เข้าสู่ระบบหลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยได้แต่โทรคุยเท่านั้น ตอนนี้ไอรินได้เรียนจบแล้ว เมื่อสอบตัวสุดท้ายเสร็จหญิงสาวก็ต้องไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัดต่อเลย ส่วนพระเพลิงก็ต้องทำงานหนักที่บริษัท เพราะต้องการสร้างความคุ้นชินกับทุกคนให้มากที่สุดจะได้ทำงานได้อย่างราบรื่น
แม้ว่าตำแหน่งประธานจะได้มาจากพ่อของเขา แต่หุ้นส่วนทุกคนก็ใช่ว่าจะชื่นชอบทั้งหมดเช่นกัน ถึงพระเพลิงจะเคยทำงานกับบริษัทใหญ่ๆที่ต่างประเทศก็ตามแต่
เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง
05:00 น.
ชายหนุ่มตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงีย เขาตื่นเวลานี้ประจำจนร่างกายเคยชินทั้งทีเมื่อคืนเขากลับถึงบ้านก็ตีสามแล้ว สิ่งแรกที่พระเพลิงทำก็คือหยิบโทรศัพท์ที่อยู่หัวเตียงโทรหาคนตัวเล็กของเขาทันที โดยไม่สนว่าตอนนี้มันพึ่งจะตีห้า
เขารอสายอยู่นานจนในที่สุดไอรินก็รับสาย...
(ไอร์.....ตื่นยัง)
(อืออออออ)
เสียงคนสวยงัวเงียสุดๆตอบรับทั้งๆที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในรีสอร์ท
(ตื่นได้แล้ว.....เช้าแล้วนะ)
(อืออออ กี่โมงแล้ว)
(ตีห้า)
เธอหันไปมองที่นาฬิกาก่อนจะตอบไอริน ถ้าเธออยู่ที่คอนโดผมเข้าห้องไปปลุกด้วยตัวเองแล้ว
(ตีห้า!.... พี่จะบ้าเหรอ พี่เพลิง!!!!)
คนตัวเล็กตวาดใส่อย่างดัง ดูนาฬิกาในโทรศัพท์อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ถ้าอยู่ใกล้ๆจะกัดให้ ฉันล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ทั้งๆที่ตอนนี้มันไม่หลับแล้ว ตาสว่างมาก......
ให้ตายเถอะกว่าจะหลับอีกทีเช้าแน่ๆ แค่คิดก็อยากจะขย้ำหัวพี่เพลิงให้ขาดกระจุย
(อะไรอ่ะไอร์ อุตส่าห์โทรมาปลุก ดุซะงั้น)
ใบหน้าหล่อมุ่ยลงแต่ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดหรอกนะ
(ไม่ต้องมาทำเสียงงอนเลยนะ....ไอร์ควรโกรธพี่มากกว่าโทรมาอะไรตอนนี้)
(โธ่ไอร์.....ก็พี่ตื่นแล้วอยากคุยกับไอร์นิ)
พระเพลิงพยายามใช้ลูกอ้อน ออดอ้อนคนตัวเล็ก
(ไม่! ไอร์มีคิวถ่ายตอนสิบโมงพี่กำลังทำให้เสียเวลานอนรู้ไหม......แค่นี้นะ)
แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือน้ำเสียงแห่งความไม่พอใจซะงั้นแหละ
ตุ๊ด ตุ๊ด !
“ไอริน! พี่ยังพูดไม่จบเลยนะ”
แล้วเธอก็ตัดสายผมซะงั้น เอ่อแต่นี้มันก็ครบกำหนดที่ไอรินจะต้องกลับจากต่างจังหวัดแล้วนิ ผมเลื่อนดูคิวของไอรินที่คุณคิมมี่ส่งให้ทันที เช็คเพื่อความแน่ใจ งานทุกอย่างของไอรินผมได้กำชับให้คุณคิมส่งให้ผมทุกอย่างและบอกผมทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
06:00 น.
“นายครับ! กาแฟ”
“อืออ โทรเช็คกับคุณคิมสิ ทำไมไอร์ยังไม่กลับ สายๆค่อยโทร”
ธันวาเอากาแฟมาให้เจ้านายหนุ่มที่เอาแต่นั่งดูไอแพดอยู่ในห้องนั่งเล่น ปกติเจ้านายเขาต้องไปอยู่ในห้องยิมเพื่อออกกำลังกายแต่ทำไมวันนี้ขี้เกียจก็ไม่รู้ ทั้งคู่นั่งทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่นสักพักก่อนจะแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวเพื่อเข้าบริษัทในช่วงเช้า
บริษัท พฤกษา กรุ๊ป
08:00 น.
