LOGINอันดา Talk
แล้วก็เป็นกิจวัตรประจำวันที่หญิงสาวตื่นตั้งแต่เช้า แล้วเธอก็ตั้งใจว่าจะเก็บกวาดทำความสะอาดห้องให้เขา เพราะไม่อยากอยู่แบบนิ่งดูดาย แล้วเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องคิดอะไรมาก แต่เมื่อออกจากห้องนอนมาก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นมีอุปกรณ์ทำความสะอาดวางไว้อยู่กลางห้องโถง แล้วก็ต้องตกใจที่เห็นแม่บ้านสองคน กำลังทำความสะอาดอยู่ในห้องครัว ด้านแม่บ้านทั้งสอง เมื่อเห็นเธอก็รู้สึกตกใจไม่ต่างกัน ผู้หญิงคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เพราะพวกเขาก็ต่างรู้ดี ว่าคุณหมอหนุ่มหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวมากแค่ไหน คนที่จะได้มาที่นี่ ก็มีแต่กลุ่มเพื่อนสนิทเท่านั้น ไม่ก็น้องชายลูกพี่ลูกน้องทั้งสองคน ไม่เคยมีคนอื่น หรือแม้แต่ผู้หญิงคนไหนได้มาที่นี่ “สวัสดีค่ะ” ป้านวลแม่บ้านก็ทักทาย ด้วยสีหน้าที่หงุนงง “เอ่อ... สวัสดีค่ะ หนูชื่ออันดานะคะ” หญิงสาวก็ทักทายตอบด้วยท่าทางที่ใส่ซื่อ ดูจากสีหน้าแปลกใจของแม่บ้านทั้งสอง ก็รู้สึกประหม่าและทำตัวไม่ถูก “หมอกันต์นี่นะป้า จะพาใครมาที่นี่” แย้มแม่บ้านอีกคน ก็กระซิบถามเสียงเบา “ค่ะ ป้าชื่อนวล ส่วนนี่ชื่อแย้ม เป็นแม่บ้านที่ต้องมาทำความสะอาดที่นี่ ทุก 3 วันค่ะ” “อ่อค่ะ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ” “ไม่เป็นไรค่ะ คุณเป็นแขกตามสบายเถอะ เดี๋ยวทำเสร็จพวกเราก็จะออกไปแล้ว” “ให้หนูช่วยอะไรก็บอกได้เลยนะคะ ความจริงหนูก็ไม่ใช่แขกหรอก เอ่อ...” “คะ?” แล้วแม่บ้านทั้งสองก็จ้องใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นอย่างสนใจ “เอ่อ...ค่ะ หนูเป็นแขก” เมื่อนึกอะไรได้ เธอก็ต้องรีบปัดไปในสิ่งที่จะบอกก่อนหน้า เพราะตอนนี้ก็ไม่ได้ไว้ใจใคร และการอยู่ที่นี่ก็ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอแล้ว “ค่ะ ถ้ายังงั้นพวกเราสองคนไปทำความสะอาดต่อก่อนนะคะ มีอะไรก็เรียกใช้ได้เลยนะ” “ค่ะ” แล้วแม่บ้านสองคนก็แยกย้ายกันไปทำความสะอาด อันดาได้แต่มองตาม ความจริงเธอก็อยากช่วยมาก แต่ก็ไม่อยากทำอะไร ที่ผิดแปลกไป คิดได้แบบนั้นก็รีบเข้าห้องตัวเองไป เพราะก็ยังไม่อยากคุยกับใครมากในตอนนี้ หมอกันต์ Talk ด้านหมอหนุ่ม ตอนนี้ก็ผ่านไปกว่าสองวันแล้ว เขายังเอาแต่เปิดดูกล้องวงจรปิดในโทรศัพท์ ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงอยากดูเธอขนาดนี้ ไม่ว่าเธอจะเดินไปไหนทำอะไร ก็อยู่ในความสนใจของเขาหมด “ดูอะไรขนาดนั้นว่ะเฮีย นี่มึงดูทั้งวันแล้วนะ” นนท์ที่เห็นแบบนั้น ก็ต้องแปลกใจ เพราะปกติแล้วไอ้พี่ชายตัวดีเขาก็ไม่เป็นแบบนี้ “ยุ่ง” “หึ กูว่าติดเด็กจริงแน่ ๆ อาการนี้มันใช่” “เด็กบ้าเด็กบออะไร ชีวิตกูมีแต่แต่งงานมึงก็รู้” “หึ ขนาดลูกน้องกูบอกว่า หาเด็กไปให้ถึงห้องขนาดนั้น แม่งเอารอบเดียวแล้วปล่อยกลับเลยเหรอวะ” “ก็... กูไม่มีอารมณ์” “เหอะ จะบ้า มึงเนี่ยนะเฮียไม่มีอารมณ์ อมพระวัดไหนมาพูดกูก็ไม่เชื่อ มันมีอะไรนักหนาวะที่เมืองไทย” “ไม่มี เมืองไทยกับที่นี่ก็ไม่ต่างกันหรอก ถ้างั้นมึงก็คงกลับไปแล้ว” หมอหนุ่มก็พยายามพูดอย่างกลบเกลื่อน เปลี่ยนเรื่องอื่นไปเรื่อย “หึ ถ้ามีอะไรน่าสนใจก็น่ากลับอยู่ แต่ตอนนี้มันไม่มีนี่สิเฮีย” “มึงก็กลับบ้าง แม่งอยู่นี่มาหลายปีแล้ว กูก็ไม่เห็นมึงจะมีเมียสักที ไม่แน่กลับไปเมืองไทยรอบนี้มึงอาจจะเจอเนื้อคู่ก็ได้” “หึ ไม่เอาอ่ะ กูไม่เชื่อมั่นในเรื่องความรัก” เพราะพ่อเขาจะสอนเสมอ ว่าคนมีความรักคือคนอ่อนแอ ถ้าวันไหนมีความรัก วันนั้นจะไม่เป็นตัวของตัวเอง อย่างไอ้นายน์ น้องชายเขาที่เอาแต่คิดถึงฟ้าใส จนแทบจะบ้าเหมือนทุกวันนี้ เขาจะไม่เป็นแบบนั้นเด็ดขาด “เออ อย่าให้กูเห็นแล้วกัน ว่าถ้ามึงรักใครแล้วตามต่อย ๆ เหมือนหมา กูจะหัวเราะเสียงดัง ๆ ให้” “ไม่มีวันนั้นหรอกเฮีย” นนท์พูดอย่างคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง เกิดมา 28 ปีแล้ว อย่าว่าแต่ความรักให้ใครเลย ขนาดชอบยังไม่เคยรู้สึก 1 สัปดาห์ต่อมา แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่เสร็จงานที่นี่ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี หมอหนุ่มก็รีบกลับในวันนั้นทันที เพราะใจเขามันเอาแต่ฟุ้งซ่านอยู่หลายวัน ทำไมคิดถึงคนที่อยู่ที่เพนท์เฮาส์ก็ไม่รู้ ทั้งที่ปกติก็ไม่ได้อยู่กับเธออยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าเธออยู่ที่นั่น เขากลับเอาแต่โหยหาอยากกลับไป “หึ เกินไปไหมเฮีย จะรีบอะไรขนาดนั้น” “เรื่องของกู แล้วนี่มึง...” เมื่อเห็นกระเป๋าหลายใบของน้องชาย ก็อดแปลกใจไม่ได้ คนที่ไม่กลับเมืองไทยไปหลายปี วันนี้กลับจะกลับไป “เออ เบื่อนิดหน่อย กลับไปหาอะไรสนุก ๆ ทำที่เมืองไทยดีกว่า” “หึ กูขอให้มีเมียเป็นตัวเป็นตน แล้วเมียมึงก็เอามึงอยู่ จนมึงสยบแทบเท้าเธอ” “ไร้สาระว่ะเฮีย” เพราะเรื่องนั้นไม่เคยอยู่ในหัวเขา และเมื่อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเตรียมพร้อมแล้ว ทั้งคู่ก็กลับเมืองไทยด้วยกันในทันที ณ ประเทศไทย “มึงยังจำทางกลับบ้านมึงได้ใช่ไหม” กันต์ก็ถามไอ้น้องชายตัวดีอย่างเป็นห่วง เพราะรู้ดีว่ามันเป็นมาเฟียที่ก่ากั๋นขนาดไหน ศัตรูก็มีอยู่รอบทิศ ไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่อันตราย ถึงแม้จะคุยกันไม่ค่อยดี แต่ก็รักและเป็นห่วงมาก “ชิลล์ รีบไปเถอะ เด็กคงรอแย่แล้วมั้ง” ด้วยที่เห็นท่าทางร้อนรน กับการอยู่ไม่ค่อยสุขของพี่ชายตั้งแต่บนเครื่อง ชินกรก็อดแซวไม่ได้ “เออ งั้นกูกลับละ” พูดจบหมอหนุ่มก็รีบกลับก่อนในทันที เขารู้สึกไม่อยากช้าไปกว่านี้อีกแล้ว ถึงแม้จะเห็นเธอตลอดเวลาที่เดินออกมาจากห้อง แต่เขาก็อยากเจอเธอตัวเป็น ๆ มากกว่า ก็ไม่รู้จะเบื่อ หรือไม่อยากอยู่แล้วหรือเปล่า ณ เพนท์เฮาส์ ติ่ด เมื่อแตะคีย์การ์ดเข้ามาภายในห้อง เขาก็รู้สึกสดชื่นโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นก็รีบเอาของทุกอย่างเข้าไปเก็บในห้อง ก๊อก ก๊อก ก๊อก และไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ซึ่งคงเป็นเธอที่มาเคาะห้องเขา เพราะเขาก็ได้บอกกำหนดการไว้แล้ว ว่าจะกลับมาวันนี้ เมื่อเปิดประตูออกไปแล้วเห็นหน้าเธอ ใจเขาก็เต้นแรงขึ้น แต่ก็พยายามถามเสียงปกติที่สุด “เอ่อ... หนูได้ยินเสียงคุณกลับมา ก็เลยจะมาถามว่าคุณกินอะไรมาหรือยังคะ ถ้ายังหนูจะได้ทำให้” ด้วยที่ตอนนี้เป็นเวลา 2 ทุ่ม เธอก็กลัวว่าเขาจะหิว “อืม อะไรก็ได้ที่ง่าย ๆ” “ค่ะ เดี๋ยวหนูไปทำสเต็กให้นะคะ” “อือ” เมื่อเขาพูดจบอันดาก็รีบเดินออกไปทันที แล้วก็รีบไปเตรียมอาหารไว้ให้เขา ความจริงก็รอเขามาทั้งสัปดาห์แล้ว เธอตั้งใจรออย่างใจจดใจจ่อ ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมถึงอยากเจอเขาขนาดนี้ เมื่อเขากลับมาแบบนี้ เธอก็รีบเข้ามาถามไถ่ เพื่อจะได้คุยอะไรกับเขาบ้าง สเต็กจานใหญ่ถูกจัดเรียงไว้ที่โต๊ะอย่างสวยงาม รวมถึงผลไม้ที่ปอกไว้พร้อมทาน เธอตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อเตรียมไว้ให้เขา พร้อมกับรอยยิ้มสวยที่ผุดขึ้นบนใบหน้า ด้านหมอหนุ่ม เขาก็รอเวลาซักพัก เพื่อลดความตื่นเต้นที่อยู่ในใจ เขาพยายามทำนั่นทำนี่อย่างชักช้า ก่อนจะเดินออกไปอย่างคนที่ไม่คิดอะไร “หนูเตรียมสเต็กกับผลไม้ไว้ให้แล้วนะคะ” “แล้วเธอจะไปไหน” “เอ่อ เข้าห้องค่ะ ถ้าคุณกินเสร็จแล้ว เดี๋ยวหนูออกมาเก็บนะคะ” พูดจบเธอก็กำลังจะเดินเข้าห้องไป แต่มือหนาก็คว้ามือบางก่อน จนเธอเซกลับไปหาเขา และเป็นว่าทั้งคู่หันมาจ้องตากัน ดวงตาคมกริบมองที่ใบหน้าสวย ทุกสัดส่วนของใบหน้าเธอ มันทำให้เขาพึงพอใจมาก ‘เด็กอะไรน่ารักชะมัดเลย’ อันดาเองก็หลงใหลได้ปลื้ม ใบหน้าที่หล่อคมคายราวกับเทพบุตร ทุกสัดส่วนดูมีมิติและดูดีไปหมด ทำให้รู้สึกว่าเขาสามารถสะกดจิตเธอได้ตลอดเวลา “อื้ม” เป็นเขาที่ตั้งสติได้ก่อน “เอ่อ... คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ” “เธอกินหรือยัง มานั่งกินด้วยกันสิ” “หนูกินแล้วค่ะ อันนี้หนูตั้งใจทำให้คุณ” “อือ แต่ฉันไม่อยากนั่งกินคนเดียว เธอก็มานั่งด้วยกันสิ” “เอ่อ...” “จะได้คุยกันด้วย” เขาพูดเสียงเรียบณ ประเทศฝรั่งเศส“โห สวยมากเลยค่ะเฮีย” ดวงตากลมโตมองผ่านหน้าต่างบานใหญ่ไปเบื้องหน้า ที่มีหิมะตกจนทุกพื้นที่ขาวโพน ด้วยรอยยิ้มที่สดใสวันนี้เขาและเธอมาพักกันที่โรงแรมชื่อดัง แพลนช่วงนี้คือเที่ยวฝรั่งเศส เสร็จแล้วก็ไปประเทศอื่นต่อ ซึ่งเวลาของทั้งคู่ก็ยาวนานถึง 2 สัปดาห์“ชอบไหม” เขาที่เห็นเธอยิ้มดีใจแบบนั้นก็รู้สึก มีความสุขขึ้นมา แม้มันจะเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เขาก็ดีใจที่ได้ทำอะไรเพื่อเธอบ้าง“ชอบมากเลยค่ะ ไม่คิดเลยว่าที่นี่จะสวยขนาดนี้ บรรยากาศก็โรแมนติกมาก”“หึ เฮียจะพาหนูมาทุกปีเลยดีไหม”“ไม่ดีค่ะ อากาศมันหนาวเกินไป”“ก็หนาวไง บรรยากาศสำหรับคู่รัก” แล้วเขาก็เดินเข้ามาประชิดตัวเธอจากด้านหลัง“เฮีย อย่าพึ่งนะคะหนูขอดื่มด่ำบรรยากาศก่อน” เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่าลงมารดที่ต้นคอ อันดาก็ถึงกับสยิว“ก็มันหนาว เฮียก็แค่อยากจะกอดเอง”“กอดเฉย ๆ ค่ะมือไม่ต้องล้วงเข้ามาเสื้อหนู” เพราะในตอนนั้น มือหนาที่เย็นเจี๊ยบก็เลื้อย เข้าไปภายในเสื้อ“ก็อากาศมันดี เฮียก็แค่อยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับหนู”“เกินไปแล้วค่ะ ห่างสองวันเองไม่เป็นไรหรอกมั้ง”“เป็นสิ หนูก็รู้ว่าเฮียต้องการหนูขนาดไหน”“
3 ปีต่อมางานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่อลังการถูกจัดขึ้นที่โรงแรมชื่อดัง ผู้คนมากมายต่างมาแสดงความยินดีให้กับความรักของทั้งคู่ตามข้อตกลงที่กันต์เคยให้ไว้ ทันทีที่เธอเรียนจบยังไม่ทันได้รับปริญญาด้วยซ้ำ เขาก็ขอเธอแต่งงานทันที เพราะอยากอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยามากกว่าอันดาในชุดเจ้าสาว สีขาวฟูฟ่อง สไตล์เจ้าหญิงที่เธอชอบ กำลังหมุนตัวซ้ายขวาเพื่อดูตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ เกิดมาในชีวิตนี้ไม่นึกเลยว่าจะโชคดีและได้มีโมเมนต์ดี ๆ อะไรแบบนี้ด้วย ทุกอย่างที่เขาทำให้ มันเกินความฝันมากกว่าที่เธอฝัน“แกสวยมาก ๆ เลยอัน