تسجيل الدخول"เพลงว่าไงนะ?" ผมเอ่ยถามเพลงออกไปพร้อมกับกำรอบแขนของเธอเอาไว้แน่น และหวังว่าที่เธอพูดออกมาเมื่อครู่ เธอจะแค่พูดเล่น
"เพลงบอกว่าเพลงท้อง ถ้าพี่ก้องทิ้งเพลง เพลงจะเอาเด็กออกจริงๆด้วย!" เพลงตะคอกใส่หน้าผมพลางบีบน้ำตาไปด้วย "มันจะเป็นไปได้ยัง พี่ป้องกันทุกครั้ง ไม่น่าท้องนะ" จริงๆนะ ผมไม่อยากเชื่อว่าเพลงจะท้องเพราะผมเองก็ป้องกันตลอดเวลาที่มีอะไรกับเธอ คิดว่าตัวเองไม่น่าพลาด ตะว่าถุงยางแตกก็ไม่น่าใช่เพราะผมใช้อย่างดี อย่าว่าแต่เพลงเลยกับหนึ่งที่เคยคบกันผมก็ป้องกันตลอดไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง ถ้าผมใส่ถุงยางแล้วเพลงท้องงั้นหนึ่งก็ไม่ท้องนานแล้วหรือไง ผมอยู่กับหนึ่ง นอนกับหนึ่งมาตั้งหลายปี "พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ พี่ก้องจะไม่รับผิดชอบเพลงเหรอ!" เพลวขึ้นเสียงใส่ผมพร้อมบีบน้ำตา "มันไม่ใช่อย่างนั้นเพลงพี่ก็แค่สงสัย แต่พี่ป้องกันทุกครั้งเลยนะ ท้องได้ไงอะ?" ผมถามเพลงออกไปอย่างสับสนปนกังวลใจ มืดแปดด้านไปหมดแล้วตอนนี้ "พี่ก้องจะหาว่าเพลงโกหกพี่เหรอ งั้นเอานี่ไปดู!" เพลงสะบัดตัวออกพร้อมกับเดินหายเข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะเดินออกมาพร้อมกับปาอะไรบางอย่างมาใส่ผมอย่างกรุ่นโกรธ ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าที่เพลงปาใส่หน้าผมเมื่อกี้มันคืออะไร เพราะตอนนี้ผมเห็นมันเต็มสองตาเลยว่ามันเป็นที่ตรวจครรภ์ แล้วมันก็ขึ้นสองขีดอย่างชัดเจน นี่หมายความว่า...ผมกำลังจะเป็นพ่อคนงั้นเหรอ พลาดได้ไงวะ? คนอย่างผมนี่นะจะพลาดกับเรื่องแบบนี้ ตลกตัวเองฉิบหาย "ไม่มีใครอยากท้องทั้งที่ยังเรียนอยู่หรอกค่ะ เพลงก็ไม่ได้อยากท้อง แต่พี่ก้องไม่ป้องกันให้มันดีเอง เพราะฉะนั้นพี่ก้องต้องรับผิดชอบเพลง ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าเพลงไม่เตือน เพลงก็ไม่ได้อยากมีอยู่แล้วไอ้มารหัวขนนี่น่ะ!" เพลงว่าพร้อมกับทำท่าจะทุบไปที่หน้าท้องของตัวเอง "เพลง! ทำบ้าอะไรวะ!" ผมเดินเข้าไปกระชากท่อนแขนของเพลงเอาไว้ก่อนที่เธอจะทำอะไรตามใจตัวเอง "ก็พี่ก้องจะไม่รับผิดชอบเพลง แล้วเพลงจะเอามันไว้ทำไมล่ะ! ปล่อยเพลงนะ! ปล่อย!" เพลงว่าพร้อมกับพยายามสะบัดตัวหนีผม "พี่บอกรึยังว่าจะไม่รับผิดชอบ พี่ก็แค่สงสัยว่าทำไมถึงท้อง" ผมถามเธอ "ก็พี่ก้องทำเหมือนเพลงไม่ท้องจริงๆ ทำไมคะ หรือพี่ก้องคิดว่าเพลงจะท้องกับคนอื่น เพลงจะไปท้องกับใครได้ ทุกวันนี้เพลงก็ยู่กับพี่ก้องแทบจะ24ชั่วโมงอยู่แล้ว" เพลงเบือนหน้าไปทางอื่นพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น "พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ไม่เอาสิ ไม่ร้องไห้ มันไม่ดีต่อลูกนะ" ผมเดินเข้าไปสวมกอดเพลงจากทางด้านหลังก่อนที่จะซบใบหน้าลงบนบ่าเล็กที่สั่นเทาของเธอ ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อใจเพลงนะ แต่ก็อย่างที่เธอว่านั่นแหละ เธออยู่กับผมตลอดเวลาแถมตัวติดกันตลอดเธอจะเอาเวลาที่ไหนไปยุ่งกับคนอื่นล่ะ ตามติดผมแทบจะ24ชั่วโมงขนาดนี้เรื่องท้องกับคนอื่นตัดทิ้งไปได้เลย นี่ผมกำลังจะเป็นพ่อคนจริงๆเหรอวะ ไม่อยากจะเชื่อเลย "พี่จะไปบอกพ่อแม่นะ แล้วนี่เพลงไปหาหมอหรือยัง" ผมเอ่ยถามเพลงออกไปอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ทำไมอะไรๆมันถึงได้ไม่เป็นใจขนาดนี้วะ "อึก...ยัง ยังค่ะ" เพลงยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่เลิก "งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาไปฝากท้อง เสร็จแล้วไปหาพ่อแม่เพลงกัน" ผมบอกเพลงออกไป นี่แม่งเรื่องห่าอะไรก็ไม่รู้ ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย "เพลงยังไม่อยากบอกพ่อกับแม่ พวกท่านคาดหวังกับเพลงมาก เพลงกลัว เพลงกลัวว่าพวกท่านจะเสียใจที่เพลงพลาดแบบนี้" "งั้นยังไม่บอกพ่อแม่เพลงก็ได้ ไปหาพ่อแม่พี่ก่อนก็แล้วกัน" ผมว่าพลางเคลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางทาบที่หน้าท้องของเพลง เพลงน่าจะท้องไม่กี่สัปดาห์นะ เพราะว่าตอนนี้หน้าท้องของเธอยังแบนราบอยู่เลย "พ่อแม่พี่ก้องก็อย่าเพิ่งบอกได้มั้ยคะ เพลงยังไม่พร้อมจริงๆ" "เอางั้นก็ได้ ไว้เพลงพร้อมค่อยบอกพ่อแม่กัน โอเคมั้ย" "ฮึก..." -วันต่อมา- "หน้างี้อย่างเครียด ไงวะ ทะเลาะกับน้องเพลงอีกแล้วอ่อ" ไอ้นัทมันเอ่ยถามหลังจากที่ผมเดินเข้ามาในห้องพักแพทย์เรียบร้อยแล้ว "เปล่าว่ะ" ผมบอกไอ้นัทออกไปพลางเอนหลังลงบนพนักพิงอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ให้ตายเถอะ ผมหาทางออกไม่ได้เลยเรื่องนี้ ยิ่งมีพันธะแบบนี้ผมก็กลับไปหาหนึ่งไม่ได้แล้วสิ การง้อหนึ่งว่ายากแล้ว เรื่องนี้แม่งยากกว่า ผมมืดแปดด้านไปหมดแล้วเนี่ย "แล้วเป็นห่าไร ดูหน้ามึงเครียดมากเลยอะ" ไอ้นัทมันถามผมออกมาอีกครั้ง "เพลงท้องว่ะ" ผมบอกไอ้นัทออกไป กับเพื่อนผมไม่เคยปิดบังอะไรอยู่แล้ว "เชี่ย! ไหนมึงบอกจะเลิกกับน้องแล้วไง ทำไมท้องได้วะ" "กูก็กำลังคิดอยู่เนี่ยว่ากูพลาดได้ไง แม่งเอ้ย! กูกำลังหาทางเข้าหาหนึ่งได้แล้วเชียว" ผมพูดกับไอ้นัทออกไปอย่างเคร่งเครียด ผมมั่นใจว่าถ้าผมมีโอกาสได้เข้าใกล้หนึ่ง ได้ตามง้อเธอ เธออาจจะใจอ่อน แต่ตอนนี้ผมแม่งคงไม่มีโอกาสทำแบบนั้นแล้วล่ะเพราะแค่นี้ผมก็เครียดจะตายอยู่แล้วเนี่ย "อย่าเพิ่งคิดมากมึง วันนี้มีเคสหนักหลายเคส พยายามอย่าเครียด มึงต้องมีสมาธิ อย่าให้เหมือนไอ้ห่าเจฟมัน วันก่อนมันแม่งไม่มีสมาธิเลยไง" ไอ้นัทมันพูดถึงไอ้เจฟ ซึ่งที่ไอ้เจฟมันไม่มีสมาธิเมื่อวันก่อนอาจจะเป็นเพราะมันหาเมียมันไม่เจอไง