สองหนุ่มในชุดสูทสีดำย่างก้าวเข้ามาในบริษัทท่ามกลางสายตาของสาวๆที่เดินผ่านไปมา พวกเธอก้มหัวเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพเจ้านายหนุ่ม พระเพลิงและธันวาเดินหน้านิ่งเข้าบริษัททำให้พวกเขาทั้งคู่ดูหล่อและสุขุมเข้าไปอีก โดยเฉพาะกับพระเพลิงที่เดินเอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าทำให้เขาดูหล่อสมาร์ท เท่สุดๆ สาวๆต่างพากันมองและยิ้มให้แก่ชายหนุ่ม
ภายในห้องทำงานของท่านประธานเลขาสาวสวยหน้าห้องมีชื่อว่า ริน ได้เดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างถือวิสาสะ เธออ้างว่าเอากาแฟมาให้เจ้านาย พระเพลิงเลยไม่ได้พูดว่าอะไร แต่ใช้สายตาตำหนิแทน
ก๊อก ก๊อก !
“ขออนุญาตครับนาย”
“เข้ามา”
เสียงของธันวาที่ดังมาจากหน้าห้อง ทำให้รินต้องยอมเดินออกจากห้องทำงานของชายหนุ่ม เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อมีคนเข้ามาขัดจังหวะช่วงเวลาที่เธออย่างจะทำความรู้จักกับเจ้านายหนุ่มคนใหม่
“ผมเช็คกับคุณคิมแล้วครับ....คุณไอร์มีถ่ายฉากแก้อีกสองสามฉากครับเลยเลื่อนกำหนดกลับออกไป”
“อืมม แล้วกลับวันไหน”
“อยู่ต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ครับนาย”
ธันวาตอบกลับพลางยื่นไอแพดที่มีตารางงานเพิ่มเติมของไอรินให้กับเจ้านาย เขารับมาแล้วเอ่ยปากไล่ให้ออกไปเพราะต้องการความเป็นส่วนตัวสูงมาก
“โอเค ออกไปได้แล้ว”
“ครับ”
ชายหนุ่มคนสนิทรับคำอย่างหนัดแน่น ธันวาเป็นผู้ช่วยพ่วงด้วยตำแหน่งเลขาส่วนตัวที่ตามติดเขาไปทุกที่ เพราะพระเพลิงไม่ค่อยถูกกับเลขาหน้าห้องสักเท่าไร
ชอบเข้ามาประจบประแจงอยู่หลายครั้ง...
ผมเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรผ่านผู้หญิงมาเยอะเลยพอจะดูคนออก แล้วคนแบบนี้ผมต้องห่างให้มากที่สุดเพราะเธออาจจะเอาเรื่องเดือดร้อนมาให้ได้ในภายหลัง
พระเพลิงที่วุ่นอยู่กับกองเอกสารจำนวนมากเพราะเขาพึ่งเริ่มงานในตำแหน่งCEOของบริษัทมาได้แค่สองเดือนเลยต้องอ่านเอกสารทุกอย่างให้รอบคอบก่อนเซ็นทุกครั้งและมีอยู่หลายครั้งที่เขาต้องหอบพวกมันกลับไปอ่านต่อที่บ้าน
12:00 น.
