Mag-log inญี่ปุ่น
"ทำไมจะต้องพาเธอมาที่นี่ด้วยล่ะครับนาย " ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ได้คำตอบ หรือไม่คำตอบที่ได้ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ แต่ลูกน้องคนสนิทที่เพิ่งส่งข้าวส่งน้ำให้เชลยก็ยังคงต้องตั้งคำถามนี้กับเจ้านาย หญิงสาวที่เขาเจอในผับถูกพาตัวข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่ญี่ปุ่นด้วย ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเธอ เธอคือคนเดียวที่ยืนอยู่กับศัตรูตัวสำคัญของเจ้านาย ถึงความแค้นจะถูกชำระไปแล้ว เวลล์คือคนที่ส่งแอนนาเข้ามาในชีวิตของฟรานซิสปั่นป่วนชีวิตและความรู้สึกของเจ้าพ่อมาเฟียคนนี้จนเป็นผลสำเร็จ แต่เรื่องทั้งหมดมันยังไม่จบ เวลล์แค่เป็นหมากตัวแรกที่ต้องโดนกำจัด
"เก็บกวาดเรียบร้อยแล้วหรือยัง" ฟรานซิสไม่ได้สนใจคำถามก่อนหน้านั้นเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ทำไมลูกน้องของเขาจะต้องเซ้าซี้ถามซ้ำซาก หรือเกิดสนใจอยากได้เธอขึ้นมา ..เหอะ ผอมแห้งแรงน้อยแบบนั้น แถมยังปากเก่ง ด่ากราดลูกน้องของเขาจนหูดับไปแล้วหลายคน แรงดีแบบนี้นี่แหละเขาชอบ มันคงจะสนุกเมื่อถึงเวลาเค้นความจริงจากปากของเธอ
"ครับนาย เรียบร้อยแล้วครับ " หลังจากที่ร่างของเวลล์ล้มลงไปกองกับพื้นก็มีกระสุนอีกนับสิบนัดจากปากกระบอกปืนของลูกน้องคนอื่นๆ กระหน่ำยิงร่างของเวลล์จนเป็นรูพรุน โดยที่ไม่ได้สนใจหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้าเลยว่าเธอจะรู้สึกช็อคมากแค่ไหน หลังจากคืนนั้นตำรวจท้องที่ก็มายังจุดเกิดเหตุ การพบศพของเวลล์จะสร้างข่าวดังไปทั่วโลก งานนี้หัวหน้าของพวกมันคงจะต้องนั่งไม่ติดเลยที่เลยทีเดียว
"มึงดูเป็นห่วงผู้หญิงคนนั้น เสร็จงานแล้ว กูจะยกให้ ถ้ามันยังไม่ตายคามือกูซะก่อน " มันยากมากที่เธอจะรอดชีวิต พูดก็ตายไม่พูดก็ตาย แต่ความรู้สึกของลูสมันบอกว่าเธอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอดูไม่เหมือนผู้หญิงที่จะมีความลับ แววตาน้ำเสียงและรอยยิ้มของเธอมันดูบริสุทธิ์ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาเจือปนเลยแม้สักนิด ..เธอพูดแค่ว่าเธอไม่รู้
"ไม่ต้องหรอกครับ ผมแค่รู้สึกว่าเธอไม่เหมือนคุณแอนนา "
"หุบปากซะ!! " ปืนสั้นแบบพกพาสีเงินวาววับถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะ มันเป็นอาวุธที่ฟรานซิสใช้สังหารศัตรูคนแล้วคนเล่า เรียกได้ว่าเป็นปืนคู่ใจเลยก็ว่าได้ เขาคิดว่าเขาทำใจเรื่องนี้ได้แล้วแต่ไม่เลย ลูสแค่อยากจะพูดเตือนสติเขาเท่านั้นบางทีการล้างแค้นก็ควรจะต้องรอบคอบและกลั่นกรองให้มากกว่านี้ หลังจากนี้ชีวิตของเธอคนนี้จะเปลี่ยนไป
"หน้าที่ของมึงหมดแล้ว จะไปไหนก็ไป!!! "
"อย่าฆ่าเธอ "
"คิดว่าตัวเองเป็นใคร หยุดความคิดนั้นไว้ซะ กูเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าคิดใจอ่อนกับศัตรู "
"นายก็เคยเป็นไม่ใช่หรอครับ "
"ไอ้ลูส!! " ลูกน้องคนสนิททิ้งระเบิดเอาไว้ลูกใหญ่ก่อนที่จะก้มโค้งเคารพเจ้านายแล้วเดินออกจากห้องไป ขืนอยู่ต่อปืนบนโต๊ะอาจจะถูกลั่นไกไม่ส่วนแขนก็ขาของเขาอาจจะมีรอยกระสุนฝังเอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจว่าอย่าลุกล้ำหรือก้าวร้าวกับเจ้านาย ไม่รู้ว่าทำไมเขาจะต้องเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผู้หญิงคนนั้นด้วย เจ้านายไม่ควรจะเอาผู้หญิงเพียงคนเดียวมาตัดสินผู้หญิงทุกคนบนโลกแบบนี้
................................
