INICIAR SESIÓNNAMNUENG
"วานด้วยนะดิน พอดีว่าหนึ่งปวดหัวอะ รอไม่ไหวจริงๆ" ฉันบอกดินออกไปในระหว่างที่กำลังจะปิดไฟนอน ดินเขาเป็นเพื่อนร่วมงานของฉันเอง วันนี้เขาขอติดรถฉันมาเพราะว่ารถของเขาเสีย ฉันเลยให้เขาช่วยขับรถให้เพราะว่ามีเพื่อนที่ทำงานขอติดรถมาด้วยอีกสองคน ด้วยความที่ฉันขับรถไม่แข็ง ฉันเลยให้เขาเป็นคนขับซะเลย (ความจริงหนึ่งโทรมาก็ได้นะ พอดีดินคุยกับคนรู้จักอยู่น่ะ) "โทรศัพท์หนึ่งแบตหมดอะ ไงรบกวนฝากรถไว้ที่ดินวันนึงก็แล้วกัน" ฉันบอกดินออกไปพร้อมกับยกฝ่ามือข้างที่ว่างขึ้นคลึงที่ขมับไปด้วย ให้ตายเถอะ แค่ต้องเจอกับคนที่ไม่อยากเจอนี่ทำให้ฉันปวดหัวขนาดนี้เลยหรือไงกัน คราวหน้าคราวหลังขออย่าได้เจอกันอีกเลย (ได้สิ จะดูแลให้เป็นอย่างดีเลย) เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยในสาย "อื้ม ขอบใจนะ งั้นหนึ่งนอนก่อน พรุ่งนี้เจอกัน" (เดี๋ยวสิ) แต่พอฉันกำลังจะวางดินก็รั้งฉันไว้ซะก่อน "หื้ม?" (หนึ่งช่วยคุยเป็นเพื่อนดินหน่อยได้ป่ะ พอดีว่าดินดื่มไปเยอะน่ะ กลัวว่าจะขับรถตกข้างทางซะก่อน) จริงสิ วันนี้ดินดื่มไปเยอะเลย ก่อนหน้านี้ฉันอาสาเองว่าจะขับรถไปส่งเขาที่คอนโด เขาเลยดื่มแบบทิ้งตัวได้ ฉันลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปได้ยังไงเนี่ย ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมา สาวๆที่ทำงานไม่มารุมทึ้งฉันแย่เลยหรือไง เขายิ่งเป็นดาวเด่นของออฟฟิศอยู่ด้วย "อ่า เอางั้นก็ได้" ฉันบอกดินออกไป (เป็นห่วงดินล่ะสิ) "ใครบอก หนึ่งเป็นห่วงรถหนึ่งต่างหาก นี่เพิ่งซื้อมาได้แค่ครึ่งปีเองนะ ยังผ่อนไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ" ฉันพูดติดตลก เอาจริงๆแล้วฉันก็เป็นห่วงเพื่อนร่วมงานอย่างดินนั่นแหละ ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ มันเป็นความผิดของฉันเลยนะนั่น (โห ใจร้ายจัง หนึ่งใจร้ายกับดินตลอดเลยนะ) "หนึ่งใจร้ายกับดินตรงไหน หนึ่งออกจะใจดี" (ใจร้ายตรงที่ไม่ยอมเปิดใจให้ดินสักทีเนี่ยแหละ...) ดินพูดพร้อมกับปิดประตูรถเสียงดังปัง เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ ฉันได้ยินไม่ค่อยถนัดเลย "เมื่อกี้ดินว่าไงนะ หนึ่งไม่ได้ยินเลยอะ แล้วนี่ช่วยปิดประตูรถเบาๆหน่อยไม่ได้หรือไง ถ้าประตูหลุดขึ้นมาจะว่ายังไงห๊า" (ฮ่าๆ เวลาหนึ่งดุนี่โคตรน่ารักเลยรู้ตัวเปล่า อยากเห็นหน้าตอนดุจัง) พูดอะไรของเขา คิดว่าฉันจะหลงเสน่ห์เขาเหมือนสาวๆที่ออฟฟิศหรือยังไงกัน บอกเลยว่าฉันไม่มีทางหลงเสน่ห์ดินหรอก เพราะว่าฉันคิดกับเขาแค่เพื่อนตั้งแต่ที่เขาเข้ามาทำงานวันแรกแล้ว