ถ้าฉันไม่นั่งเฝ้าแกนะ ฉันต้องจำไม่ได้แน่ ๆ เลยว่าเป็นแก” น้ำตาลที่อยู่ด้วยในทุกช่วงเวลาของชีวิต ตอนนี้ก็เช่นกันตั้งแต่อันดาตกลงแต่งงานกับกันต์ น้ำตาลก็คอยช่วยเหลือเธอทุกอย่าง ตั้งแต่ช่วยเลือกนั่นเลือกนี่ เพราะด้วยที่ก็ไม่ค่อยรู้อะไรเหมือนกัน“แกก็เวอร์เกินไปแล้ว” ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่เธอที่มองตัวเองผ่านกระจก ก็รู้สึกว่าตัวเองสวยมากขึ้นจริง ๆ“ใกล้ถึงกำหนดการแล้ว แกพร้อมหรือยังฉันตื่นเต้นแทน”“ฉันยังไม่พร้อมได้ไหม คนเยอะมากเลย”“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมจ้ะ ยัยเจ้าสาว”“เสร็จงานฉันแล้วก็งาน
หลังจากพิธีกรพูดจบ หมอธนัชชัย หัวเรือใหญ่ของบริษัท ‘อัคราคินน์’ และบริษัทในเครือ พร้อมกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างหมอกันต์ ก็ขึ้นกล่าวคำขอบคุณแก่ลูกค้าผู้มีเกียรติ และพนักงานทุกคน“ผมต้องขอขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติมาในงานวันนี้ ทางผมเองและครอบครัว รู้สึกยินดีมากที่ได้เจอทุกท่าน การดำเนินธุรกิจของเรา ตอนนี้ครบ 30 ปี เทียบเท่ากับอายุลูกชาย ผมกับธนัช สร้างทุกอย่างด้วยความยากลำบาก เพื่อหวังว่าจะมีวันนี้ วันที่เราประสบความสำเร็จพร้อมกับทุกท่าน ผมขอบคุณและแสดงความยินดีจากใจครับ”แล้วเสียงปรบมือของผู้คนมากมายก็ดังขึ้น เหล่าเซเล็บไฮโซ ก็ต่างพากันสนใจที่หมอหนุ่ม ที่ทั้งหล่อและเพอร์เฟค จนต่างคนก็ต่าง อยากยกลูกสาวใส่พานไปถวายให้“วันนี้ผมก็ตั้งใจมาประกาศวางมือทุกอย่าง ตอนนี้ร่างกายผมกลับมาหายดีเกือบปกติ และผมก็อยากใช้ชีวิตบั้นปลาย ด้วยความสุขให้สมวัย เลยตัดสินใจว่าจะยกทุกอย่าง ให้ลูกชายได้ดูแลด้วยตัวเองทั้งหมดครับ” พูดจบก็หันมายิ้มให้ลูกชาย ด้วยความรู้สึกที่ภูมิใจ“ขอบคุณนะครับป๊า”“แบบนี้สาว ๆ คงต่อแถวรอคิวกันยาวเลยนะคะ” ด้านพิธีกรบนเวทีก็เอ่ยแซว จนเสียงหัวเราะและปรบมือดังไปทั่วทั้งงาน เพราะแต่ล
ณ โรงแรมชื่อดังวันนี้เป็นงานจัดเลี้ยงของบริษัท ‘อัคราคินน์’ และบริษัทในเครือหญิงสาวแสนสวยในชุดเดรสสีขาว ประดับไปด้วยเพชรน้ำงามทั้งตัว วันนี้เธอสวยสง่า ดูดีทุกมิติ ดวงตากลมโต ชำเรืองมองเขาเป็นนัย ๆ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงพาเธอมางานใหญ่ขนาดนี้ ทั้งยังเป็นงานของครอบครัวเขาที่มาร่วมกันตอนนี้อันดามีเพียงความรู้สึกประหม่า และไม่มั่นใจ แม้เขาจะหาช่างแต่งหน้าทำผม พร้อมกับชุดสวย ๆ เหล่านี้มาประดับบนกายเธอ แต่ด้วยความรู้สึกที่ไม่คู่ควร มันก็ทำให้เธอยังไม่กล้าสู้หน้าใครอยู่ดี“เป็นอะไรครับ” เขาที่เห็นสีหน้าแบบนั้นของเธอ ก็พอจะเดาได้แล้วว่าเธอคิดอะไรอยู่“หนูว่า...”