Mag-log in“หนึ่งแสนบาท! คงจะเพียงพอสำหรับค่าตัวของเธอ” เขาพูดพร้อมยื่นมันให้ร่างบางที่หันหลังอย่างทุกข์ใจแสนสาหัสที่ถูกย่ำยีความเป็นอิสตรีของเธอจนไม่หลงเหลืออะไรเลย
“เอาเงินของแกคืนไป! ฉันไม่ได้ขายตัว แล้วฉันก็ไม่ใช่โสเภณี แต่แกพรากทุกอย่างไปจากฉัน ฉันขอสาปแช่งให้แกไม่มีความสุข ขอให้แกทรมานเหมือนอย่างที่ฉันเป็น!” หยาดพิรุณขยำเช็คแล้วหันกลับมาปาใส่หน้าของเขาเต็มๆ ก่อนที่เธอจะดีดตัวลุกขึ้นเพื่อไปหยิบเสื้อผ้าที่วางกองอยู่ที่พื้น
สายตาคมกริบมองตามอย่างไม่เข้าใจ ว่าสรุปแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกันแน่ เธอไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการจริงๆ งั้นหรือ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันยุ่งเหยิงก่อนจะเดินตามเธอไปที่หน้าห้องน้ำ ร่างบางชะงักงันเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้ เธอปาดน้ำตาแล้วถอยห่างออกมาจากเขา
“โอเค เดี๋ยวฉันจะเซ็นเช็คให้ใหม่” เควิ่นพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเดิม เธอปรายหางตามองเขาอย่างนึกรังเกียจต่อสิ่งที่เขากระทำ
“เก็บมันไว้เป็นค่าทำศพของแกเถอะ เพราะคนเลวๆ แบบนี้ มันคงไม่ตายดีแน่!” พูดจบก็ปาดน้ำตาทิ้ง แล้วผลักเข้าที่แผงอกของเขาอย่างสุดแรง ก่อนจะรีบผลักประตูออกไปจากห้อง เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังบางของเธอไปอย่างงุนงงและสับสนกลับท่าทีของเธอ แทนที่จะมีความสุข เขากลับรู้สึกทุกข์ใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงลงเอยแบบนี้ได้
หลายวันต่อมา เควิ่นมาดื่มที่ผับของมิกกี้ ตามคำชวนของคริสและเลโอ
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้าง เด็ดหรือเปล่าวะ!” คริสพูดทันทีเมื่อเห็นหน้าเจ้าหนี้เงินพนันสี่ล้านห้าแสนบาท ที่เขาพึ่งจะจ่ายไปด้วยเรือนร่างของผู้หญิงดวงซวยคนหนึ่งเท่านั้น
“เฉยๆ ว่ะ ว่าแต่พวกมึงไปหามาจากไหนวะ สะดีดสะดิ้งเป็นบ้า โคตรน่ารำคาญเลย” เควิ่นพูดในสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะไม่มีทางยอมรับกับเพื่อนพวกนี้แน่ ว่าเขาพอใจในตัวโสเภณีอย่างหล่อนมากน้อยแค่ไหน
“เอ้า! กูก็ไปหามาจาก” คริสยังพูดไม่จบมิกกี้ก็แย่งพูดขึ้นมาก่อน
“ไอ้คริสมันไปฉุดมาจากป้ายรถเมล์ให้มึงเลยไอ้เค สรุปว่าซิงหรือเปล่าวะ” คำพูดของมิกกี้ทำเควิ่นอึ้งไปชั่วขณะ
“เมื่อกี้มึงพูดว่าไงนะ พวกมึงฉุดใคร!” เควิ่นถามเสียงเข้ม มิกกี้หน้าถอดสีหลังจากที่เห็นสีหน้าดุดันของเขา
“ก็ผู้หญิงที่ไปนอนกับมึงไง พวกกูอุตส่าห์ไปดักฉุดมาจากป้ายรถเมล์ตามที่มึงต้องการเลยนะเว้ย” ไม่ทันขาดคำ ร่างสูงก็ซัดโครมเข้าที่หน้าของคริส มิกกี้ และเลโอที่นั่งอยู่ด้วยกันจนเลือดกบปาก
ผลัวะ ผลัวะ ผลัวะ!!!
