Masukณ.กองละคร
วันอาทิตย์ที่แสนจะหนักหน่วง เนื่องจากไอรินมีคิวถ่ายทั้งวันเช้านี้เลยต้องรีบมาเตรียมตัวก่อนในกลุ่มของนักแสดง หญิงสาวมาถึงก่อนเป็นคนแรกและวันนี้ ไอรินก็พ่วงพี่เลี้ยงมาด้วยถึงสามคน แม้ว่าเธอจะไม่อยากให้มาด้วยก็ตามโดยเฉพาะสองหนุ่ม
“สวัสดีค่ะพี่ต่อ” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นไหว้อีกฝ่าย
“ไอรินมาแต่เช้าเลย...สองหนุ่มด้านหลังใครเนี่ย..ไม่เคยเห็นหน้าเลย”
เขารับไหว้เธออย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะหันไปหาพี่เพลิงกับพี่ธันที่เดินตามหลังมาพร้อมกับพี่คิม คำถามของเขาทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะความเอาแต่ใจของพี่เพลิงแท้ๆเลย
“คนนี้พี่เลี้ยงอีกคนของยัยไอร์ค่ะ....ส่วนคนนี้กิ๊กคิมมี่เอง”
“อ่อๆตามสบายนะครับ”
พี่คิมชี้ที่พี่เพลิงบอกเป็นพี่เลี้ยงของฉัน แล้วแกก็เดินไปซบไหล่พี่ธันบอกเป็นกิ๊กของตัวเอง พี่ต่อถึงกับพูดไม่ออกเอาแต่พยักหน้างึกๆให้พี่คิมก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้ฉัน
เพราะแกใช้มุกนี้ซ้ำจนจำแทบจะไม่ได้แล้วมั้ง....
เต็นท์รับรอง
“เอาวางตรงนี้เลยค่ะคุณธัน”
“อ่อ!ครับ”
กระเป๋าใบใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะพร้อมกับแก้วกาแฟอีกหลายแก้ว วันนี้ต้องโดบหน่อยเพราะน่าจะดึก คิมมี่เตรียมพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะแป็นของกินหรืออาหารเสริมเพราะต้องการให้นางเอกของเธอสวยที่สุด
“น้องไอร์...แต่งตัวเลยไหม”
“ได้ค่ะ.....พี่จินนี่”
เธอตอบรับอีกฝ่ายไป พลางเดินไปนั่งรอที่ประจำ รอให้เขาเตรียมให้เสร็จก่อนแล้วไปจัดการในส่วนของตัวเอง
พี่จินนี่กับพี่คิมมี่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียน แกเป็นช่างแต่งหน้าที่เก่งแถมยังปากหวานเป็นขาเม้าประจำของกองถ่ายและแน่นอนว่าใครพลาดคืนต่อมาโดนเมาส์ยาวๆ
“อ่ะ! หนุ่มหล่อคนนี้คือใครเหรอคะ.....น้องไอร์?”
เสียงหวานๆเอ่ยถามหญิงสาวแต่สายตาเอาแต่จับจ้องสองหนุ่มด้วยแววตาหลงใหล
“ผมเพลิงครับ”
พี่เพลิงแนะนำตัวกับพี่จินนี่แต่สายตาเอาแต่มองมาที่ฉันจนพี่จินนี่ผิดสังเกตและแน่นอนฉันได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนกลับไปก่อนจะเลี่ยงเบี่ยงประเด็น
“จินนี่นะคะ.....มาคุมน้องไอร์เหรอ?”
