LOGINแฟนเก่าโครจรกลับมาพบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นสถานะ "คนที่ซื้อมา" กับ "คนที่ถูกซื้อ" ราคาหนึ่งล้านบาทคือค่าตัวที่ไถ่เธอออกมาจากซ่อง หนึ่งล้านบาทจะต้องชดใช้ด้วยวิธีไหน ช่อลดาพอเดาได้ แต่ปลายทางจะเป็นความรักได้จริงหรือ นั่นคือคำถามที่ยังคาใจในสมองคนทั้งคู่
View More“ไอ้ภู ไอ้ภู ไอ้ภู!!” ภูวศินชะงักมือที่ยกบรั่นดีพร้อมสายตาเหน็บแนม แหม่ เหล้ากำลังจะเข้าปากอยู่แล้วแท้ๆ แต่ถูกกวนจนได้
“อะไรวะ” ภูวิศินขัดใจ พร้อมวางแก้วเหล้าองุ่นที่เรียกกันทั่วไปว่าบรั่นดีลงกับเคาน์เตอร์จนบาร์เทนเดอร์สะดุ้ง ไวน์กระฉอกออกจากแก้วเลอะโต๊ะ แต่ด้วยความรวยที่มีมากเกินไป เลยไม่ได้เสียดายอะไร
“นู่น มึงดูอะไรนู่น” เทวาศินพยักพะเยิดไปยังสาวสวยเบื้องหน้าที่กำลังสาดแก้วเหล้าเข้าที่ใบหน้าฝ่ายชาย
“เราเลิกกันเถอะ!!” เธอคนนั้นพูดด้วยความหัวร้อนเอาเรื่อง ฝ่ายชายไม่แพ้กัน อารมณ์พลุ่งพล่านทั่วร่าง เดือดดาล
“ได้ ไม่ทนแม่งแล้ว”
“เออ กูไม่ทนหรอกเว้ย เลิกไปได้ก็ดี อยู่ด้วยก็อึดอัดเปล่าๆ”
บทสนทนาที่ภูวศินพอจะได้ยินคร่าวๆ เพราะเพลงในร้านเหล้าค่อนข้างดัง ทันใดนั้นไม่ทันได้ตั้งหลักอะไรมากนัก หญิงสาวสุดสวยถูกตบจนหน้าสะบัด ภูวศินนั่งมองอยู่ก่อนแล้วก็อดสูดปากไม่ได้ เจ็บน่าดูไม่ต้องสืบ
มองไปมองมา… อ้าว!
แฟนเก่า…
ฉิบหาย… เจอตอนไหนไม่เจอ มาเจอตอนที่เธอกำลังเลิกกับแฟนเก่า
ไม่สิ ไม่เรียกฉิบหายแล้ว นี่มันเรียกว่าโอกาสชัดๆ
“มึงจะทำอะไรอ่ะ”
ภูวศินถูฝ่ามือสองข้างเข้าด้วยกันให้พออุ่นๆ เสยปาดเข้าที่ปลายผมด้านข้าง “เมิงรู้จักถ่านไฟเก่ามั้ย”
บทที่ 1
พี่คนรวย …ก็ใหญ่
“คุณทำแบบนั้นมันก็ไม่ถูกนะครับ” มือหนาเทอะทะที่จะตบซ้ำเข้าที่ใบหน้าหวานอีกข้างหยุดชะงัก ภูวศินออกแรงเพิ่มอีกนิดบีบเข้าที่มือหนาแล้วขว้างออก “เธอเป็นผู้หญิง”
ตามหลักแล้ว ผู้หญิงไม่ควรได้รับความรุนแรงจากผู้ชายแบบเราๆ
ยิ่งพอได้เห็นแก้มน้องนางแดงเป็นปื้นแบบนั้น เขายิ่งอยากเข้าไปซัดหน้าไอ้หมอนี่ซะให้ช้ำเป็นรอยเขียว แต่ก็ต้องระงับอารมณ์ไว้เพราะเขาคือตัวละครหน้าใหม่ในวงสนทนา
“อ้อ! ผัวใหม่?”
“ใช่!”
