LOGINคำก็เกย์ สองคำก็ไอ้เกย์ ทุกคำพูดที่มันเอ่ยออกมามีแต่เกย์ ไอ้เกย์คนนี้นี่แหละที่จะจูบปากมึงจนเลิกพูดเอง
View More"เฮอะ! วันนี้พี่ภาณุปล่อยมึงออกมาเร็วเหรอ?เลยทำให้เพื่อนกูมาถึงมหาลัยเร็วแบบนี้" เฉินเอ่ยขึ้นแซวคิงที่เดินลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์แยกจากพี่ภาณุ ก่อนจะเดินมาทางเขาและเชฟ
"เฮ้ยเฉิน! เลิกแซวไอ้คิงได้แล้ว มึงจะงอนมันไปอีกนานแค่ไหน?งอนแบบเด็ก ๆ แบบนี้มันน่ารำคาญนะ" เชฟพูดพร้อมกับหยิกเฉินเบา ๆ จนอีกฝ่ายร้องออกมา ก่อนจะส่ายหัวกับความงอนที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเจ้าตัว
"นี่มึงเข้าข้างมันเหรอไอ้เชฟ มันทิ้งพวกเราไปหาพี่ภาณุนะ" เฉินจับบริเวณที่เชฟหยิกเอาไว้ขณะเดียวกันก็เอ่ยเสียงดัง
"กูไม่ได้เข้าข้างใคร มึงนั่นแหละงอนเป็นเด็กกับเรื่องไร้สาระนานไปแล้ว กูรำคาญ!" เชฟตอบโต้เสียงดัง รู้สึกถึงความหงุดหงิดที่สะสมมานาน
ซึ่งเรื่องที่เฉินงอนก็คือเรื่องที่คิงมันย้ายไปอยู่ที่บ้านพี่ภาณุ เรื่องแค่นี้มันกลับงอนนาน ไม่ยอมพูดจาดี ๆ กับคิงมาหลายอาทิตย์แล้ว ตอนแรกเชฟยังพอทนแต่นาน ๆ ไปก็เริ่มรำคาญเฉิน จนวันนี้ทนไม่ไหวเมื่อเห็นว่าเฉินพูดเสียงดังใส่ตัวเอง
เฉินกับเชฟยืนเงียบ แต่สายตาที่พวกเขาส่งให้กันนั้นเหมือนมีเปลวไฟซ่อนอยู่ และพร้อมจะระเบิดออกมาเมื่อใดก็ได้
"น่า ๆ พวกมึงอย่าทะเลาะกันสิ คุยกันดี ๆ ไม่ได้หรือไงกัน" คิงเอ่ยห้ามเพื่อนทั้งสองไม่ให้ทะเลาะกัน ด้วยความเป็นเพื่อนทำให้เขารู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้เริ่มไม่ปกติ ดูเหมือนทั้งคู่จะทะเลาะกันขึ้นมาจริง ๆ เพราะเรื่องของตน
คิงรู้ดีว่าเขาผิดที่ทิ้งเพื่อน ๆ ไว้และไปอยู่กับพี่ภาณุ แต่เพราะความผูกพันที่มีต่อพี่ภาณุทำให้เขาเลือกเช่นนั้น แม้ในใจจะรู้สึกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวไม่น้อยก็ตาม
พอคิงเอ่ยปรามขึ้น เชฟและเฉินจึงเลิกจ้องหน้ากันก่อนจะเกิดความเงียบขึ้นภายในกลุ่ม เฉินหันหน้าหนีมองไปทางอื่น เชฟเองที่เห็นว่าเฉินหันหน้าหนีก็หันไปอีกทางเหมือนกัน ทั้งคู่ต่างไม่คิดจะพูดคุยอะไรกัน
"เร็วสิ ขอโทษกันเดี๋ยวนี้เลย" คิงเห็นทั้งคู่ไม่มองหน้ากันก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น จับหน้าเฉินและเชฟให้หันมามองหน้ากัน
"กูขอโทษ" เฉินสูดหายใจลึก หันมามองหน้าเชฟที่ยังคงยืนกอดอกอยู่ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
"เออ กูก็ขอโทษเหมือนกัน" เห็นว่าเฉินยอมขอโทษก่อน เชฟก็ยอมใจอ่อนให้เรื่องนี้จบ
"ดี พวกเราเป็นเพื่อนกัน มีอะไรก็พูดกันดี ๆ สิ ถ้าไม่มีกูอยู่ด้วยพวกมึงสองคนคงได้ทะเลาะกันจนมองหน้าไม่ติด" คิงเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจหลังเห็นว่าทั้งคู่ยอมขอโทษกันแล้ว
"ถ้ามึงไม่อยากให้พวกกูสองคนทะเลาะกันจนมองหน้าไม่ติด มึงก็กลับมาอยู่หอสิคิง" เฉินเอ่ยขึ้นแทบจะทันทีหลังคิงเอ่ยจบ
"ไอ้เฉิน! ยังจะไม่เลิกอีกเหรอ? " เชฟหันมาจ้องเฉินด้วยสายตาเอาเรื่อง
"โอ๊ย!"