มันยังอยู่กับเมียมันยังอยู่กับคนที่มันรัก ถึงมันจะยังไม่ยอมรับก็เถอะ แต่กับผมมันไม่ใช่ไง ผมไม่ได้รักเพลง แต่ผมแม่งต้องอยู่กับเธอเพราะลูกไง ผมโคตรอึดอัดเลยบอกตรงๆ นี่ถ้าไม่มีเรื่องลูกผมคงหาทางจบกับเธอไปแล้ว"จะเป็นเด็กดีนะ..." ไอ้น้ำเสียงที่ช่างออดอ้อนนี่มัน... "อื้อออ!!!" เสียงหวานครางออกมาเมื่อผมตัดสินใจกดจูบลงบนริมฝีปากบางเพื่อเป็นการเตือนสติเธอหนึ่งที แต่หนึ่งกลับไม่ยอมให้ผมละริมฝีปากออกด้วยการจูบตอบ ซึ่งมันไม่ใช่แค่จูบธรรมดา แต่มันเป็นการจูบที่สอดลิ้นเข้ามาด้วย เธอไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้มันอาจจะไม่จบแค่จูบ ใครบ้างที่อยู่บนเตียงกับคนที่ชอบในท่าทางที่โคตรพร้อมจะไม่เกิดอารมณ์แบบนั้น ผมไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงซะด้วย "หนึ่ง..." ผมหยุดจูบที่เร่าร้อนระหว่างพวกเราสองคนเอาไว้ ไม่อยากทำอะไรแบบนั้นกับหนึ่งทั้งที่เธอเองมีสติไม่เต็มร้อย ถ้าทำเรื่องแบบนั้นตอนที่เธอเมาอยู่เธออาจจะชอบ แต่ถ้าเธอตื่นขึ้นมาล่ะ ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าผมจะโดนเกลียดหรือโดนเธอมองแรงขนาดไหน ถึงพวกเราสองคนจะตกลงเป็นแฟนกันแล้วก็เถอะ แต่มันเพิ่งเริ่มไง เธอจะมองผมยังไงถ้าตื่นมาแล้วเจอผมนอนอยู่ข้างๆในสภาพที่อาจจะดูไม่ค่อยได้ "ไม่ชอบเหรอ..." เธอถามผมด้วยน้ำเสียงยานคาง ส่วนฝ่ามือเล็กก็ซุกซนไม่เลิก ไม่รู้ว่าเธอปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมออกตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้ผมเกือบสติหลุดไปแล้วด้วย "ชอบ" ผมตอบเธอ "แต่ไม่ใ
"ดินเหรอ?" หนึ่งถามพร้อมกับหรี่ตามองผม โอเค เข้าใจแล้วว่ารักแฟนใหม่มาก แล้วไอ้สายตาที่หวานเยิ้มแบบนั้นน่ะ เธอเคยมองมาที่ผมแค่คนเดียวไม่ใช่หรือไง หัวร้อนเลยเนี่ย "อือ ดิน" ผมยอมสวมรอยเป็นแฟนใหม่เธอวันนึงก็ได้อ่ะ "ทำไมมาช้าจัง รอนานแล้วนะ" อ่อ ที่แท้ก็นัดกันไว้ แล้วตอนนี้มันหายหัวไปไหนซะล่ะ "ขึ้นรถสิ จะไปส่ง" ผมบอกหนึ่งออกไป "ไม่ใช่ว่าจะหลอกปล้ำกันหรอกนะ" เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวานแถมยังกอดรัดรอบคอผมมากกว่าเดิมเข้าไปอีก "ไม่หลอก" ผมว่าพร้อมกับค่อยๆขยับไปจนสามารถเปิดประตูรถได้ จากนั้นก็จัดการยัดร่างที่อ่อนปวกเปียกของหนึ่งใส่เข้าไปในรถพร้อมกับเอื้อมไปดึงเบลท์มาคาดไว้ให้เธอ สภาพแบบนี้ถ้าไม่คาดเบลท์ไว้คงได้ไถลลงไปนอนตรงที่วางเท้าแน่นอน ผมยืนมองสภาพของหนึ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจปิดประตูรถลงแล้วเดินอ้อมมาขึ้นรถอีกฝั่ง สภาพแบบนี้ถ้าถูกคนอื่นลากไปผมไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกมันจะทำอะไรเธอบ้าง ดูแต่งตัวเข้า ล่อเสือล่อตะเข้ขนาดนี้ มันน่าโดนสักที... "ดิน..." ระหว่างที่ผมกำลังขับรถมุ่งไปยังคอนโดของเราสองคน หนึ่งก็เอาแต่พึมพำชื่อแฟนใหม่ของเธอ เท่าที่ผมจำได้ รอบนี้น่าจะเ