ว๊าว แซ่บ เธอออกหน้าเองนะ ผมแค่ยืนเฉยๆ
แต่ไอ้ยืนเฉยๆ กลับได้บทผัวใหม่เฉยเลย จะรอช้าทำไม โอบไหล่ปลอบไปเลยไอ้ภู ก็ทำคะแนนไปเลยสิครับ จังหวะมันมาแล้วซะขนาดนี้
“โอ๋ที่รัก เจ็บมั้ยคะตะเองงง”
“เจ็บบบ” พูดไม่พูดเปล่า ใบหน้างามซบเข้าที่แผงอกกำยำ แน่ะ เนียนเลย แล้วไอ้เสียงออดอ้อนแบบนี้มันน่านัก… มันน่ากัดน่าฟัดจริงๆ
สายตาผมมองเย้ยไปที่แฟนเก่าป้ายแดง ฝ่ายนั้นยืนกำหมัดแล้วหนึ่ง ทำอะไรไม่ได้ดวงตาปูดโปน เส้นเลือดเต้นตุบเหมือนจะระเบิด หน้าดำคร่ำเครียดเหมือนโดนของ
“ยังไงๆ ก็ไม่ได้รวยไปกว่ากูหรอกโว้ย นึกหรอว่าอยู่กับมันมึงจะไม่ลำบาก อยู่กับกูนี่ สบายไปทั้งชาติ” ช่อลดาหน้าเสีย แต่ด้วยความมึนเมาเลยไม่ค่อยได้สติ เซหลุนๆ ไปตามแรงดึงจากการยื้อแย่งจากฝั่งแฟนเก่า
มันยอมไม่ได้ เดือดดาลแทนเธอที่มันมากล่าวหาว่าผู้หญิงคนนี้หน้าเงิน และด้วยความเป็นผม ไอ้ภูจะกู้หน้าเธอเอง
“คุณเอาอะไรมาวัดว่ารวยกว่าผม และอันที่จริงเธออาจจะไม่ได้ต้องการชายที่รวยก็ได้ แต่เธอแค่ต้องการผู้ชายที่ดีต่างหาก”
“แล้วกูไม่ดีตรงไหนวะ!!”
“เท่าที่ผมเห็นคือเธอถูกคุณทำร้าย” ภูวศินดึงแขนเธอกลับมาอยู่ด้านหลัง เอาตัวเองเป็นเกราะกำบัง เพราะตอนนี้ฝ่ายชายดูท่าแล้วระงับอารมณ์ไม่อยู่ หากโดนทำร้ายก็คงจะเป็นเขาคนแรกที่โดนก่อน ไม่ใช่เธอ
แผ่นหลังอบอุ่นแผ่ซ่านความปลอดภัยให้ผู้หญิงตัวเล็กที่เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัว แถมยังมีมืออุ่นๆ ที่แทรกประสานเข้ากับมือของเธอด้วยอีกหนึ่งมือ
นั่นแหละ… ความไว้วางใจจึงบังเกิด
“คุณช่วยฉันด้วยนะคะ ถ้าตอบแทนอะไรคุณได้ฉันจะตอบแทน”
ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ในกระแสเลือด จวบจนตอนนี้ช่อลดาก็ยังไม่รู้ว่าคนที่กำลังขอความช่วยเหลือนั้นคือแฟนเก่าของเธอ ทว่าเธอกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด ราวกับว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่เธอเคยสนิทคุ้นเคย
คุ้นเคยจนไม่อยากปล่อยมือ
“อยู่กับผม มั่นใจได้เลยว่าคุณจะปลอดภัยกว่าอยู่กับใครในที่นี้”
ฉากครู่นี้แฟนเก่าของช่อลดามองแล้วอกกลัดหนอง ตีอกชกร้องตัวเองด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ บทสนทนาเขาได้ยินชัดเจนเต็มสองหู
“ว่ายังไงล่ะพ่อคนรวย เห็นว่ารวยนักรวยหนา แต่บอกไว้อย่างนะจ๊ะ ต่อให้รวยล้นฟ้าถ้าผู้หญิงเค้าหมดรัก ยังไงเขาก็ไป”
