Masukเมื่อ "คินน์" เดือนสถาปัตย์สุดเพอร์เฟกต์ต้องจ้าง "นอร์ธ" หนุ่มวิศวะจอมโหดมาเป็นแฟนกำมะลอเพื่อสลัดแฟนเก่า โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้หน้ากากคนซึน นอร์ธคือ "เพื่อนคุยออนไลน์ปริศนา" ที่แอบรักเขามาตลอดสามปี! คินน์ นักศึกษาสถาปัตย์ปี 3 ผู้เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ของมหาลัย รอยยิ้มของเขาละลายใจทุกคน แต่เบื้องหลังความสมบูรณ์แบบคือความบอบช้ำจากอดีตแฟนเก่าที่ยังคงตามรังควานไม่เลิกรา วันหนึ่งในจังหวะเข้าตาจน คินน์ตัดสินใจดึง นอร์ธ นักศึกษาวิศวะปี 3 หน้านิ่ง ขาโหด ที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดี เข้ามาจูบโชว์กลางโรงอาหารและประกาศลั่นว่านี่คือ "แฟนใหม่" ของเขา นอร์ธยอมเล่นตามน้ำอย่างน่าประหลาดใจ แต่มีข้อแม้ว่าคินน์ต้องทำสัญญารับบท "คนคลั่งรัก" และเปย์ค่าจ้างให้เขาทุกวัน การเดตกำมะลอเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนทั้งมหาลัย คินน์คิดว่านอร์ธทำไปเพราะหน้าเงิน แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่คือ นอร์ธ เป็นเจ้าของแอคเคาท์ปริศนาที่คินน์มักจะทักไประบายความรู้สึกด้วยทุกคืน นอร์ธรู้ดีว่าคินน์เปราะบางแค่ไหน และใช้โอกาสจาก "สัญญาแฟนปลอมๆ" นี้เพื่อปกป้องคินน์จากแฟนเก่า พร้อมกับค่อยๆ ทลายกำแพงในใจของคินน์ด้วยความใส่ใจที่ขัดกับหน้าตาอันดุดันของเขา
Lihat lebih banyakรอยยิ้มหวานฉาบหน้าซ่อนความช้ำ อดีตย้ำตามหลอกหลอนจนหวั่นไหว คว้าคนแปลกหน้ามาจูบเพื่อหนีภัย เกิดสัญญาหัวใจ...แบบหลอกๆ
กลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษร้อยปอนด์คือเอกลักษณ์ของสตูดิโอคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
'คินน์' นั่งอยู่หน้าโต๊ะดราฟต์ไฟ เข็มทิศและสเกลรูลเลอร์วางระเกะระกะอยู่รอบตัว ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาพับแขนเสื้อลวกๆ กำลังขยี้ตาที่แดงก่ำจากการอดนอนมาสามวันติด แต่ถึงสภาพจะเยินแค่ไหน เมื่อเพื่อนร่วมรุ่นเดินผ่านมาทักทาย ริมฝีปากบางก็ยังคงขยับยิ้มกว้าง ดวงตาหยีลงเป็นรูปสระอิราวกับพระอาทิตย์ยามเช้า
"งานเสร็จแล้วเหรอคินน์" เสียงเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งทักขึ้น
"อื้อ เพิ่งปั่นเสร็จเมื่อกี้เลย รอดตายแล้วเรา" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส กลั้วเสียงหัวเราะเบาๆ
เพื่อนเดินจากไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของคินน์ก็หุบลงแทบจะในวินาทีเดียวกัน เขาทิ้งตัวพิงพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับคนหมดแรง มือเรียวล้วงสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกง หน้าจอแสดงแอปพลิเคชันแชทที่ถูกตั้งค่าเป็น Dark Mode นิ้วโป้งพิมพ์ข้อความส่งหาใครบางคนที่ไม่มีแม้แต่รูปโปรไฟล์ มีเพียงตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเดียวคือ 'N'
Kinn: โคตรเหนื่อยเลย วันนี้ยิ้มจนปวดแก้มไปหมดแล้ว
หน้าจอขึ้นสถานะ Read เกือบจะทันที ก่อนที่ข้อความจะตอบกลับมา
N: ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องยิ้มให้ทุกคน ฝืนทำไม Kinn: นิสัยไปแล้วมั้ง ถ้าไม่ยิ้มเดี๋ยวคนหาว่าหยิ่งอีก N: ช่างหัวคนอื่นบ้าง ไปหาอะไรกินได้แล้ว หน้ามืดขึ้นมาจะลำบาก
คินน์หลุดยิ้มออกมา—แต่คราวนี้เป็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่ไปถึงดวงตา เขาไม่รู้ว่า 'N' คือใคร รู้แค่ว่าอีกฝ่ายคือคนที่เขาบังเอิญเจอในบอร์ดเกมออนไลน์เมื่อสามปีก่อน และกลายมาเป็น 'เซฟโซน' เดียวที่เขากล้าบ่น กล้าด่า และกล้าอ่อนแอใส่โดยไม่ต้องสวมหน้ากากเดือนคณะผู้เพอร์เฟกต์
Kinn: รู้แล้วน่า กำลังจะไปโรงอาหารกลาง เดี๋ยวถ่ายรูปข้าวหมูทอดไปอวด
คินน์เก็บมือถือ คว้ากระเป๋าผ้าแคนวาสขึ้นพาดบ่าแล้วเดินออกจากตึกคณะ โดยไม่รู้เลยว่าการก้าวเท้าไปโรงอาหารกลางวันนี้ จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
...
