INICIAR SESIÓN"อ่า" ปฐพีรู้สึกเหมือนจะวูบ จึงรีบใช้มือยันกับโต๊ะเอาไว้
"พี่พีเป็นอะไรไหมครับ" เด็กน้อยที่เห็นว่าพี่ปฐพีมีสีหน้าดูไม่ดี จึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
"พี่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดนิดหน่อยน่ะ ไม่ต้องห่วงพี่หรอก" ปฐพีเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เมื่อกี้เขาเกือบจะวูบไปแล้ว ถ้ายันโต๊ะเอาไว้ไม่ทัน มีหวังได้มีคนล้มในงานแน่
ที่ปฐพีจะวูบก็เพราะรู้สึกเจ็บบริเวณคอที่ถูกเจ้าบ้านั่นเตะก้านคอเข้าให้ เขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่าเฉินจะสามารถเตะก้านคอจนตัวเองสลบไปได้ ถ้าไม่ติดว่าตัวเองรับปากครูจันทร์เอาไว้แล้วว่าจะช่วยงาน เขาก็อยากนอนอยู่บนพื้นนั่นต่ออีกนิด
แต่เขานั้นได้สัญญากับครูจันทร์ที่ดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่าจะมาช่วยงาน แม้จะยังเจ็บคอแต่ก็ทำได้เพียงแค่ฝืนเก็บอาการแล้วช่วยงานต่อไปเท่านั้น
ส่วนไอ้เกย์โรคจิตนั่นที่แอบตามเขามาถึงที่นี่ ถ้าปฐพีได้เจอหน้ามันอีกเป็นครั้งที่สอง เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้เลยว่าจะยำมันให้เละไม่เหลือชิ้นดี บังอาจมาลูบคมพยัคฆ์อย่างเขาเล่น มีเหรอที่ปฐพีจะไม่ขย้ำอีกฝ่ายให้เละเป็นจุณเป็นการตอบแทน ไม่งั้นมันก็ไม่ใช่ไอ้ปฐพีที่ใคร ๆ ก็รู้จักแล้ว
"ไอ้เกย์นั่น!" ขณะที่ปฐพีกำลังแจกอาหารให้น้องอยู่นั้น สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยยืนอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ไม่ไกล อีกฝ่ายกำลังชูสร้อยคอที่มีเกียร์ห้อยอยู่ในมือแล้วส่ายไปมา สายตาจ้องมองมาทางตนเช่นกัน สายตาที่อีกฝ่ายมองมานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายจนปฐพีอยากซัดเข้าที่หน้าหล่อ ๆ นั่น
"กูฝากทำต่อทีนะ ขอกูไปทำธุระแป๊บหนึ่ง" สุดท้ายปฐพีก็ทนสายตายั่วยุที่อีกฝ่ายส่งมาให้ไม่ไหว เขามองหาคนในคณะวิศวะที่พอคุ้นหน้า ฝากหน้าที่ของตัวเองให้อีกฝ่ายทำต่อโดยไม่ถามความสมัครใจ
ปฐพีรีบวิ่งเขาไปหาเฉินอย่างรวดเร็ว พออีกฝ่ายเห็นว่าเขาวิ่งเข้าหาก็ม้วนตัววิ่งหนีไปทางด้านหลัง ทำให้ปฐพีต้องเร่งสปีดความเร็วขึ้นเพื่อตามหลังเฉินไม่ให้คาดสายตา
จนกระทั่งระยะห่างของพวกเขาค่อย ๆ ย่นเข้ามาเรื่อย ๆจนกระทั่งอีกฝ่ายเข้าไปในห้องแห่งหนึ่ง ปฐพีก็ยิ้มมุมปากเพราะเขาจำได้ว่าห้องนั้นเป็นห้องโล่งที่ไม่มีทางให้หนีอีกต่อไป วิ่งตามเข้าไปอย่างไม่รีบร้อนก่อนที่จะดักทางออกพร้อมล็อกประตูที่อยู่ด้านหลัง
