Se connecterทันทีที่เฉินเดินมาถึงด้านหน้าก็มีสายตาหลายคู่มองมาทางเขา เฉินรีบมองหาเพื่อนตัวเองก่อนจะเดินไปหาเชฟ
"มึงไปไหนมาเฉิน ถ้ามึงยังไม่มาอีกไม่กี่นาทีป๊ามึงจะให้คนไปตามหาแล้วนะ" พอเฉินเข้ามาใกล้ เชฟก็รีบเอ่ยขึ้น ถ้าเฉินมาช้ากว่านี้คงจะเป็นเรื่องใหญ่เพราะป๊าอีกฝ่ายเริ่มอยู่ไม่สุขแล้วเมื่อไม่เห็นหน้าลูกของตัวเอง
"กูเดินไปดูด้านหลังมาน่ะ ไม่มีอะไร" เฉินตอบไปตามจริงเพียงแต่ไม่ได้บอกว่าเจอปฐพีมา เฉินเห็นสายตาเชฟมองมาที่มือตัวเอง เฉินก็เพิ่งรู้ตัวว่ายังไม่ได้เก็บเกียร์วิศวะที่ฉกมาจากปฐพี เขารีบหยิบเอาเกียร์ใส่เข้าไปในกระเป๋ากางเกงตัวเอง
"นั่นไม่ใช่เกียร์วิศวะเหรอ มึงไปเอามาจากไหนอะ" แม้เฉินจะรู้ตัวเร็วและเก็บสร้อยเกียร์เข้ากระเป๋าแล้ว แต่ก็ไม่พ้นสายตาเชฟที่สังเกตเห็นมันตั้งแต่ที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้
"เก็บได้น่ะ เลิกสนใจกูเถอะ งานเริ่มแล้ว" เฉินรีบเปลี่ยนเรื่องคุยไม่สนใจสายตาเชฟที่มองมาอย่างสงสัย
งานการกุศลเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการโดยที่ด้านหน้างานนั้นมีป๊าของเฉินเป็นจุดเด่นจุดสนใจที่กล้องนักข่าวต่างก็ถ่ายภาพ รอบข้างป๊ายังมีบุคคลสำคัญที่มาร่วมงานด้วย มีทั้งคนดังและคนรู้จักของป๊าอยู่ไม่ห่าง
เพราะมีป๊าและเหล่าคนดังอยู่รวมกัน จึงทำให้ความสนใจของนักข่าวหันเหไปทางนั้นเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เฉินและเพื่อน ๆ ที่มาช่วยงานทำงานของตัวเองอย่างไม่เสียสมาธิ พวกเขาเริ่มนำอาหารที่เตรียมมาแจกให้กับเหล่าเด็กในสถานเลี้ยงเด็กได้กินเป็นมื้อเช้า
เวลาผ่านไปไม่นาน ขณะที่พวกเขากำลังแจกอาหารให้เด็ก ๆ เกือบหมดแล้วนั้น สายตาเฉินก็เหลือบไปเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยพอดิบพอดี ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่พึ่งจะโดนเฉินเตะสลบไปอย่างปฐพี
เฉินรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในส่วนของหน้างานแบบนี้ และก็ประหลาดใจที่เห็นว่าอีกฝ่ายตื่นขึ้นในเวลาไม่นานหลังจากโดนตัวเองเตะก้านคอจนสลบไปเมื่อไม่นาน แม้เฉินจะไม่ได้เก่งอะไรมากแต่เขาก็พอมั่นใจในการเตะของตัวเองอยู่เหมือนกัน ปฐพีที่โดนเตะก้านคออย่างน้อยก็ควรสลบไปสักหนึ่งชั่วโมง นี่พึ่งผ่านไปกี่สิบนาทีเอง
เฉินแอบมองปฐพีโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว เขาเห็นว่าปฐพีเดินเข้าไปหาผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังแจกอาหารให้กับเด็ก ๆ อยู่ ถ้าเขาจำไม่ผิดเหมือนอีกฝ่ายจะเป็นหนึ่งในครูที่คอยให้ความรู้ภายในสถานเลี้ยงเด็กแห่งนี้เหมือนจะชื่อว่าครูจันทร์ ปฐพีเดินเข้าไปแย่งหน้าที่ของครูจันทร์แล้วเดินแจกอาหารให้กับเด็กในสถานเลี้ยงเด็กแทน อีกฝ่ายแจกไปก็พูดคุยไปด้วยรอยยิ้ม ทุกคนต่างก็ทักทายปฐพี
"แม่เหรอ? " นี่คือความคิดแรกของเฉินเมื่อเห็นว่าปฐพีเดินเข้าไปแย่งหน้าที่ของครูจันทร์
สายตาเฉินเลื่อนจากมองปฐพีไปยังครูจันทร์แทน เฉินเห็นอีกฝ่ายเดินห่างออกไป เขาก็รีบวิ่งแอบตามครูจันทร์ไป ก่อนที่จะคว้าแขนของอีกฝ่ายเอาไว้เมื่ออยู่ห่างไกลจากผู้คนพอสมควร
"เดี๋ยวก่อนครับครูจันทร์ ผมมีอะไรจะถามหน่อยครับ" เห็นหน้าอีกฝ่ายดูตกใจ เฉินก็รีบเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ครูจันทร์กลัว
"เธอ...นายน้อยเฉินใช่ไหม" จันทร์ค่อนข้างตกใจเมื่อมีมือมาจับแขนของตัวเองจากทางด้านหลัง ขณะที่กำลังจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ แต่พอมองใบหน้าอีกฝ่ายดี ๆ เธอก็จำได้ว่าเด็กคนนี้เป็นใคร เพราะในงานวันนี้คนที่เด่นที่สุดก็มีเพียงแค่สองคนคือประธานฟาง และนายน้อยฟางเฉินที่ในอนาคตจะกลายมาเป็นเจ้าของสถานเลี้ยงเด็กแห่งนี้
"ใช่ครับ ๆ ผมมีเรื่องจะถามอะไรนิดหน่อยเกี่ยวกับปฐพีน่ะครับ" เฉินไม่อ้อมค้อม บอกจุดประสงค์ของตัวเองออกไปตรง ๆ
"ปฐพีไปทำอะไรให้นายน้อยเฉินไม่พอใจ ครูต้องขอโทษแทนมันจริง ๆ นายน้อยเฉินอย่าถือสาปฐพีมันเลยนะคะ ปฐพีเป็นเด็กดีคนหนึ่ง ไม่ใช่คนเลวร้ายแต่อย่างใด" ได้ยินอีกฝ่ายถามถึงปฐพี จันทร์ก็ร้อนใจคิดว่าเด็กตัวโตนั่นไปทำอะไรให้นายน้อยเฉินไม่พอใจแล้วแน่ ๆ เธอรีบออกตัวขอโทษแทนปฐพีอย่างไม่คิดอะไร เพราะจากละครที่ตัวเองเคยดู คนจนที่ไปขัดใจคนรวยมักจะจบไม่สวย เธอไม่อยากให้เด็กที่โตมาในสายตาของตัวเองต้องหมดอนาคตไปแบบในละคร
"ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ ครูจันทร์ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ปฐพีไม่ได้ทำอะไรผม ผมแค่สงสัยเฉย ๆ ว่าปฐพีมีความเกี่ยวข้องยังไงกับที่นี่ เพราะเพื่อนที่มากับผมไม่มีปฐพีอยู่ในนั้นด้วยก็เท่านั้นเองครับ ครูจันทร์...เป็นแม่ของปฐพีเหรอครับ" เฉินรีบห้ามครูจันทร์ที่ออกตัวขอโทษไม่หยุด ไม่ให้ขอโทษแทนปฐพี และเลือกที่จะพูดโกหกออกมาแม้ความจริงปฐพีจะสร้างความลำบากใจให้กับเขานิดหน่อยก็ตาม
"ได้ยินแบบนั้นครูก็เบาใจ เด็กนั่นแม้ภายนอกจะดูไม่ใช่คนใจดี แต่ลึก ๆนั้นเขามีความดีซ่อนอยู่ภายในหัวใจที่แสนบอบบาง เรื่องนี้ครูขอเอาหัวเป็นประกันเลย เพราะคนที่รู้จักปฐพีต่างก็ชอบเขากันทั้งนั้น" จันทร์ได้ยินที่นายน้อยเฉินเอ่ยออกมาก็เบาใจขึ้นมาก