“ครับ! มาคุมความประพฤติ”
ฉันดุพี่เพลิงทางสายตาแต่พี่เพลิงก็ยังเป็นพี่เพลิงไม่สนใจปล่อยเบลอตลอด ฉันได้แต่ถอนหายใจแรงๆเหมือนตอนนี้กำลังโดนควบคุมอย่างกับเด็กในปกครองของเขา
“ ไปกันเถอะพี่จินนี่”
“อ่ะๆไปค่ะ....ขอตัวก่อนนะคะคุณเพลิง”
“ครับคุณจินนี่” ผมส่งสายตากวนให้ไอริน เธอทำหน้ามุ่ยใส่ผมก่อนเดินไปกับคุณจินนี่
ตอนนี้นักแสดงที่เข้าฉากเริ่มทยอยกันมาแล้ว ส่วนทีมงานก็เริ่มเตรียมอุปกรณ์กันอย่างวุ่นวาย พระเพลิงและธันวามองดูสถานการณ์ตรงหน้าที่ก่อนที่ทั้งสองจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะไม่เคยรู้เลยมาการที่จะได้หนังมาหนึ่งเรื่องต้องเจออะไรบ้างในแต่ละวัน
“นายครับ! ผมขอไปช่วยพวกเขานะ น่าจะสนุก”
“ตามสบาย! อย่าไปสร้างความวุ่นวายให้เขาละ” ออกปากไล่ลูกน้องส่วนตัวก่อนที่ตัวเองจะล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลาเรื่อยๆ
“ครับ!”
ธันวาเหมือนจะสนใจสิ่งใหม่ๆรอบตัวเลยขอเจ้านายหนุ่มไปช่วยงานคนในกองถ่าย พี่ต่อก็ไม่ได้ว่าอะไรแถมยังให้ทีมงานคนอื่นสอนงานให้ธันวาด้วยและดูเหมือนว่าเขาจะชอบนะเนี่ย
“พี่เพลิง! พี่คิมอยู่ไหน”
“พี่เห็นออกไปคุยโทรศัพท์....เป็นอะไรรึเปล่า” ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเมื่อเห็นอาการแปลกๆของอีกฝ่าย
“ไอร์แสบต้นคออ่ะเหมือนมีอะไรกัด”
“ไหนพี่ดูดิ”
ผมถามไอรินเพราะเธอเอามือถูต้นคอด้านหลังตลอดเวลาที่ยืนคุยกับผม ไอร์นั่งลงข้างๆพลางหันหลังให้ก่อนจะจับรวบผมที่มัดอยู่ไปไว้ด้านหน้าเพื่อให้เห็นรอยชัดๆ
“เป็นยังไง...มันแดงมากใช่ไหม”
“แดงมาก....อย่าจับสิไอร์”
ผมดุไอรินที่เอามือมาจับ น่าจะแพ้อะไรบ้างอย่างพอเอามือไปถูมันเลยเกิดรอยแดง ผมเลยเป่าเบาๆลงต้นคอของไอร์แต่เหมือนจะเป็นจุดอ่อนไหวเพราะเธอหดคออย่างรวดเร็วแถมยังหันหน้ามาดุใส่ผมอีก
“อือออ....พี่เพลิง!”
ฉันรู้สึกขนลุกตอนพี่เพลิงเป่าลงมาที่ต้นคอพอหันไปดุ เขาก็ทำหน้าไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวใส่ซะงั้น พี่เพลิงยังคงเป่าที่คอตอนนี้ฉันเริ่มชินแล้วเลยไม่ได้ว่าพี่เพลิงต่อ ไม่นานฉันก็เห็นพี่คิมเดินมา
“ยัยไอร์เป็นอะไร”
“ไอร์แสบต้นคอ” เธอยังคงจะพยายามเอามือไปถู
“ผมว่าน่าจะแพ้อะไรสักอย่างนะครับพอไอร์เกามันเลยแดง”
คิมหันไปดูที่ต้นคอของหญิงสาวก่อนจะเดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบยาทาออกมาส่งให้พระเพลิงก่อนจะหันไปหยิบของใช้ส่วนตัวบางอย่างในกระเป๋าใบใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ
“คุณเพลิงทาให้ไอร์เลยค่ะ...เดี๋ยวคิมขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”
“ได้ครับ”
มือหนารับยาจากคิม บีบลงฝามือเล็กน้อยแล้วค่อยๆลูบไปตามคอของไอรินอย่างเบามือ