"ไม่มีทางให้มึงหนีแล้วไอ้เกย์ วันนี้จะเป็นวันตายของมึง" ปฐพียิ้มเหี้ยม มองใบหน้าหล่อที่ดูเหมือนจะไม่กลัวอะไรทั้ง ๆ ที่ไม่มีทางที่จะหนีแล้วอย่างเยือกเย็น บิดมือบีบมือตัวเองจนเสียงดังกร๊อบแกร๊บน่ากลัว เดินตรงเข้าไปหาเฉิน
"กูก็ไม่ได้จะหนีสักหน่อย" เฉินยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าปฐพีนั้นหลงกลเข้ามาติดกับดักตัวเองได้อย่างง่ายดาย หลังจากได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับปฐพีจากปากครูจันทร์ เฉินก็มีความคิดแปลก ๆ ขึ้นมา อยากจะแกล้งปฐพีเล่น อยากที่จะปรับความเข้าใจของอีกฝ่ายซะใหม่ว่าการที่ผู้ชายรักกันนั้นไม่ใช่เรื่องผิดและน่าอาย
เฉินยิ้มกว้างเดินเข้าหาปฐพีที่อยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาของพวกเขามองเชือดเฉือนกันอย่างดุเดือดก่อนทั้งสองคนจะวิ่งเข้าหากัน ทั้งคู่ต่างก็รัวหมัดกำปั้นเข้าใส่กัน แต่ต่างคนต่างก็หลบหมัดที่ซัดมาของอีกฝ่ายได้ พวกเขาต่อสู้กันอย่างดุเดือด แลกหมัดสวนกันไปมาหลายกระบวนท่า แต่หมัดของทั้งคู่ต่างก็ชกไม่โดนอีกฝ่ายเลยซักหมัด
ปฐพีหัวคิ้วขมวดมุ่น อารมณ์เสียยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าต่อยออกไปหลายหมัดแต่ก็ไม่โดนหน้าอีกฝ่ายเลยสักนิด เขาเร่งความเร็วยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อที่จะต่อยให้โดนใบหน้าหล่อตรงข้าม นี่ถ้าใครมาเห็นว่าเขากำลังสู้อยู่กับเกย์แล้วต่อยไม่โดนเลยสักหมัด รู้ไปถึงไหนอายถึงนั่น
ทางฝั่งเฉินเองสีหน้าก็เริ่มเครียดแล้วเช่นกัน ตอนแรกเขาคิดว่าปฐพีเป็นเพียงนักเลงธรรมดา ๆ ก็เท่านั้น ฝีมือคงจะไม่เท่าไร แต่นี่เขาต่อยออกไปหลายหมัดก็ยังไม่โดนอีกฝ่ายเลยสักหมัด แค่นี้ก็เห็นได้เลยว่าหัวหน้าแก๊งนักเลงวิศวะตรงหน้านี่เก่งกาจขนาดไหน ถึงกับมีฝีมือสูสีกับตัวเองโดยที่ไม่ได้ร่ำเรียนวิชาต่อสู้อะไรมาเลย
แม้คิงและเชฟจะเป็นคนคอยดูแลเฉินมาตลอด คอยปกป้องเขาอยู่เสมอ แต่ความจริงนั้นเฉินเองก็ไม่ใช่ไก่อ่อนอย่างที่ทั้งสองคนคิดแต่อย่างใด แม้จะเคยต่อสู้ร่วมกับทั้งสองคนมาบ้างแต่เฉินก็ไม่ได้จริงจังอะไร ไม่เท่ากับตอนนี้ที่เขาจริงจังกับมัน แต่ก็ยังไม่สามารถชกหน้าปฐพีได้
ถึงเพื่อนทั้งสองคนจะคิดว่าตัวเฉินนั้นอ่อนแอ แต่มันจะเป็นอย่างงั้นไปได้ยังไง ในเมื่อเฉินนั้นเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของอดีตแก๊งมาเฟีย ตั้งแต่เด็ก ๆ เฉินก็โดนป๊าบังคับให้เรียนศิลปะป้องกันตัวไว้ใช้ในการต่อสู้แล้ว
