวานอีก"

"เปล่าหรอก แต่เขาเสนอให้ฉันเป็นพี่เลี้ยงไคเรน ไม่สิ...เขาไม่ได้เสนอแต่เป็นความต้องการของลูกเขาต่างหาก"

"มันก็ดีไม่ใช่เหรอ แกบอกว่าชอบไคเรนไม่ใช่เหรอ แล้วยังได้เงินอีก อะไรทำให้แกหงุดหงิด"

"ชอบลูกแต่ไม่ชอบพ่อของเขาน่ะสิ ดูถูกกันอยู่นั่น เขาบอกว่าฉันไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นพี่เลี้ยง ถ้าลูกชายเขาไม่ขอก็ไม่มีทางที่เขาจะให้ฉันเป็น"

"แล้วแกก็เลยประชดโดยการตอบตกลง?"

"อือ" ยัยมะปรางถามราวกับนั่งอยู่ในใจ สมแล้วกับที่เป็นเพื่อนสนิทของฉันถึงสิบกว่าปี

"ถ้าแกคิดสักนิดแกก็จะรู้ว่าการเป็นพี่เลี้ยงคือการที่แกย้ายไปอยู่บ้านเขา ทีนี้แกก็จะได้เห็นคนที่แกไม่ชอบหน้าทุกวัน"

"จริงด้วย" ฉันลืมเรื่องนี้เสียสนิท แค่เจอกันสองครั้งเขาก็ทำให้ฉันกลับมาหงุดหงิดทั้งวัน แล้วถ้าต้องอยู่บ้านเดียวกัน เจอหน้ากันทุกวัน ฉันจะไม่เป็นประสาทตายก่อนหรือ...ยัยนานะทำอะไรไม่คิดอีกแล้ว

"แล้วตอนนี้แกก็เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วค่ะ ทีนี้ก็ระวังให้ดีแล้วกัน เพราะชีวิตแกหลังจากนี้เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน"

"โอ้ย...นี่ฉันต้องระวังไม่ให้ตัวเองทะเลาะกับท่านประธานเข้าสักวันเหรอเนี่ย อยากจะบ้า!!" ฉันอยากจะกระแทกหัวใส่โต๊ะซ้ำ ๆ ทำอะไรลงไปนะ...

"ฉันไม่ได้ให้แกระวังตัวเรื่องนั้น" ยัยมะปรางจากที่หน้าเรียบก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ ขณะที่ฉันมองมันอย่างไม่เข้าใจ

"แล้วแกหมายถึงอะไร"

"ฉันก็หมายถึงระวังหัวใจของแกเอาไว้ให้ดี อาจจะตกหลุมรักท่านประธานเข้าสักวัน" ตกหลุมรักเหรอ!!...ฉันเนี่ยนะ ไม่เห็นจะมีแนวโน้มไปในทิศทางนั้นเลยสักนิด ใครจะไปชอบคนที่ดูถูกกันตลอดเวลานั้นได้

"แกจะบ้าเหรอ ฉันไม่ชอบเขาเลยสักนิด ไม่ใช่สเปคฉันเลย ดุก็ดุ ชอบด่าชอบว่าฉันอีกต่างหาก"

"ก็ไม่แน่ แกไม่เคยได้ยินเหรอ ไม่ชอบอะไรก็จะได้แบบนั้น..." ยัยมะปรางยกยิ้มกรุ่มกริ่มใส่ฉัน ป่านนี้ในหัวของเพื่อนคงคิดไปถึงไหนต่อไหนเสียแล้ว

"ไม่เคย เคยได้ยินแต่ว่าเกลียดอะไรก็จะได้แบบนั้น แต่ฉันไม่ได้เกลียดเขาสักหน่อย แค่ไม่ชอบ"

"มันก็เหมือน ๆ กันนั้นแหละ ท่านประธานของเรา ทั้งหล่อ รวย เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่หุ่นโคตรจะแซ่บ มองจากข้างนอกก็รู้ว่าภายใต้เสื้อเชิ้ตคงเต็มไปด้วยกล้ามเป็นมัด ๆ ซิกแพ็คแน่น ๆ โอ้ยแค่คิดก็น่ากินแล้ว" ยัยมะปรางว่าไปก็ทำหน้าเคลิบเคลิ้มไปด้วย ยัยเพื่อนคนนี้ชักจะเป็นเอามาก แต่คุณสมบัติที่กล่าวขึ้นมานั้นไม่ได้ทำให้ฉันเผลอใจไปชอบเขาได้หรอก ฉันไม่ได้มองใครที่รูปลักษณ์ภายนอก ทัศนคติต่างหากที่จะสามารถทำให้ฉันชอบใครสักคนได้

แน่นอนว่าไม่ใช่คนแบบท่านประธาน

"ไม่มีทาง"

"ฉันจะคอยดู!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • LOST IN LOVE พ่ายรักท่านประธานลูกติด   ตอนพิเศษ 05 ครอบครัวตัว ค.