“มึงทำเหี้ยไรกัน รู้ตัวหรือเปล่าวะ!” เควิ่นตะบันหมัดใส่แบบไม่ยั้งมือ ก่อนฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเพราะปากพล่อยๆ ของตัวเองแท้ๆ ที่เป็นเหตุให้เพื่อนพวกนี้ทำเรื่องบ้าๆ นี้ขึ้นมา
“มึงต่อยพวกกูแบบนี้ไม่ถูกนะเว้ยไอ้เค นี่พวกกูก็ทำตามที่มึงบอกแล้ว มาต่อยกูทำเชี่ยไรเนี่ย” เลโอบอกก่อนจะเช็ดคราบเลือดที่ไหลซิบอยู่บนปากของตัวเอง
“แม่งเอ้ย! กูก็คิดว่าพวกมึงจะหาโสเภณีเด็ดๆ มาให้แต่นี่อะไรวะ มึงไปฉุดใครมา…คิดเหรอว่ากูจะชอบ ถึงว่ายัยนั่นดิ้นสู้กูแทบตาย กูก็คิดว่าแสร้งทำสะดีดสะดิ้ง ที่ไหนได้แม่ง...นี่พวกมึงทำเชี่ยไรไม่ปรึกษากูเลยวะ” ตรงนี้เควิ่นพูดให้เบาที่สุด เพราะกลัวแขกโต๊ะข้างๆ จะได้ยินถึงความเลวทรามของพวกเขา
“ซิงเหรอวะ! สรุปมึงถ่ายคลิปตอนเอากันมาด้วยหรือเปล่า” คริสพูดหน้าตาเฉย โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“เชี่ยคริสมึงหุบปากไปเลย กูไม่ถ่าย!” เควิ่นหัวเสียนั่งไม่ติด เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่นอนด้วยนอกจากเขาจะเป็นผู้ชายคนแรกของเธอแล้ว เธอยังไม่ได้เป็นผู้หญิงขายบริการอย่างที่เขาคิดอีกด้วย อยู่ๆ ก็รู้สึกผิดขึ้นมาในทันใด
“จะคิดถึงแม่งทำไมวะ ก็แค่ผู้หญิงที่เคยเอาด้วยสองที เงินก็จ่ายไปแล้วเสือกไม่ยอมรับเอง” เควิ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจพรืดใหญ่แล้วดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา เลโอ คริส และมิกกี้มองตามร่างสูงใหญ่ที่มีท่าทีแปลกๆ
“นี่มึงจะไปไหน” เลโอถาม ก่อนจะลุกตาม
“เรื่องของกู!” ร่างสูงคว้ากุญแจรถ ก่อนจะพรวดพราดออกไปจากผับ ปล่อยเพื่อนอีกสามคนชะเง้อคอมองตามแผ่นหลังไปแบบงงๆ
“ผมมาหาแม่บ้าน เอ่อ! ผมหมายถึงผู้หญิงหุ่นดีๆ สวยๆ ผิวขาวๆ ผมจะอธิบายยังไงดี เอาเป็นว่าเธอสวยมากอ่ะ เธออยู่ไหม ผมขอพบเธอหน่อย” เควิ่นขับรถตรงดิ่งมาที่หน้าคาน์เตอร์แผนกต้อนรับของโรงแรมระดับห้าดาวซึ่งเป็นที่ทำงานของหญิงสาว ที่เขาทำผิดต่อเธอ เพื่อจะเจรจาขอรับผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
“เอ่อ…คุณหมายถึงใครเหรอคะ” พนักงานสาวของแผนกต้อนรับทำหน้างงๆ
“ก็แม่บ้านของที่นี่ไง จะมีซักกี่คนที่พูดถึงเนี่ย” เควิ่นร้อนรนเริ่มแสดงอาการหงุดหงิด ก่อนที่พนักงานสาวอีกคนที่ไปตามหัวหน้าแม่บ้านจะเดินกลับมา
“นี่เป็นหัวหน้าแม่บ้านค่ะ คุณสอบถามเธอได้เลย” พนักงานคนดังกล่าวบอกกับเขา
“ผมอยากพบแม่บ้านที่อายุ เอ่อ…น่าจะไม่มากเท่าไหร่ ผมยาวๆ ผิวขาวๆ ที่สวยๆ เออนั่นแหละ เธอสวยมาก!” เควิ่นพยายามจะอธิบายเพิ่มเติม ก่อนที่หัวหน้าแม่บ้านจะพูดสวนออกไป