เฉินไม่ชอบที่จะเรียนมันเท่าไรแต่เพราะโดนป๊าบังคับ เขาจึงเรียนอย่างงู ๆ ปลา ๆ มา แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นถ้าให้เทียบกับนักเลงข้างทาง ฝีมือของเฉินก็ทิ้งห่างพวกนั้นอย่างไม่เห็นฝุ่นแน่นอน
ยิ่งต่อสู้ไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าฝีมือของพวกเขาสองคนนั้นสูสีชนิดกินกันไม่ลง แต่ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานกว่านี้ยังไงเฉินก็ต้องพลาดท่าแพ้แน่ เพราะขนาดร่างกายและเรี่ยวแรงที่ต่างกันยิ่งต่อสู้นานเฉินก็จะยิ่งเสียเปรียบ เขาจะต้องรีบหาทางเอาชนะปฐพีให้เร็วก่อนที่ตัวเองจะพลาดท่า
"มึงคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ ถ้าเกิดเจ้าของในอนาคตโดนเด็กที่ออกไปจากสถานเลี้ยงเด็กทำร้าย" เฉินเอ่ยออกไปอย่างรัวเร็ว
"ห้ะ" ปฐพีได้ยินก็ยังไม่เข้าใจสิ่งที่เฉินพูดดีนัก แต่ก็เพราะความงงที่เกิดขึ้นในตอนนี้เองที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างเฉินได้โอกาส
"อั๊ก...อ๊ะ" ไม่ทันขาดคำ เฉินที่รอโอกาสนี้มานานก็ไม่ปล่อยให้หลุดลอย เสยหมัดเข้าที่ปลายคางร่างสูงตรงหน้าอย่างจัง ก่อนที่จะรัวหมัดหลายหมัดเข้าใส่ท้องอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง
ปัง!
เฉินผลักร่างปฐพีที่โดนตัวเองเล่นงานจนจุกให้ชนกับล็อกเกอร์ที่อยู่ด้านหลังจนเกิดเสียงดัง ก่อนที่เฉินจะใช้ปลายเท้าถีบไปที่ช่องว่างตรงหว่างขาปฐพียันกับล็อกเกอร์ด้านหลัง สองแขนปิดกั้นทางหนีซ้ายขวาของร่างสูงเอาไว้อย่างดิบดี
"มึง...หมายความว่า...ยังไงวะ" ปฐพีมือกุมท้อง ไม่สนใจคราบเลือดที่มุมปากตัวเอง เอ่ยปากถามเฉินด้วยความสงสัยในเรื่องที่อีกฝ่ายพูด
"มึงคงไม่ได้รู้อะไรเลยสินะ กูจะบอกให้เอาบุญก็ได้ สถานเลี้ยงเด็กแห่งนี้คือกิจการของครอบครัวกู ม้าทิ้งเอาไว้ให้กูเป็นมรดกแล้วเมื่อไรที่กูอายุถึง ที่นี่ก็จะเป็นของกู มึงเข้าใจหรือยังไอ้พี" เฉินยิ้มมุมปาก ไม่รังเกียจที่จะอธิบายให้คนตรงหน้าได้รับรู้เกี่ยวกับความจริงว่าเจ้าของที่แห่งนี้คือใคร
"ไม่จริง...มึงโกหกกู" หัวคิ้วปฐพีขมวดเอ่ยเสียงดังอย่างไม่เชื่อ
"มึงนี่มันโง่จริง ทำไมคนอย่างกู ฟางเฉิน นายน้อยตระกูลฟางแห่งบริษัทก่อสร้างฟางชิงจะต้องมาโกหกคนอย่างมึงด้วยวะ" เฉินใช้มือบีบคางปฐพีให้หันหน้ามามองหน้าตัวเองแล้วเอ่ยกับอีกฝ่าย
"แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับกูวะ" ปฐพีสะบัดมือเฉินที่จับคางตัวเองออกไปแล้วหันหน้าไปมองด้านข้างแทน เขาไม่อยากให้คนตรงหน้าเห็นว่าหน้าตัวเองกำลังแดงอยู่ในตอนนี้ จะไม่ให้แดงได้ยังไง ในเมื่อขาอีกฝ่ายนั้นเสียดสีบริเวณเป้ากางเกงจนพีน้อยเริ่มที่จะตื่นแล้ว
"มึงคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ถ้าเกิดเจ้าของในอนาคตสถานเลี้ยงเด็กโดนเด็กที่ออกไปจากที่นี่ทำร้ายเข้า สถานเลี้ยงเด็กนี้ก็คงต้องปิดลง คุณครูก็ต้องตกงาน เด็กที่อยู่ที่นี่ก็จะกลายเป็นคนไม่มีบ้าน" เฉินใช้มือบีบคางปฐพีให้หันมาจ้องหน้าตัวเองอีกครั้งขณะที่เขาเอ่ยออกมา
"มึง...อื้มมมม" ปฐพีได้ยินที่เฉินเอ่ยก็โกรธ ขณะที่กำลังอ้าปากจะด่าอีกฝ่าย ริมฝีปากเขาก็โดนปากคนด้านหน้าประกบปิดจูบอย่างดูดดื่มแทน ปฐพีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นขณะนี้
"หึ! ถ้าคิดจะออกไปจากที่นี่นอกจากจะมีหัวของอั๊วไปด้วย ใครก็ตามที่ก้าวขาออกจากบ้านนี้จะต้องโดนบอดี้การ์ดด้านนอกยิงจนพรุน เพราะงั้นยกเลิกความหวังที่จะออกไปได้เลย แล้วทำใจยอมตายดี ๆ เถอะ" เมี่ยวจินเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา เขาได้ยินที่ทั้งสองคนคุยกันอย่างชัดเจน เมี่ยวจินถือปืนย่องเข้าจุดที่ทั้งคู่ซ่อนตัวใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เขาแน่ใจว่าถ้ามีใครโผล่หัวขึ้นมา ตัวเองจะยิงโดนแน่นอนปัก!ปัง!ปัง!ตุ๊บ!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ปรึกษาแผนกันสองคน พอปฐพีโยนประแจที่พกมาเป็นตัวล่อโยนออกไป เฉินก็รีบลุกออกจากที่ซ่อน เล็งปืนยิงใส่เมี่ยวจินที่จ่อปืนมาทางเขาด้วยเช่นกัน พร้อมกับเสียงปืนดังสนั่นขึ้นสองนัด ร่างเมี่ยวจินก็ค่อย ๆ หงายหลังพร้อมกับหน้าอกที่เริ่มแดงฉานเฉินจับติ่งหูตัวเองที่โดนกระสุนเฉี่ยวอย่างใจลอย เมื่อกี้ตอนที่ลุกขึ้นยืน พอเห็นว่าเมี่ยวจินเล็งปืนมาทางตัวเองแล้วเขาก็ใจสั่นเพราะรู้ตัวว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว แต่เฉินก็ตัดสินใจเหนี่ยวไกยิงปืนออกไปอย่างไม่ลังเลถ้าการแลกชีวิตของตัวเองกับเมี่ยวจินจะทำให้ปฐพีและป๊ารอด เขาก็ยอมเฉินที่คิดว่าตัวเองจะ
"เฉินมึงจะเข้าไปจริง ๆ เหรอ" ปฐพีจับแขนเฉินแน่น มองด้วยสีหน้าเป็นห่วง ตรงหน้าพวกเขาคือบ้านของเฉินที่เขาเคยมา แต่บรรยากาศนั้นแตกต่างไปจากตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง มีบอดี้การ์ดชุดดำเฝ้าล้อมรอบอยู่ทั่วรอบบ้าน ชนิดที่ว่าไม่ว่าจะคนหรือหนูก็ไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปหรือออกมาได้"มึงอย่าห้ามกูพี คนที่อยู่ในนั้นคือป๊ากู กูจะไม่เข้าไปไม่ได้ มึงอะรีบหนีไปซะ เรื่องนี้เป็นเรื่องในตระกูลกู