แอดดดดดด
ภายในห้องนอนสีขาว มีร่างของหญิงสาวนอนขดตัวหันหลังให้บานประตูห้อง เธอยังคงสวมเสื้อผ้าชุดเดิมข้าวปลาอาหารไม่มีร่องรอยการถูกกิน มีเพียงน้ำเปล่าที่ยุบลงจากปริมาณปกติเกือบครึ่งขวด ก็ยังถือว่าเธอยังรักชีวิตของเธอ หลังจากที่เขาปลิดชีพศัตรูตัวแรกเสร็จเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวก็ถูกนำขึ้นฟ้ามุ่งหน้าสู่ญี่ปุ่นทันที ที่นี่จะเป็นแหล่งกบดานของเขาสักพัก และจะเป็นโรงเชือดชั้นดีเพื่อคาดคั้นความจริงจากปากนักโทษคนนี้ด้วย
"ถ้าจะมาถามว่าฉันรู้อะไรบ้าง ฉันพูดไปหมดแล้ว ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น ฉันไม่รู้จักผู้ชายคนที่ถูกฆ่า ฉันไม่รู้ " ฟรานซิสยังไม่ทันได้อ้าปากเค้นถาม เธอก็ชิงพูดออกมาซะก่อน ยอมรับเลยว่าเธอผู้นี้ใจกล้าไม่เบา ก็ดีเหมือนกันเขาก็เบื่อที่จะต้องเค้นสอบความจริงจากผู้หญิงงี่เง่า ที่เอาแต่ร้องไห้ครวญครางพูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้สิดีน่าจะคุยกันรู้เรื่อง ถ้าเธอยอมเปิดปากเขาอาจจะเปลี่ยนใจไม่ฆ่าเธอทิ้งแล้วยกเธอให้ลูกน้องคนสนิท จะเอาเธอไปทำอะไรก็ได้ตามใจ
"เวลาคุยกับฉัน หันหน้ามามองหน้าฉันด้วย "
"ฉันไม่ใช่ลูกน้องแก ไม่ใช่ขี้ข้าของแก ฉะนั้นฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ " บางทีเขาความคิดเมื่อครู่ของเขาอาจจะต้องชะงักลงเพราะวาจาอวดเก่งของเธอ
"ปากดีใช้ได้ ทางที่ดีเธอควรพูดในสิ่งที่ควรจะพูดดีกว่า ฉันไม่อยากเสียเวลา พูดมา ไอ้เวลล์ มันคุยอะไรกับเธอ"
"ฉันก็เพิ่งจะรู้ว่าคนที่ตายชื่อเวลล์ ฉันบอกไปแล้วว่าฉันไม่รู้ " เธอยันตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับดึงผ้าหุ่มขึ้นมาปกคลุมร่างของตัวเองจนมิด คนแปลกหน้าพวกนี้ทำให้เธอกลัว ตั้งแต่ฆ่าคนตายอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตาของเธอ ทั้งยังจับตัวเธอมาไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เธอก็พร้อมที่จะสู้เพราะเธอไม่ผิด จะตายก็ให้มันรู้ไปเพราะข้างหลังของเธอก็ไม่เหลือใครอยู่แล้ว แต่ถ้าจะตายทั้งทีก็ขอสู้ให้เต็มที่เสียก่อน
"ไม่รู้จริงๆ หรอ แล้วเธอไปอยู่กับมันตรงนั้นได้ยังไง!! "
"โอ๊ย อ่อย อ๊ะ" มือของฟรานซิสพุ่งตรงมาบีบปากของเธอเอาไว้ เขาจะไม่ยอมยั้งมือให้กับการเค้นความจริงในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด เธอเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขารู้ว่าตัวการณ์ใหญ่คือใคร แต่หารู้ไม่ว่าเขากำลังพลาดอย่างมหันต์ เขากำลังจะทำให้ชีวิตของเธอพังลงอย่างไม่เป็นท่าเพราะความแค้นและความใจร้อนของตัวเองล้วนๆ