หลังจากพระเพลิงทายาให้ไอรินเสร็จก็ปล่อยให้เธอมีสมาธิในการอ่านบทละครที่จะใช้เข้าฉากในวันนี้ ตอนนี้มันเลยเวลาของคิวแรกมาพอสมควรแล้วแต่นางร้ายกับพระเอกที่ต้องเข้าฉากร่วมกับนักแสดงคนอื่นๆยังไม่มาเลยทำให้ผู้กำกับต้องถ่ายฉากอื่นๆไปก่อน
ตั้งแต่พระเพลิงมาถึงกองถ่ายก็มีคนเข้ามาพูดคุยอยากจะเข้ามาทำความรู้จักกับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก พระเพลิงก็ตอบไปตามมารยาทก่อนจะทำหน้านิ่งไม่สนใจใครแต่มันทำให้ชายหนุ่มดูหล่อขึ้นไปอีก
โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากกองละคร
บนเตียงขนาดใหญ่ภายในห้องที่หรูที่สุดของโรงแรม สองร่างเปลือยเปล่ากำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่อย่างเร่าร้อน ทั้งสองชายหนุ่มหญิงสาวกรีดร้องครวญครางกันประสานเข้ากับเสียงลามกที่ดังฉ่ำไปทั่วห้องนอนขนาดใหญ่
“อ๊ะ อ๊ะ ซัน ซี๊ดดดดดด”
“หวาน ผมไม่ไหวแล้ว ซี๊ดดดด”
ชายหนุ่มเกร็งสะโพกอย่างหนักก่อนส่งแรงตอกอัดกระแทกอย่างเอาเป็นเอาตาย จนหญิงสาวใต้ร่างกรีดร้องครวญครางจนไม่เป็นภาษา เชิดหน้าส่งเรียกหวานๆเอาใจคนด้านบนอย่างยั่วยวน
“อ๊ะ ซะ...ซัน! หวานขอแรงกว่านี้ค่ะ”
“คุณทำให้ผม...คลั่ง เข้าใจไหม อ่าส์”
คนสวยกอดต้นคอแกร่งของชายหนุ่มก่อนจะดึงเข้าหาตัวมอบจูบที่แสนจะดูดดื่มและร้อนแรงให้กับเขา ซันพระเอกดาวรุ่งก็ไม่น้อยหน้าลิ้นหนาแทรกเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากของหญิงสาวใต้ร่าง ทั้งสองยังคงแลกลิ้นกันอย่างไม่มีใครยอม
Rrrrrrrrrrrr!!!!!
ครืด ครืด !
เสียงโทรศัพท์ของทั้งสองยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ทั้งสองที่อยู่ในอารมณ์กามแห่งความสุขได้ล้มเลิกกิจกรรมรักง่ายๆ มันกลับกระตุ้นแรงตัณหาเพิ่มเป็นสองเท่า
ชายหนุ่มยังคงกระแทกกระทั้นตัวตนเข้าออกในร่องสวาทของหญิงสาวอย่างร้อนแรงไม่ตก มือหนาบีบขยำหน้าอกอวบอิ่มใหญ่โตก่อนจะลิ้มลองทั้งดูดทั้งเม้มอย่างชอบยิ่งได้ยิ่งเสียงครางหวานใสเขาก็ยิ่งกระแทกท่อนเอ็นใหญ่เข้ามาให้หยุด
“ซัน!หวานไม่ไหวแล้ว.....เร็วอีกค่ะ อ๊ะ อ๊ะ”
“ผมก็จะแตกแล้วที่รัก ซี๊ดดดดดด”
เขาโน้มตัวมอบจูบที่แสนเร่าร้อนรุนแรงให้กับหญิงสาวไม่ต่างจากท่อนล่างที่กระแทกเข้ามาอย่างไม่แผ่ว
“อ๊ะ อ๊ะ อร๊ายยยยย”
“อ่าาาาาาส์ สุดยอดเลยน้ำหวาน”
ไม่นานเขาทั้งคู่ก็ไปสวรรค์อย่างสมหวังดั่งใจ ชายหนุ่มล้มทับทามบนตัวหญิงสาวอย่างหมดเรี่ยวแรง
เขาบรรจงจูบซับเหงื่อเม็ดเล็กบนใบหน้าเธออย่างอ่อนโยนกระชับอ้อมกอดเอาไว้แน่นพร้อมกับมอบจูบที่แสนหวานและเต็มไปด้วยความรักให้กับคนในอ้อมกอดอีกครั้งก่อนที่ทั้งสองจะหลับใหลเพราะความเหนื่อยล้า
กองละคร
14:00 น.
