登入“กลิ่นกายคุณมันช่างถูกใจผมจริง ๆ” “แต่ฉันไม่ถูกใจคุณสักอย่าง” ถ้ากลิ่นกายของเธอชวนให้ผมคิดถึงขนาดนี้ บางทีเราคงต้องร่วมงานบนเตียงกันสักครั้ง ในฐานะ ‘ผู้ร่วมงาน’
查看更多“มีเพจดัง กล่าวอ้างว่านางเอก อ. สรม. แอบไปนั่งทานข้าวที่โรงแรมหรูบรรยากาศริมแม่น้ำกับไฮโซ ป. ใช่เรื่องจริงไหมคะน้องอ้าย มีคนกระซิบมาว่าอักษรย่อเป็นน้องอ้ายอ่ะค่ะ พี่เลยอยากจะถามเพื่อเคลียร์” เสียงของนักข่าวคนหนึ่งถามฉันขึ้น ท่ามกลางไมค์ที่จ่อตรงหน้าฉันหลายสิบตัว
ให้ตายเถอะ เขามีอาชีพหาข่าวฉันก็พอเข้าใจ แต่มันเกินไปไหมที่ตามติดชีวิตฉันขนาดนี้ ฉันว่าวันนั้นฉันก็ปลอมตัวแนบเนียนแล้วนะ
แล้วอักษรย่อบ้าบออะไรนั่น ฉันว่าถ้าย่อแบบนี้ไม่ต้องย่อเลยซะดีกว่า ชื่อฉันโจ่งแจ้งเลยเถอะ ใครไม่คิดว่าเป็นฉันก็โง่เต็มที เพจดังบ้าบออะไรนั่น คงสนุกปากมากสิท่า
มีคนตั้งใจโจมตีสินะ
เสียใจย่ะ นี่ ‘อ้าย สิริมา’
อ้ายจะไม่พลาด!
“ไฮโซ ป. ไหนคะพี่ อ้ายไม่เห็นรู้จักเลย ใช่อ้ายจริง ๆ เหรอคะ แล้วใครคะคนที่กระซิบบอกพี่มา เท่าที่อ้ายจำได้ อ้ายว่าอ้ายยังไม่เคยไปโรงแรมที่มีบรรยากาศแบบนั้นเลยนะคะ” ฉันปั้นหน้ายิ้มหวาน พร้อมกับแสร้งเฉไฉ
“สรุปแล้วไม่ใช่น้องอ้ายจริง ๆ เหรอคะ” นักข่าวอีกคนถามย้ำ
“ไม่ใช่แน่นอนค่ะ แต่ถ้าอ้ายมีโอกาสได้ไป อ้ายจะมาเล่าให้ฟังนะคะว่าบรรยากาศดีมากแค่ไหน”
“แต่มีคนเห็นรถน้องโรสเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวของน้องอ้ายเข้าไปจอดในลานจอดรถวีไอพีของโรงแรมนะคะ” หนึ่งในนักข่าวอีกคนถามจี้ชี้ปม
โอ้โห ในใจตอนนี้ฉันมองบนหลายตลบแล้วนะ
ตานึกว่าสับปะรดเถอะ โรงแรมวีไอพีไม่มีการรักษาความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าเลยหรือไง
แต่ก็นั่นแหละ เพราะฉันคือ ‘บุคคลสาธารณะ’ กล้องทุกตัวกำลังจับมองมาที่ฉัน ฉันจะแสดงสีหน้าไม่พอใจ หรือสร้างพิรุธออกไปไม่ได้ ทุกอย่างของฉันต้องเนี๊ยบ
‘อ้าย สิริมา’ ต้องไม่มีข่าวด้านฉาวกับผู้ชายหน้าไหน!
“รถของโรส แสดงว่าโรสอาจจะมีธุระส่วนตัวที่นั่นรึเปล่าคะ อ้ายก็ไม่แน่ใจนะคะ สงสัยเรื่องนี้ต้องลองถามโรสดู” ฉันทำหน้าใสซื่อ ปั้นรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มมากกว่าเดิม
“แล้วข่าวที่ว่าแอบไปนั่งดื่มกาแฟกับน้องคัตโตะล่ะคะ สรุปคู่จิ้นหรือคู่จริงกันคะเนี่ย”
เหอะ ! หมดประเด็นนั้นต่อประเด็นนี้ แล้วนี่เพื่อนตัวดีของฉันมันหายหัวไปไหนกันนะ ทำไมปล่อยให้ฉันยืนสัมภาษณ์นานขนาดนี้
‘อ้ายจะปั้นหน้ายิ้มไม่ไหวแล้วนะโรส’ ฉันกำลังภาวนาในใจให้เพื่อนของฉันรีบ ๆ มา
“กับคัตโตะวันนั้นเรามีเข้าฉากด้วยกันค่ะ แล้วก็บังเอิญเจอกันที่ร้านกาแฟตามที่พวกพี่เห็นในข่าว เราก็ลองต่อบทกันนิดหน่อยค่ะ แล้วก็ไม่ได้แอบไปนะคะ เพราะร้านกาแฟอยู่ใกล้ ๆ กับกองที่มีถ่ายละครวันนั้นพอดี” ฉันอธิบาย
“กับน้องคัตโตะนี่มีโอกาสพัฒนาจากคู่จิ้นมาเป็นคู่จริงไหมคะ” ยังคงถามไม่เลิก
‘ไอ้โรสเตรียมตัวไว้เลย โดนฉันยำแน่’ ฉันก่นด่าเพื่อนในใจ
“กับคัตโตะคงต้อง…”
“ขออนุญาตนะคะ ขออนุญาตนะคะพี่ ๆ พอดีอ้ายมีงานอีกที่ค่ะ เอาไว้รอสัมภาษณ์รอบหน้านะคะ งานหน้ามาสัมภาษณ์อ้ายอีกนะคะ แต่วันนี้อ้ายมีงานด่วน ไม่ว่างจริงๆค่ะ ขอโทษนะคะทุกคน สวัสดีค่ะ… ไปเร็วอ้ายเดี๋ยวไม่ทัน” เสียงของเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวของฉันรีบร้องตะโกนและผลีผลามฝ่าเข้ามากลางวงล้อมของนักข่าว แล้วก็ฉุดลากฉันออกจากวงล้อมนั้น
รอดไปหนึ่งวัน…
ตอนนี้ฉันเข้ามานั่งอยู่บนรถที่เพื่อนจัดเตรียมไว้ และก็พร้อมจะวีนนางมาก ๆ
“แกหายไปไหนมะ…”
“Stop my friend, sorry sorry ฉันมัวแต่คุยกับผู้จัดละครเรื่องใหม่ หันหน้ามาอีกทีก็ไม่เจอแกแล้ว Sorry นะฉันคุยเพลินไปหน่อย” ยัยป้าแว่น ผู้จัดการหน้ามึนของฉันเอ่ยแทรกขึ้นก่อนที่ฉันจะวีนนาง นางรีบแก้ตัวทันควันทำให้ฉันต้องกลืนคำพูดที่จะด่านางกลับลงคอ
“ตลอดอ่ะ รอบนี้เกือบหลุดด้วย” ฉันทำหน้างอใส่เพื่อนรัก
“โอ๋ ๆ อ้ายเก่งอยู่แล้ว สิริมาซะอย่างไม่หลุดแน่ ๆ” ยัยป้าแว่นรีบเอนซบไหล่พูดเอาใจฉัน
“อย่าเลยโรส แกนะแก วันนี้เลี้ยงข้าวฉันเลย” ฉันทำเป็นงอนเธอต่อ
“ตลอดอ่ะแก ให้ฉันเลี้ยงตลอด แกเป็นเจ้านายฉันไหมวะ” ยัยป้าแว่นขี้งกเริ่มอิดออด เพราะเธอชอบโดนฉันตอดค่าอาหารเป็นประจำ
“ฉันเพื่อนแกไหมโรส”
“ฉันก็เพื่อนแกไหมอ้าย แกเลี้ยงฉันบ้างสิ”
“โรสมีความผิด” ฉันทึกทัก
“โรสไปคุยงาน โรสรู้อ้ายเก่ง อ้ายยอดนักแถ อ้ายแถได้หน้าตาเฉย” ฉันว่ายัยป้าแว่นขี้งกมันไม่ได้ชมฉันแล้วล่ะ
“ไอ้แว่น! แกกำลังแขวะดาราสาวสวยแบบฉันอยู่นะ นี่อ้าย สิริมาเลยนะ”
“ก็อ้าย สิริมานี่แหละ เตือนอะไรไม่เคยฟัง บอกให้ระวัง ๆ เป็นไงล่ะ”