"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว" ก้องพึมพำออกมาแล้วเดินผ่านร่างฉันไปทันที เมื่อกี้นี้ฉันไม่ทันได้เห็นหรอกว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหน แต่ก็พอจะเดาได้อยู่แหละ คนอย่างเขาจะไปรู้สึกอะไรได้ คนที่มีผู้หญิงวนอยู่รอบตัวตลอดเวลาแบบเขาไม่มีทางหรอกที่อยากจะกลับมาหาฉันอย่างที่ปากพูด ที่เขาคิดจะกลับมาหาฉันเพราะเขาหวงก้างล่ะสิ เขาก็น่าจะรู้ตัวมั้ยว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ เลิกกันไปตั้งเกือบปี จะกลับมาร้องขออะไร ฉันไม่มีอะไรให้เขาทั้งนั้นแหละ แม้แต่เยื่อใย...ฉันก็...ตัดมันไปหมดแล้ว "ไปนานเว่อร์ นึกว่าหายไปกับผู้ซะและ" ทันทีที่กลับมานั่งที่โต๊ะ แก้มก็เอ่ยแซวฉันทันที "ผู้ไหน?" ฉันถามแก้ม ส่วนเพื่อนรักของฉันน่ะเหรอ สนใจฉันที่ไหนล่ะ ตอนนี้เธอกำลังมองนักร้องบนเวทีด้วยสายตาหวานเยิ้มเลยล่ะ "หล่ออ่ะ หล่อมากจริงๆ" เพื่อนฉันนี่บ้าผู้ชายไม่เปลี่ยนจริงๆ เห็นคนหล่อไม่ได้เลย "น้อยๆหน่อยไอ้แก้ม คนนี้ฉันเจอก่อน ฉันจอง" ผิงว่า "ไม่ได้ ฉันเห็นเค้าตั้งแต่เดินออกจากห้องพักนักดนตรีแล้วป่ะ โอ้ย! แกมาเขกหัวฉันทำไม" แก้มตะโกนแข่งกับเสียงเพลงบนเวทีทันทีที่โดนผิงเขกมะเหงกเข้าให้ "ให้มันน้อยๆหน่อย" ผิงพูดพร้อม
NAMNEUNG หลายวันผ่านไป "วันนี้ให้ไปส่งมั้ย" ดินหันมาถามฉันทันทีที่จอดรถเสร็จ ที่เขาถามแบบนี้เพราะวันนี้ฉันมีนัดต้องไปฉลองวันเกิดเพื่อนน่ะสิ จริงๆแล้วต้องเป็นคืนพรุ่งนี้นะที่จะต้องไป แต่ว่าแก้มมันดันติดธุระก็เลยต้องเลื่อนมาวันนี้ ซึ่งเป็นวันเกิดของฉันพอดี จริงๆฉันไม่เคยมีความคิดที่จะไปฉลองวันเกิดในสถานที่แบบนี้หรอกนะ แต่บังเอิญว่าเพื่อนฉันอยากเลื่อนมาจัดวันนี้ ฉันเลยเลี่ยงไม่ได้ ฉันไม่ชอบเที่ยวผับตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แบบว่าบรรยากาศมันไม่ค่อยโอเคอ่ะ ฉันอึดอัด อึดอัดมากที่ต้องมานั่งหรือยืนเบียดเสียดกัน มันไม่ใช่ทางน่ะ "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเพื่อนหนึ่งมารับ" ฉันหันไปบอกเขา ซึ่งไม่รู้ว่าฉันพูดผิดตรงไหนหัวคิ้วเขาถึงได้ขมวดมุ่นแบบนั้น แต่แค่แป๊บเดียวมันก็หายไป "แล้วจะกลับตอนไหน" เขาถามอีก "ก็น่าจะหลังเที่ยงคืนแหละ ต้องรอดูเพื่อนๆก่อน" ฉันตอบ "งั้น..." เขาพูดได้แค่นั้นก็เงียบไป "งั้น?" ฉันทวนคำเขา "ไงถึงแล้วก็โทรมาบอกหน่อย แชตมาก็ได้ เป็นห่วงน่ะ..." ดินพูด แต่ไม่รู้ว่าทำไมปลายประโยคนั้นเสียงถึงได้ดูแผ่วแปลกๆ "อื้ม! ไว้ถึงแล้วหนึ่งจะแชตบอกนะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ไปกับเพื่
