تسجيل الدخولNAMNEUNG
"มอนิ่งจ๊ะหนึ่ง ทำไมมาสายจังวันนี้" ปิ๊กเพื่อนร่วมงานเอ่ยถามเป็นคนแรกเมื่อฉันเดินเข้ามาในออฟฟิศเรียบร้อยแล้ว "พอดีหนึ่งตื่นสายอะ กว่าจะรอรถเมล์ กว่าจะมาถึง เล่นเอาแย่เลย" ฉันบอกปิ๊กออกไปพลางเดินเข้ามานั่งประจำที่ของตัวเอง "เมื่อเช้าดินจะไปรับก็ไม่ยอม ไม่งั้นมาถึงที่ทำงานพร้อมกันแล้ว" ดินเดินเข้ามาพร้อมกับวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะฉันอย่างแผ่วเบา ทำไมเขาจ้องหน้าฉันขนาดนั้นล่ะ บ้าจริง... "แหมๆคุณดินขา ทีเพื่อนๆมาถึงที่ทำงานก่อนหน้านี้ตั้งนานยังไม่เห็นชงกาแฟมาให้บ้างเลย พอหนึ่งมานี่รีบชงมาเสิร์ฟถึงที่เลยนะ ทำไมหนึ่งพิเศษกว่าคนอื่นล่ะ" ปิ๊กเอ่ยแซวฉันกับดินแบบนี้อยู่เป็นประจำแหละ แต่ฉันก็ไม่ค่อยสนใจอะไรกับคำแซวพวกนี้หรอกเพราะว่าฉันชินแล้ว ตั้งแต่ที่ฉันมาทำงานที่นี่ฉันก็โดนจับคู่กับดินอยู่บ่อยๆ อาจเป็นเพราะว่าดินเองเขาเป็นคนคอยเทรนงานให้ฉันด้วยล่ะมั้ง แล้วพวกเราสองคนก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆเพราะเรื่องงาน เพื่อนๆในออฟฟิศก็เลยคอยชงให้ฉันกับดินเป็นแฟนกันอยู่เรื่อยจนฉันชินซะแล้ว "ดูแลดียิ่งกว่าแฟนอีกนะเนี่ย" ผึ้งเพื่อนร่วมงานอีกคนสมทบขึ้นมาบ้าง "หนึ่งมันมีแฟนที่ไหนล่ะแก ตั้งแต่หนึ่งมาทำงานที่นี่ฉันยังไม่เคยเห็นหนึ่งคุยกับใครเลย" ประโยคนี้เป็นของอิงเพื่อนร่วมงานอีกคนที่ฉันค่อนข้างจะสนิทกับเธอมากเป็นพิเศษ "สวยๆแบบหนึ่งไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายังไม่มีแฟนจริงๆอะ แอบหมกไว้บ้างเปล่าก็ไม่รู้ เนอะดินเนอะ" ปิ๊กพูดพลางหันไปยักคิ้วหลิ่วตากับดิน ขยันชงฉันกับดินจังเลยนะยัยพวกนี้ "นั่นสิ สวยๆแบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าไม่มีแฟน" ส่วนดินก็พูดขึ้นพร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างต้องการคำตอบ แล้วดูสายตาที่้บามองมายังฉันสิ มันแบบ...ชวนให้เขินกว่าทุกครั้งและแหะ "แล้วสรุปแกแอบมีแฟนซุกไว้บางเปล่าวะหนึ่ง นี่พวกฉันทำงานกับแกมาตั้งนานยังไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยนะเว้ย" อิงถามแล้วลากเก้าอี้มานั่งตรงข้าวกับฉัน "นั่นดิ สรุปมีไม่มีอะแก พวกฉันโคตรอยากรู้เลยเว้ย" ผึ้งลากเก้าอี้มานั่งข้างๆฉันบ้าง "วันนี้เป็นอะไรกันไปหมดเนี่ย ไม่ทำงานทำการกันหรือไง เดี๋ยวหัวหน้าก็บ่นเอาหรอก" ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของเพื่อนๆแล้วหันมาสนใจเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะแทน "หัวหน้าไม่กล้าบ่นหรอก เพราะหัวหน้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน ใช่มั้ยคะ หัวหน้า^^" ปิ๊กว่าแล้วมองมาที่ฉันสลับกับดินอย่างเจ้าเล่ห์ อ่อ...