" รู้อะไรมั้ย ว่าตอนแรกฉันก็อยากยิงเธอให้ตายไปพร้อมกับมัน แต่มันจะง่ายเกินไป สู้เก็บเอาไว้ทรมานให้เธอตายทั้งเป็นมันน่าจะสนุกกว่า "
" ไอ้ชาติชั่ว ไอ้เลว " ดวงตาของเธอแข็งกร้าว ไม่มีความหวาดกลัวให้ฟรานซิสได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย
"ฉันเลวได้มากกว่านี้ ฉันจะทำให้เธอรู้ ว่าฉันเลวได้มากแค่ไหน คำว่าเลวมันติดตัวฉันมาตั้งแต่เกิด ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย พูดออกมาให้หมด พูดออกมา!!! " ประโยคสุดท้ายของฟรานซิสมันดังเสียจนทำให้เธอสะดุ้ง ใบหน้าของเธอถูกผลักด้วยมือของเขาจนหันไปตามแรง เขามันไม่ใช่ผู้ชาย เขามันไม่ใช่สุภาพบุรุษ
"ฉัน ไม่ รู้ "
"อยากตาย " เขาเลิกคิ้วถาม ยอมรับในความปากแข็งคงจะโดนฝึกมาอย่างดี เก็บความลับได้ดีนักเหรอ ดีสิว่าจะทนได้สักกี่น้ำ
"ต่อให้แกทรมานฉันจนตาย ฉันก็ไม่รู้เรื่อง"
"ที่จริง ฉันก็ไม่อยากแตะต้องของผู้หญิงของศัตรูหรอกนะ แต่อยากจะรู้ว่าถ้าเธอโดนฉันเอาข้ามวันข้ามคืน เธอยังจะไม่รู้อยู่อีกมั้ย" สองมือของเขาปลดเปลื้องซิบกางเกงลง ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปตะครุบร่างของเธอราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย
"ปล่อย!! ชั่ว สกปรก "
แควกกกก
"กรี๊ดดดดดดด " ชุดเดรสตัวบางของเธอถูกเขาฉีกทิ้ง เกะกะรกหูรกตาเขาชะมัดเสียเวลาถอด ดึงเสียให้ขาดแค่นี้ก็จบเรื่อง ตอนนี้ร่างกายของเธอก็เหลือเพียงชั้นในที่ห่อหุ้มของสงวนเอาไว้เท่านั้น น้ำตาแห่งความโกรธแค้นเริ่มไหลรินออกมา ต่อให้เธอกลัวมากแค่ไหนเธอก็จะพยายามเก็บกลั้นมันเอาไว้ มันจะยิ่งได้ใจถ้าหากเขาเห็นว่าเธอกำลังกลัว
"ว้าว สวยใช้ได้ "
แควกกก
"หึ " ร่างเปลือยป่าวที่เธอเฝ้าเก็บรักษาเอาไว้ ถูกซาตานมารร้ายพรากเอาไป เหลือสิ่งสุดท้ายที่เธอยังเหลือนั่นก็คือพรหมจรรย์สิ่งที่เธอเฝ้าถนอมเพื่อรอใครสักคนที่พร้อมจะดูแลเธอทั้งชีวิต จับมือเคียงข้างกันไปตลอด วันนี้เธอจะต้องเสียมันไปให้ผู้ชายสารเลวชาติชั่วคนนี้ ทั้งๆ ที่เธอไม่เต็มใจเลยสักนิด หันไปทางไหนก็ไม่มีใคร บางทีวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้าของเธอแล้วก็ได้
"ปล่อย ปล่อยฉันนะ แกมันโง่ โง่ที่สุด เรื่องแค่นี้ยังวิเคราะห์ไม่ได้เลย ถามจริงเป็นหัวหน้าได้ยัง จับฉลากมาหรอ ดูลูกกน้องยังจะฉลาดซะกว่าอีก "
"หุบปาก!! แล้วรอรับความเจ็บปวดจากฉันได้เลย" มันไม่ใช่คน ท่องเอาไว้ ว่าพวกมันไม่ใช่คน ร่างกายนี้เป็นของเธอ ถึงตายไปก็เอาไปไม่ได้ เอาสิเอาเลยฉันไม่มีทางหนีไปไหนได้อยู่แล้ว เรียวขาของเธอถูกจับแยกออกจากกันไม่มีความนุ่มนวลมีเพียงความรุนแรงที่เธอได้รับ
"อ่า สวยอะไรแบบนี้ ถุงยางก็หมดแล้วซะด้วยสิ"
....................................