    "อาการที่คุณพ่อเป็นเรียกว่า Couvade Syndrome ค่ะ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแพ้ท้องแทนเมีย" ผมนั่งอึ้งตั้งใจฟังสูตินรีแพทย์หญิงกำลังพูดถึงอาการที่ผมเผชิญหลายวันที่ผ่าน หลังจากที่รู้ว่าเมียรักกำลังตั้งท้อง จากที่แค่อารมณ์อ่อนไหวมันก็เริ่มลุกลามไปถึงอาการคลื่นไส้ อาเจียน และอยากกินอะไรแปลก ๆ ตอนแรกพ่อของผมก็บอกมาคร่าว ๆ เพราะท่านเคยประสบมากับตัวเอง แต่ผมก็ยังไม่เชื่อเต็มที่กระทั่งได้ฟังจากปากหมอจริง ๆ"มีแบบนี้ด้วยเหรอครับ" ผมคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องเล่าที่ฟังต่อกันมา ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีอยู่จริง ทั้งยังมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการอีกด้วย"อาการเหล่านี้มีหลายสาเหตุค่ะคุณพ่อ เกิดจากระดับฮอร์โมนโปรแลคตินเปลี่ยนแปลง เป็นฮอร์โมนเกี่ยวกับความผูกพันและพฤติกรรมพ่อแม่สูงขึ้น และฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลงทำให้มีอารมณ์อ่อนไหวมากขึ้น หรือเกิดจากความเครียดและความกังวล จึงส่งผลต่อสภาพจิตใจ คล้ายกับว่าที่คุณแม่ บางครั้งเป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ จนร่างกายเกิดอาการคล้ายคนท้อง เช่น คลื่นไส้ ปวดหลัง น้ำหนักขึ้น อารมณ์แปรปรวน สุดท้ายก็อาจจะเป็นการที่ร่างกายปรับตัวเข้าสู่บทบาทคุณพ่อ สมองเริ่มเตรียมตัวสำหรับการเป็นพ่

  • LOST IN LOVE พ่ายรักท่านประธานลูกติด   ตอนพิเศษ 04 รวมตัวเฉพาะกิจ

    ในห้องนอนของเรามีแต่ความเงียบงันไร้เสียงของคนพูดคุย วันนี้เป็นคิวของผมและไคเรนที่ต้องมานอนปรับสารทุกข์สุขดิบด้วยกันสองคน ทว่าสิ่งที่เราทำคือกลับกำลังนอนมองเพดานโดยไม่มีใครพูดออกมา หลังจากสิ้นสุดงานวันเกิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านทั้งผมและไคเรนก็เหมือนมีเรื่องให้คิดตลอดทั้งเย็น"แด๊ด/ไคเรน" อยู่ ๆ ทั้งผมและลูกก็ใจตรงกัน เรียกชื่อกันพร้อมใจเสียอย่างนั้น"ลูกพูดก่อน" ผมเป็นฝ่ายพยักพเยิดให้ลูกชายเป็นคนเริ่ม"แด๊ดพูดก่อนสิครับ" ทว่าคือเรื่องปกติที่เราสองคนจะเถียง ไคเรนกลับโยนมาให้ผมอีกครั้ง ถ้าไม่ติดว่ามีเรื่องสำคัญเราคงได้เถียงกันอีกยาว"ลูกคิดว่าเดลตา อิงดาว อิงฟ้าเป็นยังไง" สามคนที่ผมกำลังพูดถึงคือลูกของไอ้ดีแลนและเจโรมเพื่อนผมเอง ทั้งสามอายุหนึ่งขวบวัยกำลังน่ารักจึงอยากรู้ว่าไคเรนจะคิดเหมือนผมมากน้อยแค่ไหน"ยังไงเหรอครับ?" แต่คำถามผมคงยากไปสำหรับเด็กหกขวบ ผมคงต้องพูดออกไปตรง ๆ"ถ้าจะมีเด็กที่หน้าเหมือนไคเรน นาน่า หรือแด๊ดสักคนวิ่งเล่นในบ้านลูกจะโอเคหรือเปล่า?""แด๊ดหมายถึงขออนุญาตผมมีน้องใช่ไหมครับ" ผมพยักหน้ารับ ผมกำลังหมายถึงสิ่งนั้นนั่นแหละ"ผมอยากมีน้องครับ เรื่องที่ผมอยากจะบอกแด๊ด