ฉันลืมไป ดินเพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าของพวกเราทุกคนในนี้เมื่อสองวันก่อนนี่เอง ที่เมื่อคืนพวกเราไปฉลองกันจนกลับดึกดื่นก็ไปฉลองให้ดินนี่แหละ "แล้วสรุปยังไงวะแก มีไม่มี พวกฉันอยากรู้จริงๆนะเว้ย" อิงคะยั้นตะยอพร้อมกับเขย่าแขนฉันอย่างอยากรู้ "พอๆๆ เลิกเซ้าซี้ได้แล้ว ไปทำงานไป" ฉันพูดประโยคนี้ออกไปพร้อมกับลอบมองดินไปด้วย ทำไมวันนี้เขาถึงได้มองมาที่ฉันแปลกๆนะ มันรู้สึกยังไงไม่รู้ฉันเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน สายตาที่เขามองมาที่ฉันมัน.... "ไม่เอาอะ แกต้องตอบพวกเรามาก่อน ไม่งั้นวันนี้พวกฉันไม่มีกะจิตกะใจจะทำานแน่ๆ" ดูผึ้งพูดเข้าสิ ทำอย่างกับว่าเรื่องที่ฉันจะมีแฟนหรือไม่มีนี่เป็นเรื่องใหญ่ของออฟฟิศไปเลย "โอเคๆๆยอมๆ" ฉันบอกเพื่อนๆออกไปอย่างตัดรำคาญ ขืนพวกเธอยังมาวอแวกับฉันอยู่แบบนี้ วันนี้ฉันคงไม่ได้ทำงานแน่ๆ ลูกค้ายิ่งโทรมาเร่งงานตั้งแต่ฉันยังไม่ถึงออฟฟิศเลย "สรุปว่า..." "ไม่มี เลิกกับแฟนมาได้เกือบปีแล้ว ตอนนี้ยังไม่อยากมีแฟนยังไม่อยากมีใคร เข็ดกับคนเก่ามาก โอเคยัง" ฉันตอบออกไปอย่างหมดเปลือกเพราะไม่อยากให้พวกเพื่อนๆมาเซ้าซี้อีก ถ้าตอบว่าไม่มีแค่คำเดียวพวกเธอก็จะต้องถามฉันอีกล่ะว่าทำไมอะไรยังไง เพราะฉะนั้นฉันเลยเลือกที่จะตอบไปทีเดียวเลยจะได้จบๆ "อ่าาาาา" ส่วนเพื่อนๆร่วมงานนั้นก็ได้แต่ส่งเสียงเอ่ออ่าแล้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กยังไงแปลกๆ "บางทีคนใหม่อาจจะดีกว่าคนเก่าก็ได้ ลองเปิดใจดูมะ" หลังจากที่เงียบไปได้สักพัก ปิ๊กก็พูดทำลายความเงียบระหว่างพวกเราห้าคนขึ้นมา "หนึ่งยังไม่พร้อมหรอก บอกตามตรงว่าเข็ดมากจริงๆ ไม่กล้าเปิดใจให้ใครเลย" หลังจากที่ฉันพูดประโยคนี้จบอยู่ๆดินก็เดินออกไปจากห้องนี้อย่างรวดเร็วโดยที่ปล่อยให้พวกเราทุกคนได้แต่มองหน้ากันอย่างงงๆ เป็นอะไรของเขานะ... "แกอะ ดูดิ ดินเดินคอตกออกไปเลยเห็นมะ" อิงว่าพลางชะเง้อคอมองตามดินออกไป "หนึ่งพูดไรผิดอ่า ก็ว่าไม่นะ..." ฉันพูดออกไปพร้อมกับเกาหัวตัวเองอย่างงุนงง "โธ่ไอ้หนึ่ง แกนี่มันจริงๆเลย แกไม่รู้หรือไงว่าดินสนใจแกตั้งแต่วันแรกที่แกเข้ามาทำงานแล้ว นี่แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไงวะ?" อิงหันมาพูดกับฉันอย่างหงุดหงิดพร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นตบหน้าผากตัวเองไปด้วย "บ้าบอน่าอิง หนึ่งไม่ใช่สเปคดินสักหน่อย" ฉันบอกอิงออกไป "บางทีผู้หญิงที่ชอบก็ไม่ต้องตรงสเปคก็ได้มั้ยวะแก ดินออกจะหล่อ หน้าที่การงานก็ดี แถมบ้านยังรวยอีก ผู้ชายแบบดินเพอร์เฟคจะตาย ใครได้ไปเป็นแฟนโคตรโชคดีอะ" ส่วนประโยคนี้เป็นของผึ้งที่พูดออกมาอย่างหงุดหงิดเช่นกัน ดูเหมือนพวกเพื่อนร่วมงานทั้งสามคนของฉันจะไม่พอใจที่ฉันพูดออกไปเมื่อกี้เลยนะ "เพอร์เฟคตอนนี้ ถ้าคบกันไปอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้นะ" ฉันพูดออกไปแล้วหันมาสนใจเอกสารบนโต๊ะทำงานต่อ ผู้ชายที่เพอร์เฟคกว่าดินฉันก็เคยเจอเคยคบมาแล้ว แรกๆมันก็ดีทุกคนนั่นแหละ คงไม่มีใครแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาตั้งแต่วันแรกที่คบกันหรอกมั้ง"จะเป็นเด็กดีนะ..." ไอ้น้ำเสียงที่ช่างออดอ้อนนี่มัน... "อื้อออ!!!" เสียงหวานครางออกมาเมื่อผมตัดสินใจกดจูบลงบนริมฝีปากบางเพื่อเป็นการเตือนสติเธอหนึ่งที แต่หนึ่งกลับไม่ยอมให้ผมละริมฝีปากออกด้วยการจูบตอบ ซึ่งมันไม่ใช่แค่จูบธรรมดา แต่มันเป็นการจูบที่สอดลิ้นเข้ามาด้วย เธอไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้มันอาจจะไม่จบแค่จูบ ใครบ้างที่อยู่บนเตียงกับคนที่ชอบในท่าทางที่โคตรพร้อมจะไม่เกิดอารมณ์แบบนั้น ผมไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงซะด้วย "หนึ่ง..." ผมหยุดจูบที่เร่าร้อนระหว่างพวกเราสองคนเอาไว้ ไม่อยากทำอะไรแบบนั้นกับหนึ่งทั้งที่เธอเองมีสติไม่เต็มร้อย ถ้าทำเรื่องแบบนั้นตอนที่เธอเมาอยู่เธออาจจะชอบ แต่ถ้าเธอตื่นขึ้นมาล่ะ ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าผมจะโดนเกลียดหรือโดนเธอมองแรงขนาดไหน ถึงพวกเราสองคนจะตกลงเป็นแฟนกันแล้วก็เถอะ แต่มันเพิ่งเริ่มไง เธอจะมองผมยังไงถ้าตื่นมาแล้วเจอผมนอนอยู่ข้างๆในสภาพที่อาจจะดูไม่ค่อยได้ "ไม่ชอบเหรอ..." เธอถามผมด้วยน้ำเสียงยานคาง ส่วนฝ่ามือเล็กก็ซุกซนไม่เลิก ไม่รู้ว่าเธอปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมออกตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้ผมเกือบสติหลุดไปแล้วด้วย "ชอบ" ผมตอบเธอ "แต่ไม่ใ
"ดินเหรอ?" หนึ่งถามพร้อมกับหรี่ตามองผม โอเค เข้าใจแล้วว่ารักแฟนใหม่มาก แล้วไอ้สายตาที่หวานเยิ้มแบบนั้นน่ะ เธอเคยมองมาที่ผมแค่คนเดียวไม่ใช่หรือไง หัวร้อนเลยเนี่ย "อือ ดิน" ผมยอมสวมรอยเป็นแฟนใหม่เธอวันนึงก็ได้อ่ะ "ทำไมมาช้าจัง รอนานแล้วนะ" อ่อ ที่แท้ก็นัดกันไว้ แล้วตอนนี้มันหายหัวไปไหนซะล่ะ "ขึ้นรถสิ จะไปส่ง" ผมบอกหนึ่งออกไป "ไม่ใช่ว่าจะหลอกปล้ำกันหรอกนะ" เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวานแถมยังกอดรัดรอบคอผมมากกว่าเดิมเข้าไปอีก "ไม่หลอก" ผมว่าพร้อมกับค่อยๆขยับไปจนสามารถเปิดประตูรถได้ จากนั้นก็จัดการยัดร่างที่อ่อนปวกเปียกของหนึ่งใส่เข้าไปในรถพร้อมกับเอื้อมไปดึงเบลท์มาคาดไว้ให้เธอ สภาพแบบนี้ถ้าไม่คาดเบลท์ไว้คงได้ไถลลงไปนอนตรงที่วางเท้าแน่นอน ผมยืนมองสภาพของหนึ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจปิดประตูรถลงแล้วเดินอ้อมมาขึ้นรถอีกฝั่ง สภาพแบบนี้ถ้าถูกคนอื่นลากไปผมไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกมันจะทำอะไรเธอบ้าง ดูแต่งตัวเข้า ล่อเสือล่อตะเข้ขนาดนี้ มันน่าโดนสักที... "ดิน..." ระหว่างที่ผมกำลังขับรถมุ่งไปยังคอนโดของเราสองคน หนึ่งก็เอาแต่พึมพำชื่อแฟนใหม่ของเธอ เท่าที่ผมจำได้ รอบนี้น่าจะเ