บ่ายสองโมงแล้วทั้งซันและน้ำหวานก็ยังมาไม่ถึงกองถ่ายทั้งทีมงานและผู้จัดการส่วนตัวของทั้งคู่ก็ต่างพากันโทรหาทั้งสองคนอยู่หลายครั้ง ไอรินที่ถ่ายฉากต่างๆไปเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ของวันนี้เธอก็นั่งชิวอย่างสบายใจเพราะเหลือแค่เข้าฉากกับทั้งสองคนเท่านั้นแต่การที่ให้นางเอกระดับต้นๆมานั่งรอนานหลายชั่วโมงก็ไม่ไว้เหมือนกันนะ
“พี่หวา! เด็กพี่นี่ยังไงคะ”
“พี่ก็โทรอยู่เนี่ยคิมมี่......แต่ทั้งสองคนไม่รับสายเลย”
คิมและหวาเป็นผู้จัดการทั้งคู่ ทั้งสองยังคงช่วยเหลือกันเสมอแม้ว่าน้ำหวานจะไม่ค่อยถูกกับไอรินสักเท่าไร เหล่าทีมงานตอนนี้ก็เริ่มมากดดันหวาเพราะนักแสดงคนอื่นๆเขาถ่ายกันหมดแล้ว เหลือแค่ฉากที่ต้องแสดงคู่กับหวานและซันเท่านั้นแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกคนอย่างจะกลับบ้านกันไปพักผ่อนมากกว่า
ห้องรับรอง
เพราะไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะมาตอนไหนเหล่านักแสดงเลยไปรอที่ห้องรับรองที่จัดเอาไว้เป็นส่วนตัว เมื่อสองคนนั้นมาถึงเดี๋ยวทีมงานก็จะมาเรียกทีละคนเพื่อเข้าฉากแม้ว่าจะไม่ค่อยพอใจก็ตาม
เสียงบ่นตำหนิของเหล่านักแสดงรุ่นใหญ่เริ่มเข้ามากดดันหวาผู้จัดการของนักแสดงน้องใหม่อย่างซันและน้ำหวาน แน่นอนว่าไอรินและคิมมี่ร่วมทั้งชายหนุ่มอีกสองคนอย่างธันวาและพระเพลิงได้ยินเต็มๆ
“ไหวไม่เรา”
“อืออออ”
เสียงทุ้มของพระเพลิงเอ่ยถามคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง ยิ่งเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยสดใสของเธอเขาก็ยิ่งอยากจะพากลับบ้านเต็มที หญิงสาวที่ตื่นเช้าและนอนดึกติดต่อกันหลายวันแถมวันนี้แดดยังแรงมากด้วยทำให้ไอรินปวดหัวอย่างแรงมันเต้นแรงมากอย่างกับหัวสมองจะระเบิดให้ได้
“มา!พี่นวดให้”
“อือออ”
เขาประคองไอรินให้นอนบนตัก ก่อนจะเริ่มนวดที่ขมับทั้งสองข้างของเธอช้าๆ คนตัวเล็กหลับตาพริ้มอย่างว่าง่ายน่าจะปวดมากเพราะวันนี้แดดแรงแถมยังเป็นฉากกลางแจ้งซะส่วนใหญ่ไหนจะต้องมารอนักแสดงเจ้าปัญหาที่ตอนนี้ก็ยังคงไร้วี่แววของทั้งคู่
“พี่เพลิง”
“หื้มมม”
เสียงแหบพร่าของไอรินมันทำให้ผมอยากจูบเธอจังไวกว่าความคิดก็ร่างกายผมเนี่ยแหละ
ตอนนี้หน้าของผมโน้มลงเข้าหาใบหน้าของไอร์เรียบร้อยมีเพียงจมูกของเราที่กั้นอยู่ ปากกระจับสีสวยมันช่างยั่วยวนให้ผมอย่างจะลิ้มลอง อยากจูบเธอจัง