แล้วไอ้เรื่องที่เขาจะมาพิศวาสฉันยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะว่าสเปกของดินเป็นพวกสาวๆนมตู้มๆโน่น ซึ่งฉันไม่ใช่หนึ่งในนั้นแน่นอน "เดี๋ยวได้เห็นแน่ถ้ารถหนึ่งเป็นรอยน่ะ" ฉันบอกดินออกไปพร้อมกับป้องปากหาว พอเหลือบตามองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้มันใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว (เป็นห่วงรถมากกว่าเพื่อนได้ไง เพื่อนน้อยใจนะเนี่ย) "ก็ต้องเป็นห่วงรถมากกว่าอยู่แล้วเพราะนั่นเป็นของๆหนึ่ง ส่วนดินไม่ต้องเป็นห่วงหรอก" (ทำไมล่ะ?) "ก็เพราะดินมีสาวๆเป็นห่วงเยอะแล้วไง" (แต่ดินอยากให้หนึ่งเป็นห่วงดินบ้าง...ไม่ได้หรือไง....) น้ำเสียงของดินแผ่วเบามากเมื่อพูดประโยคเมื่อครู่ออกมา "เมาแล้วพูดไปเรื่อยนะเราอะ รีบๆขับรถให้ถึงคอนโดเร็วๆเข้า หนึ่งง่วงนอนแล้ว" ฉันบอกดินออกไปพร้อมกับยกมือป้องปากหาวอีกครั้ง ตอนนี้ดินพูดอะไรออกมาฉันเองก็ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องแล้วเพราะว่าฉันเหนื่อยและง่วงมากๆ แถมยังปวดหัวอีกด้วย ไม่น่าเจอหมอนั้นเลยจริงๆให้ตายเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้าด้วยสิ แล้วปวดหัวเบอร์นี้อีกแล้ว แย่มาก (ไม่ได้พูดไปเรื่อยนะ ดินพูดจริงๆ ดินอยากให้หนึ่งเป็นห่วงดินบ้าง เป็นห่วงแบบ...ไม่ใช่ที่เพื่อนร่วมงานเข้าเป็นห่วงกันน่ะ...) "..." (ทำไมเงียบไปล่ะหนึ่ง) "..." (หนึ่ง....) KONG "เจ็บนะพี่ก้อง" เพลงร้องลั่นเมื่อผมผลักเธอลงบนโซฟาด้วยความหงุดหงิด เชื่อมั้ยว่าตั้งแต่ที่ขึ้นรถมาเธอยังไม่หยุดทำร้ายร่างกายผมเลย ผมทนมาได้ขนาดนี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว ความิดทนของผมมีมากซะเมื่อไหร่ "แล้วที่เพลงทำพี่พี่ไม่เจ็บหรือไง?" ผมว่าแล้วโชว์ท่อนแขนที่เพลงทั้งจิกทั้งทุบทีจนมีแต่รอยฟกช้ำให้เธอดู นี่ผมพาเธอกลับมาที่คอนโดได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ตั้งแต่ขึ้นรถเล่นตบเล่นตีผมไม่ยั้ง อันที่จริงแล้วผมไม่ได้มีความอดทนอะไรมากมายนักหรอก แต่ว่าผมขับรถอยู่ไง ไม่หัวร้อนจนขับรถร่วงไปข้างทางก็ดีแค่ไหนแล้ว เสียงของเพลงแม่งรบกวนประสาทหูของผมตั้งแต่ที่ร้านอาหารแล้ว ไหนที่เธอจะทำร้ายร่างกายผมอีกล่ะ บอกตามตรงว่าผมหงุดหงิดมาตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว เพลงจะอะไรนักหนา แค่ผมยืนคุยกับหนึ่งต้องไม่พอใจขนาดนี้เลยหรือไง ผมไม่ใช่นักโทษของเธอนะ หรือว่าเธอลืม ขนาดผมกับหนึ่งเคยรักกันมากผมยังทิ้งเธอได้ แล้วเพลงเป็นใคร? ผมกับเธอคบกันได้ไม่กี่เดือนด้วยซ้ำ ทำตัวเหมือนแม่เข้าไปทุกวัน "ก็พี่ก้องอะ!" "พี่ทำไม?" "ก็พี่ก้องทำท่าเหมือนอยากจะกลับไปหามัน อย่าคิดว่าเพลงไม่รู้นะ!" เพลงตวัดสายตามามองผมอย่างไม่พอใจ "ถ้าพี่จะกลับไป เพลงก็ห้ามพี่ไม่ได้หรอก อย่าลืมสิว่าพี่เองก็ทิ้งหนึ่งมาหาเพลงเหมือนกัน ทำไมพี่จะทิ้งเพลงแล้วกลับไปหาหนึ่งไม่ได้" ผมกำรอบแขนของเพลงเอาไว้อย่างกรุ่นโกรธ คิดว่าเธอโกรธเป็นคนเดียวหรือไง น่ารำคาญฉิบหาย นี่ผมหลงผิดมาคบกับเธอได้ยังไง ยังไม่เข้าใจตัวเอง "ไม่ได้นะ! เพลงไม่ยอมหรอก!" เพลงตวาดใส่ผม "ถ้าพี่จะไปสักอย่าง เพลงก็ห้ามพี่ไม่ได้" ผมเบื่อ รำคาญ ิยากไปให้พ้นๆเธอ "แต่เพลงท้อง ถ้าพี่ก้องทิ้งเพลง เพลงจะเอาเด็กออก!" "..."ฟุ่บ... ก้องค่อยๆวางร่างฉันลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายคร่อมร่างของฉันเอาไว้ "เธอเชื่อใจฉันมั้ย?" อยู่ดีๆเขาก็เอ่ยถาม ซึ่งคำถามของเขามันทำให้ฉันค่อนข้างที่จะประหลาดใจอยู่ไม่ใช่น้อย "เรื่อง...เรื่องอะไร" ฉันถามเขาออกไป "ให้ฉันดูแลเธอไง" เขาว่า "นายก็ดูแลฉันตลอดอยู่แล้วนี่" "ฉันอยากดูแลเธอแบบนี้มันก็จริง แต่อยากดูแลไปตลอดชีวิต อยากใช้ชีวิตร่วมกัน" "แล้วทุกวันนี้พวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือไงล่ะ" "หมายถึงอยากใช้ชีวิตร่วมกันแบบที่คู่รักคนอื่นเขาทำกัน ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอ...ไม่ใช่ในฐานะแฟน" เขาพูดพร้อมกับค่อยๆเกลี่ยปอยผมของฉันไปทัดไว้ที่ข้างหู ประโยคที่เขาพูดขึ้นมาเมื่อครู่ มันทำให้ฉันอึ้งไปเลยเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เคยจริงจังขนาดนี้มาก่อน ถึงจะเคยขอฉันแต่งงานงานตอนที่พวกเราตัดสินใจกลับมาคบกัน แต่ว่าเขาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีกเลย ซึ่งฉันเองก็เข้าใจว่าเขาอยากจะให้พวกเราอยู่กันไปแบบนี้ โดยที่ไม่ต้องมีอะไรหวือหวา ไม่ต้องมีอะไรที่มันยุ่งยาก แต่ทำไมวันนี้เขาถึงได้จริงจังเรื่องนี้ขึ้นมาซะอย่างนั้น "นาย..." "ฉันว่าพวกเราแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะ เธ
"แต่ฉัน..." ฉันพยายามหาข้ออ้างเพื่อที่จะปฏิเสธเขา "งั้นไม่ทั้งคืนก็ได้ ขอทีเดียวพอ" ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นสัมผัสที่ผิวแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดที่ผิวแก้มของฉันจนใบหน้าร้อนผ่าว "นายก็เป็นแบบนี้ทุกที" ฉันยู่หน้าใส่เมื่อไม่สามารถปฏิเสธคำร้องขอของร่างสูงตรงหน้า พรุ่งนี้เขาต้องไปขึ้นเวรแต่เช้า เขาคงไม่ทะลึ่งทำเรื่องแบบนั้นทั้งคืนหรอก