“หนูเป็นแฟนเฮีย หนูมากับเฮียไม่มีอะไรต้องกลัว”“แต่...”“ไม่มีแต่ รีบเข้าไปข้างในกันเถอะ ญาติผู้ใหญ่เฮียมากันหมดแล้วมั้ง” มือหนาจับมือเรียวเบา ๆ กำลังจะพาเข้าไปในงาน“เดี๋ยวก่อนค่ะ”“หืม”“หนูเหมาะกับงานนี้จริง ๆ ใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามเสียงสั่นอันดารู้สึกกังวลตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มแต่งหน้าแล้ว ยิ่งได้ยินช่างแต่งหน้าคุยกัน เรื่องงานจัดเลี้ยงแบบนี้ ส่วนมากคนที่มีฐานะเดียวกัน ก็จะมาจับคู่ให้คนที่เหมาะสมกันในงานแบบนี้ ซึ่งเธอที
เตียงนอนราคาแพง ภายในห้องนอนใหญ่ ขยับโยกกระแทกกับผนัง เสียงดังตึงตังสั่นสะเทือนไปทั่วช่วงเวลาของคู่รักหนุ่มสาว ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ออกมาจากห้องน้ำ แกนกายขนาดใหญ่ยาวกระแทก เข้าออกในร่องรักอย่างหนักหน่วง เสียงครางหวานดังอืออึ่ง ด้วยความรู้สึกที่สุขสม คนตัวบางที่โดนกระแทกอยู่ ใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านผ่านไปแล้วกว่าสองเดือน ที่ทั้งคู่ไม่มีความสัมพันธ์กัน มาถึงวันนี้แผลเธอหายเป็นปกติ เป็นวันที่เขารอคอยมาตลอด ถึงแม้จะมีความต้องการ แต่เพราะไม่อยากทรมานเธอเกินไป ความอดทนของเขาเลยมีมาถึงวันนี้ มันก็ยิ่งเกิดความต้องการที่มากล้น ทั้งคู่ต่างโยกขย่มเติมเต็มความคิดถึง ให้กันและกัน ด้วยความรู้สึกที่โหยหา“ที่รัก อื้มมม”“หนูเสียว อื้มม”“ซี้ดดดด เฮียรักหนูนะ”“อื้อออ หนูก็รักเฮียค่ะ”จุ๊บบบ จ๊วบบบ“แบบนี้ดีไหมครับ ที่รักชอบไหม” ร่างหนากระแทกแกนกายใหญ่ ใส่เธอไม่ยั้งด้วยความเร็วรัว“ซี้ดดดดด ดีมากเลยค่ะ”อันดาเปลี่ยนขยับขึ้นไป อยู่ด้านบนของคนตัวโต แบบไม่รู้สึกเคอะเขิน มือเรียวก็จับแท่งเอ็นใหญ่นั้นมาใส่ในร่องสวยจนมิดลำ พร้อมกับเป็นคนเริ่มขยับ ให้เขาด้วยตัวเอง สายตาที่ยั่วยวนคู่นั้น ก็มองเขาอย่างไม่ล
หลังจากที่พักรักษาตัวจนหายดี วันนี้ก็เป็นวันที่อันดาจะออกจากโรงพยาบาลได้ตั้งแต่พักรักษาตัว เธอก็มีหมอประจำตัวมาดูแลอย่างใกล้ชิด หมอกันต์ไม่เคยห่างไปไหน เขาหายไปแค่ตอนผ่าตัด แล้วทุกตอนเย็นก็จะมานอนเฝ้าเธอ จนทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้งใจ แล้วก็มีแต่ความรักที่เพิ่มมากขึ้นให้เขา“วันนี้แกก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วใช่ไหม” น้ำตาลที่มาเยี่ยมอันดาเกือบทุกวัน ก็ถามขึ้นด้วยความดีใจ“ใช่ วันนี้แหละ”“นี่แหละนะ มีหมอส่วนตัวดูแลเป็นอย่างดี ในที่สุดก็หายดีสักที ฉันละอิจฉา”“แล้วแกจะอิจฉาอะไรฉันน้ำตาล หมอคนนั้นก็เฝ้าแกไม่ห่างไม่ใช่หรือไง นี่แกก็มาเยี่ยมฉันเกือบทุกวัน ก็เห็นเขาตามมาอยู่ทุกวัน” เมื่อนึกไปถึงหมอหนุ่มคนนั้น อันดาก็รู้สึกดีใจ ที่มีคนดี ๆ เข้ามาในชีวิตเพื่อนรักสักที“ไม่ใช่สักหน่อย แกหยุดพูดเลยนะอัน ฉันอยากให้เขาตามมาที่ไหน ตามติดฉันแจ ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ”“แกก็ลองเปิดใจสิ เผื่อเขาจะดีจริง ๆ ก็ได้ แต่ฉันดูออกนะ ฉันว่าเขาเป็นคนดีแน่นอน”“แกคิดผิดแล้วอัน ฉันไม่พูดกับแกแล้ว ฉันกลับก่อนดีกว่าเดี๋ยวรถติด”“โอเค ขอบใจแกมากนะที่มาเยี่ยม”แล้วสองสาวเพื่อนรักก็กอดร่ำลา ก่อนจะแยกย้ายกันก๊อก ก๊อก ก๊อกอันด
หลังจากที่สองสาวคุยกันเสร็จแล้วก็ถึงเวลาแยกย้าย โดยหมอหนุ่มที่ทำธุระเสร็จพอดีก็เดินกลับมาหา“เครื่องดื่มกับขนมอร่อยมากเลย ขอบคุณมากนะคะหมอกันต์” “ไม่เป็นไร คุยกันเสร็จแล้วเหรอ”“เสร็จแล้วค่ะ” อันดาตอบพร้อมกับยิ้มให้ ก็ไม่คิดว่าเขาจะดีกับเธอและเอื้อเฟื้อไปถึงน้ำตาลขนาดนี้“งั้น น้ำตาลขอตัวกลับก่อนน
“อือ” หมอหนุ่มที่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติบนร่างกาย ก็เอามือปัดออกเบา ๆ“เอ่อ คุณอยู่นิ่ง ๆ ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูเช็ดตัวให้ ตอนนี้ตัวคุณร้อนมาก”แล้วเธอก็เช็ดตัวให้เขาอย่างแผ่วเบา ใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัว อย่างตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น“ขอบใจนะ” มือหนาก็จับมือเธอไว้ ทั้งที่ยังหลับตาอยู่“คะ...ค่ะ” มืออีกข้างก็
“เป็นยังไงบ้าง อยู่แต่ห้องตั้งหลายวันเบื่อไหม”“ก็นิดหน่อยค่ะ” ความจริงก็ไม่นิดหรอก เพราะเธอก็รู้สึกเบื่อมาก ๆ อยู่แต่ห้องไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งปกติคนที่ทำงานแบบเธอมักจะอยู่นิ่งไม่ค่อยได้ นึกแล้วก็คิดถึงงานพิเศษที่ร้านอาหารของโรงแรมขึ้นมา อุตส่าห์ได้ทำงานที่นั่นแล้วแท้ ๆ คิดแล้วก็รู้สึกเสียดาย“แล้วอ
ณ มาเก๊า ประเทศจีนหมอหนุ่มเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว หลังจากที่ผ่าตัดเสร็จ เขาก็ต้องมาที่มาเก๊าต่อ เพราะนี่ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของครอบครัว ซึ่ง หมอธนัชชัย อัคราคินน์ พ่อเขาก็เป็นหุ้นส่วนด้วย โดยก็มีน้องชายอย่าง เจ้าสัวธวัช อัคราคินน์ เป็นคนดูแลกิจการที่นี่เป็นส่วนใหญ่ และมีน้องชายลูกพี่ลูกน้อง อ







