로그인"พูดจาอะไรให้เกียรติกันบ้าง ถึงจะไม่อยากให้เกียรติฉัน ก็ควรจะให้เกียรติคนของนายบ้างก็ยังดี" ฉันพูดกับก้องออกไปด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าราบเรียบที่สุด
ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว น้ำหนึ่งคนเดิมที่เคยรัก ที่เคยฟูมฟายและยอมลดศักดิ์ศรีไปอ้อนวอนให้เขากลับคืนมามันเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้มีแค่ฉันคนใหม่ที่ไม่ได้มีเขาอยู่ในหัวมาหลายเดือนเต็มทีแล้ว ฉันยอมรับว่าที่ผ่านมากว่าฉันจะตัดเขาออกไปจากชีวิตได้มันทำยากมากเหลือเกิน พอกันทีกับความรักครั้งแรกของฉัน ความรักครั้งที่ผ่านมามันทำให้ฉันเข็ดจนตอนนี้ไม่สามารถเปิดรับใครเข้ามาได้อีก หัวใจของฉัน...มันด้านชาซะจน... ไม่สามารถมอบความรู้สึกดีๆแบบนั้นให้ใครได้อีก "อย่าใส่ร้ายกันสิ ไหนคนของฉันล่ะ" ก้องว่าแล้วมองมาที่ฉันด้วยสายที่พินิจพิจารณา "หลีกไป ฉันไม่อยากมาเสียเวลากับนาย" ฉันบอกเขาพลางชะเง้อมองหาเพื่อนร่วมงานไปด้วย ฉันฝากกุญแจรถไว้ที่เขาซะด้วยสิ จะเดินเข้าไปในร้านอาหารก็ไม่ได้ เพราะถ้าเดินไปก้องต้องถึงเนื้อถึงตัวฉันอีกแน่ๆ หมอนี่น่ะคิดอยากจะทำอะไรก็ทำ เคยสนใจความรู้สึกของใครซะที่ไหน ฉันไม่อยากให้เขามาแตะเนื้อต้องตัวฉันอีก ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขา ไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าด้วยซ้ำ ระหว่างเรามันเรียกว่าจบไม่ดีมากๆ จะให้ไปมองหน้าเขาตรงๆ ฉันทำให้มองไม่ได้จริงๆ "แค่คุยกับผัวเก่ามันจะเสียเวลาอะไรมากมายล่ะ หื้ม?" ดูเขาพูดเข้าสิ ทำไมต้องอยากยัดเยียดอะไรแบบนั้นมาให้ฉันด้วย ฉันไม่ต้องการ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันอาจเขินอายไปกับคำพูดของเขา แต่ตอนนี้ขอผ่าน ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว เลิกกันแล้วไม่ต้องการฉันแล้ว จะมาวุ่นวายอีกทำไม แม้แต่คนรู้จักกันฉันก็ไม่อยากเป็น "อย่ามายัดเยียดคำนั้นให้ฉัน ฉันไม่ต้องการ เอาเวลาที่นายมายืนคุยกับฉันไปดูแลเมียสุดที่รักของนายเถอะ" ฉันบอกก้องออกไปพลางเลื่อนสายตามองไปยังด้านหลัง ทำมาเป็นบอกว่าคิดถึงฉันทั้งๆที่ตัวเองก็มีคนข้างกายอยู่แล้วแท้ๆ สันดานเสียของผู้ชายคนนี้นี่มันแก้ไม่หายจริงๆ ดีแล้วที่ฉันหลุดพ้น "พี่ก้อง! มาอยู่นี่นี่เอง เพลงเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว แฟนหายเฉย" ผู้หญิงคนใหม่ของก้องพูดกับเขานะ แต่ไม่รู้ว่าทำไมสายตาของเธอต้องมองมาที่ฉันด้วย คิดจะโชว์ว่าตัวเองเป็นผู้ชนะหรือไง บอกเลยว่าฉันไม่สนใจอะไรแบบนี้หรอก