มึงตามกูมาก็มีแต่จะเสียไปด้วยเปล่า ๆ " เฉินวางมือแนบมือปฐพี เอ่ยขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่หลากหลายจริง ๆ ปฐพีไม่ควรต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนที่เขารับสายปฐพีดันอยู่ด้วยกันซะได้ ทำให้อีกฝ่ายรู้เรื่องราวทั้งหมดและตามมาด้วยกัน แต่เฉินนั้นไม่อยากจะให้ปฐพีเข้าไปในบ้านด้วยเลย เพราะเขารู้ว่าข้างในนั้นคือสถานที่ที่อันตรายที่สุดในตอนนี้ ถ้าเข้าไปพวกเขาอาจไม่ได้ออกมาอีก เฉินไม่อยากให้ปฐพีเข้ามาเกี่ยวข้องกับกรรมเก่าของตระกูลตัวเอง"กูเคยพูดเอาไว้แล้วไงว่า 'ต่อไปนี้มึงจะมีกูอยู่ข้าง ๆ เสมอ' เพราะงั้นมึงอย่าผลักไสกูออกไปจากชีวิตมึงได้ไหม" ปฐพีกุมมือเฉินแน่นด้วยอารมณ์ที่ท่วมท้น เขาเข้าใจดีถึงความเป็นห่วงของ
"อื้มม ไอ้บ้านี่ดูดแรงไปแล้ว อ๊าส์" เฉินมือจับศีรษะปฐพี กำผมอีกฝ่ายแน่นครางเสียงกระเส่า ตั้งแต่โดนปฐพีลากเข้ามาภายในห้อง อีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไร แต่เล่นจูบเฉินอย่างหนักหน่วงจนเขาสมองขาวโพลนไปหมด รู้ตัวอีกทีก็ถูกถอดกกางเกงและชั้นในทิ้งไปตอนไหนก็ไม่รู้ในตอนนี้ปฐพีกำลังใช้ปากให้กับท่อนเอ็นที่แข็งจากการปลุกเร้าของเฉินไม่หยุด นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ปฐพีใช้ปากให้กับเฉิน แทบทุกครั้งคนที่ใช้ปากกับสิ่งนั้นจะมีแต่เฉินเท่านั้น ปฐพีไม่เคยทำ วันนี้กลับแปลกไป อีกฝ่ายมุ่งลงไปจัดการน้องชายเฉินทันทีที่เข้าห้อง ทำให้หัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะแม้จะดูดได้ไม่เท่าตัวเองแต่ก็เสียวไปอีกแบบ ปฐพีเล่นดูดมันอย่างแรงเหมือนหิวกระหายมานาน ขณะเดียวกันรูช่องทางรักด้านหลังก็โดนนิ้วอีกฝ่ายสอดใส่เข้ามาขยับขยาย แทงเข้าแทงออกอย่างสม่ำเสมอไม่หยุด จำนวนนิ้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความเสียวจากทั้งข้างหน้าและข้างหลังทำให้เฉินเสียวจนตัวบิดไปมา แทบที่จะไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองแล้ว ขาสั่นพับ ๆ ไม่หยุดปฐพีที่เห็นว่าเฉินยืนไม่ไหวก็จับขาไปพาดไหล่ แต่ก็ยังไม่หยุดทำซึ่งมันไม่ช่วยอะไรเลยเพราะเฉินเสียวยิ่งกว่าเก่าอี