"โอ๊ย!"
"พวกมึงนี่ พึ่งขอโทษกันเองนะ ยังจะทะเลาะกันเป็นครั้งที่สองต่อหน้ากูอีก" คิงเห็นทั้งคู่เริ่มทะเลาะกันอีกแล้วก็ทนไม่ไหว ยกกำปั้นเขกหัวจนเพื่อนทั้งสองร้องขึ้นพร้อมกัน มือก็จับหัวที่โดนคิงเขกเข้าให้
"เรื่องนั้นเดี๋ยวกูจะเก็บเอาไว้พิจารณา แต่คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ พี่ภาณุเขาผูกพันกับบ้านมาก เพราะเป็นสถานที่ที่มีความทรงจำร่วมกับแม่ เอาไว้ถ้าพี่ภาณุทำใจได้แล้วกูจะลองพูดกับพี่เขาดูละกัน พอใจมึงหรือยังเฉิน" คิงเมื่อคิดหาวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ก็เอ่ยกับเฉิน
"เออ กูพอใจก็ได้ แต่ที่กูอยากให้มึงกลับมาอยู่ที่ห้องด้วยกันก็เพราะเป็นห่วงมึงนะเว้ยคิง" เฉินเอ่ยขึ้นมาด้วยความจริงจัง ระหว่างที่พูดคุยกลุ่มพวกเขาก็เดินไปที่ห้องเรียนเช้านี้ไปด้วย
เขานั้นเป็นห่วงคิงจริง ๆ จึงอยากให้อีกฝ่ายกลับมาอยู่ด้วยกัน จะได้ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหน ช่วงนี้เฉินเห็นพวกกลุ่มวิศวะปีหนึ่งเดินป้วนเปี้ยนรอบตัวพวกเขาเวลาที่มีคิงอยู่ด้วย แถมยังมีข่าวลือว่ามีคนจ้องเล่นงานคิงเพราะอยากให้เลิกคบกับพี่ภาณุคณะวิศวะ
เฉินและเชฟเองก็เคยโดนลูกหลงไปด้วยเหมือนกัน ซึ่งเขาคิดว่าอาจมาจากคนที่จ้องจะเล่นงานคิง ในตอนนั้นที่พวกเขากำลังเดินออกมาจากตึกเรียนก็มีน้ำถูกสาดลงมาจากชั้นสามพอเหมาะพอดี ทำให้พวกเขาทั้งสามคนเปียกปอนกันไปหมด และจากที่ไปสืบมาเห็นว่าพวกที่สาดน้ำใส่พวกเขานั้นจะใส่เสื้อคณะวิศวะกันด้วย
เฉินกลัวว่าถ้าคิงอยู่คนเดียวอาจโดนพวกนั้นเข้ามารุมทำร้ายได้ แม้เฉินจะรู้ว่าคิงไม่มีทางแพ้พวกนั้นง่าย ๆ แต่สองมือไหนเลยจะไปสู้สิบตีน ถ้าโดนหมาหมู่รุมเข้าจริง ๆ ต่อให้เป็นคิงก็ไม่น่าจะไหว เพราะงั้นเขาจึงอยากให้คิงกลับมาอยู่ด้วยกัน เวลาที่พวกเขาสามคนรวมตัวอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเรื่องใดเผชิญหน้าเข้ามาก็ไม่ต่างจากกล้วยลูกหนึ่งที่ปอกได้อย่างง่ายดาย
"เออ พูดถึงเรื่องนี้แล้วมึงก็ระวังตัวด้วยนะ กูสองคนเป็นห่วง" เชฟได้ยินเฉินเอ่ยขึ้นแบบนั้นก็บอกคิงด้วยความเป็นห่วงอีกคน
"ถ้าหมายถึงข่าวลือที่ลือกันอยู่ พวกมึงอย่าห่วงเลย พวกนั้นมันก็ปล่อยข่าวลือไปงั้นแหละ อย่าลืมสิว่าแฟนกูคือใคร พี่ภาณุเป็นถึงเฮดว๊ากปีสามเลยนะเว้ย แถมพี่แมนเพื่อนพี่ภาณุยังเป็นประธานรุ่นคณะวิศวะปีสามอีก เพราะงั้นพวกมึงสองคนไม่ต้องห่วงกูหรอก" คิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