"แต่ปฐพีไม่ใช่ลูกของครูหรอก ครูยังไม่มีสามีเลยจะมีลูกได้ยังไงจริงไหม ฮ่า ๆ " พอเอ่ยถึงเรื่องนี้จันทร์ก็อมยิ้มแล้วหัวเราะขึ้น
"ปฐพีก็เหมือนเด็กคนอื่น ๆ ที่อยู่ที่นี่ เป็นเด็กที่อยู่ในการอุปการะของสถานเลี้ยงเด็กของเรา ปฐพีเป็นอีกหนึ่งในเด็กหลาย ๆ คนในสถานเลี้ยงเด็กแห่งนี้ที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งอยู่ที่หน้าประตูสถานเลี้ยงเด็ก ทำให้เขาผูกพันกับที่นี่เสมือนบ้านหลังที่สอง" พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ น้ำเสียงจันทร์ก็มีความเศร้าหมองเพราะเด็กส่วนใหญ่ในที่นี่ต่างก็จำหน้าพ่อแม่ตัวเองไม่ได้ เพราะถูกทิ้งตั้งแต่ยังเล็กทั้งนั้น รวมทั้งปฐพีเอง
"นี่ปฐพีก็พึ่งออกจากสถานเลี้ยงเด็กไปอยู่ภายนอกได้ไม่กี่เดือน ถ้าไม่ใช่เพราะกฎที่สถานเลี้ยงเด็กกำหนดเอาไว้ว่าเมื่ออายุเกิน 18 ปีจะต้องออกจากสถานเลี้ยงเด็ก ครูเองก็อยากให้ปฐพีอยู่ที่นี่ต่อเหมือนกัน แต่ด้วยงบที่มีอย่างกำจัดของเรา ทำให้สถานเลี้ยงเด็กต้องใช้เงินอย่างประหยัด เพื่อเด็ก ๆ คนอื่นที่ยังไม่พร้อมที่จะออกไปสู่โลกกว้างภายนอก"
สถานเลี้ยงเด็กนั้นมีเพียงหน้าที่สั่งสอนให้เติบใหญ่ รู้จักโลกภายนอกรู้เท่าทันคนอื่น ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลใครเป็นพิเศษในเรื่องนี้ ทุกคนต่างก็เท่าเทียม ได้แต่หวังว่าจะมีต้นกล้าหลายต้นที่พอสู้ลมแรง เอาชนะความยากลำบากผ่านพ้นมันไปได้
"ที่เห็นปฐพีเข้ามาช่วยงานก็เพราะครูขอให้เขากลับมาช่วยเองแหละ ถ้ามันทำให้นายน้อยเฉินไม่พอใจ รู้สึกไม่ปลอดภัยครูก็จะไปบอกให้ปฐพีออกไปเดี๋ยวนี้แหละ" พอเอ่ยออกไป จันทร์ถึงรู้ตัวว่าเธอทำผิดขั้นตอนที่เอาคนนอกเข้างานมาโดยไม่บอกใคร นี่อาจเป็นสาเหตุที่นายน้อยเฉินไม่พอใจ แต่ขณะที่เธอเตรียมจะกลับเข้าไปหาปฐพีเพื่อพาอีกฝ่ายออกไป ก็ถูกคนตรงหน้ามาหยุดยืนขวางทาง
"ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมเองก็พอรู้จักปฐพีแม้จะไม่ใช่เพื่อนกัน แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูที่ต้องฆ่าแกงกัน ถ้าเขาอยากกลับมาช่วยงานที่นี่ ที่เป็นเสมือนบ้านหลังแรกสำหรับเขา ผมจะห้ามไม่ให้ปฐพีเข้าบ้านตัวเองได้ยังไงกันละครับ จริงไหม"
เฉินแม้จะค่อนข้างตกใจกับความจริงที่ปฐพีเป็นเด็กกำพร้าของสถานเลี้ยงเด็กของครอบครัวตัวเอง แต่ก็ยังมีสติดีที่จะห้ามไม่ให้ครูจันทร์พาปฐพีออกไปจากที่นี่ สถานเลี้ยงเด็กเปรียบเสมือนบ้านของปฐพี เห็นได้จากการที่อีกฝ่ายเล่นกับแมวและเป็นที่รักของเด็ก ๆ ที่นี่ ถ้าไล่อีกฝ่ายออกไปเฉินคงไม่ใช่คนแล้ว