“โธ่เว้ย!!” คีตกาญจ์ล้มโต๊ะจนของระเนระนาด อารมณ์หุนหันพลันแล่นทำข้าวของเสียหายจนคนรอบข้างลุกหนี ดวงตาวาวโรจน์มองมาที่ภูวศิน “มึงตาย!!! ไอ้ชู้รัก”
พร้อมแล้วโว้ย มึงเข้ามาเลยไอ้อ่อน ภูวศินตั้งการ์ดพร้อมรับมือ ข้างหลังยังมีช่อลดาที่หลบซ่อนอยู่ข้างหลัง
ชั่ววินาทีเกิดการตะลุมบอนเกิดขึ้น เสียงแก้วแตก ขวดไวน์ร่วงหล่นจากโต๊ะ เสียงหมัดรัวตุบตับ และเสียงคนร้องโกลาหล เทวาศินที่นั่งดูอยู่ตั้งแต่ต้นรีบเรียกการ์ดเมื่อเห็นท่าไม่ดี ถึงน้องชายจะเป็นแต้มต่อเพราะครองสติอยู่ ไม่ได้เมามากนัก แต่เขายังไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ เพราะอาจจะเกิดความเสียหายเกินคาดเดา
เพราะถ้าไอ้ภูมันลองโมโหแล้ว อะไรก็เอามันไม่ลง
การ์ดเข้ามาชาร์จคนทั้งคู่ให้แยกออกจากกัน ถึงจะโดนจับแยกสำเร็จแต่ก็ยังได้ยินคำพูดหยาบคายหลุดจากคนทั้งคู่ เมื่อการ์ดเห็นว่าต่างคนต่างไม่ทำร้ายกันแน่ๆ จึงปล่อยตัวให้เป็นอิสระ ต่างคนต่างมองหน้าอริพร้อมหมายหัวไว้
“กูไม่อยากมีเรื่องในนี้เฉยๆ หรอกนะ ไว้คราวหน้าถ้ากูเห็นมึงที่ไหน กูเช็กบิลแน่!” คีตกาญจ์ถ่มน้ำลงพื้นก่อนจะเดินจากไป
ภูวศินกวาดสายตาหาสตรีของเขา แต่ว่าไม่พบ พอเป็นแบบนั้นก็ร้อนรนอยู่ไม่สุข พยายามสาดสายตามองให้รอบทิศ ทันใดนั้นก็เห็นร่างบางยืนพิงเสาหน้าห้องน้ำ เขารีบปรี่เข้าไปหา ฉวยเข้าที่ต้นแขนขาวละเอียด ออกแรงเพียงนิดเดียวเธอก็เซจนเกือบจะล้มลงในอ้อมอกของเขา
“เมาจนไม่ได้สติ” ภูวศินส่ายหน้าหงุดหงิด แต่ใครจะรู้ว่าน้ำเสียงนั้นเจือด้วยความเป็นห่วง เพราะแม้แต่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้สึกตัวว่าเป็นห่วง อาการออกทั้งน้ำเสียงและสายตาเอื้ออาดูร
“เมาแบบนี้ใครเห็นเข้าเขาก็อุ้มไปไหนหรอก ยิ่งน่ากินซะขนาดนี้”
ภูวศินระงับสติอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านขณะที่ช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม เพราะโดนเข้ากับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ปลายผมนิ่ม มันเฉียดโดนจมูกเขาบางๆ อย่างไม่ตั้งใจ มือคนไม่ได้สติปล่อยแก้วทรงสูงในมือมากอดคอเขาหลวมๆ แก้วใสทรงแชมเปญร่วงหล่นลงพื้นแตก ไวน์แดงไหลออกจากแก้ว ทว่าสิ่งที่ติดอยู่ที่ขอบแก้วทำเอาภูวศินตกใจ
“ฉิบหาย โดนยาปลุกเซ็กส์”
…งานช้างแล้วไหมล่ะไอ้ภู