เพราะว่าฉันตัดใจจากก้องไปได้ตั้งนานแล้ว "พี่บอกให้ไปรอที่รถไง เดินมาตรงนี้ทำไม" ก้องหันไปดุผู้หญิงของเขาด้วยน้ำเสียงและสายตาที่ดูก็รู้ว่าตอนนี้เขาเบื่อผู้หญิงคนนี้มาก และแีกไม่นานคงหาเวลาสลัดเธอคนนี้ทิ้ง เหมือนที่เคยทำกับฉัน "ก็ถ้าไม่เดินมาเพลงก็คงไม่รู้หรอกว่าอีนี่มันกำลังอ่อยพี่ก้องอยู่ ทำไม อยากได้คืนหรือไง ฝันไปเถอะย่ะ!" "พูดให้มันดีๆหน่อย พี่แค่คุยกับหนึ่งเฉยๆ หนึ่งไม่ได้อ่อยพี่เลยสักนิด" ก้องพูดกับแฟนของเขาแล้วหันมามองฉันด้วยสายตาแปลกๆ "เพลงไม่เชื่อหรอก มันมาอ้อนวอนอะไรพี่ก้องอีกล่ะ ผู้ชายเขาไม่เอาแล้วยังจะหน้าด้านมาเจอเขาอยู่ได้ ร่านอยากได้ของคนอื่นนักใช่มั้ย!" ผู้หญิงคนใหม่ของก้องตวาดแล้วทำท่าจะถลาเข้ามาหาฉัน "เพลง!" ก้องตวาดใส่หน้าเธอพร้อมกับกระชากท่อนแขนบอบบางของเธอเอาไว้อย่างแรง อีกนิดเดียวเท่านั้นเธอจะถึงตัวฉันอยู่แล้ว "พี่ก้องอะ เข้าข้างมันทำไม" "ก่อนจะว่าคนอื่นหัดดูตัวเองซะบ้างนะ ฉันไม่เคยร่านอยากได้ของๆใคร มีแต่เธอไม่ใช่หรือไงที่ร่านอยากได้ผู้ชายของฉันน่ะ" ฉันว่าแล้วหมุนตัวเดินออกมาอีกทางทันที ไม่รอมันแล้วกุญแจรถน่ะ โบกแท็กซี่กลับห้องเลยก็แล้วกัน ส่วนรถ...คงต้องวานให้เพื่อนร่วมงานฉันขับกลับไปแล้วล่ะ ทำไมมันถึงมีแต่เรื่องให้ปวดหัวไปหมดก็ไม่รู้ ฉันว่ากลับไปถึงห้องฉันคงต้องอัดยาแก้ปวดบ้างแล้วล่ะ วันนี้นี่มันวันซวยของฉันจริงๆ KONG "กรี๊ดดดดดด!!! อีบ้า! อีหน้าจืด! พี่ก้องดูมันพูดสิ เพลงไม่ยอมนะ เพลงไม่ยอมจริงๆด้วย!" เพลงโวยวายหลังจากที่หนึ่งพูดเเทงใจดำเธอเข้า นี่ผมยังไม่เห็นว่าหนึ่งจะพูดอะไรผิดเลยนะ "หยุดบ้าได้แล้วเพลง! ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง" ผมตะคอกใส่เพลงทันทีที่เธอยังคงไม่ยอมหยุดโวยวาย ก่อนหน้านี้ผมหลงเธอถึงขั้นไหนวะ ถึงได้ทิ้งผู้หญิงดีๆอย่างหนึ่งมาหาคนแบบนี้ได้ ก่อนหน้านี้เพลงดูใสๆ น่ารัก ขี้อ้อน ขี้เอาใจจนผมหลงไปกับความเอาใจใส่ของเธอ อาจเป็นเพราะว่าหนึ่งไม่เคยปฏิบัติกับผมแบบนี้ล่ะมั้ง พอผมเจอเพลงเข้าผมก็เลยเบื่อทุกอย่างที่หนึ่งเป็น ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาผมไปหมด ต่างจากเพลงที่ทำอะไรผมก็ว่าเธอน่ารัก แต่ตอนนี้แม่งไม่ใช่ละ เพลงไม่ใช่ผู้หญิงที่แสนดีเหมือนที่เจอกันแรกๆ ตั้งแต่ที่ผมเลือกเธอ เธอก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที ทั้งขี้เหวี่ยง ขี้วีน โทรจิก ตามติดชีวิตผมจนผมรำคาญ ยิ่งอยู่กับเพลงผมก็ยิ่งคิดถึงหนึ่ง ถึงเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงที่เอาใจเก่ง