“ไอร์หลับนะ”
“อืออ...เดี๋ยวถ้ามีคนมาเรียกพี่ค่อยปลุกเรานะ”
ไอร์ยังคงหลับตาอยู่เลยไม่รู้ว่าผมกับเธอใกล้กันมากขนาดไหน เมื่อเห็นว่าไอรินหลับสนิทผมก็ขโมยจุ๊บจากเธอด้วยความรวดเร็วเพื่อไม่ให้เธอรู้ตัว ไม่อย่างนั่นเธออาจจะข่วนใบหน้าหล่อๆของผมก็ได้
“ไอร์กินยาแล้วใช่ไหมคะ”
“เรียบร้อยครับ...แล้วข้างนอกเป็นยังไงบ้างครับ”
คุณคิมมี่ส่ายหัวเบาๆให้ผมเป็นคำตอบก่อนที่เขาจะเดินไปนอนที่โซฟาอีกตัวเพื่อรอเวลาเหมือนกัน ไม่จงต้องถามถึงไอ้ธันนะตอนนี้มันกำลังสนุกกับงานใหม่อยู่ด้านนอกคอยช่วยทีมงานจัดแสงอย่างชำนาญเหมือนเรียนมาด้านนี้ทั้งๆที่จบบริหาร
ผมคิดถึงมันแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ตอนนี้ไอรินเอาแขนผมอีกข้างไปกอดเป็นหมอนข้างเรียบร้อยแล้ว ผมไม่ได้ว่าอะไรแถมชอบด้วยซ้ำ
สถานการณ์ด้านนอกยังคงวุ่นวายกับการตามหานักแสดงดาวรุ่งทั้งสอง ดังไม่เท่าไรก็ลายออกทำให้เหล่าทีมงานเริ่มจับกลุ่มนินทาทั้งคู่จนเริ่มสนุกปากและก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่คุยกันเองในกองละคร
ทุกคนล้วนแต่ก้มหน้ากดโทรศัพท์กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ถ้าทั้งสองคนนั้นยังไม่ปรากฏตัวมีหวังดังข้ามคืนแน่ๆ
ล็อบบี้ด้านล่าง“เพลิงอยู่ที่นี่เหรอ...ไม่เห็นบอกดาวเลย”น้ำเสียงสดใสเอ่ยดังขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าหาชายหนุ่ม พระเพลิงส่งยิ้มให้ก่อนจะขยับหนีเพราะไม่อยากจะมีปัญหา“อืม...แฟนอยู่ที่นี่”“แฟน!.....คุณเนี่ยนะ ดาวไม่เชื่อ”ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อคำพูดของอีกฝ่าย ชายหนุ่มหันมาสบตาก่อนจะตอบกลับด้วยท่าทีเรียบเฉย“นั้นมันก็แล้วแต่คุณ”ดาวทำหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดก็แน่แหละ ตลอดเวลาที่รู้จักกันผมไม่เคยคบผู้หญิงคนไหนจริงจังเลยเรียกได้ว่าเปลี่ยนคนทุกครั้งไม่เคยซ้ำหน้าแต่นั่นมันเมื่อก่อนตอนนี้ผมจริงจังแล้ว“อย่าบอกนะคะ.....ว่าเป็นคนที่รับโทรศัพท์ในวันนั้น”“ใช่! และคุณก็เกือบทำให้เราทะเลาะกัน”“ดาวขอโทษนะคะเพลิง.....คุณอย่าโกรธดาวเลยนะ”ดาวรัณดาเดินอ้อมมาหาพระเพลิงที่นั่งฝั่งตรงข้าม เธอนั่งโซฟาอีกตัวที่อยู่ข้างกัน มือเล็กเกาะแขนชายหนุ่มเอียงตัวซบไหล่ของเขาอย่างออดอ้อน“งั้นคืนนี้เราไปส่งท้ายกันหน