“อ๋อ! หยาดพิรุณหรือเปล่าคะ” หัวหน้าแม่บ้านบอกออกไป
“ชื่อหยาดพิรุณเหรอ! แล้วตอนนี้เธออยู่ไหน”
“ถ้าเป็นหยาดพิรุณ เธอลาออกไปแล้วล่ะค่ะ”
“ว่าไงนะ! วันก่อนผมยังเจอเธออยู่เลย” เควิ่นขมวดคิ้วพลางชักสีหน้า
“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรกับเธอ” แม่บ้านถามกลับอย่างสุภาพ
“เอ่อคือ! (อ้ำอึ้ง!) พอดีวันก่อนผมมาพักที่นี่ รู้สึกว่าเธอจะเก็บนาฬิกาของผมได้ ก็เลยจะมาขอบคุณ...ก็เท่านั้น” เควิ่นพูดสร้างเรื่องกลบเกลื่อน เพื่อให้ไม่เป็นที่สงสัย ก่อนที่หัวหน้าแม่บ้านจะตอบกลับมาว่า
“อ๋อ! ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่ว่าหยาดลาออกไปแล้วจริงๆ ค่ะ เธอพึ่งจะยื่นใบลาเมื่อเช้านี้เองค่ะ”
“เมื่อเช้านี้! แล้วรู้หรือเปล่าว่าบ้านเธอ อยู่ที่ไหน!” เควิ่นถามเสียงเครียด เพราะดูเหมือนว่าเขาจะมาช้าเกินไป
“เอ่อ! เรื่องนี้เราไม่ทราบหรอกค่ะ ถึงรู้เราก็บอกคุณไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วยนะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวไปทำงานต่อก่อนค่ะ” พูดจบก็เดินกลับเข้าไปทำงาน ก่อนจะลอบมองออกมาอย่างสงสัย ว่าเหตุใดผู้ชายรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ดูมีภูมิฐานดีขนาดนี้ถึงได้มีท่าทีที่ร้อนรน อยากที่จะเจอลูกน้องของเธอนัก แถมหยาดพิรุณก็มาลาออกไปอย่างกระทันหันอีก ทำเธออดที่จะสงสัยขึ้นมาไม่ได้
ร่างสูงเดินคอตกกลับออกมาจากโรงแรม ด้วยท่าทางที่ห่อเหี่ยว อยู่ๆ ก็รู้สึกใจหายวูบเมื่อได้ยินว่าเธอลาออกไปแล้ว นี่เขาสร้างเรื่องบ้าๆ นี้ขึ้นมาได้ยังไง ครั้งแรกยังพอคิดได้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิดของตัวเอง
แต่กับคืนนั้น ที่นี่…ทำไมเขาถึงได้รู้สึกคลั่งไคล้และปรารถนาในของตัวผู้หญิงที่ชื่อหยาดพิรุณได้มากมายขนาดนั้น จนหลงลืมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปชั่วขณะ นี่เขาทำเรื่องที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ขึ้นมาเสียแล้วหรือ ทำยังไงถึงจะตามตัวเธอกลับมาได้ เควิ่นได้แต่ทอดถอนใจ แล้วกลับออกไปอย่างสิ้นหวัง