“อีช่อ มึงไปไหนมาทั้งคืน” เสียงเกรี้ยวกราดของแม่เลี้ยงดังขึ้นที่หน้าทีวี เธอนั่งอยู่กับลูกชายแท้ๆ ที่โซฟา เนวินปรายตามองเธอ สายตาดูดูแคลนตั้งแต่หัวจรดเท้า“ไปค้างกับผู้ชายมาแน่ๆ” ช่อลดาขบกรามแน่นจนตัวสั่น กำหมัดโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เนวินยกยิ้มแต้มต่อเมื่อเห็นว่าที่ตัวเองเดานั้นถูก“ค้างบ้านเพื่อน พอดีมันจัดงานวันเกิด”“หรอจ๊ะ น่าเชื่อตายล่ะ เชื้อแม่ไม่ทิ้งแถวจริงจริ๊ง มันสำส่อนเหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ” แล้วทั้งคู่ก็ระเบิดเสียงหัวเราะสะใจ ช่อลดาทนฟังไม่ไหวเดินตบเท้าไปยังชั้นสอง สู้ไปอาบน้ำเตรียมตัวทำงานดีกว่ามารบราฆ่าฟันกับคนพวกนี้ระหว่างปล่อยให้น้ำจากฝักบัวค่อยๆ ไหลกระทบผิว ช่อลดาเหลือบไปเห็นเนื้อตัวในกระจก ปากชมพูเผยอด้วยความตกใจ ยกนิ้วเรียวสัมผัสรอยจ้ำแดงในจุดต่างๆ ด้วยความอดสู นี่เขาทิ้งร่องรอยไว้บนร่างกายเธอมากขนาดนี้เลยหรือ? โชคดีที่เขาสุภาพพอที่จะไม่สร้างรอยไว้นอกร่มผ้า แต่ไม่ว่าจะเนินอก สีข้าง ต้นขาอ่อน กลับเต็มไปด้วยจ้ำแดงหัวสมองพลางนึกไปถึงคืนเร่าร้อนที่มีแค่เธอและเขา แสงดาวที่สาดส่องเข้ามาในห้องสะท้อนให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าและดวงตาที่ไม่ทอดมองสิ่งอื่นใด นอกจากร่างกาย
เช้ามาวันนี้หนาวกว่าทุกวัน ช่อลดาพยายามขดตัวงอซุกใต้ผ้าห่มเพราะยังไม่อยากตื่น แต่แล้วก็ต้องลืมตาโพลงเมื่อภาพเบื้องหน้าเป็นแผ่นอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ไม่ใช่หมอนนุ่มนิ่มอย่างในห้องนอนที่คุ้นเคยใคร!?เธอเงยหน้าขึ้นทันที แทบขาดออกซิเจนเพราะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าก็รู้ว่าใครฉิบหาย… พี่ภูพอได้ขยับตัวยันลุกขึ้นนั่งก็เจ็บกลางกาย เจ็บแสบจนต้องนิ่วหน้า มองไอ้คนก่อปัญหาอย่างคับแค้นใจ“ไอ้เลว!!”ช่อลดาทุบเข้าที่อก หัวไหล่ สันคาง ทุกที่ที่สามารถทุบตีลงไปได้เธอทุบหมด อย่างนั้นแหละภูวศินจึงรู้สึกตัวตื่น ยันตันขึ้นอย่างงัวเงีย แต่ก็ต้องตาสว่างเพราะโดนเข้ากับเท้านุ่มนิ่มที่ถีบเขาตกเตียงดังโครม ภูวศินจับเอวอย่างเจ็บสาหัสก่อนจะลุกขึ้นยืน โดยไม่รู้ตัวว่า…“กรี๊ดดดดด!!! ไปใส่เสื้อผ้าเลยนะ ไป!!”ภูวศินหัวเราะในลำคอ บอกไว้เลยว่าไม่ทำตามที่สั่งหรอกนะช่อลดา เขาปีนขึ้นเตียง ดึงเธอเข้ามากอดจนร่างอรชรหายใจแทบไม่ออก“ทำไมเมื่อคืนไม่เหมือนตอนนี้เลยล่ะช่อ”“เหมือน?? เหมือนอะไรยังไงคะ”“เมื่อคืนเรียกพี่ภูทั้งคืน ช่อจำไม่ได้หรอ” ภูวศินเว้นช่วงให้เธอได้ระลึกถึงเรื่องเมื่อคืน พอแก้มใสเห่อแดงเขาก็ไม่วายกระซิบข้างหู