โรงอาหารกลางในช่วงพักเที่ยงคือสมรภูมิรบดีๆ นี่เอง เสียงจอแจของนักศึกษาหลายร้อยคนดังเซ็งแซ่ กลิ่นผัดกะเพราเตะจมูกจนแสบ คินน์ถือจานข้าวหมูทอดกระเทียมกำลังสอดส่ายสายตาหาโต๊ะว่าง แต่แล้ว ฝีเท้าของเขาก็ต้องชะงักกึก
กล้ามเนื้อทั่วร่างของคินน์เกร็งขืน มือที่ถือจานข้าวสั่นสะท้านจนช้อนส้อมกระทบกันเสียงดังกริ๊กๆ
ตรงหน้าเขาห่างไปไม่ถึงสามเมตร คือผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบ รอยยิ้มมุมปากที่เคยทำให้คินน์หลงรักนักหนา ตอนนี้กลับทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้จนอยากอาเจียน
'เต้' แฟนเก่าที่ทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้ในใจเขา
"บังเอิญจังเลยนะคินน์" เต้ก้าวเข้ามาประชิดตัว น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นจงใจดัดให้ฟังดูอบอุ่น แต่สายตากลับกวาดมองคินน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างคุกคาม "พี่โทรหาตั้งหลายสาย ทำไมไม่รับล่ะ บล็อกเบอร์พี่อีกแล้วเหรอ"
"เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว ถอยไป" คินน์พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น เขาเบี่ยงตัวจะเดินหนี แต่เต้กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเขาไว้อย่างแรง
"อย่าดื้อสิคินน์ พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องวันนั้นพี่อธิบายได้ พี่ขอโอกาส..."
"ปล่อยกู!" คินน์ตวาด เสียงของเขาดังพอที่จะทำให้โต๊ะรอบๆ เริ่มหันมามอง "อย่ามาแตะต้องตัวกู"
"ทำไม หวงตัวนักเหรอ ทีเมื่อก่อนยอมให้พี่แตะทุกตรง..."
ประโยคสกปรกนั้นทำให้คินน์หน้าชา เหงื่อเย็นๆ ผุดซึมตามไรผม ความทรงจำแย่ๆ ตีรวนขึ้นมาจนเขาเริ่มหายใจติดขัด อาการแพนิคกำลังจะกำเริบ เขามองซ้ายมองขวาหาทางหนี แต่เต้กลับบีบข้อมือเขาแน่นขึ้นจนเจ็บร้าว
ในจังหวะที่สติของคินน์กำลังจะขาดผึง หางตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งที่เพิ่งเดินสวนเข้ามาในระยะประชิด
ผู้ชายตัวสูงใหญ่ไหล่กว้าง สวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มเปื้อนคราบน้ำมันจางๆ ทรงผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงบดบังใบหน้าคมคายครึ่งหนึ่ง ดวงตาสีเข้มดุดันราวกับเสือหงุดหงิด และที่สำคัญ... หมอนี่ดูเถื่อนพอที่จะทำให้เต้กลัวได้
สมองของคินน์หยุดประมวลผลตามหลักเหตุผล สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งการเร็วกว่าความคิด
เคร้ง!