"อ๊ะ อ๊า~" เรือนกายบางกระตุกเกร็งยามถูกเขากระแทกอัดแก่นกายใหญ่โตขึงขังเข้าสู่เส้นทางทางคับแคบไปกับผนังนุ่มนิ่มด้านใน ขณะที่เขาเองก็เผยอปากขึ้นเปล่งเสียงร้องคำรามยามถูกเธอตอดรัด บีบอัดปลายหัวยุ่นสีแดงก่ำจนเสียวสะท้านไปทั่วทั้งเรือนร่าง "อ๊า...แน่นฉิบ! เอามากี่...ทีก็ยังฟิตเหมือนเดิม ตอดเหมือนเดิม นี่ขนาดยังไม่ค่อยได้เด้งเท่าไหร่เลยนะ" เควิ่นกล่าวชื่นชมภรรยาสาวอย่างถูกอกถูกใจที่กายส่วนล่างของเธอยังคงคุณภาพจากวันแรกจนถึงวันนี้ก็ยังดูสดใหม่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง "ลอง โยกดูสิคะ" เควิ่นบอกกับหญิงสาว เธอค่อย ๆ ขยับสะโพกขึ้นลงอย่างเชื่องช้าและถี่รัวขึ้นเรื่อย ๆ จนเส้นผมตกลงมาปกคลุมและบดบังใบหน้าหวาน ๆ สองมือนุ่มยกขึ้นมาเสยผมที่บดบังใบหน้าออกแบบลวก ๆ สร้างความหลงใหลแก่สายตาคู่คมของคนที่อยู่เบื้องล่างให้กระแทกกระทั้นสวนอัดเข้าหาร่องที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำสีใส จนหน้าอกทรงมหึมากระเพื่อมไหวไปตามแรงส่ง "อ๊ะ อ๊ะ อ๊า....ดูดหน่อยค่ะ พี่เค ดูดให้หน่อย~" เสียงหวานครางกระเส่าออดอ้อนให้ชายหนุ่มดูดดุนปลายยอดถันเพื่อระบายความเสียวซ่าน ขณะที่สะโพกผายและสะโพกใหญ่ทำหน้าที่กระแทกกระทั้นเข้าหากันเสียงด
"จำได้ใช่มั้ย...ว่านี่เป็นท่าที่ปลอดภัยที่สุด" น้ำเสียงพร่าแผ่วเอ่ยถาม ก่อนที่มือคู่แกร่งจะช่วยถอดเดรสคลุมท้องออกจากเรือนกายส่วนบนแล้ววางมันลงกับพื้นของเบาะหลัง "จำได้สิคะ...ก็พี่เคเป็นคนบอกเอง" เธอตอบก่อนที่มือคู่เล็กเอื้อมไปปลดตะขอบราเซียร์ตัวสวยที่อยู่ด้านหลัง จับที่สายแล้วยื่นมันมาไว้ตรงหน้าของแววตาที่หื่นกระหาย เธอกัดปากเบา ๆ อย่างยั่วยวนแล้วสะบัดด้านหลังผมไปมาให้สยายออกเต็มแผ่นหลัง "อื้มมม...หอมจัง~" ปลายจมูกโด่งสูดดมความหอมเย้ายวนของเนื้อกายสาวจากเส้นผม และ บราเซียร์สีหวานที่ถอดออกเบา ๆ เพียงแค่นั้นก็ทำให้แก่นความเป็นชายที่ไวต่อความรู้สึกของเขาผงาดลุกชูชันขึ้นมาฟาดงวงฟาดงาในทันใด "อยากสุด ๆ ไปเลย ต้องรอให้ไซโคกับคิโด้หลับก่อนทุกคืน แถมมาที่นี่ยังไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเลยด้วย อยากโดนหนูขย่มเต็มที่แล้วค่ะ ที่รัก" พูดพร้อมกับปลดซิบกางเกงแล้วถอดออกมาตามเรียวขาตามด้วยกางเกงชั้นใน ขณะที่ภรรยาสาวค่อนข้างที่จะรู้งานยกสะโพกสูงขึ้นเพื่อให้เขาถอดออกอย่างง่ายดายเผยให้เห็นความเป็นชายที่กำลังแข็งชันโอบล้อมด้วยเส้นเลือดปูดโปนดีดเด้งขึ้นพร้อมที่จะฟาดงวงฟาดงา "ขอคนที่สี่เล