จริงมั้ย? "ไปอาบน้ำกันก่อนป่ะ?" เสียงทุ้มเอ่ยชักชวนพร้อมกับพยายามยุ่มย่ามกับเสื้อผ้าบนร่างกายของฉันไปด้วย "นายก็ไปอาบก่อนสิ" ฉันพยักเพยิดหน้าไปทางห้องน้ำ "อยากให้เธอถูหลังให้" เจ้าของเสียงทุ้มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว ไอ้ประโยคนี้ทำไมมันฟังดูสองแง่สองงามยังไงพิกล "นายมันเรื่องเยอะ หาเรื่องให้ฉันต้องเหนื่อยทุกทีแหละน่า" ฉันอดที่จะบ่นเขาออกไปไม่ได้ "เธอก็หาเรื่องให้ฉันเหนื่อยทุกวันเหมือนกันแหละ" ฉันเนี่ยนะ หาเรื่องให้เขาเหนื่อยทุกวัน เป็นเขาเองไม่ใช่เหรอที่หาเรื่องปล้ำฉันอยู่ทุกวี่ทุกวันน่ะ "ไปอาบน้ำได้แล้วไป พูดมากอยู่ได้" ฉันเป็นฝ่ายดันร่างหนาที่
"พี่แรมพ์จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไม่งั้นเพลงเอาเด็กในท้องออกจริงๆด้วย" หื้ม? ทำไมไอ้ประโยคนี้มันคุ้นๆจัง แถมเสียงที่แหลมจนแสบแก้วหูนั่นก็... ผมชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องพักนักดนตรี ในนั้นมีคนสองคนกำลังเจรจาอะไรบางอย่างกันอยู่ เจ้าของเสียงเล็กที่แสบแก้วหูนั้นผมรู้จักเธอดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ เพราะผมไม่ค่อยได้สนใจอะไรเธอเท่าไหร่นัก เธอเป็นผู้หญิงที่เคยเข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของผมช่วงระยะเวลาสั้นๆ "ตามใจเธอ" แล้วเสียงที่ค่อนข้างจะเย็นชานี่ก็คือไอ้แรมพ์ เพื่อนสนิทที่ผมคบมาตั้งแต่สมัยอนุบาลแต่ไม่ค่อยมีคนรู้ ไอ้นี่น่ะมันเย็นชาอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องผู้หญิงยิ่งไม่ต้องพูด มันเคยจริงจังกับใครเขาที่ไหน ฟันแล้วทิ้งไปวันๆคือคติประจำตัวของมัน "พี่แรมพ์! พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ" เพลงยังคงโวยวายใส่ไอ้แรมพ์ไม่เลิก ส่วนผม ก็ได้แต่ยืนกอดอกมองสองคนนั้นอยู่ห่างๆ "แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง?" ไอ้แรมพ์เงยหน้าจากมือถือแล้วมองไปยังเพลงด้วยสายตาที่เย็นชาขั้นสุด ไอ้หมอนี่...ไม่มีความอ่อนโยนกับผู้หญิงเลย ผมล่ะยังนึกไม่ออกเลยว่าเวลาที่มันหลอกฟันผู้หญิงมันทำหน้ายังไง "พี่แรมพ์ต้องแต่งงานกับเพลง ไม่งั้นเพลงจะ..." "จะ
หนึ่งเดือนต่อมา "หนึ่ง ไปเถอะ ฉันอยากไป" ก้องคะยั้นคะยอให้ฉันไปเที่ยวเป็นเพื่อนเขาไม่เลิก ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ฉันกับก้องกลับมาคบกันได้เดือนนึงแล้ว ถ้าถามว่าโอเคไหม ฉันว่ามันโอเคมากเลยล่ะ มันไม่อึดอัดเหมือนก่อนหน้าที่พวกเราจะเลิกกัน ฉันจะพูดว่ายังไงดีล่ะ ตอนนี้เหมือนฉันกับเขาปรับเข้าหากันมากขึ้น มีอะไรก็บอกกัน