คินน์ทิ้งจานข้าวหมูทอดลงพื้นอย่างไม่ไยดี เขาออกแรงสะบัดมือเต้จนหลุด ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปคว้าคอเสื้อช็อปของหนุ่มวิศวะแปลกหน้าคนนั้น ดึงรั้งร่างสูงใหญ่ให้โน้มลงมาหาตนเอง
ดวงตาคมคายของหนุ่มวิศวะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้สบถด่าหรือผลักออก คินน์ก็เขย่งปลายเท้าขึ้น ประกบริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากของคนแปลกหน้าทันที!
รอบกายเงียบสงัดลงชั่วขณะราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลา
กลิ่นนิโคตินจางๆ ผสมกับกลิ่นมินต์และคราบน้ำมันเครื่องลอยแตะจมูกคินน์ มันเป็นสัมผัสที่หยาบกระด้าง ทื่อมะลื่อ แต่กลับแข็งแกร่งพอที่จะทำให้เต้ที่ยืนมองอยู่อ้าปากค้างด้วยความช็อก
คินน์ผละริมฝีปากออก หอบหายใจแฮ่กๆ ใบหน้าแดงก่ำทั้งจากความอายและความโกรธ เขาหันขวับไปจ้องหน้าเต้ ก่อนจะตะโกนใส่หน้าแฟนเก่าด้วยเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้
"เห็นชัดยัง! กูมีแฟนใหม่แล้ว! และเขาก็ดุมากด้วย เลิกยุ่งกับกูสักที!"
เต้หน้าเสีย มองคินน์สลับกับไอ้หนุ่มวิศวะร่างยักษ์ที่หน้าตาดุเอาเรื่อง เต้สบถคำหยาบออกมาคำหนึ่งก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าหนีออกไปจากโรงอาหาร ท่ามกลางเสียงซุบซิบของนักศึกษาที่เริ่มดังกระหึ่มขึ้นมาเหมือนผึ้งแตกรัง
เมื่อภัยคุกคามจากไป ขาทั้งสองข้างของคินน์ก็อ่อนยวบแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น แต่ท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดของคนตรงหน้ากลับคว้าเอวเขาไว้ได้ทัน
คินน์เงยหน้าขึ้นมองคนแปลกหน้าที่เขาเพิ่งปล้นจูบไปหมาดๆ เพิ่งสังเกตเห็นป้ายชื่อที่อกเสื้อช็อปเขียนว่า 'นอร์ธ' "เอ่อ... คือ..." คินน์อึกอัก หน้าซีดเผือด กลัวว่าจะโดนหมัดเสยเข้าที่ปลายคาง "ขะ... ขอโทษครับ พอดีผม..."
นอร์ธไม่พูดอะไรเลยสักคำ ดวงตาคมดุจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของคินน์นิ่งๆ ก่อนที่เขาจะปล่อยมือจากเอวคินน์ แล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีด หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเครื่องคิดเลข
"ค่าจูบเมื่อกี้ สองหมื่น" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก
"ห๊ะ!" คินน์ร้องเสียงหลง "สองหมื่น! บ้าไปแล้ว แค่จูบแป๊บเดียวเองนะ!"
"หน้ามหาชนด้วย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง" นอร์ธตอบหน้านิ่ง "ถ้าไม่มีจ่าย..."
นอร์ธก้าวเข้ามาประชิดจนปลายเท้าชนกัน ก้มหน้าลงมาใกล้จนคินน์สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "มารับผิดชอบคำพูดของมึงซะ... มาเป็น 'แฟน' กู จนกว่ากูจะพอใจ"
คินน์เบิกตากว้าง อ้าปากค้างกับข้อเสนอสุดบ้าบอ เขาเพิ่งหนีเสือมาปะจระเข้ชัดๆ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายมีข้อเสนอที่วิน-วิน (แบบแปลกๆ) แถมเขาก็ยังต้องการไม้กันหมาเพื่อจัดการกับเต้ คินน์จึงกลืนน้ำลายลงคอและพยักหน้า
"ตกลง... แฟนหลอกๆ ใช่ไหม ได้"
นอร์ธกระตุกยิ้มมุมปากเพียงเสี้ยววินาทีจนแทบสังเกตไม่เห็น เขาหันหลังเดินกลับไปทางตึกวิศวะ ทิ้งให้คินน์ยืนงงอยู่ท่ามกลางสายตาคนทั้งโรงอาหาร
...