ในที่สุดก็ได้พักสักที่หลังจากที่ชายหนุ่มเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องทำงานเพราะแฟ้มเอกสารกองโต เขายืดแขนออกทั้งสองบิดตัวซ้ายขวาไล่ความเหมื่อย ความเหนื่อยล้า ก่อนจะกดโทรศัพท์หาธันวาที่อยู่หน้าห้องให้เข้ามาเอาเอกสารพวกนี้ออกไป
“กินอะไรดีครับนาย”
“อะไรก็ได้ สั่งมานะ ขี้เกียจออกไป”
เขาตอบกลับไปแบบส่งๆก่อนจะกลับไปให้ความสนใจกับแฟ้มตรงหน้า อยากจะรีบเคลียร์ให้เร็ว
“ครับนาย”
ที่เขาไม่อยากออกไปไหนเพราะช่วงบ่ายต้องเข้าประชุม พระเพลิงเลยอยู่อ่านเอกสารสำหรับการประชุมช่วงบ่าย มือหนาหยิบโทรศัพท์ข้างตัวโทรหาคนตัวเล็กอีกครั้งแล้วก็เหมือนเดิมกว่าเธอจะรับ สายก็ถูกตัดไปแล้วหลายรอบ
(คะ! พี่เพลิง)
(รับช้าอีกแล้ว)
ผมส่งเสียงอ่อยงอนให้ยัยเตี้ยที่รับโทรศัพท์ผมช้าทุกครั้ง แต่ก็เข้าใจ เธอทำงานอยู่ แต่มันก็อดน้อยใจไม่ได้จริงๆนะ ผมคิดถึงเธอมากๆเลย อยากจะเข้าไปกอดไปฟัดแรงๆ
(มีธุระอะไรกับไอร์ หื้มม)
(เดี๋ยวนี้ต้องมีธุระใช่ไหมถึงโทรหาได้)
จู่ๆ ก็รู้สึกเป็นคนนอกยังไงก็ไม่รู้เหอะ ไอรินยังไม่ยกโทษให้เรื่องเมื่อเช้าอีกเหรอเนี่ย
(ถ้าพี่จะงอน....ไอร์ก็ไม่ง้อ)
เสียงใสตอบกลับอย่างหนักแน่นและไม่สนใจความรู้สึกของเขาด้วยซ้ำ ไม่อยากเอาใจลงไปเล่นเยอะ
(ง้อหน่อย.....อยากให้ง้อ)
อยากให้ง้อจริงๆผมทำงานหนักก็อยากจะมีคนอ้อนบ้าง จริงๆอยากจะไปอ้อนให้ถึงที่เลย ถ้าไม่ติดว่าบ่ายนี้มีประชุมสำคัญ เอาน่าแค่ได้คุยกันก็ดีใจมากๆแล้ว
“ไอร์เตรียมเข้าฉากต่อไปนะ”
“ค่ะ! พี่ต่อ”
นั้นน่าจะเสียงของผู้กำกับ นี่ผมพึ่งได้คุยเองนะ ขัดจังว่ะ.....
(พี่เพลิง..... แค่นี้ก่อนนะ)
(ก็ได้กลับมาต้องชดเชยให้พี่ด้วย)
ชายหนุ่มที่ได้ยินเสียงของพี่ต่อผู้กำกับที่เรียกคนตัวเล็กถึงกับอารมณ์เสียกว่าเขาจะได้คุยกับเธอทำไมมันยากขนาดนี้นะ
(อ่า! ก็ได้เดี๋ยวตามใจเลยอ่ะ ลุงขี้งอน)
(พูดแล้วนะ....จะรอ)
แต่เมื่อได้ยินที่หญิงสาวพูดเขาก็แอบอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวขนาดธันวาเข้ามาให้ห้องชายหนุ่มก็เอาแต่ยิ้ม จนธันวาที่เห็นก็อดยิ้มตามไม่ได้
(ค่ะลุง!)
ตุ๊ด ตุ๊ด !
และก็เหมือนเดิมเธอชิงตัดสายไปก่อนอีกแล้ว ว่าจะบอกรักสักหน่อยแต่แค่นี้ก็ดีใจแล้วครับ ผมจะทำทุกอย่างให้เราสองคนกลับมาสนิทกันเหมือนเดิมจะไม่ปล่อยมืออีกแล้ว
“นาย.....นายครับ!”
“อะไร ตกใจหมด "
“แหม่! ช่วงนี้ขวัญอ่อนจังนะครับนาย”
“ไม่ต้องแซว...วางกล่องข้าวแล้วก็จะไปไหนก็ไป”
ผมส่งเสียงดุไอ้ธันทันทีที่มันเอ่ยแซว ก็จริงอย่างที่มันพูดนั้นแหละช่วงนี้ผมอารมณ์ดีเป็นพิเศษ อาจจะเป็นเพราะได้แกล้งยัยเตี้ยด้วยมั้งเลยทำให้ชีวิตของผมรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาบ้าง
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จตลอดระยะเวลาการประชุมช่วงบ่ายทุกอย่างก็ราบรื่นไม่มีปัญหาอะไร ช่วงนี้พระเพลิงและผู้บริหารคนอื่นต้องประชุมกันบ่อยเพื่อจะได้ทำงานได้ง่ายขึ้น
แต่เขาก็มักจะหาเวลาและช่วงโอกาสโทรหาหรือขอให้ได้ส่งข้อความหาไอรินแค่นี้ก็พอให้หัวใจกระชุ่มกระชวย....