แต่เธอก็ใส่ใจผมอยู่ไม่เคยห่าง ถึงเธอจะขี้บ่นไปบ้างแต่ผมก็รู้อยู่เต็มอกว่าเธอเป็นห่วงผม ตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่วะ ทำไมถึงทิ้งหนึ่งมาหาผู้หญิงคนนี้ได้ ผมเองก็ไม่เข้าใจตัวเอง "พี่ก้องจะกลับไปหามันใช่มั้ย เพลงไม่ยอมนะ!" เพลงพูดพร้อมกับจิกและข่วนมาที่ท่อนแขนของผมอย่างแรงโดยที่ไม่อายสายตาของกลุ่มคนที่มองมาเลยสักนิด "อะไรนักหนาวะเพลง เป็นแค่แฟนนะไม่ใช่แม่ เลิกวุ่นวายกับพี่สักที มันน่าเบื่อ!" "พี่ก้อง!"ฟุ่บ... ก้องค่อยๆวางร่างฉันลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายคร่อมร่างของฉันเอาไว้ "เธอเชื่อใจฉันมั้ย?" อยู่ดีๆเขาก็เอ่ยถาม ซึ่งคำถามของเขามันทำให้ฉันค่อนข้างที่จะประหลาดใจอยู่ไม่ใช่น้อย "เรื่อง...เรื่องอะไร" ฉันถามเขาออกไป "ให้ฉันดูแลเธอไง" เขาว่า "นายก็ดูแลฉันตลอดอยู่แล้วนี่" "ฉันอยากดูแลเธอแบบนี้มันก็จริง แต่อยากดูแลไปตลอดชีวิต อยากใช้ชีวิตร่วมกัน" "แล้วทุกวันนี้พวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือไงล่ะ" "หมายถึงอยากใช้ชีวิตร่วมกันแบบที่คู่รักคนอื่นเขาทำกัน ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอ...ไม่ใช่ในฐานะแฟน" เขาพูดพร้อมกับค่อยๆเกลี่ยปอยผมของฉันไปทัดไว้ที่ข้างหู ประโยคที่เขาพูดขึ้นมาเมื่อครู่ มันทำให้ฉันอึ้งไปเลยเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เคยจริงจังขนาดนี้มาก่อน ถึงจะเคยขอฉันแต่งงานงานตอนที่พวกเราตัดสินใจกลับมาคบกัน แต่ว่าเขาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีกเลย ซึ่งฉันเองก็เข้าใจว่าเขาอยากจะให้พวกเราอยู่กันไปแบบนี้ โดยที่ไม่ต้องมีอะไรหวือหวา ไม่ต้องมีอะไรที่มันยุ่งยาก แต่ทำไมวันนี้เขาถึงได้จริงจังเรื่องนี้ขึ้นมาซะอย่างนั้น "นาย..." "ฉันว่าพวกเราแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะ เธ
"แต่ฉัน..." ฉันพยายามหาข้ออ้างเพื่อที่จะปฏิเสธเขา "งั้นไม่ทั้งคืนก็ได้ ขอทีเดียวพอ" ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นสัมผัสที่ผิวแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดที่ผิวแก้มของฉันจนใบหน้าร้อนผ่าว "นายก็เป็นแบบนี้ทุกที" ฉันยู่หน้าใส่เมื่อไม่สามารถปฏิเสธคำร้องขอของร่างสูงตรงหน้า พรุ่งนี้เขาต้องไปขึ้นเวรแต่เช้า เขาคงไม่ทะลึ่งทำเรื่องแบบนั้นทั้งคืนหรอก จริงมั้ย? "ไปอาบน้ำกันก่อนป่ะ?" เสียงทุ้มเอ่ยชักชวนพร้อมกับพยายามยุ่มย่ามกับเสื้อผ้าบนร่างกายของฉันไปด้วย "นายก็ไปอาบก่อนสิ" ฉันพยักเพยิดหน้าไปทางห้องน้ำ "อยากให้เธอถูหลังให้" เจ้าของเสียงทุ้มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว ไอ้ประโยคนี้ทำไมมันฟังดูสองแง่สองงามยังไงพิกล "นายมันเรื่องเยอะ หาเรื่องให้ฉันต้องเหนื่อยทุกทีแหละน่า" ฉันอดที่จะบ่นเขาออกไปไม่ได้ "เธอก็หาเรื่องให้ฉันเหนื่อยทุกวันเหมือนกันแหละ" ฉันเนี่ยนะ หาเรื่องให้เขาเหนื่อยทุกวัน เป็นเขาเองไม่ใช่เหรอที่หาเรื่องปล้ำฉันอยู่ทุกวี่ทุกวันน่ะ "ไปอาบน้ำได้แล้วไป พูดมากอยู่ได้" ฉันเป็นฝ่ายดันร่างหนาที่
"พี่แรมพ์จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไม่งั้นเพลงเอาเด็กในท้องออกจริงๆด้วย" หื้ม? ทำไมไอ้ประโยคนี้มันคุ้นๆจัง แถมเสียงที่แหลมจนแสบแก้วหูนั่นก็... ผมชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องพักนักดนตรี ในนั้นมีคนสองคนกำลังเจรจาอะไรบางอย่างกันอยู่ เจ้าของเสียงเล็กที่แสบแก้วหูนั้นผมรู้จักเธอดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ เพราะผมไม่ค่อยได้สนใจอะไรเธอเท่าไหร่นัก เธอเป็นผู้หญิงที่เคยเข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของผมช่วงระยะเวลาสั้นๆ "ตามใจเธอ" แล้วเสียงที่ค่อนข้างจะเย็นชานี่ก็คือไอ้แรมพ์ เพื่อนสนิทที่ผมคบมาตั้งแต่สมัยอนุบาลแต่ไม่ค่อยมีคนรู้ ไอ้นี่น่ะมันเย็นชาอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องผู้หญิงยิ่งไม่ต้องพูด มันเคยจริงจังกับใครเขาที่ไหน ฟันแล้วทิ้งไปวันๆคือคติประจำตัวของมัน "พี่แรมพ์! พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ" เพลงยังคงโวยวายใส่ไอ้แรมพ์ไม่เลิก ส่วนผม ก็ได้แต่ยืนกอดอกมองสองคนนั้นอยู่ห่างๆ "แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง?" ไอ้แรมพ์เงยหน้าจากมือถือแล้วมองไปยังเพลงด้วยสายตาที่เย็นชาขั้นสุด ไอ้หมอนี่...ไม่มีความอ่อนโยนกับผู้หญิงเลย ผมล่ะยังนึกไม่ออกเลยว่าเวลาที่มันหลอกฟันผู้หญิงมันทำหน้ายังไง "พี่แรมพ์ต้องแต่งงานกับเพลง ไม่งั้นเพลงจะ..." "จะ
หนึ่งเดือนต่อมา "หนึ่ง ไปเถอะ ฉันอยากไป" ก้องคะยั้นคะยอให้ฉันไปเที่ยวเป็นเพื่อนเขาไม่เลิก ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ฉันกับก้องกลับมาคบกันได้เดือนนึงแล้ว ถ้าถามว่าโอเคไหม ฉันว่ามันโอเคมากเลยล่ะ มันไม่อึดอัดเหมือนก่อนหน้าที่พวกเราจะเลิกกัน ฉันจะพูดว่ายังไงดีล่ะ ตอนนี้เหมือนฉันกับเขาปรับเข้าหากันมากขึ้น มีอะไรก็บอกกัน ไม่ชอบใจตรงไหนก็พูดเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ปรับตัว ฉันว่ามันโอเคมากๆ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างราบรื่นดี