เมื่อเดินพ้นระยะสายตาของผู้คนมาจนถึงหลังตึกเรียน นอร์ธล้วงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมออกมาจากกระเป๋ากางเกง หน้าจอไม่ได้เปิดค้างที่แอปพลิเคชันเครื่องคิดเลขอย่างที่เขาหลอกคินน์ แต่มันกำลังแสดงหน้าต่างแชทในโหมด Dark Mode
นิ้วหนาสไลด์หน้าจอลงมาดูข้อความล่าสุดที่เพิ่งเด้งเตือนเมื่อสักครู่นี้
Kinn: บ้าไปแล้วแก! วันนี้กูสติหลุดคว้าใครก็ไม่รู้มาจูบต่อหน้าแฟนเก่า!! โคตรอายเลย ทำไงดีวะ N!!
นอร์ธมองข้อความนั้นนิ่งๆ ยกปลายนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่เพิ่งถูกช่วงชิงไปหมาดๆ รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายปรากฏขึ้นบนใบหน้าดุดัน ก่อนที่เขาจะพิมพ์ตอบกลับไปด้วยมือเดียว
N: ก็ลองรับผิดชอบเขาดูสิ... ไม่แน่ เขาอาจจะรอให้มึงจูบมานานแล้วก็ได้
หมาจนตรอกบุกถิ่นหวังหมิ่นเกียร์ พาพรรคพวกมาเหี้ยมหวังเหยียบย่ำ เลือดวิศวะเดือดพล่านต้านระยำ ขอเอาตัวเข้าค้ำ...ปกป้องหัวใจเสียงไม้เบสบอลเหล็กฟาดเข้ากับถังขยะใบใหญ่ดังก้องกังวานไปทั่วลานเกียร์ที่เคยเงียบสงบในยามวิกาล สะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนเสียงกลองรบที่ตีรัวประกาศศึกคินน์ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของนอร์ธ มือเรียวที่เพิ่งสอดประสานกันเมื่อครู่กำชายเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มของคนตรงหน้าไว้แน่นจนข้อศอกขาวซีด ลมหายใจที่เพิ่งกลับมาเป็นปกติเริ่มหอบถี่อีกครั้งเมื่อเห็น 'เต้' แฟนเก่าที่เขาเคยคิดว่าแสนดี บัดนี้ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความเคียดแค้น พร้อมกับกลุ่มอันธพาลรับจ้างนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ"มึงเก่งนักใช่ไหมไอ้นอร์ธ! เก่งนักใช่ไหมที่แฉกูกลางไลฟ์สด!" เต้แผดเสียงลั่น ชี้ปลายไม้เบสบอลมาทางช็อปวิศวะ "มึงทำชีวิตกูพัง! วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออกล้างตีนกูให้ได้ มึงออกมา!"ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมช็อปวิศวะไปชั่วอึดใจคินน์เงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนอร์ธ สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เส้นเลือดที่ลำคอเต้นตุบๆ ตามแรงอารมณ์ที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีเข้มที่เคยมองเขาด้วยความอ
ความจริงที่ถูกซ่อนจะสะท้อนผ่านหน้าจอ คนลวงต้องทนท้อถูกแฉกลับจนดับสูญ จับมือกันฟันฝ่าคำนินทาที่เพิ่มพูน ประกาศรักให้สมบูรณ์กลางโลกโซเชียลแคมเสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์คันโตคำรามก้องฝ่าความมืดยามค่ำคืน คินน์ซ้อนท้ายนอร์ธโดยมีเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่คลุมทับร่างเพื่อกันลม สองแขนเรียวกอดรัดรอบเอวสอบของหนุ่มวิศวะแน่น ใบหน้าซบลงกับแผ่นหลังกว้างที่แผ่ความอบอุ่นมาให้ตลอดทางจากคนที่เคยเอาแต่หนีและซ่อนตัวร้องไห้ ตอนนี้หัวใจของเดือนสถาปัตย์กลับเต้นด้วยจังหวะที่มั่นคงขึ้น... เพราะเขารู้แล้วว่าเขาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับความโหดร้ายนี้เพียงลำพังรถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่นี่คึกคักผิดกับเวลาสองทุ่ม แก๊งเสื้อช็อปนับสิบชีวิตยืนออหน้าคอมพิวเตอร์เกมมิ่งสเปกเทพที่ถูกยกมาตั้งไว้กลางโต๊ะประชุมช่าง โดยมี 'แจ็ค' รับบทเป็นโปรแกรมเมอร์หัวโจกกำลังรัวแป้นคีย์บอร์ดอย่างเมามัน"มาแล้วเหรอวะไอ้พระเอก! กูเซตระบบรอเรียบร้อยแล้ว!" แจ็คหันมาตะโกนเรียกทันทีที่นอร์ธจูงมือคินน์เดินเข้ามาในช็อป "กูเชื่อมต่อจอขึ้นโปรเจกเตอร์ให้ด้วย จะได้เห็นคอมเมนต์ชัดๆ เอาแอคเคาท์ IG ของคิน