  • LOST IN LOVE พ่ายรักท่านประธานลูกติด   ตอนพิเศษ 03 เมื่อคุณแด๊ดถูกรัก

    เช้าวันหยุดอีกวันทันทีที่ลืมตาขึ้นก็ไร้ร่างภรรยาสุดที่รักที่นอนด้วยกันทั้งคืน เวลาเช้า ๆ แบบนี้เธอคงออกไปหาไคเรนแล้ว คิดได้อย่างนั้นผมจึงเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะได้ลงไปทานข้าวพร้อมกัน"ไปไหนกันหมด" ผมถามป้านิดที่ห้องอาหาร หลังจากเดินตามหาสองแม่ลูกทั่วบ้านก็ไร้ร่างของพวกเธอ ไปไหนก็ไม่ได้บอกผมล่วงหน้าทั้งเธอยังไม่ส่งหรือตอบข้อความทั้งแม่ทั้งลูก"เห็นว่าไปเดินสวนนะคะ ได้ยินหนูนานะบอกว่าอยากจะปลูกต้นไม้เพิ่ม" ทำไมเธอไม่บอกผม…คำถามนี้แล่นเข้ามาในหัว ยอมรับตามตรงว่าผมเริ่มน้อยใจเพราะไม่เพียงแค่ลูกชายที่มีความลับ แต่รู้สึกเหมือนถูกปิดบังจากครอบครัวหรือเพราะผมทำอะไรผิดไปทำไมเหมือนถูกปฏิบัติอย่างหมางเมินขนาดนี้"นายจะรับอาหารเลยไหมคะ ป้าจะได้เตรียมให้เลย""ไม่ล่ะครับ ผมไม่หิว" ผมว่าจบก็เดินออกไปทันที ตรงเข้าไปห้องทำงานด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจผมไม่เข้าใจว่าไอ้อาการน้อยใจที่นับวันก็ยิ่งทวีคูณมันมาอย่างไร โดยปกติก็ไม่ใช่คนที่จะคิดมากหรือคิดเล็กคิดน้อย หรือเพราะผมหลงภรรยามากเกินไปจึงทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นบ้า แค่ถูกเมียกับลูกทิ้งไปเดินสวนใกล้ ๆ กลับรู้สึกอยากร้องไห้เสียอย่างนั้นให

  • LOST IN LOVE พ่ายรักท่านประธานลูกติด   ตอนพิเศษ 02 ช่องว่างระหว่างเรา

    "ทำอะไรกันอยู่" ผมนั่งลงข้าง ๆ สองแม่ลูกที่กำลังพูดคุยด้วยใบหน้าคร่ำเครียด แต่พอมีผมเข้ามาเพิ่มเหมือนว่าบทสนทนาก็หยุดลงอย่างชะงัก แล้วพร้อมใจกันมองผมนิ่ง ๆ เม้มปากแน่นราวกับว่าไม่อยากให้ผมเข้าร่วมหรือได้ยินในสิ่งที่พูดกัน"เปล่าครับ ไม่มีอะไร" ไคเรนออกปากปฏิเสธในเวลาต่อมา ยิ่งสร้างความแปลกใจให้ผมใหญ่ ก็เห็นอยู่ว่าหน้าเครียดกันพอสมควร หรือเพราะปัญหาที่พวกเขาคุยกันก่อนนอนยังไม่เคลียร์ จึงต้องมาคุยกันเพิ่มเติมโดยไม่อยากให้ผมรู้เช่นเดิม"คุณแด๊ดหิวไหมคะ หนูไปหาของว่างมาให้นะ" ผมมองตามคนที่ว่าจบก็เดินออกไปในทันที พิรุธเห็น ๆ ทั้งแม่ทั้งลูก"ผมไปเอาเกมมาเล่นดีกว่า" ตามติดไปด้วยลูกชายของผมที่เดินหนีเข้าบ้านอีกคน ผมได้แต่ไตร่ตรองกับสองแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้านบ้างแล้วตรงไปหาภรรยาที่วุ่นวายกับอาหารว่างตามที่บอกก่อนเข้ามา"เดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ คุณแด๊ดไปนั่งรอในสวนก่อนนะ" นานะบอกผมแล้วงุ่นง่านกับการหาขนมมาจัด แต่ผมรู้ว่านั้นเป็นเพียงแค่ข้ออ้างที่จะทำตัวยุ่งเพื่อกันผมถามในสิ่งที่เธอไม่อยากตอบ"มันไม่อันตรายมากใช่ไหมครับ" แต่ผมก็ยังไม่ถอย สิ้นเสียงของผมคนตัวเล็กก็หยุดทุกการกระท

