ANMELDEN"เพลงว่าไงนะ?" ผมเอ่ยถามเพลงออกไปพร้อมกับกำรอบแขนของเธอเอาไว้แน่น และหวังว่าที่เธอพูดออกมาเมื่อครู่ เธอจะแค่พูดเล่น
"เพลงบอกว่าเพลงท้อง ถ้าพี่ก้องทิ้งเพลง เพลงจะเอาเด็กออกจริงๆด้วย!" เพลงตะคอกใส่หน้าผมพลางบีบน้ำตาไปด้วย "มันจะเป็นไปได้ยัง พี่ป้องกันทุกครั้ง ไม่น่าท้องนะ" จริงๆนะ ผมไม่อยากเชื่อว่าเพลงจะท้องเพราะผมเองก็ป้องกันตลอดเวลาที่มีอะไรกับเธอ คิดว่าตัวเองไม่น่าพลาด ตะว่าถุงยางแตกก็ไม่น่าใช่เพราะผมใช้อย่างดี อย่าว่าแต่เพลงเลยกับหนึ่งที่เคยคบกันผมก็ป้องกันตลอดไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง ถ้าผมใส่ถุงยางแล้วเพลงท้องงั้นหนึ่งก็ไม่ท้องนานแล้วหรือไง ผมอยู่กับหนึ่ง นอนกับหนึ่งมาตั้งหลายปี "พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ พี่ก้องจะไม่รับผิดชอบเพลงเหรอ!" เพลวขึ้นเสียงใส่ผมพร้อมบีบน้ำตา "มันไม่ใช่อย่างนั้นเพลงพี่ก็แค่สงสัย แต่พี่ป้องกันทุกครั้งเลยนะ ท้องได้ไงอะ?" ผมถามเพลงออกไปอย่างสับสนปนกังวลใจ มืดแปดด้านไปหมดแล้วตอนนี้ "พี่ก้องจะหาว่าเพลงโกหกพี่เหรอ งั้นเอานี่ไปดู!" เพลงสะบัดตัวออกพร้อมกับเดินหายเข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะเดินออกมาพร้อมกับปาอะไรบางอย่างมาใส่ผมอย่างกรุ่นโกรธ ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าที่เพลงปาใส่หน้าผมเมื่อกี้มันคืออะไร เพราะตอนนี้ผมเห็นมันเต็มสองตาเลยว่ามันเป็นที่ตรวจครรภ์ แล้วมันก็ขึ้นสองขีดอย่างชัดเจน นี่หมายความว่า...ผมกำลังจะเป็นพ่อคนงั้นเหรอ พลาดได้ไงวะ? คนอย่างผมนี่นะจะพลาดกับเรื่องแบบนี้ ตลกตัวเองฉิบหาย "ไม่มีใครอยากท้องทั้งที่ยังเรียนอยู่หรอกค่ะ เพลงก็ไม่ได้อยากท้อง แต่พี่ก้องไม่ป้องกันให้มันดีเอง เพราะฉะนั้นพี่ก้องต้องรับผิดชอบเพลง ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าเพลงไม่เตือน เพลงก็ไม่ได้อยากมีอยู่แล้วไอ้มารหัวขนนี่น่ะ!" เพลงว่าพร้อมกับทำท่าจะทุบไปที่หน้าท้องของตัวเอง "เพลง! ทำบ้าอะไรวะ!" ผมเดินเข้าไปกระชากท่อนแขนของเพลงเอาไว้ก่อนที่เธอจะทำอะไรตามใจตัวเอง "ก็พี่ก้องจะไม่รับผิดชอบเพลง แล้วเพลงจะเอามันไว้ทำไมล่ะ! ปล่อยเพลงนะ! ปล่อย!" เพลงว่าพร้อมกับพยายามสะบัดตัวหนีผม "พี่บอกรึยังว่าจะไม่รับผิดชอบ พี่ก็แค่สงสัยว่าทำไมถึงท้อง" ผมถามเธอ "ก็พี่ก้องทำเหมือนเพลงไม่ท้องจริงๆ ทำไมคะ หรือพี่ก้องคิดว่าเพลงจะท้องกับคนอื่น เพลงจะไปท้องกับใครได้ ทุกวันนี้เพลงก็ยู่กับพี่ก้องแทบจะ24ชั่วโมงอยู่แล้ว" เพลงเบือนหน้าไปทางอื่นพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น "พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ไม่เอาสิ ไม่ร้องไห้ มันไม่ดีต่อลูกนะ" ผมเดินเข้าไปสวมกอดเพลงจากทางด้านหลังก่อนที่จะซบใบหน้าลงบนบ่าเล็กที่สั่นเทาของเธอ ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อใจเพลงนะ แต่ก็อย่างที่เธอว่านั่นแหละ เธออยู่กับผมตลอดเวลาแถมตัวติดกันตลอดเธอจะเอาเวลาที่ไหนไปยุ่งกับคนอื่นล่ะ ตามติดผมแทบจะ24ชั่วโมงขนาดนี้เรื่องท้องกับคนอื่นตัดทิ้งไปได้เลย นี่ผมกำลังจะเป็นพ่อคนจริงๆเหรอวะ ไม่อยากจะเชื่อเลย "พี่จะไปบอกพ่อแม่นะ แล้วนี่เพลงไปหาหมอหรือยัง" ผมเอ่ยถามเพลงออกไปอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ทำไมอะไรๆมันถึงได้ไม่เป็นใจขนาดนี้วะ "อึก...ยัง ยังค่ะ" เพลงยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่เลิก "งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาไปฝากท้อง เสร็จแล้วไปหาพ่อแม่เพลงกัน" ผมบอกเพลงออกไป นี่แม่งเรื่องห่าอะไรก็ไม่รู้ ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย "เพลงยังไม่อยากบอกพ่อกับแม่ พวกท่านคาดหวังกับเพลงมาก เพลงกลัว เพลงกลัวว่าพวกท่านจะเสียใจที่เพลงพลาดแบบนี้" "งั้นยังไม่บอกพ่อแม่เพลงก็ได้ ไปหาพ่อแม่พี่ก่อนก็แล้วกัน" ผมว่าพลางเคลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางทาบที่หน้าท้องของเพลง เพลงน่าจะท้องไม่กี่สัปดาห์นะ เพราะว่าตอนนี้หน้าท้องของเธอยังแบนราบอยู่เลย "พ่อแม่พี่ก้องก็อย่าเพิ่งบอกได้มั้ยคะ เพลงยังไม่พร้อมจริงๆ" "เอางั้นก็ได้ ไว้เพลงพร้อมค่อยบอกพ่อแม่กัน โอเคมั้ย" "ฮึก..." -วันต่อมา- "หน้างี้อย่างเครียด ไงวะ ทะเลาะกับน้องเพลงอีกแล้วอ่อ" ไอ้นัทมันเอ่ยถามหลังจากที่ผมเดินเข้ามาในห้องพักแพทย์เรียบร้อยแล้ว "เปล่าว่ะ" ผมบอกไอ้นัทออกไปพลางเอนหลังลงบนพนักพิงอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ให้ตายเถอะ ผมหาทางออกไม่ได้เลยเรื่องนี้ ยิ่งมีพันธะแบบนี้ผมก็กลับไปหาหนึ่งไม่ได้แล้วสิ การง้อหนึ่งว่ายากแล้ว เรื่องนี้แม่งยากกว่า ผมมืดแปดด้านไปหมดแล้วเนี่ย "แล้วเป็นห่าไร ดูหน้ามึงเครียดมากเลยอะ" ไอ้นัทมันถามผมออกมาอีกครั้ง "เพลงท้องว่ะ" ผมบอกไอ้นัทออกไป กับเพื่อนผมไม่เคยปิดบังอะไรอยู่แล้ว "เชี่ย! ไหนมึงบอกจะเลิกกับน้องแล้วไง ทำไมท้องได้วะ" "กูก็กำลังคิดอยู่เนี่ยว่ากูพลาดได้ไง แม่งเอ้ย! กูกำลังหาทางเข้าหาหนึ่งได้แล้วเชียว" ผมพูดกับไอ้นัทออกไปอย่างเคร่งเครียด ผมมั่นใจว่าถ้าผมมีโอกาสได้เข้าใกล้หนึ่ง ได้ตามง้อเธอ เธออาจจะใจอ่อน แต่ตอนนี้ผมแม่งคงไม่มีโอกาสทำแบบนั้นแล้วล่ะเพราะแค่นี้ผมก็เครียดจะตายอยู่แล้วเนี่ย "อย่าเพิ่งคิดมากมึง วันนี้มีเคสหนักหลายเคส พยายามอย่าเครียด มึงต้องมีสมาธิ อย่าให้เหมือนไอ้ห่าเจฟมัน วันก่อนมันแม่งไม่มีสมาธิเลยไง" ไอ้นัทมันพูดถึงไอ้เจฟ ซึ่งที่ไอ้เจฟมันไม่มีสมาธิเมื่อวันก่อนอาจจะเป็นเพราะมันหาเมียมันไม่เจอไง มันยังอยู่กับเมียมันยังอยู่กับคนที่มันรัก ถึงมันจะยังไม่ยอมรับก็เถอะ แต่กับผมมันไม่ใช่ไง ผมไม่ได้รักเพลง แต่ผมแม่งต้องอยู่กับเธอเพราะลูกไง ผมโคตรอึดอัดเลยบอกตรงๆ นี่ถ้าไม่มีเรื่องลูกผมคงหาทางจบกับเธอไปแล้วฟุ่บ... ก้องค่อยๆวางร่างฉันลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายคร่อมร่างของฉันเอาไว้ "เธอเชื่อใจฉันมั้ย?" อยู่ดีๆเขาก็เอ่ยถาม ซึ่งคำถามของเขามันทำให้ฉันค่อนข้างที่จะประหลาดใจอยู่ไม่ใช่น้อย "เรื่อง...เรื่องอะไร" ฉันถามเขาออกไป "ให้ฉันดูแลเธอไง" เขาว่า "นายก็ดูแลฉันตลอดอยู่แล้วนี่" "ฉันอยากดูแลเธอแบบนี้มันก็จริง แต่อยากดูแลไปตลอดชีวิต อยากใช้ชีวิตร่วมกัน" "แล้วทุกวันนี้พวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือไงล่ะ" "หมายถึงอยากใช้ชีวิตร่วมกันแบบที่คู่รักคนอื่นเขาทำกัน ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอ...ไม่ใช่ในฐานะแฟน" เขาพูดพร้อมกับค่อยๆเกลี่ยปอยผมของฉันไปทัดไว้ที่ข้างหู ประโยคที่เขาพูดขึ้นมาเมื่อครู่ มันทำให้ฉันอึ้งไปเลยเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เคยจริงจังขนาดนี้มาก่อน ถึงจะเคยขอฉันแต่งงานงานตอนที่พวกเราตัดสินใจกลับมาคบกัน แต่ว่าเขาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีกเลย ซึ่งฉันเองก็เข้าใจว่าเขาอยากจะให้พวกเราอยู่กันไปแบบนี้ โดยที่ไม่ต้องมีอะไรหวือหวา ไม่ต้องมีอะไรที่มันยุ่งยาก แต่ทำไมวันนี้เขาถึงได้จริงจังเรื่องนี้ขึ้นมาซะอย่างนั้น "นาย..." "ฉันว่าพวกเราแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะ เธ
"แต่ฉัน..." ฉันพยายามหาข้ออ้างเพื่อที่จะปฏิเสธเขา "งั้นไม่ทั้งคืนก็ได้ ขอทีเดียวพอ" ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นสัมผัสที่ผิวแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดที่ผิวแก้มของฉันจนใบหน้าร้อนผ่าว "นายก็เป็นแบบนี้ทุกที" ฉันยู่หน้าใส่เมื่อไม่สามารถปฏิเสธคำร้องขอของร่างสูงตรงหน้า พรุ่งนี้เขาต้องไปขึ้นเวรแต่เช้า เขาคงไม่ทะลึ่งทำเรื่องแบบนั้นทั้งคืนหรอก จริงมั้ย? "ไปอาบน้ำกันก่อนป่ะ?" เสียงทุ้มเอ่ยชักชวนพร้อมกับพยายามยุ่มย่ามกับเสื้อผ้าบนร่างกายของฉันไปด้วย "นายก็ไปอาบก่อนสิ" ฉันพยักเพยิดหน้าไปทางห้องน้ำ "อยากให้เธอถูหลังให้" เจ้าของเสียงทุ้มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว ไอ้ประโยคนี้ทำไมมันฟังดูสองแง่สองงามยังไงพิกล "นายมันเรื่องเยอะ หาเรื่องให้ฉันต้องเหนื่อยทุกทีแหละน่า" ฉันอดที่จะบ่นเขาออกไปไม่ได้ "เธอก็หาเรื่องให้ฉันเหนื่อยทุกวันเหมือนกันแหละ" ฉันเนี่ยนะ หาเรื่องให้เขาเหนื่อยทุกวัน เป็นเขาเองไม่ใช่เหรอที่หาเรื่องปล้ำฉันอยู่ทุกวี่ทุกวันน่ะ "ไปอาบน้ำได้แล้วไป พูดมากอยู่ได้" ฉันเป็นฝ่ายดันร่างหนาที่
"พี่แรมพ์จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไม่งั้นเพลงเอาเด็กในท้องออกจริงๆด้วย" หื้ม? ทำไมไอ้ประโยคนี้มันคุ้นๆจัง แถมเสียงที่แหลมจนแสบแก้วหูนั่นก็... ผมชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องพักนักดนตรี ในนั้นมีคนสองคนกำลังเจรจาอะไรบางอย่างกันอยู่ เจ้าของเสียงเล็กที่แสบแก้วหูนั้นผมรู้จักเธอดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ เพราะผมไม่ค่อยได้สนใจอะไรเธอเท่าไหร่นัก เธอเป็นผู้หญิงที่เคยเข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของผมช่วงระยะเวลาสั้นๆ "ตามใจเธอ" แล้วเสียงที่ค่อนข้างจะเย็นชานี่ก็คือไอ้แรมพ์ เพื่อนสนิทที่ผมคบมาตั้งแต่สมัยอนุบาลแต่ไม่ค่อยมีคนรู้ ไอ้นี่น่ะมันเย็นชาอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องผู้หญิงยิ่งไม่ต้องพูด มันเคยจริงจังกับใครเขาที่ไหน ฟันแล้วทิ้งไปวันๆคือคติประจำตัวของมัน "พี่แรมพ์! พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ" เพลงยังคงโวยวายใส่ไอ้แรมพ์ไม่เลิก ส่วนผม ก็ได้แต่ยืนกอดอกมองสองคนนั้นอยู่ห่างๆ "แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง?" ไอ้แรมพ์เงยหน้าจากมือถือแล้วมองไปยังเพลงด้วยสายตาที่เย็นชาขั้นสุด ไอ้หมอนี่...ไม่มีความอ่อนโยนกับผู้หญิงเลย ผมล่ะยังนึกไม่ออกเลยว่าเวลาที่มันหลอกฟันผู้หญิงมันทำหน้ายังไง "พี่แรมพ์ต้องแต่งงานกับเพลง ไม่งั้นเพลงจะ..." "จะ
หนึ่งเดือนต่อมา "หนึ่ง ไปเถอะ ฉันอยากไป" ก้องคะยั้นคะยอให้ฉันไปเที่ยวเป็นเพื่อนเขาไม่เลิก ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ฉันกับก้องกลับมาคบกันได้เดือนนึงแล้ว ถ้าถามว่าโอเคไหม ฉันว่ามันโอเคมากเลยล่ะ มันไม่อึดอัดเหมือนก่อนหน้าที่พวกเราจะเลิกกัน ฉันจะพูดว่ายังไงดีล่ะ ตอนนี้เหมือนฉันกับเขาปรับเข้าหากันมากขึ้น มีอะไรก็บอกกัน ไม่ชอบใจตรงไหนก็พูดเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ปรับตัว