“ระวังแล้ว แต่นักข่าวตาดี รอบหน้าจะไม่พลาด เพื่อนสัญญา” ฉันเอนซบเพื่อนกลับเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าความผิดมันมาจากฉัน ถ้าฉันไม่พลาด คงไม่ต้องเจอคำถามแบบนั้น
“เฮ้ย… อ้าย ยังจะมีรอบหน้าอีกเหรอ” ยัยป้าแว่นโอดครวญ
“น่านะ รอบหน้าไม่พลาดแน่”
“ขึ้นหน่อยที่รัก อยากเห็นคุณขย่ม” เขานั่งเหยียดขายาวที่เตียงนอน แล้วมองหน้าฉัน แล้วคือฉันค้าง ฉันก็ต้องต่อเองใช่ไหม“อ้า… แบบนั้นแหละที่รัก อื้ม เสียวสุด” เขาพูดพลางเกี่ยวเส้นผมทัดใบหูให้ฉัน จากนั้นเขาก็สูดดมตามซอกคอ ใบหู และตามร่างกายส่วนต่าง ๆ ขณะที่ฉันขึ้นขย่มให้เขา“คุณสวยที่สุดที่รัก อื้ม” เขาดูดที่เต้าฉันหลังจากที่เอ่ยปากชม ฉันขย่มขึ้นลงตามจังหวะความเสียวที่ฉันต้องการ“เสือ เสือคะ อ้าย เสียวอ่า อื้อ” ฉันกอดซบที่ต้นคอของเขาแล้วขยับตัวขึ้นลงบนท่อนเอ็น ความรู้สึกวาบหวาม เสียวไปทั่วท้องน้อย ทำให้ฉันเร่งจังหวะแรงขึ้นเรื่อย ๆ“ซี๊ด… อ๊าส์ สุดยอดที่รัก ผมรักคุณที่สุด” เขากดแช่สะโพกของฉันไว้ ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นวาบในท้อง“คุณจะเป็นที่รักของผมตลอดไปนะครับ” คุณชายบอกหลังจากที่ถอนจูบออก สายตาที่เขามองฉันมันมีแต่ความรัก ฉันสัมผัสได้และเชื่อความรู้สึกของตัวเอง“ตอนนี้คุณควรปล่อยอ้ายได้แล้วค่ะ อ้ายจะไปล้างตัว” ก็ฉันเขิน ฉันก็ต้องหาทางกลบเกลื่อนถูกไหมล่ะ“ผมพาไปไหม คุณอาจจะขาสั่นอยู่” เขายิ้มร้ายแล้วหอมแก้มฉัน“เสือ”“ผมพูดจริงนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“คุณจะหัวเราะเกินไปแล้วนะ” ฉันบิดที่หัวนมเขา“คุณรู้ไ
“อื้ม เสียว เสียวเป็นบ้าเลยที่รัก ผม ผมขอสัญญาเรื่องอื่นแล้วกัน เรื่องนี้ผมทนไม่ไหวแล้ว” เขาครางไม่เป็นภาษา ขณะที่ฉันนั้นเล่นกับท่อนเอ็นของเขา และเมื่อสิ้นประโยคนี้เขาก็จับร่างฉันพลิกลงกับที่นอน ส่วนตัวเขานั้นลุกขึ้นคาบคร่อมฉันเองเขาถอดเสื้อผ้าของฉันออกด้วยความรีบร้อน ระหว่างนั้นเขาก็ป้อนจูบร้อนแรงให้กับฉัน“เสือ…” ฉันเอื้อนเสียงลากยาว เมื่อเขานั้นจูบลงที่ต้นคอของฉันพร้อมกับขบเม้มจนฉันเกิดความซ่านเสียว แล้วต่อมาเขาก็ลากลิ้นมาจนถึงเต้านมของฉัน เขาสูดดมทั้งสองเต้า ก่อนจะใช้ปากงับที่ปลายถัน แล้วใช้ลิ้นรัวกระดกอย่างซ่านเสียว ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นทำให้ฉันเผลอจิกที่กลุ่มผมของเขาด้วยความแรงเขาเหมือนหื่นกระหายร่างกายฉันมากเหลือเกิน“คุณหอมไปทั้งเลยรู้ไหมที่รัก” เขาว่าพลางสูดดมตามร่างกายฉัน ก่อนที่เขานั้นจะขยับตัวลงไปด้านล่าง แล้วก็ทำการถอดกางเกงฉันออกเขาเริ่มจูบที่ปลายนิ้วเท้าของฉันแล้วเริ่มพรมจูบขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงกลางเนินโหนกนูน“คุณโอเคใช่ไหมที่รัก” เขาเงยหน้าขึ้นมาถาม เหมือนนึกคิดอะไรขึ้นมาได้มาถึงขนาดนี้ไม่โอเคก็คงไม่ได้แล้วไหม ถามอะไรไม่เข้าท่า“ค่ะ” พูดมากกว่านี้ฉันก็อายนะ ขนาด