ช่วงสายของอีกวันบริษัท พฤกษา กรุ๊ปพระเพลิงเลื่อนประชุมในช่วงเช้ามาเป็นประชุมในช่วงบ่ายแทนเพราะประชุมในวันนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม มีรูปนับสิบปรากฏขึ้นในไอแพดมีทั้งภาพข่าวและรูปแอบถ่าย“กระจายไปทั่วเลยครับ...แฟนคลับต่างพากันดีใจกับคู่นี้เป็นอย่างมาก”“นี่มัน!ปั่นกระแสด้วยตัวเองเลยเหรอว่ะ”ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เขากำลังไล่ดูรูปและข่าวต่างๆ ที่ธันวาเอามาให้ดูก๊อก ก๊อก!“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”ในระหว่างที่พระเพลิงกำลังพิจารณารูปภาพต่างๆ ของไอรินกับซัน ก็ถูกเลขาหน้าห้องขัดจังหวะ เขาปิดไอแพดลงก่อนยื่นมันให้ธันวาที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหน้า“เข้ามาครับ!”หลังจากสิ้นเสียงท่านประธานหนุ่ม รินเลขาคนสวยก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เธอเดินไปอยู่หน้าโต๊ะของประธานหนุ่มส่งสายตาให้ธันวาออกไปข้างนอก แต่ก็ไร้ผล ธันวานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อย่างนั้น“คุณรินมีอะไรครับ.....เหลืออีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลาประชุม”“อ่อ! รินแค่จะเอาเอกสารการประชุมมา
ช่วงสายของอีกวัน ความแรงของพระอาทิตย์ที่สาดแสงสว่างเข้ามาภายในห้อง ก็ไม่ได้มีผลเพราะภายในห้องที่ปิดมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังเล็ดลอดออกมา ไอรินซุกตัวเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มือหนากระชับตัวหญิงสาวให้แน่นขึ้น ทั้งๆที่ทั้งสองยังคงหลับสนิทเพราะความง่วงครืด ครืด ! ความสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงทำให้คนตัวโตควานหาโทรศัพท์อยากรวดเร็ว เขารับสายทันทีเมื่อหยิบมันขึ้นมาได้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าใครโทรมา(ไอร์....” เสียงเรียกดูสนิทกันมาก “ซันเอง....เดี๋ยวตอนเที่ยงเข้าไปรับที่คอนโดนะ)“......”พระเพลิงถึงกับขมวดคิ้ว เขาลืมตาขึ้นมาดูที่โทรศัพท์อีกครั้ง เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา เขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมและกระชับคนตัวเล็กที่กำลังหลับ เขาโน้มตัวลงกดจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา“ไอร์”“อืออ”พระเพลิงกระซิบเรียกหญิงสาวในอ้อมกอดเบาๆข้างใบหูของเธอ หญิงสาวเองก็ตอบรับอย่างแผ่วเบา“ไอริน!”