"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว" ก้องพึมพำออกมาแล้วเดินผ่านร่างฉันไปทันที เมื่อกี้นี้ฉันไม่ทันได้เห็นหรอกว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหน แต่ก็พอจะเดาได้อยู่แหละ คนอย่างเขาจะไปรู้สึกอะไรได้ คนที่มีผู้หญิงวนอยู่รอบตัวตลอดเวลาแบบเขาไม่มีทางหรอกที่อยากจะกลับมาหาฉันอย่างที่ปากพูด ที่เขาคิดจะกลับมาหาฉันเพราะเขาหวงก้างล่ะสิ เขาก็น่าจะรู้ตัวมั้ยว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ เลิกกันไปตั้งเกือบปี จะกลับมาร้องขออะไร ฉันไม่มีอะไรให้เขาทั้งนั้นแหละ แม้แต่เยื่อใย...ฉันก็...ตัดมันไปหมดแล้ว "ไปนานเว่อร์ นึกว่าหายไปกับผู้ซะและ" ทันทีที่กลับมานั่งที่โต๊ะ แก้มก็เอ่ยแซวฉันทันที "ผู้ไหน?" ฉันถามแก้ม ส่วนเพื่อนรักของฉันน่ะเหรอ สนใจฉันที่ไหนล่ะ ตอนนี้เธอกำลังมองนักร้องบนเวทีด้วยสายตาหวานเยิ้มเลยล่ะ "หล่ออ่ะ หล่อมากจริงๆ" เพื่อนฉันนี่บ้าผู้ชายไม่เปลี่ยนจริงๆ เห็นคนหล่อไม่ได้เลย "น้อยๆหน่อยไอ้แก้ม คนนี้ฉันเจอก่อน ฉันจอง" ผิงว่า "ไม่ได้ ฉันเห็นเค้าตั้งแต่เดินออกจากห้องพักนักดนตรีแล้วป่ะ โอ้ย! แกมาเขกหัวฉันทำไม" แก้มตะโกนแข่งกับเสียงเพลงบนเวทีทันทีที่โดนผิงเขกมะเหงกเข้าให้ "ให้มันน้อยๆหน่อย" ผิงพูดพร้อม
NAMNEUNG หลายวันผ่านไป "วันนี้ให้ไปส่งมั้ย" ดินหันมาถามฉันทันทีที่จอดรถเสร็จ ที่เขาถามแบบนี้เพราะวันนี้ฉันมีนัดต้องไปฉลองวันเกิดเพื่อนน่ะสิ จริงๆแล้วต้องเป็นคืนพรุ่งนี้นะที่จะต้องไป แต่ว่าแก้มมันดันติดธุระก็เลยต้องเลื่อนมาวันนี้ ซึ่งเป็นวันเกิดของฉันพอดี จริงๆฉันไม่เคยมีความคิดที่จะไปฉลองวันเกิดในสถานที่แบบนี้หรอกนะ แต่บังเอิญว่าเพื่อนฉันอยากเลื่อนมาจัดวันนี้ ฉันเลยเลี่ยงไม่ได้ ฉันไม่ชอบเที่ยวผับตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แบบว่าบรรยากาศมันไม่ค่อยโอเคอ่ะ ฉันอึดอัด อึดอัดมากที่ต้องมานั่งหรือยืนเบียดเสียดกัน มันไม่ใช่ทางน่ะ "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเพื่อนหนึ่งมารับ" ฉันหันไปบอกเขา ซึ่งไม่รู้ว่าฉันพูดผิดตรงไหนหัวคิ้วเขาถึงได้ขมวดมุ่นแบบนั้น แต่แค่แป๊บเดียวมันก็หายไป "แล้วจะกลับตอนไหน" เขาถามอีก "ก็น่าจะหลังเที่ยงคืนแหละ ต้องรอดูเพื่อนๆก่อน" ฉันตอบ "งั้น..." เขาพูดได้แค่นั้นก็เงียบไป "งั้น?" ฉันทวนคำเขา "ไงถึงแล้วก็โทรมาบอกหน่อย แชตมาก็ได้ เป็นห่วงน่ะ..." ดินพูด แต่ไม่รู้ว่าทำไมปลายประโยคนั้นเสียงถึงได้ดูแผ่วแปลกๆ "อื้ม! ไว้ถึงแล้วหนึ่งจะแชตบอกนะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ไปกับเพื่