"ไม่เคยมีคำนั้นอยู่ในหัวเลยค่ะ" เธอตอบพลางอมยิ้มออกมาเล็กน้อย "รักนะคะ และจะเป็นแบบนี้ไปตลอด จะรัก ให้ได้เท่ากับลมหายใจที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ ของผู้ชายคนนี้" "ขอบคุณนะคะ คุณเป็น...คุณพ่อที่คู่ควรสำหรับลูก ๆ และเป็น คนรักที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดของหนู รักพี่เคนะคะ" "เช่นกันค่ะ" น้ำเสียงนุ่มนวลตอบกลับออกไป จรดริมฝีปากอบอุ่นลงบนหน้าผากเล็กของภรรยาสาวคนสวย ก่อนจะถอนจูบออกอย่างเชื่องช้า แล้วโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาแตะที่เรียวปากอวบนุ่มชมพูระเรื่ออย่างแผ่วเบา แต่เนิ่นนานเกินกว่านาทีที่ติดตรึงหัวใจทั้งสองดวงเอาไว้ร่วมกัน ระหว่างนั้น ไอคิโด้ซึ่งกำลังวิ่งเล่นกับร่างของน้องน้อยอย่างไซโคอย่างสนุกสนาน ก่อนจะสะดุดหกล้ม "แอ๊ะ!! " เสียงใสร้องออกมาด้วยความตื่นตกใจ ทำให้ทั้งคู่ที่กำลังสัมผัสกับความดูดดื่มของกันและกันต้องผละจูบออกห่างจากกันในทันใด "ไซโค! " สายตาของผู้เป็นแม่หันขวับกลับไปเห็นก็รู้สึกใจหายวาบ ตั้งท่าจะวิ่งเข้าไปรับ ทว่ามือแกร่งกลับคว้าเอวบางของเธอเอาไว้ "เดี๋ยวแกก็ลุกขึ้นมาได้ค่ะ" น้ำเสียงนุ่มนวลพูดด้วยท่าทางที่ใจเย็นราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทว่าหยาดพิรุณกลับขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไ
หลังจากที่ทั้งคู่เดินทางมาจดทะเบียนสมรสตามสถานที่เกิดของ เควิ่น ไอ ลูเทอรัน ที่ถือสัญชาติอังกฤษและไทย โดยทั้งคู่ได้เลือกที่จะจดทะเบียนสมรสกันที่นี่ ตามคำแนะนำของทนายความ หลังทั้งคู่มีทายาทด้วยกันแล้วถึงสองคน และ ได้รับมรดกมหาศาลส่วนแรก 50% จากทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมูลค่ามากกว่าพันล้าน และ กำลังจะได้รับทรัพย์สินในส่วนที่เหลือ หากตั้งท้องทายาทคนที่สี่ ซึ่งแน่นอนว่าเวลานี้ เธอกำลังตั้งครรภ์ทายาทลำดับที่สามให้กับลูเทอรัน "ที่นี่สวยจังเลยนะคะ" เรือนร่างระหงมองทอดสายตาออกไปยังสถานที่โล่งกว้างที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวสด ท้องฟ้าสีครามปลอดโปร่ง ของอากาศที่อบอุ่น ไม่ร้อนและหนาวจนเกินไป "ถ้าหนูชอบ เรามาพักผ่อนที่นี่กันทุกปีแบบนี้ก็ได้นี่คะ แต่ว่าอาจจะต้องรอให้ลูกคนที่สามคลอดก่อน จะได้พามาพร้อมกับไซโค และ ไอคิโด้ ด้วยเลย อีกอย่างเราต้องมาเคารพร่างบรรพบุรุษกันอยู่แล้ว หนูว่าดีมั้ยคะ" คนตัวโตถามก่อนกระชับอ้อมแขนให้เรือนกายนุ่มเข้าไปยืนชิดติดกับแผงอกกว้างแล้ววางศีรษะทุยเล็กของเธอไว้ที่แอ่งชีพจรบริเวณบ่าแกร่ง "แล้วแต่พี่เคค่ะ" เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมา ระหว่างสายตาคู่นั้นกำลังจับจ้องไปที่ร่างเ