ผ่านไปไม่นานบุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เหล่าทีมงานถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะพวกเขาโดนผู้กำกับบ่นแล้วบ่นอีกจนทุกคนหมดอารมณ์ในการทำงาน ไม่ต่างจากนักแสดงท่านอื่นๆที่รอเข้าฉากกับทั้งสองคนแต่ก็ต้องทำงานกันต่อให้เสร็จไหนๆก็เสียเวลาแล้ว“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ต้องรอ พอดีผมท้องเสียครับเลยมาช้า”ซันรีบวิ่งเข้ามาในกองถ่ายยกมือไหว้ผู้กำกับและเหล่าทีมงานรวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบแม้ว่าจะไร้การตอบรับจากนักแสดงท่านใหญ่แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจ เขาเพียงแค่ทำไปอย่างนั้นเพราะตามมารยาท“น้องซันเป็นยังไงบ้าง”“ผมดีขึ้นแล้วครับพี่หวา”เสียงทุ้มอ่อนลงพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนคนผู้จัดการส่วนตัวราวกับรู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรง“ดีแล้ว....รีบไปเตรียมตัวเถอะคนอื่นเขารอนานแล้ว”“ครับ!พี่หวา”เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปหวาผู้จัดการรีบพาซันพระเอกของเขาไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าซันจะมาแล้วแต่ทุกคนก็ยังวุ่นวายพยายามติดต่อหาน้ำหวานแต่เธอก็ยังไม่
ณ.กองละครวันอาทิตย์ที่แสนจะหนักหน่วง เนื่องจากไอรินมีคิวถ่ายทั้งวันเช้านี้เลยต้องรีบมาเตรียมตัวก่อนในกลุ่มของนักแสดง หญิงสาวมาถึงก่อนเป็นคนแรกและวันนี้ ไอรินก็พ่วงพี่เลี้ยงมาด้วยถึงสามคน แม้ว่าเธอจะไม่อยากให้มาด้วยก็ตามโดยเฉพาะสองหนุ่ม“สวัสดีค่ะพี่ต่อ” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นไหว้อีกฝ่าย“ไอรินมาแต่เช้าเลย...สองหนุ่มด้านหลังใครเนี่ย..ไม่เคยเห็นหน้าเลย”เขารับไหว้เธออย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะหันไปหาพี่เพลิงกับพี่ธันที่เดินตามหลังมาพร้อมกับพี่คิม คำถามของเขาทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะความเอาแต่ใจของพี่เพลิงแท้ๆเลย“คนนี้พี่เลี้ยงอีกคนของยัยไอร์ค่ะ....ส่วนคนนี้กิ๊กคิมมี่เอง”“อ่อๆตามสบายนะครับ”พี่คิมชี้ที่พี่เพลิงบอกเป็นพี่เลี้ยงของฉัน แล้วแกก็เดินไปซบไหล่พี่ธันบอกเป็นกิ๊กของตัวเอง พี่ต่อถึงกับพูดไม่ออกเอาแต่พยักหน้างึกๆให้พี่คิมก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้ฉันเพราะแกใช้มุกนี้ซ้ำจนจำแทบจะไม่ได้แล้วมั้ง....เต็นท์
หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยได้แต่โทรคุยเท่านั้น ตอนนี้ไอรินได้เรียนจบแล้ว เมื่อสอบตัวสุดท้ายเสร็จหญิงสาวก็ต้องไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัดต่อเลย ส่วนพระเพลิงก็ต้องทำงานหนักที่บริษัท เพราะต้องการสร้างความคุ้นชินกับทุกคนให้มากที่สุดจะได้ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ว่าตำแหน่งประธานจะได้มาจากพ่อของเขา แต่หุ้นส่วนทุกคนก็ใช่ว่าจะชื่นชอบทั้งหมดเช่นกัน ถึงพระเพลิงจะเคยทำงานกับบริษัทใหญ่ๆที่ต่างประเทศก็ตามแต่เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง 05:00 น.ชายหนุ่มตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงีย เขาตื่นเวลานี้ประจำจนร่างกายเคยชินทั้งทีเมื่อคืนเขากลับถึงบ้านก็ตีสามแล้ว สิ่งแรกที่พระเพลิงทำก็คือหยิบโทรศัพท์ที่อยู่หัวเตียงโทรหาคนตัวเล็กของเขาทันที โดยไม่สนว่าตอนนี้มันพึ่งจะตีห้าเขารอสายอยู่นานจนในที่สุดไอรินก็รับสาย...(ไอร์.....ตื่นยัง)(อืออออออ)เสียงคนสวยงัวเงียสุดๆตอบรับทั้งๆที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในรีสอร์ท(ตื่นได้แล้ว.....เช้าแล้วนะ)(อืออออ กี่โมงแล้ว)