"ดินควรทำ หรือไม่ควร?" ใบหน้าคมคายโน้มลงมาเรื่อยๆจนปลายจมูกของเราสองคนเสียดสีกันเบาๆ ฉันเอนหลังหลบสัมผัสอ่อนไหวนั้นอย่างแนบเนียนจนตอนนี้แผ่นหลังสัมผัสเข้ากับหัวเตียงขนาดคิงไซส์ ฉันบอกแล้วว่าฉันมันไม่ใช่ผู้หญิงใสๆ ฉันเคยผ่านการมีแฟน ผ่านการลึกซึ้งกับคนๆนึงมาแล้ว เรื่องแบบนี้ ที่เขาถาม ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ ฉันไม่ได้ใสจนถึงขนาดไม่เข้าใจเรื่องที่ดินถามหรอกนะ เขากำลังหนั่งเชิงฉันอยู่ "ไม่ควร" ฉันตอบดินออกไปแล้วจ้องเขากลับ ถ้าฉันยิ่งหลบสายตาของเขา เขาก็จะยิ่งจ้องฉันไม่เลิก ซึ่งฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น "โอเค ไม่ควร" ดวงตาคมหลุบมองริมฝีปากฉันอย่างนึกเสียดายอีกครั้งก่อนที่จะถอยห่างออกไป ฉันลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่กลับต้องเบิกตาโพลงเมื่อดินนั้นโถมร่างลงมาในขณะที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากที่อ่อนนุ่มของเขาสัมผัสกับริมฝีปากของฉันอย่างแผ่วเบา แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อน เพื่อไม่ให้ร่างกายของเราสองคนบดเบียดกันไปมากกว่านี้ ฉันเลยยกฝ่ามือดันแผ่นอกที่กรุ่นร้อนเอาไว้ ทุบอกแกร่งหนึ่งทีริมฝีปากก็โดนบดเบียดหนักมากกว่าเดิม ครั้นทุบลงไปสองทีเขาก็เอื้อมฝ่ามือขึ้นมาบีบคางฉันเบา
Din Danupat 'Talks ความจริงผมไม่ได้หลับ ทั้งที่ง่วงมาก แต่ผมทำเพียงแค่ปิดเปลือกตาลงเท่านั้น ผมไม่กล้าหลับ เพราะผมกลัวว่าหนึ่งจะหนีกลับ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้กลับไป คงอยู่รอว่าผมจะพูดอะไรกับเธอนั่นแหละ ความจริงแล้วผมไม่ได้มีอะไรจะพูดกับเธอหรอก ผมแค่ไม่อยากให้เธอกลับไปมันก็เท่านั้น ผมอยากอยู่กับหนึ่งนานๆ อยากนอนมองเธอทำโน่นทำนี่ ตอนนี้ผมเองก็ทำอย่างนั้นอยู่ ตอนที่เห็นว่าเธอเป็นคนกดกริ่งที่หน้าประตูห้องผมค่อนข้างที่จะแปลกใจ ไม่รู้ว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าผมไม่สบาย แล้วผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอคิดอะไรอยู่ เธอถึงได้มองมาที่ผมด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยขนาดนั้น ผมคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ย ผมเข้าข้างตัวเองได้มั้ยว่าหนึ่งเอง...ก็มีใจให้ผมอยู่บ้าง ความจริงแล้วผมเองค่อนข้างจะหงุดหงิดที่เห็นว่าคนเก่าของเธออยู่ข้างห้อง คนแบบมัน ทำไมถึงมาอยู่คอนโดที่หนึ่งอยู่ได้ ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่มานานแล้วหรือเพิ่งจะย้ายมา แต่การที่เห็นมันแบบนั้น มันทำให้ผม...ค่อนข้างกังวล กังวลว่ามันจะมาวอแวกับหนึ่ง แล้วอีกอย่างที่ผมไม่อยากคิดก็คือ ผมกลัวว่ามันจะกลับมาง้อหนึ่ง ถึงหนึ่งจะบอกผมว่าตัดใจจากคนเก่าไปนาน