"สามวันแล้วนะ ขอหน่อยไม่ได้เหรอคะ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนิ่มนุ่มนวลคล้ายกับลูกแมวน้อยท่าทางออดอ้อน ก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆ แล้วเอนศีรษะลงมาคลอเคลียบนหน้าตักเล็ก "ไม่ค่ะ หนักนะ...ถอยออกไปเลย คิโด้ครับ คุณพ่อกลับมาแล้ว" เธอว่าพลางเอ่ยเรียกลูกชายให้มาหา เควิ่นระบายยิ้มพร้อมกับสายหน้าไปมาเล็กน้อยอย่างรู้เท่าทัน เพราะภรรยามักจะเรียกลูกชายให้มากันท่าอยู่เสมอเวลาที่เขาพูดถึงเรื่องอย่างว่า "คิดถึงพ่อฮะ" พูดก่อนจะโผเข้าไปกอด อ้อมแขนแกร่งโน้มลงมากระชับร่างน้อยเข้ามาสวมทับไว้ "คิดถึงลูกเหมือนกันครับ" ว่าพลางก้มลงหอมหนัก ๆ เข้าที่หน้าผากเล็ก "หม่ามี๊ก็คิดถึงพ่อมากฮะ บ่นคิดถึงตั้งแต่วันแรกที่ไปเมืองจีน" ไอคิโด้เริ่มฟ้อง สายตาคมกริบมองภรรยาสาวที่เก้อเขิน ขณะที่หันหน้ามองไปทางอื่น แล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ เพราะเขาเองก็คิดถึงเธอไม่แพ้กัน "อืมจริงสิ...พ่อซื้อของเล่นมาฝากด้วยนะครับ ฝากหนูด้วยนะ" ว่าพลางหันไปสบตาเรือนร่างบางของภรรยาสาวคนสวย เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าวคำขอบคุณ "ซื้อมาฝากน้องด้วยหรือเปล่าฮะ" เสียงใสเอ่ยถามผู้เป็นพ่อ เพราะกลัวว่าน้องจะไม่ได้รับของฝากอย่างตนและผู้เป็นแม่ "น้องยังเ
"กำลังคิดอยู่ว่าจะให้ลูกในท้องของเราชื่ออะไรดี" "อืม~ พี่ชอบนะคะ ที่หนูตั้งชื่อลูกของเราว่า ไอคิโด้ พ่อชื่อเควิ่น ไอ ลูเทอรัน พี่ชายชื่อไอคิโด้น้องก็น่าจะตั้งชื่อให้มี สระไอ หรือ สระโอ ด้วย เพื่อให้คล้องจองกันดีมั้ยคะ" พูดพร้อมกับโน้มลงมาฉวยจูบริมฝีปากนุ่มนิ่มของภรรยาสาวอย่างไม่ให้เธอได้ตั้งตัวแล้วผละก่อนจะอมยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ "อ๊ะ! พะ พี่เค ลูกเล่นอยู่แถวนี้นะ" "อยู่ก็จะเป็นไรไปล่ะคะ พ่อกับแม่แสดงความรักต่อกันลูกต้องดีใจสิคะ มันแปลว่าเราสองคนกำลังจะมีน้องมาเป็นเพื่อนเล่นเพิ่มขึ้นให้กับแกอีก" "พูดแบบนี้ทุกที จะมีให้ครบทีมฟุตบอลเลยหรือไงคะ" "ถ้าหนูไหว...พี่เคก็อยากมีให้ครบทีมไปเลยค่ะ" ว่าจบก็นั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้าง ๆ พลางกุมมือนุ่มของภรรยาสาวที่ท้องเริ่มโย้จนเห็นได้ชัด "อีกไม่กี่เดือนก็จะได้เห็นหน้ากันแล้วเนอะ อยากรู้จังว่าจะหล่อเหมือนพ่อหรือว่าเหมือนพี่" "ถ้าความหล่อ...อันนี้ไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่ถ้าความเจ้าเล่ห์ แล้วก็ความทะเล้นเนี่ย ไม่แน่ว่าจะเหมือนพ่อมากน้อยแค่ไหน" "ทำไมล่ะคะ ลูกชายก็ต้องเหมือนพ่อสิคะ ถึงจะดี" "ถ้าหื่นเหมือนพ่อก็ไม่ไหวหรอกค่ะ เชอะ! " เธอว่าพลา