"ผมมีเรื่องจะขอเรื่องหนึ่งครับ ขอให้เรื่องที่พวกเราคุยกันวันนี้เป็นความลับนะครับ ครูจันทร์มีธุระจะไปทำอะไรก็เชิญตามสบายเลยนะครับ" เฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม จับครูจันทร์หมุนตัวให้หันหน้าไปทางที่ครูจันทร์ต้องการไปแต่แรก ส่วนตัวเขาเองก็หันหลังกลับ จ้องมองไปยังหนุ่มร่างสูงผิวแทนที่อยู่กลางวงเด็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มวิ่งรอบตัวด้วยสายตาแวววาว ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหา
"หึ! ถ้าคิดจะออกไปจากที่นี่นอกจากจะมีหัวของอั๊วไปด้วย ใครก็ตามที่ก้าวขาออกจากบ้านนี้จะต้องโดนบอดี้การ์ดด้านนอกยิงจนพรุน เพราะงั้นยกเลิกความหวังที่จะออกไปได้เลย แล้วทำใจยอมตายดี ๆ เถอะ" เมี่ยวจินเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา เขาได้ยินที่ทั้งสองคนคุยกันอย่างชัดเจน เมี่ยวจินถือปืนย่องเข้าจุดที่ทั้งคู่ซ่อนตัวใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เขาแน่ใจว่าถ้ามีใครโผล่หัวขึ้นมา ตัวเองจะยิงโดนแน่นอนปัก!ปัง!ปัง!ตุ๊บ!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ปรึกษาแผนกันสองคน พอปฐพีโยนประแจที่พกมาเป็นตัวล่อโยนออกไป เฉินก็รีบลุกออกจากที่ซ่อน เล็งปืนยิงใส่เมี่ยวจินที่จ่อปืนมาทางเขาด้วยเช่นกัน พร้อมกับเสียงปืนดังสนั่นขึ้นสองนัด ร่างเมี่ยวจินก็ค่อย ๆ หงายหลังพร้อมกับหน้าอกที่เริ่มแดงฉานเฉินจับติ่งหูตัวเองที่โดนกระสุนเฉี่ยวอย่างใจลอย เมื่อกี้ตอนที่ลุกขึ้นยืน พอเห็นว่าเมี่ยวจินเล็งปืนมาทางตัวเองแล้วเขาก็ใจสั่นเพราะรู้ตัวว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว แต่เฉินก็ตัดสินใจเหนี่ยวไกยิงปืนออกไปอย่างไม่ลังเลถ้าการแลกชีวิตของตัวเองกับเมี่ยวจินจะทำให้ปฐพีและป๊ารอด เขาก็ยอมเฉินที่คิดว่าตัวเองจะ
"เฉินมึงจะเข้าไปจริง ๆ เหรอ" ปฐพีจับแขนเฉินแน่น มองด้วยสีหน้าเป็นห่วง ตรงหน้าพวกเขาคือบ้านของเฉินที่เขาเคยมา แต่บรรยากาศนั้นแตกต่างไปจากตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง มีบอดี้การ์ดชุดดำเฝ้าล้อมรอบอยู่ทั่วรอบบ้าน ชนิดที่ว่าไม่ว่าจะคนหรือหนูก็ไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปหรือออกมาได้"มึงอย่าห้ามกูพี คนที่อยู่ในนั้นคือป๊ากู กูจะไม่เข้าไปไม่ได้ มึงอะรีบหนีไปซะ เรื่องนี้เป็นเรื่องในตระกูลกู มึงตามกูมาก็มีแต่จะเสียไปด้วยเปล่า ๆ " เฉินวางมือแนบมือปฐพี เอ่ยขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่หลากหลายจริง