เมื่อโลกทั้งใบโหดร้ายและมืดมิด ขอแค่สิทธิ์โอบกอดไว้ไม่ยอมหนี น้ำตาเปื้อนสองแก้มไม่หลีกลี้ กอดดวงนี้ให้รู้ว่า...ยังมีกูลมพัดแรงบนชั้นดาดฟ้าร้างหอบเอาความเย็นเยียบมากระทบผิว แต่คินน์กลับรู้สึกหนาวเหน็บจากข้างในมากกว่า เขานั่งขดตัวอยู่มุมกำแพง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้ม พร้อมกับเอ่ยปากไล่ผู้ชายคนเดียวที่พยายามเดินเข้ามาหา"มึงคิดว่ากูตามหามึงแทบพลิกแผ่นดิน... เพื่อมาฟังคำบอกเลิกปัญญาอ่อนนี่เหรอคินน์"คำตวาดของนอร์ธไม่ได้ทำให้คินน์กลัว แต่มันทำให้เขายิ่งสะอื้นหนักขึ้น ร่างโปร่งหลับตาปี๋ เตรียมใจรับความโกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็นอร์ธที่หันหลังเดินจากไป ทิ้งเขาไว้กับความมืดมิดเหมือนที่คนอื่นๆ เคยทำแต่ทว่า... สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปสวบ...นอร์ธทิ้งตัวลงคุกเข่าบนพื้นซีเมนต์สากๆ ตรงหน้าคินน์อีกครั้ง โดยไม่สนว่ากางเกงยีนส์ตัวเก่งจะเปื้อนฝุ่นหนาแค่ไหน ชายหนุ่มร่างใหญ่ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขาขยับตัวเข้าประชิด สอดท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเข้าใต้รอยพับเข่าและแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทา ก่อนจะออกแรงดึงรั้งร่างของเดือนสถาปัตย์เข้ามากระแทกอกกว้างอย่างจัง!"
คำลวงสาดซัดดั่งพายุคลั่ง แผลเก่าตอกย้ำจนใจพังต้องหนีหาย ปิดกั้นทุกทางหลบซ่อนตัวคล้ายคนตาย พลิกแผ่นดินแทบมลาย...ตามหาหัวใจที่หลุดลอยติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ ในโทรศัพท์ของทุกคนในสตูดิโอสถาปัตย์ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ราวกับมีใครมากดปุ่มระเบิดเวลาคินน์นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ที่โต๊ะดราฟต์ไฟ ดวงตากลมโตจ้องค้างอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ของมิกซ์ ตัวอักษรในแคปชั่นเพจแฉรายวันมหาลัยพร่ามัวไปหมด เสียงซุบซิบนินทาที่เคยดังแว่วๆ ตอนนี้เริ่มขยายวงกว้างและพุ่งเป้ามาที่เขาโดยตรง"เฮ้ย... ในเพจบอกว่าคินน์แอบคบซ้อนตั้งแต่วันปฐมนิเทศเลยว่ะ" "จริงดิ? มิน่าล่ะ พอเลิกกับพี่เต้ปุ๊บก็เปิดตัวคบเด็กช่างปั๊บ ไวไปป่าววะ" "ดูหน้าใสๆ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าจะเป็นคนแบบนี้ สงสารพี่เต้ว่ะ โดนสวมเขามาตั้งสามปี"เสียงกระซิบกระซาบจากโต๊ะรอบๆ แม้จะพยายามกดให้เบา แต่มันกลับดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคินน์ชัดเจนทุกถ้อยคำภาพในอดีตเมื่อสามปีก่อนตีรวนขึ้นมาเป็นฉากๆ... วันที่เต้แอบไปมีคนอื่น แต่กลับจัดฉากโยนความผิดให้คินน์เป็นคนงี่เง่า วันที่เพื่อนหลายคนตีตัวออกห่างเพราะเชื่อคำโกหกของเต้ วันที่เขาต้องฝืนย







![รรร...ก็แค่ตกกระไดพลอยโจน [mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