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
ห้องไอริน
20:00 น.
Rrrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrr
หญิงสาวในชุดนอนลายการ์ตูนผมยาวดำที่ยุ่งเหยิง มือเล็กควานหาโทรศัพท์ที่ดังอยู่บนเตียง ส่วนมือเล็กอีกข้างก็เสยผมออกอย่างลวกๆพลางกดรับมันโดยไม่ได้ดูเลยว่าใครโทรมา
(อืออออ)
(เปิดประตูให้หน่อย) เสียงทุ้มเหมือนจะแฝงไปด้วยคำสั่งที่หนักแน่น
(แป๊บนึง)
คนตัวเล็กงัวเงียกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัสของสายตา เธอดีดตัวขึ้นนั่งบนเตียง ดูโทรศัพท์อีกครั้งเพื่อดูว่าเมื่อกี้ใครโทรมาก่อนที่จะหันไปทางประตูเมื่อได้ยินเสียงอ๊อดหน้าห้องยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
'พี่เพลิงมาทำไมเนี่ย'
เธอสบถเบาๆก่อนจะก้าวลงจากเตียงเดินตรงไปเปิดประตูห้อง ก้านนิ้วยาวเสยผมนุ่มอีกครั้งยื่นมือไปเปิดประตูด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะโอเคเพราะเขามาขัดจังหวะเวลาเธอนอนอีกแล้ว
แกร๊ก !
เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับหญิงสาวที่หน้าบึ้งตึงเพราะถูกปลุก เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เข้ามากวนเวลานอนของเธอ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าห้อง ปล่อยให้ชายหนุ่มปิดประตูเอง
“สองทุ่มเอง นอนเร็วจังเลย”
“พูดเหมือนไม่รู้ว่าไอร์พึ่งมาถึง”
ผมเดินไปประกบหลังไอรินเอามือขยี้หัวที่ยุ่งฟูของเธออย่างมันเขี้ยว เธอหยุดเดินแล้วหันมาหาผมอย่างไม่สบอารมณ์ ผมก็เลยดึงไอร์เข้ามากอดซะเลย
“ปล่อยไอร์...พี่จะมากอดทำไมเนี่ย”
“มีเรื่องจะคุยด้วย”
ไอรินดีดดิ้นในอ้อมกอดของผมมือเล็กทั้งสองข้างของเธอยันไม่ให้ผมได้เข้าใกล้ไปมากกว่านี้ ผมเลยโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของไอรินเบาๆ
“งั้นก็ปล่อยก่อน”
“ไม่ปล่อยได้ไหม”
ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งเธอดีดดิ้นท่อนแขนแกร่งก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น จนสองร่างแทบจะกลืนเป็นก้อนเดียว
“ไอร์จะไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยย”
ผมเลยต้องยอมปล่อยไอริน ก่อนจะไปนั่งรอที่โซฟาในโซนนั่งเล่นเพื่อรอเธอทำธุระส่วนตัวเสร็จ พลางมองไปรอบๆห้องเพราะครั้งที่แล้วที่มา มัวแต่เป็นห่วงไอ้เจ้าตัวเล็กก็เลยไม่ได้สำรวจห้องเลย
“มีไรอะ?”
“อะ!”
ผมยื่นช็อคโกแลตร้อนให้ไอรินเมื่อเธอนั่งลงข้างๆผม ไอร์มองแก้วสลับกับหน้าของผมอย่าง งงๆ ก่อนจะยอมรับแก้วไปถือเอาไว้ แต่สีหน้าก็ยังไม่ไหวใจลังเลอยู่พักเอาแต่จ้องมองแก้วในมือ
“ดื่มเลย เดี๋ยวนี้”
“.....”
ไอรินเชื่อฟังอย่างว่าง่ายถึงแม้สายตาที่มองผมยังคงไม่สบอารมณ์ที่มีคนมากวนเวลานอน ไอร์ดื่มช็อกโกแลตร้อนที่ผมชงให้จนหมดแก้วแล้วก็นั่งหันข้างเข้ามาหาผม
“พี่มีอะไร?”