ๆ ปฐพีไม่ควรต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนที่เขารับสายปฐพีดันอยู่ด้วยกันซะได้ ทำให้อีกฝ่ายรู้เรื่องราวทั้งหมดและตามมาด้วยกัน แต่เฉินนั้นไม่อยากจะให้ปฐพีเข้าไปในบ้านด้วยเลย เพราะเขารู้ว่าข้างในนั้นคือสถานที่ที่อันตรายที่สุดในตอนนี้ ถ้าเข้าไปพวกเขาอาจไม่ได้ออกมาอีก เฉินไม่อยากให้ปฐพีเข้ามาเกี่ยวข้องกับกรรมเก่าของตระกูลตัวเอง"กูเคยพูดเอาไว้แล้วไงว่า 'ต่อไปนี้มึงจะมีกูอยู่ข้าง ๆ เสมอ' เพราะงั้นมึงอย่าผลักไสกูออกไปจากชีวิตมึงได้ไหม" ปฐพีกุมมือเฉินแน่นด้วยอารมณ์ที่ท่วมท้น เขาเข้าใจดีถึงความเป็นห่วงของ
"อื้มม ไอ้บ้านี่ดูดแรงไปแล้ว อ๊าส์" เฉินมือจับศีรษะปฐพี กำผมอีกฝ่ายแน่นครางเสียงกระเส่า ตั้งแต่โดนปฐพีลากเข้ามาภายในห้อง อีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไร แต่เล่นจูบเฉินอย่างหนักหน่วงจนเขาสมองขาวโพลนไปหมด รู้ตัวอีกทีก็ถูกถอดกกางเกงและชั้นในทิ้งไปตอนไหนก็ไม่รู้ในตอนนี้ปฐพีกำลังใช้ปากให้กับท่อนเอ็นที่แข็งจากการปลุกเร้าของเฉินไม่หยุด นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ปฐพีใช้ปากให้กับเฉิน แทบทุกครั้งคนที่ใช้ปากกับสิ่งนั้นจะมีแต่เฉินเท่านั้น ปฐพีไม่เคยทำ วันนี้กลับแปลกไป อีกฝ่ายมุ่งลงไปจัดการน้องชายเฉินทันทีที่เข้าห้อง ทำให้หัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะแม้จะดูดได้ไม่เท่าตัวเองแต่ก็เสียวไปอีกแบบ ปฐพีเล่นดูดมันอย่างแรงเหมือนหิวกระหายมานาน ขณะเดียวกันรูช่องทางรักด้านหลังก็โดนนิ้วอีกฝ่ายสอดใส่เข้ามาขยับขยาย แทงเข้าแทงออกอย่างสม่ำเสมอไม่หยุด จำนวนนิ้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความเสียวจากทั้งข้างหน้าและข้างหลังทำให้เฉินเสียวจนตัวบิดไปมา แทบที่จะไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองแล้ว ขาสั่นพับ ๆ ไม่หยุดปฐพีที่เห็นว่าเฉินยืนไม่ไหวก็จับขาไปพาดไหล่ แต่ก็ยังไม่หยุดทำซึ่งมันไม่ช่วยอะไรเลยเพราะเฉินเสียวยิ่งกว่าเก่าอี
"มึงหยุดเดินไปมาได้แล้วไอ้ปฐพี หยุดลุกลี้ลุกลนด้วย ป๊าไม่ทำอะไรเฉินหรอก" เชฟเอ่ยอย่างหัวเสีย ตั้งแต่เฉินพาพวกเขามารออยู่ในห้องนี้ ปฐพีก็เดินไปรอบห้องไม่หยุด เสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายนั้นหนักมาก ส่งเสียงดังสะท้อนไปมาทำให้เขาปวดหัว"พวกมึงเป็นเพื่อนเฉิน เวลานี้ยังมาทำตัวใจเย็นอยู่ได้ พวกมึงไม่ห่วงเพื่อนบ้าเลยหรือไง" ปฐพีได้ยินที่เชฟเอ่ยก็ขมวดคิ้ว หันไปจ้องมองเชฟและคิงที่นั่งเอนโซฟาอย่างใจเย็นด้วยสายตาเย็นชา