พวกวิศวะที่อยากจะหาเรื่องเขา ดูจากการที่ปล่อยข่าวลือออกมาหนาหูแบบนี้ แต่ยังไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็น ทำเพียงแกล้งเล็ก ๆ น้อยๆ นั้น ก็รู้ได้เลยว่าเป็นพวกไม่กล้าทำอะไร ถ้าไม่ใช่พวกปีสองก็คงเป็นปีหนึ่งที่กำลังหาเรื่องในตอนนี้ ดูท่าพวกนั้นก็คงจะกลัวพี่ภาณุกับพี่แมนจนไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเหมือนกัน ส่วนพวกปีสี่นั้น พวกนั้นไม่ว่างจนมาทำอะไรแบบนี้หรอก
"มึงก็อย่าประมาทเชียว ถ้าเห็นว่าดูท่าไม่ดีก็รีบโทรหาพวกกูสองคน กูจะรีบบอกให้ป๊าส่งคนมาช่วย" เฉินเห็นคิงประมาทก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่บอกอีกฝ่ายไปแบบนี้
"ได้ ๆ กูเข้าใจแล้ว" คิงรีบเอ่ยตอบรับเฉินไป
"เฉิน ป๊ามึงจะทำกิจกรรมการกุศลที่ไหนเหรอปีนี้ พ่อกูฝากถาม จะได้ส่งเชฟมาร่วมทำบุญทำอาหารด้วย" เชฟนึกเรื่องที่ที่บ้านฝากเอาไว้ได้ จึงเอ่ยถามเฉินถึงสถานที่ที่ป๊าอีกฝ่ายจะไปทำกิจกรรมการกุศลปีนี้
ทุกปีป๊าของเฉินจะทำกิจกรรมการกุศลในสถานที่แตกต่างกันไป ส่วนปีนี้อีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงแล้ว เวลาคนใหญ่คนโตจะเคลื่อนไหวทำอะไรก็มักจะเป็นข่าวเสมอ แต่ก็ยังไม่มีข่าวออกมาว่าป๊าของเฉินจะทำกิจกรรมการกุศลที่ไหนสักที
"เรื่องนั้นเหรอ ป๊าพึ่งบอกกูมาเมื่อคืนเลย พวกเราจะไปที่..." เฉินยังพูดไม่ทันจบ ก็มีคนพูดขัดขึ้นมาซะก่อน
"ดูสิ ไอ้เกย์กับเพื่อนเกย์สองคน ทำไมมหาลัยนี้มันมีเกย์เยอะจังวะ ว่าไหมพวกมึง" ปฐพีและเพื่อนเดินขึ้นมาดักหน้าคิง มันเอ่ยขึ้นทักทายทั้งสามคนตรงหน้า
"มันคือปฐพี หัวหน้าแก๊งอันธพาลคณะวิศวะปีหนึ่ง พวกมันนี่แหละที่เข้ามาป้วนเปี้ยนในคณะเราช่วงนี้" เชฟที่พอรู้จักกลุ่มวิศวะตรงหน้าก็เอ่ยขึ้นเสียงเบา อธิบายให้คิงและเฉินรู้
"ทำไมปากหมาอย่างงี้วะ ตอนเด็กพ่อแม่มึงไม่ได้จับหมาออกจากปากให้หรือไง มันถึงมีหมาเน่าอยู่ในปากมึงได้"
เฉินหัวร้อนทันทีหลังจากโดนขัดคำที่จะพูดออกมา ยิ่งพอได้ยินประโยคที่เด็กวิศวะตรงหน้าเอ่ย ไหนจะที่เชฟอธิบายให้ฟังว่ากลุ่มคนตรงหน้าเป็นใคร เขาก็ยิ่งหัวร้อน เฉินเดินเข้าไปหาคนที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าแก๊งวิศวะตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
"ไอ้เฉินใจเย็น ๆ "
"มึงอย่าวู่วามเฉิน"
คิงและเชฟตกใจที่เห็นเฉินเดินตรงดิ่งเข้าไปหาปฐพี พอรู้สึกตัวก็ห้ามเพื่อนตัวเองไม่ทันแล้ว อีกฝ่ายเดินไปยืนประจันกับหัวหน้าแก๊งอันธพาลอย่างจัง