“พี่จะให้เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับโครงการใหม่” นัยน์ตาคมเป็นประกายจับจ้องใบหน้าสวยของเธออย่างหลงใหล
“อือ ถามพี่คิมยังอ่ะ”
“ถามทำไมพี่ล็อกคิวเราไว้แล้ว ......แล้วคุณคิมก็โอเค”
ผมเอาแขนอีกข้างฟาดไปตามความยาวของโซฟา แล้วขยับเข้าไปใกล้ไอรินก่อนจะจับปอยผมที่หล่นลงมาทัดที่ใบหูให้พลางโน้มตัวเข้าหาแค่อยากจะมองหน้าใกล้ๆ
“ถะ...ถ้าคิวได้....ไอร์ก็ไม่มีปัญหา”
“เป็นอะไร....พูดกระตุกเชียว”
ฉันรีบพูดออกไป ตอนนี้รู้สึกเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองยังไงก็ไม่รู้ ตอนพี่เพลิงจับที่ปอยผมของฉัน รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นอย่างแรงมันแรงมากจนคิดว่ามันจะหลุดออกมาให้ได้
“เปล่า!”
“เสียงสูงเชียว”
รุกหนักไปรึป่าวนะไอร์เลยเขินผมขนาดนี้ ขอแกล้งอีกสักหน่อยละกัน ผมเลยใช้แขนข้างที่ฟาดไว้กับโซฟาเกี่ยวล็อกคอแล้วดึงไอรินเข้ามาอย่างรวดเร็วแบบไม่ให้เธอได้ตั้งตัว
“พี่เพลิง!”
ฉันตกใจแรงมากที่พี่เพลิงดึงเข้าหาแบบนี้ยังดีที่ใช้มือทั้งสองข้างยันกับไหล่กว้างของคนบ้าข้างหน้าเอาไว้
“เขินเหรอเรา.....หูแดงเชียว”
“.....”
ไอร์เอามือออกจากไหล่ของผมแล้วเอามาปิดหูทั้งสองข้างของตัวเอง แก้มทั้งสองข้างมันเริ่มเปลี่ยนสี ผมเลยฉกหอมแก้มของไอรินด้วยความรวดเร็ว
“พี่เพลิง!”
“หอมจัง”
'ขนาดเล่นละครมาหลายเรื่องยังไม่รู้สึกเขินเท่านี้เลย'
หญิงสาวสบถในใจก่อนจะแกล้งทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนพร้อมกับลุกพรวดออกจากโซฟาอย่างทันทีเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับได้ แม้ว่าในใจของเธอจะเต้นแรงมาก หัวใจดวงน้อยๆแทบจะทะลุออกมาให้ได้เลยแต่ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก
เมื่อมือหนากระชากเธออย่างแรงจนทำให้....
“มันจะมากไปแล้วนะพี่เพลิง.... เราไม่ได้เป็นอะไรกัน.....พี่ไม่มีสิทธิ์มาหอมแก้มไอร์นะ”
ดีดตัวออกจากอ้อมกอดของเขาอย่างรวดเร็ว เสียงใสแหวใส่อย่างดังแม้ใบหน้าสวยจะแดงก่ำไปหมด
“ไม่มีสิทธิ์เหรอไอร์”
ผมรู้ว่าไอร์โมโหกลบเกลื่อน แต่สิ่งที่ไอร์พูดออกมาก็ถูก ผมกับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน......ให้ตายเถอะ แค่เวลานี้เท่านั้นแหละ หลังจากนี้เราสองคนจะเป็นมากกว่าพี่น้อง
“ไอร์ไม่คุยกับพี่แล้ว.....ไปนอนดีกว่า”
“เดี๋ยว! เรายังคุยกันไม่จบ”
ผมจับมือของไอรินเอาไว้เมื่อเธอกำลังจะลุกขึ้นจากโซฟาอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นไปเผชิญหน้ากับเธอโน้มตัวเข้าหาใกล้ๆยิ่งเห็นคนตัวเล็กโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็ยิ่งอยากจะแกล้ง
“ไอร์ไม่มีอะไรจะคุย...พรุ่งนี้มีฉากสำคัญเดี๋ยวตื่นสาย”
“ฉากอะไร...มันจะสำคัญกว่าพี่ได้ยังไง”
ไอร์สะบัดมือผมออกก่อนจะเดินเข้าห้องนอนคิดว่าจะยอมเหรอ ผมเลยเดินตามเข้าห้องนอนของเธอเพื่อตามไปคุยให้รู้เรื่อง ไม่ชอบอะไรที่มันค้างคาอีกแล้ว ไม่อยากให้เป็นแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว
“เลิฟซีน...พอใจยัง”
“เลิฟซีน?”
ผมนี่อยากจะบ้า จะสั่งห้ามก็ไม่ได้ถ้าพูดออกไปเดี๋ยวไอรินก็จะบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน นี่ผมจะทำยังไงกับไอรินดีเนี่ย จะห้ามยังไงดี
พระเพลิงเสยผมที่เซ็ทอย่างแรงเพราะไม่สบอารมณ์ หญิงสาวเห็นอาการเลยลากแขนของชายหนุ่มให้เดินตามมาพร้อมกับเสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นระยะพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้เห็นใจหรือคล้อยตามไปกับเขาอีกเพราะรู้ว่าท่าทีแบบนี้เขากำลังจะแสดงอาการอะไรออกมา
“กลับไปได้แล้ว”
“ไม่กลับ!”
ตอบกลับเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อบึ้งตึงไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก ความหึงหวงเริ่มเข้าครอบงำแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้
“ไอร์จะนอน....พี่เพลิงอย่าเอาแต่ใจได้ป่ะ”
“งั้นพรุ่งนี้จะไปด้วย” เหมือนจะฟังสิ่งที่เธอพูดแต่ไม่ใช่เลย ทำหน้าซื่อตาใสกลับมาซะงั้น
“เฮ้ย!ห้ามก็จะไปใช่ไหม”
ฉันได้แต่ถอนหายใจให้การเอาแต่ใจของพี่เพลิง นี่พี่เขาเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ยสงสัยเริ่มแก่ ก็เลยไม่ฟังอะไรเลย เอาแต่ใจเหมือนเด็กๆที่ไม่ได้ของเล่น.....ให้ตายเถอะอยากจะเข้าไปนอนแล้วเนี่ย
“อือ”
“งั้นขับรถกลับดีๆนะคะ ลุง!”
เธอเอี้ยวตัวไปเปิดประตูพลางดันตัวของเขาให้ออกไปจากห้องพร้อมกับโบกมือไปมาไล่ทางอ้อมด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่ก็ไม่ได้สะท้านถึงพระเพลิงเลยเช่นกัน
“ครับ! ยัยเตี้ย”
ฟอด! ผมหอมแก้มไอรินทั้งสองข้างด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะดันตัวเธอกลับเข้าห้องแล้วปิดประตูให้ ผมได้ยินเสียงไอรินดังออกมาจากหลังประตูสงสัยจะโกรธไม่สิคงเขินอยู่
“พี่เพลิง! หอมแก้มอีกแล้วนะ....ไอ้พี่บ้า”
คนตัวเล็กร้องโวยวายอยู่ในห้อง มือเล็กทั้งสองข้างจับเข้าที่แก้มตรงที่ชายหนุ่มหอมรู้สึกแก้มมันร้อนๆยังไงก็ไม่รู้ เธอตบเข้าที่แก้มทั้งสองข้างแรงๆเพื่อเรียกสติเพราะรู้สึกว่าตัวเองจะยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเลยเดินกลับเข้าห้องนอนไปเพราะตอนนี้มันก็เริ่มดึกมากแล้ว
ช่วงสายของอีกวันบริษัท พฤกษา กรุ๊ปพระเพลิงเลื่อนประชุมในช่วงเช้ามาเป็นประชุมในช่วงบ่ายแทนเพราะประชุมในวันนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม มีรูปนับสิบปรากฏขึ้นในไอแพดมีทั้งภาพข่าวและรูปแอบถ่าย“กระจายไปทั่วเลยครับ...แฟนคลับต่างพากันดีใจกับคู่นี้เป็นอย่างมาก”“นี่มัน!ปั่นกระแสด้วยตัวเองเลยเหรอว่ะ”ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เขากำลังไล่ดูรูปและข่าวต่างๆ ที่ธันวาเอามาให้ดูก๊อก ก๊อก!“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”ในระหว่างที่พระเพลิงกำลังพิจารณารูปภาพต่างๆ ของไอรินกับซัน ก็ถูกเลขาหน้าห้องขัดจังหวะ เขาปิดไอแพดลงก่อนยื่นมันให้ธันวาที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหน้า“เข้ามาครับ!”หลังจากสิ้นเสียงท่านประธานหนุ่ม รินเลขาคนสวยก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เธอเดินไปอยู่หน้าโต๊ะของประธานหนุ่มส่งสายตาให้ธันวาออกไปข้างนอก แต่ก็ไร้ผล ธันวานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อย่างนั้น“คุณรินมีอะไรครับ.....เหลืออีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลาประชุม”“อ่อ! รินแค่จะเอาเอกสารการประชุมมา