ดูไม่มีทีท่าที่จะร้อนใจที่เฉินต้องไปคุยกับพ่อตัวเองส่วนตัวเลย"ไอ้นี่ อย่ามาทำเป็นรู้จักพวกกูดีนัก พวกกูกับเฉินเป็นเพื่อนกันมานาน รู้จักมันดีกว่ามึงมาก ป๊าไม่ทำอะไรไอ้เฉินหรอก รักห่วงยิ่งกว่าสิ่งใด แค่ไอ้เฉินมีแผลก็จะเป็นจะตาย มึงคิดว่าแบบนี้จะทำร้ายลูกตัวเองหรือไง" เชฟเอ่ยขึ้น ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับปฐพีเขาไม่ชอบนักที่คนนอกอย่างปฐพีมาตัดสินพวกเขาสองคนจากภายนอก เพราะที่พวกเขาสองคนใจเย็นแบบนี้ก็เพราะรู้ว่าเรื่องนี้มันจบแล้วไง แค่มีเฉินอยู่ด้วย ป๊าก็ไม่กล้าทำอะไรพวกเขาแล้ว"เรื่องเฉินพวกกูกล้ายืนยันกับมึงเลยว่าป๊ารักเฉินมากที่สุด ไม่ทำอันตรายเฉินหรอก เรื่องที
"นี่ป๊าจะทำอะไร ป๊าจับตัวเพื่อนผมและปฐพีมาทำไมกัน" ทันทีที่เข้ามาภายในห้องทำงานป๊า เฉินก็ยิงคำถามออกไปเสียงดังด้วยความโกรธใส่ป๊าที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน"อย่าเสียงดังสิอาเฉิน มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกัน พูดเสียงดังขนาดนี้เดี๋ยวหูป๊าก็หนวกหรอก" ฟางเจินใช้มือปิดหูเอ่ยเสียงแผ่ว ลอบมองสีหน้าเฉิน"ป๊าไม่ต้องมาเล่นละครกับผม ถ้าป๊าไม่ตอบคำถามผม ผมจะโกรธป๊ามาก และจะออกไปอยู่ข้างนอกไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก" คราวนี้เฉินไม่ยอมเล่นตามป๊าอีกแล้ว เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเต็มไปด้วยความโกรธ ถ้าป๊ายังไม่มีคำอธิบายดี ๆ ให้ เฉินก็พร้อมที่จะออกไปจากที่นี่ ไม่กลับมาเหยียบอีก"อาเฉิน ลื้อทำเกินไปนะ นี่...นี่ลื้อเห็นคนนอกสำคัญกว่าป๊าเหรอ" ฟางเจินได้ยินที่เฉินพูดก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไป เขาลุกขึ้นยืนเอ่ยเสียงดังด้วยความตระหนกตกใจ ไม่คิดว่าอาเฉินจะพูดแบบนี้ออกมา"งั้นป๊าก็อธิบายมา เปิดอกพูดกันตรง ๆ พวกเราพ่อลูกจะต้องไม่มีเรื่องปิดบังกันอีกต่อไป" เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาตัดสินใจแล้วว่าจะบอกป๊าเกี่ยวกับความชอบของตน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ไม่สนแล้ว"ได้! ในเมื
"พวกมึงได้ยินข่าวลือช่วงนี้ไหมวะ กูว่ามันแปลก ๆ เหมือนมีคนจงใจปล่อยมาให้พวกเราได้ยินยังไงก็ไม่รู้" เชฟเอ่ยขึ้นทั้งที่คิ้วขมวด ลอบมองเฉินเพราะข่าวลือที่ได้ยินมาในช่วงนี้นั้นมันเหมือนมีคนจงใจปล่อยมาให้พวกเขาได้ยิน เขานั้นมีเซนส์เรื่องข่าวต่าง ๆ เพียงแค่ได้ยินก็รู้สึกแปลกใจมาก ไม่คิดว่าข่าวนี้มันจะดังมาถึงหูตัวเองได้"อื้มม