"หึ! ถ้าคิดจะออกไปจากที่นี่นอกจากจะมีหัวของอั๊วไปด้วย ใครก็ตามที่ก้าวขาออกจากบ้านนี้จะต้องโดนบอดี้การ์ดด้านนอกยิงจนพรุน เพราะงั้นยกเลิกความหวังที่จะออกไปได้เลย แล้วทำใจยอมตายดี ๆ เถอะ" เมี่ยวจินเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา เขาได้ยินที่ทั้งสองคนคุยกันอย่างชัดเจน เมี่ยวจินถือปืนย่องเข้าจุดที่ทั้งคู่ซ่อนตัวใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เขาแน่ใจว่าถ้ามีใครโผล่หัวขึ้นมา ตัวเองจะยิงโดนแน่นอนปัก!ปัง!ปัง!ตุ๊บ!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ปรึกษาแผนกันสองคน พอปฐพีโยนประแจที่พกมาเป็นตัวล่อโยนออกไป เฉินก็รีบลุกออกจากที่ซ่อน เล็งปืนยิงใส่เมี่ยวจินที่จ่อปืนมาทางเขาด้วยเช่นกัน พร้อมกับเสียงปืนดังสนั่นขึ้นสองนัด ร่างเมี่ยวจินก็ค่อย ๆ หงายหลังพร้อมกับหน้าอกที่เริ่มแดงฉานเฉินจับติ่งหูตัวเองที่โดนกระสุนเฉี่ยวอย่างใจลอย เมื่อกี้ตอนที่ลุกขึ้นยืน พอเห็นว่าเมี่ยวจินเล็งปืนมาทางตัวเองแล้วเขาก็ใจสั่นเพราะรู้ตัวว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว แต่เฉินก็ตัดสินใจเหนี่ยวไกยิงปืนออกไปอย่างไม่ลังเลถ้าการแลกชีวิตของตัวเองกับเมี่ยวจินจะทำให้ปฐพีและป๊ารอด เขาก็ยอมเฉินที่คิดว่าตัวเองจะ
"เฉินมึงจะเข้าไปจริง ๆ เหรอ" ปฐพีจับแขนเฉินแน่น มองด้วยสีหน้าเป็นห่วง ตรงหน้าพวกเขาคือบ้านของเฉินที่เขาเคยมา แต่บรรยากาศนั้นแตกต่างไปจากตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง มีบอดี้การ์ดชุดดำเฝ้าล้อมรอบอยู่ทั่วรอบบ้าน ชนิดที่ว่าไม่ว่าจะคนหรือหนูก็ไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปหรือออกมาได้"มึงอย่าห้ามกูพี คนที่อยู่ในนั้นคือป๊ากู กูจะไม่เข้าไปไม่ได้ มึงอะรีบหนีไปซะ เรื่องนี้เป็นเรื่องในตระกูลกู มึงตามกูมาก็มีแต่จะเสียไปด้วยเปล่า ๆ " เฉินวางมือแนบมือปฐพี เอ่ยขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่หลากหลายจริง ๆ ปฐพีไม่ควรต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนที่เขารับสายปฐพีดันอยู่ด้วยกันซะได้ ทำให้อีกฝ่ายรู้เรื่องราวทั้งหมดและตามมาด้วยกัน แต่เฉินนั้นไม่อยากจะให้ปฐพีเข้าไปในบ้านด้วยเลย เพราะเขารู้ว่าข้างในนั้นคือสถานที่ที่อันตรายที่สุดในตอนนี้ ถ้าเข้าไปพวกเขาอาจไม่ได้ออกมาอีก เฉินไม่อยากให้ปฐพีเข้ามาเกี่ยวข้องกับกรรมเก่าของตระกูลตัวเอง"กูเคยพูดเอาไว้แล้วไงว่า 'ต่อไปนี้มึงจะมีกูอยู่ข้าง ๆ เสมอ' เพราะงั้นมึงอย่าผลักไสกูออกไปจากชีวิตมึงได้ไหม" ปฐพีกุมมือเฉินแน่นด้วยอารมณ์ที่ท่วมท้น เขาเข้าใจดีถึงความเป็นห่วงของ