ซึ่งฉันเองมีความรู้สึกว่าพวกเราสองคนสวีทกันมากกว่าเมื่อก่อนขึ้นเป็นกองเลย "นายก็ไปสิ แต่ฉันไม่ไป" ฉันปฏิเสธเขาเป็นรอบที่สามน่าจะได้ ไม่รู้ว่าเขาจะตื๊อให้ฉันไปเที่ยวด้วยทำไมนัก ตั้งแต่กลับมาคบกันนี่เขาชวนฉันไปเที่ยวด้วยตลอด ไม่เคยจะไปคนเดียวสักครั้ง ซึ่งฉันเองไม่ค่อยชอบไปเที่ยวที่แบบนี้ไง ฉันดื่มไม่ได้ ดื่มไปนิดเดียวก็เมาแอ๋แล้ว คือมันไม่เอนจอยไง ถ้าฉันต้องไปเที่ยวกับเขาอีก ฉันอยู่ทำความสะอาดห้องไม่ดีกว่าเหรอ "โอเคๆ เธอไม่ไปฉันก็ไม่ไป แต่เธอโดนทั้งคืนนะ โอเคเปล่า?" "???" สองชั่วโมงต่อมา "เดี๋ยวนี้ไอ้ก้องแม่งควงเมียเที่ยวบ่อยจัด สงสัยกลัวเมียหายว่ะ ฮ่าๆๆๆ" นัท หนึ่งในเพื่
"หนึ่ง" "ฟังฉันนะ" ก้องเรียกเมื่อเห็นว่าฉันยังคงนิ่งกับคำถามที่เขาเพิ่งถามมา เขาจะให้ฉันตอบว่ายังไงล่ะ อยู่ดีๆก็มาขอฉันแต่งงานทั้งๆที่สถานะของพวกเรามันยังไม่ชัดเจนแบบนี้น่ะเหรอ เขากล้ามากนะ กล้าที่จะพูดออกมาจริงๆ "รู้จักกันก็ไม่ใช่น้อย ถึงฉันจะเดินทางผิดไปบ้าง แต่ใช่ว่าพวกเราไม่รู้นิสัยใจคอกัน" ก้องว่าก่อนที่เคลื่อนฝ่ามือข้างที่เกลี่ยปอยผมฉันเมื่อครู่ออกไป "..." "ฉันรักเธอเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่เหี้ย แค่นี้พอจะทำให้เธอตอบตกลงได้ยัง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นอีกระดับหนึ่ง "ฉันว่าพวกเรา..." "โอเค ตามนั้น แค่นี้ไม่เห็นจะยาก" ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยค จู่ๆก้องก็อาศัยช่วงจงหวะที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัวทำอะไรบางอย่างกับนิ้วมือข้างซ้ายของฉัน "นายทำอะไรน่ะ?" ฉันเอ่ยถามเขาด้วยความตกใจ ก่อนที่จะยกฝ่ามือข้างซ้ายขึ้นมาดู "ขอเธอแต่งงานไง" เขาพูดก่อนที่จะเคลื่อนริมฝีปากมาบรรจงจูบลงบนหน้าผากของฉันอย่างแผ่วเบา แล้วเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางแสงจากโคมไปที่มันสลัวแต่ฉันก็เห็นแสงระยิบระยับจากนิ้วนางข้างซ้ายอย่างเด่นชัด มันคือแหวนเพรชไม่ผิดแน่ ฉันไม่ตกใจเรื่องราคาของแหวนหร
"อื้ออออ!!!" ผมตัดสินใจเคลื่อนริมฝีปากไปทาบทับที่ริมฝีปากของหนึ่งพร้อมกับบดขยี้ลงไปอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะดุดันขึ้นทีละเสต็ป ทันทีที่โดนผมจู่โจมหนึ่งก็มีท่าทีต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด เธอทั้งทุบทั้งจิก แต่ยิ่งเธอทุบผมเท่าไหร่ผมก็กลับบดขยี้ริมฝีปากลงไปแรงมากเท่านั้น ผมไม่ได้โมโห ผมไม่ได้โกรธที่เธอทุบผมเอาทุบผมเอา แต่ผมคิดถึงเธอต่างหาก คิดถึงอ้อมกอด คิดถึงสัมผัสของเธอ ผมคิดถึงเธอ... เฮือก.... ผมเปิดโอกาสให้หนึ่งได้สูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนที่จะทาบทับริมฝีปากลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้หนึ่งไม่ได้มีอาการต่อต้านผมเหมือนตอนแรก จากที่เคยทุบและจิกอกผมอยู่ก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอทำแค่วางฝ่ามือเล็กลงสัมผัสที่แผ่นอกผมเบาๆ ก่อนที่จะยอมเปิดโอกาสให้ผมได้ลิ้มรสชาติที่หอมหวานภายในโพรงปากของเธอทุกซอกทุกมุม ผมโคตรคิดถึงสัมผัสนี้เลย อึก... ผมถอนริมฝีปากออกทันทีที่ได้ยินเสียงสะอื้นของหนึ่ง "โกรธฉัน?" ผมถามพลางเคลื่อนปลายนิ้วขึ้นไปเกลี่ยน้ำตาออกจากกรอบตาให้หนึ่ง แต่คำตอบที่ได้คือเธอส่ายหน้า "แล้วร้องไห้ทำไม?" ผมถามพร้อมกับเคลื่อนฝ่ามือขึ้นไปสางผมนุ่มสลวยของเธออย่างแผ่วเบา "ฉันดูง่ายมากใช่มั้ย?" เธอช้อนตาขึ้
"ไว้..." "ฮัลโหลหนึ่ง ไอ้ก้องมันอยากคุยกับเธออ่ะ" ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องหันไปมองหน้าไอ้เจฟพร้อมกับสบถใส่มันไปพลาง "ไอ้เหี้ยเจฟ!!" "^^" แต่คนอย่างไอ้เจฟเหรอจะสนใจ มันยื่นมือถือให้พร้อมยักคิ้วหลิ่วตาให้อย่างต้องการกวนประสาทเบื้องล่างของผม เออ! ผมกับมันคบกันมานานจนรู้ใจกันแทบจะทุกเรื่องแ
"พวกเราน่ะ เลิกกันเถอะนะ ฮึก..." ฉันพูดออกไปทั้งน้ำตา แล้วกำลังจะหมุนตัวเดินออกมา "หนึ่ง..." ดินเรียกแล้วเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่น ทั้งกอดทั้งรัดจนฉันรู้สึกอึดอัดไปหมด ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทุกที พอมีความรัก พอคิดอยากจะจริงจังกับใครแล้วทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ทุกทีเลย ทำไมมันต้องจบแบบนี้ทุกที ฉันจะไม่มี
หลายชั่วโมงก่อนKONG "มึงก็นะ เล่นจ้องตากับแฟนหนึ่งจนพวกกูใจคอไม่ดีเลยเนี่ย" ไอ้เจฟมันพูดพลางเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยไปพลาง ส่วนผมก็เอาแต่นั่งหงุดหงิดอยู่ที่เบาะหลัง ไม่รู้เป็นห่าไรเหมือนกัน หงุดหงิดตั้งแต่ออกมา ป่านนี้ยังหาทางสงบสติอารมณ์ของตัวเองไม่ได้เลย "เออ พวกกูงี้ต้องรีบพามึงออกมาก่อนเลย" ไอ
"มึงว่าไงนะ?" ฉันและก้องหันไปทางต้นเสียงโดยอัตโนมัติ ฉันเบิกตาโพลงทันทีที่เห็นว่าเป็นเขา ส่วนก้อง เขาไม่แสดงสีหน้าอะไรมากไปกว่าขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย "ดิน!" ใช่ ได้ยินไม่ผิดหรอก เขาคือดิน ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนฉันไงล่ะ แล้วฉันจะไม่ตกใจเลยสักนิดถ้าเขาไม่มาได้ยินบทสนทนาระหว่างฉันกับก้อง "กูถามว่