“พี่ป้อนขอร้องให้อ้ายรับงานพรีเซ็นเตอร์เครื่องสำอางให้เขา แล้วคือเขาดีกับอ้ายมากนะ อ้ายก็เลยตกลงรับไปแล้ว คุณโอเคไหมคะที่รัก” ผมชะงักทันทีที่เธอบอกเล่า แม้เธอจะเรียกผมว่าที่รักให้ผมรู้สึกดีก็เถอะความจริงไม่จำเป็นต้องถามผมด้วยซ้ำว่าผมโอเคไหม ในเมื่อเธอตกลงไปแล้ว“ป่าป๊าโอเคใช่ไหมคะ” แล้วเธอก็ทำเสียงอ้อน พร้อมกับมองหน้าผมเมื่อเห็นผมนั้นนิ่ง“ผมไม่โอเค ผมหึง ผมหวง แต่คุณตกลงไปแล้วผมคงพูดอะไรไม่ได้” ผมพูดไปตามความรู้สึกของตัวเองก็ผมรู้อยู่เต็มอกว่าไอ้พี่ป้อนนั่นคิดยังไงกับเธอ ผมหึง ผมหวง แต่ผมจะพยายามทำใจ เพราะมันคืองาน และดูเหมือนอ้ายจะเคารพไอ้พี่ป้อนนี่มากซะเหลือเกินสิ่งที่ผมทำได้ก็เลยมีแค่ ตามติดเธอทุกฝีก้าว ไม่ให้ห่างกายเด็ดขาด“มี้รักป๊า ไม่มีทางปันใจให้ชายอื่นอยู่แล้วค่ะ” เธอว่าจบก็แตะจูบที่กลีบปากผม“ผมกำลังห้ามใจเรื่องนั้นอยู่นะที่รัก คุณไม่ควรอ่อยให้ความอยากของผมมันพลุ่งพล่านมากกว่าเดิม” ผมบอกกับเธอด้วยความรู้สึกที่มันค่อนข้างเก็บกด ผมโคตรอยากจะจับเธอกดแล้วดมให้ชื่นใจฉิบหาย“ทำไมทำตัวน่ารักจังล่ะ คุณจะอดทนได้จริง ๆ เหรอ”“ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณร้องไห้ ผมรู้สึกไม่ดีที่เห็นน้ำตาของ
(เสือ: ทำไมต้องกอดกัน คุณรักมันเหรอ คุณรักมันรึเปล่าอ้าย) ผมกดส่งข้อความไปหาคนที่นั่งอยู่ข้างกาย ซึ่งตอนนี้เรากำลังนั่งอยู่ในรถ หลังจากทานข้าวที่ร้านอาหารกับไอ้หนุ่มหน้าหล่อเสร็จสิ้นซึ่งพอไปถึงร้านอาหาร ภรรยาของผมก็โผเข้าไปในอ้อมกอดของไอ้นั่นทันที ทีกับผมดันร้องไห้แล้วไหนจะตักอาหาร พูดคุย หยอกล้ออะไรกันมากมายนั่นอีก ทำเหมือนผมไม่มีตัวตนซะงั้นแต่ผมก็ต้องเก็บอารมณ์ ปั้นหน้ายิ้มทำเหมือนตนเองเป็นสามีใจกว้าง แม้จะรู้ว่าสายตาไอ้นั่นมันมองภรรยาผมนั้นสื่อความหมายพิเศษ“คุณเป็นใบ้เหรอเสือ ถึงใช้การพิมพ์แทนการพูดคุย” แล้วเธอก็หันมาชักสีหน้าใส่ผมหลังจากที่เปิดอ่านข้อความแล้วคือผมกับเธอนั่งห่างกันเลยล่ะ เพราะผมไม่อยากให้เธออึดอัดที่ผมนั้นไปอยู่ใกล้จนเกินไปก็พอผมเห็นเธอร้องไห้ ผมก็ตีความหมายเอาเองว่าอดีตที่ผมลืมเลือน ผมอาจจะเคยทำร้ายเธออย่างหนักหน่วง จนเราสองคนอาจจะยากที่จะประสานแต่ที่เธอยังอยู่ตรงนี้ก็อาจจะเป็นเพราะรักอย่างที่เธอบอก(เสือ: เปล่า ผมแค่กลัวคุณรำคาญใจ ผมไม่รู้ต้องทำยังไงให้คุณไม่เสียใจ) ผมเลือกที่จะกดส่งข้อความไปให้เธออีกครั้ง“ฉันกำลังเสียใจเพราะการกระทำตอนนี้ของคุณนั่นแหละ ช