ฉันว่ามันโอเคมากๆ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างราบรื่นดี ซึ่งฉันเองมีความรู้สึกว่าพวกเราสองคนสวีทกันมากกว่าเมื่อก่อนขึ้นเป็นกองเลย "นายก็ไปสิ แต่ฉันไม่ไป" ฉันปฏิเสธเขาเป็นรอบที่สามน่าจะได้ ไม่รู้ว่าเขาจะตื๊อให้ฉันไปเที่ยวด้วยทำไมนัก ตั้งแต่กลับมาคบกันนี่เขาชวนฉันไปเที่ยวด้วยตลอด ไม่เคยจะไปคนเดียวสักครั้ง ซึ่งฉันเองไม่ค่อยชอบไปเที่ยวที่แบบนี้ไง ฉันดื่มไม่ได้ ดื่มไปนิดเดียวก็เมาแอ๋แล้ว คือมันไม่เอนจอยไง ถ้าฉันต้องไปเที่ยวกับเขาอีก ฉันอยู่ทำความสะอาดห้องไม่ดีกว่าเหรอ "โอเคๆ เธอไม่ไปฉันก็ไม่ไป แต่เธอโดนทั้งคืนนะ โอเคเปล่า?" "???" สองชั่วโมงต่อมา "เดี๋ยวนี้ไอ้ก้องแม่งควงเมียเที่ยวบ่อยจัด สงสัยกลัวเมียหายว่ะ ฮ่าๆๆๆ" นัท หนึ่งในเพื่
"หนึ่ง" "ฟังฉันนะ" ก้องเรียกเมื่อเห็นว่าฉันยังคงนิ่งกับคำถามที่เขาเพิ่งถามมา เขาจะให้ฉันตอบว่ายังไงล่ะ อยู่ดีๆก็มาขอฉันแต่งงานทั้งๆที่สถานะของพวกเรามันยังไม่ชัดเจนแบบนี้น่ะเหรอ เขากล้ามากนะ กล้าที่จะพูดออกมาจริงๆ "รู้จักกันก็ไม่ใช่น้อย ถึงฉันจะเดินทางผิดไปบ้าง แต่ใช่ว่าพวกเราไม่รู้นิสัยใจคอกัน" ก้องว่าก่อนที่เคลื่อนฝ่ามือข้างที่เกลี่ยปอยผมฉันเมื่อครู่ออกไป "..." "ฉันรักเธอเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่เหี้ย แค่นี้พอจะทำให้เธอตอบตกลงได้ยัง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นอีกระดับหนึ่ง "ฉันว่าพวกเรา..." "โอเค ตามนั้น แค่นี้ไม่เห็นจะยาก" ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยค จู่ๆก้องก็อาศัยช่วงจงหวะที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัวทำอะไรบางอย่างกับนิ้วมือข้างซ้ายของฉัน "นายทำอะไรน่ะ?" ฉันเอ่ยถามเขาด้วยความตกใจ ก่อนที่จะยกฝ่ามือข้างซ้ายขึ้นมาดู "ขอเธอแต่งงานไง" เขาพูดก่อนที่จะเคลื่อนริมฝีปากมาบรรจงจูบลงบนหน้าผากของฉันอย่างแผ่วเบา แล้วเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางแสงจากโคมไปที่มันสลัวแต่ฉันก็เห็นแสงระยิบระยับจากนิ้วนางข้างซ้ายอย่างเด่นชัด มันคือแหวนเพรชไม่ผิดแน่ ฉันไม่ตกใจเรื่องราคาของแหวนหร