ไม่ชอบใจตรงไหนก็พูดเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ปรับตัว ฉันว่ามันโอเคมากๆ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างราบรื่นดี ซึ่งฉันเองมีความรู้สึกว่าพวกเราสองคนสวีทกันมากกว่าเมื่อก่อนขึ้นเป็นกองเลย "นายก็ไปสิ แต่ฉันไม่ไป" ฉันปฏิเสธเขาเป็นรอบที่สามน่าจะได้ ไม่รู้ว่าเขาจะตื๊อให้ฉันไปเที่ยวด้วยทำไมนัก ตั้งแต่กลับมาคบกันนี่เขาชวนฉันไปเที่ยวด้วยตลอด ไม่เคยจะไปคนเดียวสักครั้ง ซึ่งฉันเองไม่ค่อยชอบไปเที่ยวที่แบบนี้ไง ฉันดื่มไม่ได้ ดื่มไปนิดเดียวก็เมาแอ๋แล้ว คือมันไม่เอนจอยไง ถ้าฉันต้องไปเที่ยวกับเขาอีก ฉันอยู่ทำความสะอาดห้องไม่ดีกว่าเหรอ "โอเคๆ เธอไม่ไปฉันก็ไม่ไป แต่เธอโดนทั้งคืนนะ โอเคเปล่า?" "???" สองชั่วโมงต่อมา "เดี๋ยวนี้ไอ้ก้องแม่งควงเมียเที่ยวบ่อยจัด สงสัยกลัวเมียหายว่ะ ฮ่าๆๆๆ" นัท หนึ่งในเพื่
"หนึ่ง" "ฟังฉันนะ" ก้องเรียกเมื่อเห็นว่าฉันยังคงนิ่งกับคำถามที่เขาเพิ่งถามมา เขาจะให้ฉันตอบว่ายังไงล่ะ อยู่ดีๆก็มาขอฉันแต่งงานทั้งๆที่สถานะของพวกเรามันยังไม่ชัดเจนแบบนี้น่ะเหรอ เขากล้ามากนะ กล้าที่จะพูดออกมาจริงๆ "รู้จักกันก็ไม่ใช่น้อย ถึงฉันจะเดินทางผิดไปบ้าง แต่ใช่ว่าพวกเราไม่รู้นิสัยใจคอกัน" ก้องว่าก่อนที่เคลื่อนฝ่ามือข้างที่เกลี่ยปอยผมฉันเมื่อครู่ออกไป "..." "ฉันรักเธอเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่เหี้ย แค่นี้พอจะทำให้เธอตอบตกลงได้ยัง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นอีกระดับหนึ่ง "ฉันว่าพวกเรา..." "โอเค ตามนั้น แค่นี้ไม่เห็นจะยาก" ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยค จู่ๆก้องก็อาศัยช่วงจงหวะที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัวทำอะไรบางอย่างกับนิ้วมือข้างซ้ายของฉัน "นายทำอะไรน่ะ?" ฉันเอ่ยถามเขาด้วยความตกใจ ก่อนที่จะยกฝ่ามือข้างซ้ายขึ้นมาดู "ขอเธอแต่งงานไง" เขาพูดก่อนที่จะเคลื่อนริมฝีปากมาบรรจงจูบลงบนหน้าผากของฉันอย่างแผ่วเบา แล้วเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางแสงจากโคมไปที่มันสลัวแต่ฉันก็เห็นแสงระยิบระยับจากนิ้วนางข้างซ้ายอย่างเด่นชัด มันคือแหวนเพรชไม่ผิดแน่ ฉันไม่ตกใจเรื่องราคาของแหวนหร