ตอนนี้รถติดไฟแดง แต่อีกไฟแดงเดียวเท่านั้นจะถึงคอนโดของเขาในกรุงเทพชั้นใน สาวน้อยน่ารักของเขากำลังกลายร่างเป็นเสือสาวภายใต้ฤทธิ์ยาปลุกเซกส์ สายตายั่วยวนทอดมองเขาเป็นระยะ บวกกับปริมาณแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปยังไม่หายไปจากร่างกาย ร่างกายสาวร้อนวูบวาบ เสื้อสายเดี่ยวเส้นสปาเกตตีของเธอไหล่ร่นลงข้างหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ แต่กลับยิ่งเผยให้เห็นเนินอกลูกโตที่ซ่อนไว้ใต้ผิวเสื้อ เธอขยับอีกทีนั่นยิ่งทำให้กระโปรงตัวจิ๋วที่ใส่มาร่นขึ้นจนเห็นขาอ่อนไปไหนต่อไหน มือสองข้างไล้ไปตามตัวคล้ายเชื้อเชิญ“อื้อ…ร้อน”“ครับ” ภูวศินมองสายตายั่วยวนที่ทอดมองมาอย่างจงใจ เห็นอย่างนั้นก็เร่งแอร์ให้แรงขึ้นรู้ทั้งรู้ว่าที่เธอบอกร้อน… ไม่ใช่ร้อนกาย แต่เธอร้อนรุ่มต่างหากรู้ทั้งรู้ว่าเร่งแอร์ไม่ค่อยช่วยอะไร แต่นาทีนี้สมองเขามึนงงไปกับฤทธิ์เสน่ห์เสือสาว อยากขย้ำให้หนำใจมือสีชมพูระเรื่อทั้งสองข้างยกขึ้นกอดตัวเอง ห่อไหล่เข้าเพราะโดนแอร์เต็มๆ บ่งบอกว่าสิ่งที่เขาทำให้นั้นไม่ได้ผล แต่สิ่งที่ไอ้ภูอยากทึ้งหัวตัวเองคือ สายตาเหลือบไปมองเห็นหน้าอกที่เบียดชิดกันจนแทบล้นออกจากอ้อมอกต้องฝึกวิทยายุทธวัดไหนตะบะถึงไม่แตกแต่ถึงอย่างนั้นถ
“ไอ้ภู ไอ้ภู ไอ้ภู!!” ภูวศินชะงักมือที่ยกบรั่นดีพร้อมสายตาเหน็บแนม แหม่ เหล้ากำลังจะเข้าปากอยู่แล้วแท้ๆ แต่ถูกกวนจนได้“อะไรวะ” ภูวิศินขัดใจ พร้อมวางแก้วเหล้าองุ่นที่เรียกกันทั่วไปว่าบรั่นดีลงกับเคาน์เตอร์จนบาร์เทนเดอร์สะดุ้ง ไวน์กระฉอกออกจากแก้วเลอะโต๊ะ แต่ด้วยความรวยที่มีมากเกินไป เลยไม่ได้เสียดายอะไร“นู่น มึงดูอะไรนู่น” เทวาศินพยักพะเยิดไปยังสาวสวยเบื้องหน้าที่กำลังสาดแก้วเหล้าเข้าที่ใบหน้าฝ่ายชาย“เราเลิกกันเถอะ!!” เธอคนนั้นพูดด้วยความหัวร้อนเอาเรื่อง ฝ่ายชายไม่แพ้กัน อารมณ์พลุ่งพล่านทั่วร่าง เดือดดาล“ได้ ไม่ทนแม่งแล้ว”“เออ กูไม่ทนหรอกเว้ย เลิกไปได้ก็ดี อยู่ด้วยก็อึดอัดเปล่าๆ”บทสนทนาที่ภูวศินพอจะได้ยินคร่าวๆ เพราะเพลงในร้านเหล้าค่อนข้างดัง ทันใดนั้นไม่ทันได้ตั้งหลักอะไรมากนัก หญิงสาวสุดสวยถูกตบจนหน้าสะบัด ภูวศินนั่งมองอยู่ก่อนแล้วก็อดสูดปากไม่ได้ เจ็บน่าดูไม่ต้องสืบมองไปมองมา… อ้าว!แฟนเก่า…ฉิบหาย… เจอตอนไหนไม่เจอ มาเจอตอนที่เธอกำลังเลิกกับแฟนเก่าไม่สิ ไม่เรียกฉิบหายแล้ว นี่มันเรียกว่าโอกาสชัดๆ“มึงจะทำอะไรอ่ะ”ภูวศินถูฝ่ามือสองข้างเข้าด้วยกันให้พออุ่นๆ เสยปาดเข้าที่ปลายผมด