"อื้มม ไอ้บ้านี่ดูดแรงไปแล้ว อ๊าส์" เฉินมือจับศีรษะปฐพี กำผมอีกฝ่ายแน่นครางเสียงกระเส่า ตั้งแต่โดนปฐพีลากเข้ามาภายในห้อง อีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไร แต่เล่นจูบเฉินอย่างหนักหน่วงจนเขาสมองขาวโพลนไปหมด รู้ตัวอีกทีก็ถูกถอดกกางเกงและชั้นในทิ้งไปตอนไหนก็ไม่รู้ในตอนนี้ปฐพีกำลังใช้ปากให้กับท่อนเอ็นที่แข็งจากการปลุกเร้าของเฉินไม่หยุด นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ปฐพีใช้ปากให้กับเฉิน แทบทุกครั้งคนที่ใช้ปากกับสิ่งนั้นจะมีแต่เฉินเท่านั้น ปฐพีไม่เคยทำ วันนี้กลับแปลกไป อีกฝ่ายมุ่งลงไปจัดการน้องชายเฉินทันทีที่เข้าห้อง ทำให้หัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะแม้จะดูดได้ไม่เท่าตัวเองแต่ก็เสียวไปอีกแบบ ปฐพีเล่นดูดมันอย่างแรงเหมือนหิวกระหายมานาน ขณะเดียวกันรูช่องทางรักด้านหลังก็โดนนิ้วอีกฝ่ายสอดใส่เข้ามาขยับขยาย แทงเข้าแทงออกอย่างสม่ำเสมอไม่หยุด จำนวนนิ้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความเสียวจากทั้งข้างหน้าและข้างหลังทำให้เฉินเสียวจนตัวบิดไปมา แทบที่จะไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองแล้ว ขาสั่นพับ ๆ ไม่หยุดปฐพีที่เห็นว่าเฉินยืนไม่ไหวก็จับขาไปพาดไหล่ แต่ก็ยังไม่หยุดทำซึ่งมันไม่ช่วยอะไรเลยเพราะเฉินเสียวยิ่งกว่าเก่าอี
"มึงหยุดเดินไปมาได้แล้วไอ้ปฐพี หยุดลุกลี้ลุกลนด้วย ป๊าไม่ทำอะไรเฉินหรอก" เชฟเอ่ยอย่างหัวเสีย ตั้งแต่เฉินพาพวกเขามารออยู่ในห้องนี้ ปฐพีก็เดินไปรอบห้องไม่หยุด เสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายนั้นหนักมาก ส่งเสียงดังสะท้อนไปมาทำให้เขาปวดหัว"พวกมึงเป็นเพื่อนเฉิน เวลานี้ยังมาทำตัวใจเย็นอยู่ได้ พวกมึงไม่ห่วงเพื่อนบ้าเลยหรือไง" ปฐพีได้ยินที่เชฟเอ่ยก็ขมวดคิ้ว หันไปจ้องมองเชฟและคิงที่นั่งเอนโซฟาอย่างใจเย็นด้วยสายตาเย็นชา ดูไม่มีทีท่าที่จะร้อนใจที่เฉินต้องไปคุยกับพ่อตัวเองส่วนตัวเลย"ไอ้นี่ อย่ามาทำเป็นรู้จักพวกกูดีนัก พวกกูกับเฉินเป็นเพื่อนกันมานาน รู้จักมันดีกว่ามึงมาก ป๊าไม่ทำอะไรไอ้เฉินหรอก รักห่วงยิ่งกว่าสิ่งใด แค่ไอ้เฉินมีแผลก็จะเป็นจะตาย มึงคิดว่าแบบนี้จะทำร้ายลูกตัวเองหรือไง" เชฟเอ่ยขึ้น ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับปฐพีเขาไม่ชอบนักที่คนนอกอย่างปฐพีมาตัดสินพวกเขาสองคนจากภายนอก เพราะที่พวกเขาสองคนใจเย็นแบบนี้ก็เพราะรู้ว่าเรื่องนี้มันจบแล้วไง แค่มีเฉินอยู่ด้วย ป๊าก็ไม่กล้าทำอะไรพวกเขาแล้ว"เรื่องเฉินพวกกูกล้ายืนยันกับมึงเลยว่าป๊ารักเฉินมากที่สุด ไม่ทำอันตรายเฉินหรอก เรื่องที









![กรงแค้นขังรัก [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