ที่ไอ้พี่นาสเป็นคนบงการให้ไอ้ปฐพีมาทำร้ายพวกเราน่ะนะ กูรู้ตั้งนานแล้วว่าพี่นาสมันเกลียดกูจนสั่งให้ไอ้ปฐพีมันมาก่อกวน แต่นี่มันก็นานแล้วนะหลังจากไอ้พวกปฐพีโดนจับ ทำไมมันถึงพึ่งมาดังเอาตอนนี้วะ แล้วใครมันปล่อยข่าวนี้กัน"คิงเอ่ยขึ้น ลอบมองไปทางเฉินด้วยท่าทางครุ่นคิด เรื่องเกี่ยวกับพี่นาสนั้นพี่ภาณุเล่าให้คิงฟังตั้งแต่แรก ๆ แล้ว เขาถึงไม่ได้โกรธเกลียดอะไรปฐพีมันมาก เรียกว่าไม่สนใจเลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นคนอ่อนแอที่กลัวคนแข็งแกร่งเท่านั้น"พวกมึงจะมองกูทำไมวะ สงสัยคงมีคนทนไม่ได้ที่พี่นาสมันลอยตัวเหนือปัญหา ก็เลยปล่อยข่าวลือออกมาเพื่อไม่ให้คนมองไอ้ปฐพีมันผิด ๆ มั้ง ไม่ก็ทนไม่ได้ที่คนมองไอ้ปฐพีในทางไม่ดี จึงออกมาประกาศให้รู้ว่ามันเป็นเพียงลูกกระจ๊อกที
"ไอ้ปฐพีหน้าหมา มึงมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย แม่งฟันกูแล้วยังมาทิ้งกูอีก" เฉินตะโกนดังลั่นห้องเอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย เขานั่งอยู่บนเตียงนอน โยนหมอนขว้างลงไปที่พื้นด้วยความหงุดหงิดเมื่อคิดว่าวันนั้นตัวเองโดนปฐพีชิ่งหนีไปโดยไม่พูดอะไรกับตนเลยหลังเสร็จ แค่คิดมันก็น่าโมโห ชวนให้อารมณ์เสียจนอยากชกหน้ามันใจจะขาด
"อ่า" ปฐพีรู้สึกเหมือนจะวูบ จึงรีบใช้มือยันกับโต๊ะเอาไว้"พี่พีเป็นอะไรไหมครับ" เด็กน้อยที่เห็นว่าพี่ปฐพีมีสีหน้าดูไม่ดี จึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง"พี่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดนิดหน่อยน่ะ ไม่ต้องห่วงพี่หรอก" ปฐพีเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เมื่อกี้เขาเกือบจะวูบไปแล้ว ถ้ายันโต๊ะเอาไว้ไม่ทัน มีหวังได้มีคนล้มในงา
"เมื่อกี้นายพูดว่ายังไงนะ" เฉินเงยหน้า จ้องเข้าไปในดวงตาหนุ่มตรงหน้า ถามเน้นย้ำคำพูดเมื่อกี้นี้อีกครั้ง"กูเรียกมึงว่าไอ้เกย์โรคจิตไง ไอ้เกย์โรคจิต นี่มึงแอบตามกูมาเหรอวะ" ปฐพีเอ่ยเน้นย้ำทุกคำที่พูดออกไปให้หนุ่มนิติตรงหน้าได้ยินอย่างชัดเจน"กูให้โอกาสมึง ลองพูดอีกครั้งสิ" เฉินคิ้วกระตุก อารมณ์เริ่ม
"เดี๋ยวลูกพาเพื่อน ๆ ไปเดินชมด้านในก่อนนะ ระวังพวกนักข่าวด้วยล่ะ พวกนี้เหมือนแมลงสาบอยู่ไปทุกที ป๊าไปคุยกับผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อน" เจินเอ่ยจบก็พาผู้ติดตามแยกกับเฉินไปทางผู้อำนวยการที่รออยู่อีกด้าน"พวกเราก็เข้าไปกันเถอะ" เฉินหันไปกล่าวกับเพื่อนที่อยู่ด้านหลังก่อนจะเดินนำเข้าไปใน 'สถานเ




![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