"อื้ออออ!!!" ผมตัดสินใจเคลื่อนริมฝีปากไปทาบทับที่ริมฝีปากของหนึ่งพร้อมกับบดขยี้ลงไปอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะดุดันขึ้นทีละเสต็ป ทันทีที่โดนผมจู่โจมหนึ่งก็มีท่าทีต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด เธอทั้งทุบทั้งจิก แต่ยิ่งเธอทุบผมเท่าไหร่ผมก็กลับบดขยี้ริมฝีปากลงไปแรงมากเท่านั้น ผมไม่ได้โมโห ผมไม่ได้โกรธที่เธอทุบผมเอาทุบผมเอา แต่ผมคิดถึงเธอต่างหาก คิดถึงอ้อมกอด คิดถึงสัมผัสของเธอ ผมคิดถึงเธอ... เฮือก.... ผมเปิดโอกาสให้หนึ่งได้สูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนที่จะทาบทับริมฝีปากลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้หนึ่งไม่ได้มีอาการต่อต้านผมเหมือนตอนแรก จากที่เคยทุบและจิกอกผมอยู่ก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอทำแค่วางฝ่ามือเล็กลงสัมผัสที่แผ่นอกผมเบาๆ ก่อนที่จะยอมเปิดโอกาสให้ผมได้ลิ้มรสชาติที่หอมหวานภายในโพรงปากของเธอทุกซอกทุกมุม ผมโคตรคิดถึงสัมผัสนี้เลย อึก... ผมถอนริมฝีปากออกทันทีที่ได้ยินเสียงสะอื้นของหนึ่ง "โกรธฉัน?" ผมถามพลางเคลื่อนปลายนิ้วขึ้นไปเกลี่ยน้ำตาออกจากกรอบตาให้หนึ่ง แต่คำตอบที่ได้คือเธอส่ายหน้า "แล้วร้องไห้ทำไม?" ผมถามพร้อมกับเคลื่อนฝ่ามือขึ้นไปสางผมนุ่มสลวยของเธออย่างแผ่วเบา "ฉันดูง่ายมากใช่มั้ย?" เธอช้อนตาขึ้
"อย่ายุ่งกับหนึ่ง ถ้าเพลงแตะหนึ่ง อย่าหาว่าพี่ใจร้ายก็แล้วกัน" ผมตวัดสายตามองเพลงอย่างหงุดหงิด ยิ่งเห็นอาการที่เกรี้ยวกราดของเธอผมยิ่งคิ้วกระตุกมากกว่าเดิมเข้าไปอีก "ปกป้องกันจังนะคะ ลืมไปแล้วเหรอคะว่าเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน" สุดท้ายแล้วผมก็ต้องชะงักด้วยคำพูดของเพลง "พี่ไม่ลืม เรื่องลูกก็ส่วนลูก
KONG ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมขับรถมาจอดอยู่ตรงหน้าคอนโดหนึ่ง ไม่รู้ดิ ผมรู้สึก...อยากเจอหน้าเธอ ถึงเธอจะไม่อยากเจอผมก็เถอะ ผมยอมโดนด่าก็ได้ ขอแค่ให้ได้เจอก็พอ แต่มีบางอย่างทำให้ปลายเท้าผมกระตุก ไม่จริงน่า ไม่น่าเป็นไปได้ ดูๆแล้วหนึ่งเองก็ดูยังมีเยื่อใยให้ผมอยู่ ทำไมวันนี้เธอถึง.... "เชี่ยแม่
MONEY PUB "ไอ้เจฟมาโน่นแล้ว ใจเย็นมึงอย่าเพิ่งเครียด" ไอ้นัทมันตบบ่าให้กำลังใจผมก่อนที่จะหันไปโบกไม้โบกมือให้ไอ้เจฟที่กำลังมองหาพวกเราสองคนอยู่ ส่วนไอ้นิคกี้น่ะเหรอ รายนั้นน่ะมันไม่เคยมาสังสรรค์กับพวกผมหรอก มันเป็นพวกไม่กินเหล้า ไม่เข้าผับ ดูดีอย่างกับเทพบุตร แต่เรื่องหญิงอย่าให้พูด! เปลี่ยนผู้
"มีธุระอะไรรึเปล่า" นี่คือประโยคที่ดินพูดกับฉันหลังจากที่ฉันเข้ามาในห้องทำงานของเขาเรียบร้อยแล้ว น้ำเสียงที่เขาถามฉันมันแข็งกระด้างยังไงชอบกลนะ "หนึ่งเอาเอกสารมาให้เซ็นน่ะ" ฉันพูดพร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงเพื่อให้ดินเซ็น เชื่อไหมตั้งแต่ที่ฉันรู้ว่าดินเขาคิดยังไงกับฉันฉันก็รู้สึกประหม่ายังไงไม่รู้บอ