" คืนนี้อนุญาตให้ปาร์ตี้ได้ แต่ห้ามดึกมาก โอเคมั้ย""ได้ค่ะ หรั่งอยู่ด้วยกันนะ " คนตัวเล็กสีหน้าดูยิ้มแย้มและอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ในปากก็เคี้ยวกุ้งตัวโตที่เขาเพิ่งตักป้อนไปให้เมื่อสักครู่ อาหารเช้าในวันนี้ก็ยังดูพิเศษเหมือนดังเช่นทุกวันเพราะมีภรรยาสาวมานั่งกินด้วย แถมยังชวนคุยจ้อข้าวแทบไม่ยุบ จนเขาต้องคอยป้อนอยู่ตลอด มารยาทบนโต๊ะอาหารเขาไม่ค่อยถือ เขาชอบการได้ยินเสียงเธออยู่ตลอดเวลา มีความสุขที่ได้ป้อนข้าวภรรยาในทุกๆ เช้า เธอไม่เคยละเลยหน้าที่ของภรรยา ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาเตรียมอาหารเช้าไว้ให้สามีก่อนไปทำงานแม่บ้านมีหน้าที่แค่เตรียมของไว้ให้เธอเพียงเท่านั้น เธอกลายเป็นหัวหน้าแม่บ้านโดยปริยายจัดการดูแลความเรียบร้อยทั้งหมดในคฤหาสน์ด้วยตัวเอง แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เธอก็ไม่เคยพลาดให้เขาจับผิด เชื่อแล้วล่ะว่าผู้หญิงไทยมีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนสูง โชคดีของเขาจริงๆ ที่ได้เธอมาครอบครอง"ต้องอยู่ด้วยสิ แขกเมียมาทั้งที จะคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ไม่ไปไหนหรอก""ห้ามหนีไปไหนนะ ""ไม่หนีหรอกหน่า รีบกินเร็วๆ มัวแต่คุยอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวเพื่อนก็หนีกลับกันหมดหรอก" ยอมเธอเลยจริงๆ ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรนักห
หลายเดือนต่อมาสถานการณ์หลายๆ อย่างค่อยๆ คลี่คลายลง ฟรานซิสจัดการกับเสี้ยนหนามขวางทางเขาได้สำเร็จ นิโคไลถูกคว่ำบาตรจากมาเฟียแนวหน้าหลายกลุ่มจนบทบาททางการค้าลดน้อยลง ทำให้ต้องปลีกตัวออกจากวงการไปเป็นการถาวร บางครั้งการเป็นมาเฟียก็ต้องทำตามกฏมีบ้างที่ไม่ลงรอยกัน แยกพรรคแบ่งฝ่ายแต่ถ้าเลือกข้างผิดนั่นมันก็เหมือนพาตัวเองและลูกน้องดิ่งลงขุมนรก หมดอนาคตหมดสิ้นทุกสิ่งอย่าง อย่างเช่นนิโคไล ปิดฉากมาเฟียรัสเซียผู้ไม่เคยเอ่ยนามให้ใครล่วงรู้ ใช้ลูกน้องเป็นแนวหน้าออกไปเสี่ยงชีวิตแทนตลอด พักหลังๆ ธุรกิจเริ่มมีปัญหาเพราะเล่นตุกติกจนไม่มีใครเริ่มทำการค้าด้วย ฟรานซิสเพียงแค่นั่งมองอยู่ห่างๆ ดูความพินาศและความย่อยยับที่พวกมันก่อเอาไว้ เวรกรรมมันตามสนองไม่ต้องลงแรงให้นองเลือด เก็บมือสะอาดๆ ไว้รออุ้มตัวเล็กที่กำลังจะคลอดออกมาดีกว่า นับวันท้องของเธอก็เริ่มโตการเคลื่อนไหวก็ค่อนข้างยากลำบากเพราะต้องรับน้ำหนักมากกว่าท้องปกติ นี่ก็เข้าหกเดือนแล้วที่เขาเฝ้าดูแลและทะนุถนอมทารกในครรภ์ด้วยความรักและการดูแลเอาใจใส่ทั้งแม่และลูก เขาจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก่อนเป็นอันดับแรกทุกครั้งดวงตาสีฟ้าทอดมองลงไปนอกหน้าต่าง ท