"มึงหยุดเดินไปมาได้แล้วไอ้ปฐพี หยุดลุกลี้ลุกลนด้วย ป๊าไม่ทำอะไรเฉินหรอก" เชฟเอ่ยอย่างหัวเสีย ตั้งแต่เฉินพาพวกเขามารออยู่ในห้องนี้ ปฐพีก็เดินไปรอบห้องไม่หยุด เสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายนั้นหนักมาก ส่งเสียงดังสะท้อนไปมาทำให้เขาปวดหัว"พวกมึงเป็นเพื่อนเฉิน เวลานี้ยังมาทำตัวใจเย็นอยู่ได้ พวกมึงไม่ห่วงเพื่อนบ้าเลยหรือไง" ปฐพีได้ยินที่เชฟเอ่ยก็ขมวดคิ้ว หันไปจ้องมองเชฟและคิงที่นั่งเอนโซฟาอย่างใจเย็นด้วยสายตาเย็นชา ดูไม่มีทีท่าที่จะร้อนใจที่เฉินต้องไปคุยกับพ่อตัวเองส่วนตัวเลย"ไอ้นี่ อย่ามาทำเป็นรู้จักพวกกูดีนัก พวกกูกับเฉินเป็นเพื่อนกันมานาน รู้จักมันดีกว่ามึงมาก ป๊าไม่ทำอะไรไอ้เฉินหรอก รักห่วงยิ่งกว่าสิ่งใด แค่ไอ้เฉินมีแผลก็จะเป็นจะตาย มึงคิดว่าแบบนี้จะทำร้ายลูกตัวเองหรือไง" เชฟเอ่ยขึ้น ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับปฐพีเขาไม่ชอบนักที่คนนอกอย่างปฐพีมาตัดสินพวกเขาสองคนจากภายนอก เพราะที่พวกเขาสองคนใจเย็นแบบนี้ก็เพราะรู้ว่าเรื่องนี้มันจบแล้วไง แค่มีเฉินอยู่ด้วย ป๊าก็ไม่กล้าทำอะไรพวกเขาแล้ว"เรื่องเฉินพวกกูกล้ายืนยันกับมึงเลยว่าป๊ารักเฉินมากที่สุด ไม่ทำอันตรายเฉินหรอก เรื่องที
"นี่ป๊าจะทำอะไร ป๊าจับตัวเพื่อนผมและปฐพีมาทำไมกัน" ทันทีที่เข้ามาภายในห้องทำงานป๊า เฉินก็ยิงคำถามออกไปเสียงดังด้วยความโกรธใส่ป๊าที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน"อย่าเสียงดังสิอาเฉิน มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกัน พูดเสียงดังขนาดนี้เดี๋ยวหูป๊าก็หนวกหรอก" ฟางเจินใช้มือปิดหูเอ่ยเสียงแผ่ว ลอบมองสีหน้าเฉิน"ป๊าไม่ต้องมาเล่นละครกับผม ถ้าป๊าไม่ตอบคำถามผม ผมจะโกรธป๊ามาก และจะออกไปอยู่ข้างนอกไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก" คราวนี้เฉินไม่ยอมเล่นตามป๊าอีกแล้ว เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเต็มไปด้วยความโกรธ ถ้าป๊ายังไม่มีคำอธิบายดี ๆ ให้ เฉินก็พร้อมที่จะออกไปจากที่นี่ ไม่กลับมาเหยียบอีก"อาเฉิน ลื้อทำเกินไปนะ นี่...นี่ลื้อเห็นคนนอกสำคัญกว่าป๊าเหรอ" ฟางเจินได้ยินที่เฉินพูดก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไป เขาลุกขึ้นยืนเอ่ยเสียงดังด้วยความตระหนกตกใจ ไม่คิดว่าอาเฉินจะพูดแบบนี้ออกมา"งั้นป๊าก็อธิบายมา เปิดอกพูดกันตรง ๆ พวกเราพ่อลูกจะต้องไม่มีเรื่องปิดบังกันอีกต่อไป" เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาตัดสินใจแล้วว่าจะบอกป๊าเกี่ยวกับความชอบของตน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ไม่สนแล้ว"ได้! ในเมื
"พวกมึงได้ยินข่าวลือช่วงนี้ไหมวะ กูว่ามันแปลก ๆ เหมือนมีคนจงใจปล่อยมาให้พวกเราได้ยินยังไงก็ไม่รู้" เชฟเอ่ยขึ้นทั้งที่คิ้วขมวด ลอบมองเฉินเพราะข่าวลือที่ได้ยินมาในช่วงนี้นั้นมันเหมือนมีคนจงใจปล่อยมาให้พวกเขาได้ยิน เขานั้นมีเซนส์เรื่องข่าวต่าง ๆ เพียงแค่ได้ยินก็รู้สึกแปลกใจมาก ไม่คิดว่าข่าวนี้มันจะดังมาถึงหูตัวเองได้"อื้มม ที่ไอ้พี่นาสเป็นคนบงการให้ไอ้ปฐพีมาทำร้ายพวกเราน่ะนะ กูรู้ตั้งนานแล้วว่าพี่นาสมันเกลียดกูจนสั่งให้ไอ้ปฐพีมันมาก่อกวน แต่นี่มันก็นานแล้วนะหลังจากไอ้พวกปฐพีโดนจับ ทำไมมันถึงพึ่งมาดังเอาตอนนี้วะ แล้วใครมันปล่อยข่าวนี้กัน"คิงเอ่ยขึ้น ลอบมองไปทางเฉินด้วยท่าทางครุ่นคิด เรื่องเกี่ยวกับพี่นาสนั้นพี่ภาณุเล่าให้คิงฟังตั้งแต่แรก ๆ แล้ว เขาถึงไม่ได้โกรธเกลียดอะไรปฐพีมันมาก เรียกว่าไม่สนใจเลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นคนอ่อนแอที่กลัวคนแข็งแกร่งเท่านั้น"พวกมึงจะมองกูทำไมวะ สงสัยคงมีคนทนไม่ได้ที่พี่นาสมันลอยตัวเหนือปัญหา ก็เลยปล่อยข่าวลือออกมาเพื่อไม่ให้คนมองไอ้ปฐพีมันผิด ๆ มั้ง ไม่ก็ทนไม่ได้ที่คนมองไอ้ปฐพีในทางไม่ดี จึงออกมาประกาศให้รู้ว่ามันเป็นเพียงลูกกระจ๊อกที
"ทำไมช่วงนี้มึงดูมีความสุขจังวะเฉิน แถมยังไม่ค่อยอยู่กับพวกกูเลยนะ มึงหายไปไหนทุกวันหลังเลิกเรียนวะ" เชฟดึงแขนเฉินที่เตรียมจะลุกออกจากห้องเรียนหลังอาจารย์ปล่อยคลาสเอาไว้ช่วงนี้เฉินนั้นทำตัวแปลก ๆ ทำให้เชฟสงสัย ทุกวันหลังจากที่เรียนเสร็จ เขาและคิงแทบจะไม่พบหน้าเฉินเลยจนกว่าจะถึงเวลาเรียนคา
"อะ อื้มม" เฉินรู้สึกเหนียวไปทั้งตัว ร่างกายเหมือนเผชิญศึกมาอย่างหนักจนปวดเมื่อยไปทั้งร่าง อยากจะขยับตัวก็ทำได้ลำบากอย่างกับมีอะไรรัดร่างตัวเองอยู่"ปฐพี...ปฐพีมึงตื่นหน่อย""ไม่เอา...กูขอนอนต่ออีกหน่อย...กูพึ่งนอนตอนเช้าเอง...ขออีกสองชั่วโมง""อื้มม ไม่ได้...นี่มันบ่าย
"อ่าา" หลังจากปฐพีได้ลิ้มรสจูบอันหอมหวานก็จ้องมองใบหน้าเฉินด้วยสายตาหลงใหล ใครมาเห็นก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไอ้นี่ช่วยไม่ได้แล้ว"แก้มัดกูหน่อยได้ไหม กูอยากจับมึงกดจะแย่แล้วเฉิน" ปฐพีเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกมาด้วยความกระหาย ในตอนนี้แก่นกายเขาเกร็งแข็งเต็มที่ อยากจะเข้าไปในตัวอีกฝ่ายใจจะ
"อะ หื้ม...ที่นี่ที่ไหนกัน" ปฐพีลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากเพราะแสงที่สว่างจ้าภายในห้อง ความรู้สึกเจ็บที่คอยังคงไม่หายไปไหน ภาพสุดท้ายที่เขาจำได้ก่อนที่ภาพจะตัดไปนั้นคือขาของเฉินที่ลอยเข้ามาใกล้ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกแบบนี้เขาเคยสัมผัสมาก่อน ถ้าไม่ใช่โดนเฉินเตะก้านคอจนสลบก