ช่วงสายของอีกวัน ความแรงของพระอาทิตย์ที่สาดแสงสว่างเข้ามาภายในห้อง ก็ไม่ได้มีผลเพราะภายในห้องที่ปิดมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังเล็ดลอดออกมา ไอรินซุกตัวเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มือหนากระชับตัวหญิงสาวให้แน่นขึ้น ทั้งๆที่ทั้งสองยังคงหลับสนิทเพราะความง่วงครืด ครืด ! ความสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงทำให้คนตัวโตควานหาโทรศัพท์อยากรวดเร็ว เขารับสายทันทีเมื่อหยิบมันขึ้นมาได้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าใครโทรมา(ไอร์....” เสียงเรียกดูสนิทกันมาก “ซันเอง....เดี๋ยวตอนเที่ยงเข้าไปรับที่คอนโดนะ)“......”พระเพลิงถึงกับขมวดคิ้ว เขาลืมตาขึ้นมาดูที่โทรศัพท์อีกครั้ง เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา เขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมและกระชับคนตัวเล็กที่กำลังหลับ เขาโน้มตัวลงกดจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา“ไอร์”“อืออ”พระเพลิงกระซิบเรียกหญิงสาวในอ้อมกอดเบาๆข้างใบหูของเธอ หญิงสาวเองก็ตอบรับอย่างแผ่วเบา“ไอริน!”
ผ่านไปไม่นานบุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เหล่าทีมงานถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะพวกเขาโดนผู้กำกับบ่นแล้วบ่นอีกจนทุกคนหมดอารมณ์ในการทำงาน ไม่ต่างจากนักแสดงท่านอื่นๆที่รอเข้าฉากกับทั้งสองคนแต่ก็ต้องทำงานกันต่อให้เสร็จไหนๆก็เสียเวลาแล้ว“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ต้องรอ พอดีผมท้องเสียครับเลยมาช้า”ซันรีบวิ่งเข้ามาในกองถ่ายยกมือไหว้ผู้กำกับและเหล่าทีมงานรวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบแม้ว่าจะไร้การตอบรับจากนักแสดงท่านใหญ่แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจ เขาเพียงแค่ทำไปอย่างนั้นเพราะตามมารยาท“น้องซันเป็นยังไงบ้าง”“ผมดีขึ้นแล้วครับพี่หวา”เสียงทุ้มอ่อนลงพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนคนผู้จัดการส่วนตัวราวกับรู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรง“ดีแล้ว....รีบไปเตรียมตัวเถอะคนอื่นเขารอนานแล้ว”“ครับ!พี่หวา”เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปหวาผู้จัดการรีบพาซันพระเอกของเขาไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าซันจะมาแล้วแต่ทุกคนก็ยังวุ่นวายพยายามติดต่อหาน้ำหวานแต่เธอก็ยังไม่
ณ.กองละครวันอาทิตย์ที่แสนจะหนักหน่วง เนื่องจากไอรินมีคิวถ่ายทั้งวันเช้านี้เลยต้องรีบมาเตรียมตัวก่อนในกลุ่มของนักแสดง หญิงสาวมาถึงก่อนเป็นคนแรกและวันนี้ ไอรินก็พ่วงพี่เลี้ยงมาด้วยถึงสามคน แม้ว่าเธอจะไม่อยากให้มาด้วยก็ตามโดยเฉพาะสองหนุ่ม“สวัสดีค่ะพี่ต่อ” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นไหว้อีกฝ่าย“ไอรินมาแต่เช้าเลย...สองหนุ่มด้านหลังใครเนี่ย..