  • LOST IN LOVE พ่ายรักท่านประธานลูกติด   ตอนพิเศษ 01 ทวงคืนความเป็นผัว

    สวัสดีครับ ผมไคโรเอง…ได้เจอกันจริง ๆ สักทีนะครับ วันนี้ผมจะมาเล่าชีวิตหลังจากที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตของผมคนหนึ่งครบหนึ่งปีพอดี เธอชื่อนานะที่ทุกคนคงจะรู้จักกันดี หญิงสาวที่อายุห่างกับผมถึงแปดปี ขณะที่ผมอายุย่างเข้าสามสิบเอ็ดส่วนเธอก็ยี่สิบสามปี ใช่…ผมมีเมียเด็ก แล้วเด็กคนนี้ก็ดันน่ารักจนผมอดใจไม่ไหวจับทำเมียซะเลย หนึ่งปีที่ผ่านมาผมทั้งรักและหลงเธอหนักกว่าเดิม ทั้งนิสัยและทัศนคติเรียกได้ว่าได้ใจผมไปเต็ม ๆ เธอรักผมและลูกมาก มากจนบางทีเธอก็ลืมนึกถึงตัวเอง แค่เพียงเห็นพวกเรามีความสุขเธอก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง โดยเฉพาะกับลูกชายตัวดีของผม เธอทั้งเอาใจใส่ ให้ความรักความอบอุ่นจนเด็กที่ไม่เคยได้รับจากแม่ที่แท้จริงรู้สึกจะรู้สึกขาดแคลน ได้รับจนผมรู้สึกว่ามันจะล้นเอาด้วยซ้ำ เพราะทุกลมหายใจของเธอมีแต่ไคเรน ทั้งเข้าและออกก็จะนึกถึงลูกอยู่เสมอ จนบางทีผมเองก็นึกน้อยใจ ก็เมียเล่นสนใจผมน้อยกว่าลูกในไส้ ใช่…ผมกำลังหวงเมียจากลูกของตัวเอง"คุณแด๊ด…อย่างอนสิคะ" นานะนั่งลงบนตักของผมพร้อมทั้งทำเสียงออดอ้อน ในขณะที่ผมเบือนหน้าออกไม่ยอมมองหน้าเธอ อาการนี้ทุกคนคงดูออกว่าผมกำลังงอนเมียหนักมาก"

  • LOST IN LOVE พ่ายรักท่านประธานลูกติด   บทที่ 45 ท่านประธานลูกติด (END)

    "นานะ…" เสียงเรียกได้ยินอย่างชัดเจนแต่กลับไม่ได้ทำให้นานะหันกลับมามอง เธอเดินตรงจะเข้าไปในบ้านหลังใหญ่โดยจับมือไคเรนไว้แต่อยู่ ๆ เด็กชายก็หยุดเดินดื้อ ๆ ทำเอานานะต้องหยุดตามก่อนจะปรายมองก็เห็นไคเรนที่หันไปมองคนเป็นพ่อที่ยืนทำหน้าเศร้าเพราะถูกเมียเมิน"เข้าไปข้างในดีกว่าครับไคเรน" นานะกระตุกแขนให้เจ้าเด็กเลิกสนใจคนไม่ทำตามคำพูด"แต่แด๊ดน่าสงสาร" ไคโรกำลังเรียกคะแนนความสงสารเพื่อให้เมียเด็กหันกลับมาสนใจ และใช่…เธอหันกลับมา แต่ก็สะบัดหน้าหนีไม่สนใจเหมือนเดิม"ถ้าไคเรนอยากอยู่กับแด๊ด งั้นนาน่าเข้าไปในบ้านก่อนนะครับ""ไม่ครับ ผมจะไปกับนาน่า" ถึงตอนนี้แม้แต่คนเป็นลูกก็ไม่คิดจะเข้าข้าง ทั้งไคเรนและนานะพากันเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่หันมามองอีกคนเลย"เพราะมึงเลยเมียกูโกรธไม่สนใจกูแล้ว" ไคโรหันมาเฉ่งธันวาที่ยืนเคียงข้าง เขาแค่หาคนเป็นแพะแทนซึ่งธันวาก็น้อมรับปล่อยให้คนอารมณ์ไม่ดีโทษเขาอย่างเต็มที่"ง้อยังไงล่ะทีนี้" ไคโรกุมขมับ เป็นครั้งแรกที่นานะโกรธจนไม่สนใจเขาเลยสักนิด คนน่ารักอ่อนหวานตอนโกรธใครก็น่ากลัวเหมือนกัน เขาเพิ่งเจอกับตัวก็คราวนี้"ลากขึ้นเตียงไหมนาย" คำแนะนำของผู้ช่วยทำเขาช้อนสายตามองอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status