"อื้ออออ!!!" ผมตัดสินใจเคลื่อนริมฝีปากไปทาบทับที่ริมฝีปากของหนึ่งพร้อมกับบดขยี้ลงไปอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะดุดันขึ้นทีละเสต็ป ทันทีที่โดนผมจู่โจมหนึ่งก็มีท่าทีต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด เธอทั้งทุบทั้งจิก แต่ยิ่งเธอทุบผมเท่าไหร่ผมก็กลับบดขยี้ริมฝีปากลงไปแรงมากเท่านั้น ผมไม่ได้โมโห ผมไม่ได้โกรธที่เธอทุบผมเอาทุบผมเอา แต่ผมคิดถึงเธอต่างหาก คิดถึงอ้อมกอด คิดถึงสัมผัสของเธอ ผมคิดถึงเธอ... เฮือก.... ผมเปิดโอกาสให้หนึ่งได้สูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนที่จะทาบทับริมฝีปากลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้หนึ่งไม่ได้มีอาการต่อต้านผมเหมือนตอนแรก จากที่เคยทุบและจิกอกผมอยู่ก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอทำแค่วางฝ่ามือเล็กลงสัมผัสที่แผ่นอกผมเบาๆ ก่อนที่จะยอมเปิดโอกาสให้ผมได้ลิ้มรสชาติที่หอมหวานภายในโพรงปากของเธอทุกซอกทุกมุม ผมโคตรคิดถึงสัมผัสนี้เลย อึก... ผมถอนริมฝีปากออกทันทีที่ได้ยินเสียงสะอื้นของหนึ่ง "โกรธฉัน?" ผมถามพลางเคลื่อนปลายนิ้วขึ้นไปเกลี่ยน้ำตาออกจากกรอบตาให้หนึ่ง แต่คำตอบที่ได้คือเธอส่ายหน้า "แล้วร้องไห้ทำไม?" ผมถามพร้อมกับเคลื่อนฝ่ามือขึ้นไปสางผมนุ่มสลวยของเธออย่างแผ่วเบา "ฉันดูง่ายมากใช่มั้ย?" เธอช้อนตาขึ้
"อย่ายุ่งกับหนึ่ง ถ้าเพลงแตะหนึ่ง อย่าหาว่าพี่ใจร้ายก็แล้วกัน" ผมตวัดสายตามองเพลงอย่างหงุดหงิด ยิ่งเห็นอาการที่เกรี้ยวกราดของเธอผมยิ่งคิ้วกระตุกมากกว่าเดิมเข้าไปอีก "ปกป้องกันจังนะคะ ลืมไปแล้วเหรอคะว่าเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน" สุดท้ายแล้วผมก็ต้องชะงักด้วยคำพูดของเพลง "พี่ไม่ลืม เรื่องลูกก็ส่วนลูก
KONG ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมขับรถมาจอดอยู่ตรงหน้าคอนโดหนึ่ง ไม่รู้ดิ ผมรู้สึก...อยากเจอหน้าเธอ ถึงเธอจะไม่อยากเจอผมก็เถอะ ผมยอมโดนด่าก็ได้ ขอแค่ให้ได้เจอก็พอ แต่มีบางอย่างทำให้ปลายเท้าผมกระตุก ไม่จริงน่า ไม่น่าเป็นไปได้ ดูๆแล้วหนึ่งเองก็ดูยังมีเยื่อใยให้ผมอยู่ ทำไมวันนี้เธอถึง.... "เชี่ยแม่
MONEY PUB "ไอ้เจฟมาโน่นแล้ว ใจเย็นมึงอย่าเพิ่งเครียด" ไอ้นัทมันตบบ่าให้กำลังใจผมก่อนที่จะหันไปโบกไม้โบกมือให้ไอ้เจฟที่กำลังมองหาพวกเราสองคนอยู่ ส่วนไอ้นิคกี้น่ะเหรอ รายนั้นน่ะมันไม่เคยมาสังสรรค์กับพวกผมหรอก มันเป็นพวกไม่กินเหล้า ไม่เข้าผับ ดูดีอย่างกับเทพบุตร แต่เรื่องหญิงอย่าให้พูด! เปลี่ยนผู้
"มีธุระอะไรรึเปล่า" นี่คือประโยคที่ดินพูดกับฉันหลังจากที่ฉันเข้ามาในห้องทำงานของเขาเรียบร้อยแล้ว น้ำเสียงที่เขาถามฉันมันแข็งกระด้างยังไงชอบกลนะ "หนึ่งเอาเอกสารมาให้เซ็นน่ะ" ฉันพูดพร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงเพื่อให้ดินเซ็น เชื่อไหมตั้งแต่ที่ฉันรู้ว่าดินเขาคิดยังไงกับฉันฉันก็รู้สึกประหม่ายังไงไม่รู้บอ