ไม่เคยเห็นหน้าเลย”เขารับไหว้เธออย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะหันไปหาพี่เพลิงกับพี่ธันที่เดินตามหลังมาพร้อมกับพี่คิม คำถามของเขาทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะความเอาแต่ใจของพี่เพลิงแท้ๆเลย“คนนี้พี่เลี้ยงอีกคนของยัยไอร์ค่ะ....ส่วนคนนี้กิ๊กคิมมี่เอง”“อ่อๆตามสบายนะครับ”พี่คิมชี้ที่พี่เพลิงบอกเป็นพี่เลี้ยงของฉัน แล้วแกก็เดินไปซบไหล่พี่ธันบอกเป็นกิ๊กของตัวเอง พี่ต่อถึงกับพูดไม่ออกเอาแต่พยักหน้างึกๆให้พี่คิมก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้ฉันเพราะแกใช้มุกนี้ซ้ำจนจำแทบจะไม่ได้แล้วมั้ง....เต็นท์
หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยได้แต่โทรคุยเท่านั้น ตอนนี้ไอรินได้เรียนจบแล้ว เมื่อสอบตัวสุดท้ายเสร็จหญิงสาวก็ต้องไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัดต่อเลย ส่วนพระเพลิงก็ต้องทำงานหนักที่บริษัท เพราะต้องการสร้างความคุ้นชินกับทุกคนให้มากที่สุดจะได้ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ว่าตำแหน่งประธานจะได้มาจากพ่อของเขา แต่หุ้นส่วนทุกคนก็ใช่ว่าจะชื่นชอบทั้งหมดเช่นกัน ถึงพระเพลิงจะเคยทำงานกับบริษัทใหญ่ๆที่ต่างประเทศก็ตามแต่เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง 05:00 น.ชายหนุ่มตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงีย เขาตื่นเวลานี้ประจำจนร่างกายเคยชินทั้งทีเมื่อคืนเขากลับถึงบ้านก็ตีสามแล้ว สิ่งแรกที่พระเพลิงทำก็คือหยิบโทรศัพท์ที่อยู่หัวเตียงโทรหาคนตัวเล็กของเขาทันที โดยไม่สนว่าตอนนี้มันพึ่งจะตีห้าเขารอสายอยู่นานจนในที่สุดไอรินก็รับสาย...(ไอร์.....ตื่นยัง)(อืออออออ)เสียงคนสวยงัวเงียสุดๆตอบรับทั้งๆที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในรีสอร์ท(ตื่นได้แล้ว.....เช้าแล้วนะ)(อืออออ กี่โมงแล้ว)
เมื่อคืนผมกับคุณคิมได้ไปส่งไอรินที่ห้อง โชคดีที่คุณคิมมีเพื่อนเป็นหมอ ยัยเตี้ยเลยได้ฉีดยาลดไข้ทันที เมื่ออาการของเธอดีขึ้น คุณคิมเลยอาสามาส่งผมที่บ้าน โดยให้เพื่อนอยู่ช่วยดูแลไอรินไปก่อน ใจจริง! ผมอยากเฝ้าทั้งคืนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าต้องเดินทางไกลบนเครื่องไฟล์ทบินกลับเชียงใหม่ วันนี้ผมกับไอ้ธันต้องกลับบ้านเกิดที่เชียงใหม่ไฟล์ทเช้าตามที่แม่จองไว้ให้ แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ ผมจะได้เจอไอรินเด็กอ้วนไม่ใช่สิยัยเตี้ยของผมต่างหาก ที่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน ก็เพราะหลังจากตอนนั้น ที่ผมโทรหาแม่เพื่อขอค็อนแทค แต่แม่ไม่ยอมให้! ผมเลยเอาชื่อของไอรินไปเสิร์จเอาเองเลยแล้วมันก็ขึ้นหน้ายัยเตี้ยเต็มไปหมดตอนนั้นผมนี่แทบบ้าดีใจมากไม่คิดว่าจะเจอกันง่ายขนาดนี้ ตอนอยู่นิวยอร์ก ผมไม่เคยสนใจข่าวสารในเมืองไทยเลยเอาแต่ทำงานเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ก็มีโทรหาแม่เพื่อถามเกี่ยวกับไอรินอยู่บ้างแต่พ่อกับแม่ผมก็เอาแต่พูดว่าน้องสบายดี มีความสุขมากแกไม่ต้องเป็นห่วง“นาย...นายครับ!”“อะ....อะไร”ผมหลุดออกจากภวังค์เมื่อไอ้ธันสะกิดแขนเรียก สายตาหันไปมองตามมือของไอ้ธัน มันชี้ไปทางเข้าเครื่องก็พบไอรินกำลังเดินมากับคุณ