"ดินควรทำ หรือไม่ควร?" ใบหน้าคมคายโน้มลงมาเรื่อยๆจนปลายจมูกของเราสองคนเสียดสีกันเบาๆ ฉันเอนหลังหลบสัมผัสอ่อนไหวนั้นอย่างแนบเนียนจนตอนนี้แผ่นหลังสัมผัสเข้ากับหัวเตียงขนาดคิงไซส์ ฉันบอกแล้วว่าฉันมันไม่ใช่ผู้หญิงใสๆ ฉันเคยผ่านการมีแฟน ผ่านการลึกซึ้งกับคนๆนึงมาแล้ว เรื่องแบบนี้ ที่เขาถาม ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ ฉันไม่ได้ใสจนถึงขนาดไม่เข้าใจเรื่องที่ดินถามหรอกนะ เขากำลังหนั่งเชิงฉันอยู่ "ไม่ควร" ฉันตอบดินออกไปแล้วจ้องเขากลับ ถ้าฉันยิ่งหลบสายตาของเขา เขาก็จะยิ่งจ้องฉันไม่เลิก ซึ่งฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น "โอเค ไม่ควร" ดวงตาคมหลุบมองริมฝีปากฉันอย่างนึกเสียดายอีกครั้งก่อนที่จะถอยห่างออกไป ฉันลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่กลับต้องเบิกตาโพลงเมื่อดินนั้นโถมร่างลงมาในขณะที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากที่อ่อนนุ่มของเขาสัมผัสกับริมฝีปากของฉันอย่างแผ่วเบา แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อน เพื่อไม่ให้ร่างกายของเราสองคนบดเบียดกันไปมากกว่านี้ ฉันเลยยกฝ่ามือดันแผ่นอกที่กรุ่นร้อนเอาไว้ ทุบอกแกร่งหนึ่งทีริมฝีปากก็โดนบดเบียดหนักมากกว่าเดิม ครั้นทุบลงไปสองทีเขาก็เอื้อมฝ่ามือขึ้นมาบีบคางฉันเบา
Din Danupat 'Talks ความจริงผมไม่ได้หลับ ทั้งที่ง่วงมาก แต่ผมทำเพียงแค่ปิดเปลือกตาลงเท่านั้น ผมไม่กล้าหลับ เพราะผมกลัวว่าหนึ่งจะหนีกลับ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้กลับไป คงอยู่รอว่าผมจะพูดอะไรกับเธอนั่นแหละ ความจริงแล้วผมไม่ได้มีอะไรจะพูดกับเธอหรอก ผมแค่ไม่อยากให้เธอกลับไปมันก็เท่านั้น ผมอยากอยู่กับหนึ่งนานๆ อยากนอนมองเธอทำโน่นทำนี่ ตอนนี้ผมเองก็ทำอย่างนั้นอยู่ ตอนที่เห็นว่าเธอเป็นคนกดกริ่งที่หน้าประตูห้องผมค่อนข้างที่จะแปลกใจ ไม่รู้ว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าผมไม่สบาย แล้วผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอคิดอะไรอยู่ เธอถึงได้มองมาที่ผมด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยขนาดนั้น ผมคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ย ผมเข้าข้างตัวเองได้มั้ยว่าหนึ่งเอง...ก็มีใจให้ผมอยู่บ้าง ความจริงแล้วผมเองค่อนข้างจะหงุดหงิดที่เห็นว่าคนเก่าของเธออยู่ข้างห้อง คนแบบมัน ทำไมถึงมาอยู่คอนโดที่หนึ่งอยู่ได้ ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่มานานแล้วหรือเพิ่งจะย้ายมา แต่การที่เห็นมันแบบนั้น มันทำให้ผม...ค่อนข้างกังวล กังวลว่ามันจะมาวอแวกับหนึ่ง แล้วอีกอย่างที่ผมไม่อยากคิดก็คือ ผมกลัวว่ามันจะกลับมาง้อหนึ่ง ถึงหนึ่งจะบอกผมว่าตัดใจจากคนเก่าไปนาน