"หนวกหู จะกรี๊ดให้มันได้อะไรขึ้นมา " องค์ลงแล้วค่ะ เจ้าแม่ลิ้มกอเนี่ยเจ้าพ่อเฮ้งเจียเจ้าแม่กวนอิมโปรดมาลงที่ลูกกันให้หมด บอกตรงๆ ว่าไม่ชอบ ไม่พอใจ แล้วก็รังเกียจ ทำไมหน้าด้านแบบนี้ หน้าตาก็สะสวยชอบสร้างแต่เรื่องเลวๆ พอไม่มีที่ไปก็กลับมากอดแข้งกอดขาผัวเก่า ถึงสามีจะไม่เล่าให้ฟังก็พอจะจับทางถูกว่ายัยแอนลีนแคลเซียมต่ำคนนี้เคยเป็นเมียเก่า มาก่อน ฤทธิ์เยอะไม่เบา ร่างกายต้องการปะทะอย่างรุนแรง แต่ติดที่ว่ามีตัวเล็กอยู่ในท้องถึงสามคน บอกเลยว่าฉันไม่ใช่พวกยอมใครง่ายๆ ยิ่งมาหาเรื่องก่อนแบบนี้ล่ะก็ บอกได้คำเดียวสู้ไม่ถอย งานนี้ต้องมีนองเลือดมั่งล่ะถ้าขืนยังพูดไม่รู้เรื่องอยู่แบบนี้"ฟรานคะ ""หยุดออดอ้อนสามีคนอื่นได้แล้ว เสียมารยาท ผู้หญิงที่มีค่าเขาไม่ทำนิสัยแบบนี้กันหรอกนะ อย่างเธอ ตายไปซะได้ก็ดีอยู่ไปก็ไร้ค่า สิ่งที่เธอได้รับมันคือผลกรรมที่เธอก่อเอาไว้ ไม่มีใครใจร้ายกับเธอ เธอนั่นแหละที่เป็นคนทำให้เรื่องทั้งหมดมันจบลงแบบนี้" มองในอีกแง่มุมเธอก็น่าสงสาร ถ้าเกิดเรื่องที่เธอพูดมามันเป็นความจริง พ่อกับแม่ตายหมดเพราะถูกฆ่า อันนั้นมันก็น่าเห็นใจ แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนี้เข้าใกล้สามีฉันเป็น
"อิ่มมากเลยค่ะ อร่อยมากด้วย ไม่คิดเลยว่าหรั่งจะยอมตามใจขนาดนี้ ทำไมมุ้งมิ้งแบบนี้ล่ะ ""ก็รักไง อยากตามใจ อยากทำให้มีความสุข " เป็นดินเนอร์ที่แสนมีความสุขอีกหนึ่งมื้อ ถึงแม้ว่าไม่ได้นั่งมองตากันภายใต้แสงเทียนคลอด้วยบทเพลงคลาสสิคเหมือดินเนอร์ทั่วๆ ไป เพียงแค่มีเธอนั่งอยู่เคียงข้างพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนมีความสุขเท่านั้นก็พอ แม้ว่ากลิ่นเสื้อผ้าราคาแพงของเขาจะมีกลิ่นควันจากเตาปิ้งย่างติดมาจนกลบกลิ่นน้ำหอมไปหมด แต่เขาก็ไม่ได้สนใจนอกจากคนข้างๆ มีความสุข วันนี้มาดามตัวน้อยเจริญอาหารเป็นพิเศษ ผิดกับหลายวันที่ผ่านมา เธอไม่ค่อยนึกอยากกินอะไร ไม่ผิดหวังที่ลงทุนพาเธอข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่ หวังว่าตัวเล็กทั้งสามคงจะพอใจ การที่ได้ทำอะไรเพื่อคนที่เรารักมันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง ผิดไปจากเมื่อก่อนเขาเพียงต้องการความรักจากคนอื่นจนลืมไปว่าการให้มันก็มีความสุข แล้วมันก็สุขมากๆ ด้วย"น่ารักแบบนี้ตลอดไปนะ โอกาสไม่มีให้อีกแล้ว " มือใหญ่เอื้อมมากอบกุมมือเล็กเอาไว้แนบแน่น ส่วนอีกมือก็ทำหน้าที่บังคับพวงมาลัยรถสปอร์ตหรูที่เขาลงทุนเช่าขับให้เธอนั่งแบบสบายๆ ส่วนลูส รายนั้นก็ไม่น้อยหน้าเช่ารถหรูขับพานางแบบสาวตระเว
"ยาเยอะเป็นบ้าเลย ไม่ชอบการกินยาซะด้วยสิ " ยาบำรุงหลายขนานบวกกับยาที่เกี่ยวกับหญิงตั้งครรภ์บรรจุอยู่ในถุงกระดาษสวยหรูสของโรงพยาบาลค่ารักษาแพงและบริการดีอันดับหนึ่งของอิตาลี มาดามตัวน้อยบ่นอุบ เธอไม่ชอบการกินยาเอาซะเลย กินได้เป็นบางครา แต่นี่เธอต้องกินทุกวันต่อเนื่องเช้ากลางวันเย็น ยาบางตัวก็มีขนาดที่ใหญ่จนน่ากลัว ความทรมานของการเป็นแม่เริ่มต้นตั้งแต่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ แล้วแม่ของเธอตอนที่มีเธออยู่ในท้อง ท่านจะทรมานมากแค่ไหน ครอบครัวพวกเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร มันเป็นโชคดีของเธออยู่ๆ ก็เกิดพลัดตกถังข้าวสารไม่ใช่สิโรงงานข้าวสารขนาดใหญ่ถึงจะถูก แต่กว่าจะมาถึงวันนี้เธอก็เหนื่อยอยู่พอควร เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดซะด้วยซ้ำ"อดทนหน่อยนะ เพื่อลูกๆ ของเรา ""คิดถึงแม่ขึ้นมาเลยค่ะ " ครอบครัวของเธอไม่มีใครเหลืออยู่แล้วสักคน ส่วนญาติพี่น้องก็แยกย้ายกระจายกันไปไม่ได้ติดต่อกันนานนับปี สมบัติของพ่อแม่ที่เหลือก็มีบ้านหลังน้อยกับที่ดินอีกน้อยนิดที่เธอใช้เงินก้อนไปไถ่ถอนออกมาจากธนาคาร ตั้งใจเอาไว้ว่าจะเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี อนาคตคนเราไม่แน่นอนบั้นปลายชีวิตอาจจะต้องไปอยู่ที่นั่น อย่างน้อยๆ มันก็เป็นที่ของเรา
"พรุ่งนี้ไปหาหมอกันนะ ""ดีใจบ้างมั้ย ที่ฉันท้อง " ร่างบางในชุดนอนที่แสนวาบหวิวนอนทาบทับอยู่บนร่างใหญ่ที่แสนล่ำของมาเฟียหนุ่ม ท่อนบนเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิดเผยให้เห็นมัดกล้ามและซิคแพคลอยเด่นอย่างเห็นได้ชัด มาดามตัวน้อยอดไม่ได้ที่จะใช้ปากขบงับลงไปบนมัดกล้ามแน่นๆ ที่อยู่ตรงหน้า รวมทั้งยอดอกที่อมชมพูจนทำให้เธอรู้สึกอิจฉา มันทั้งล่อตาล่อใจเธอยิ่งนัก ไม่รู้เหมือนกันว่าอาการแบบนี้มันจะเกี่ยวกับเรื่องแพ้ท้องด้วยหรือป่าว รู้แค่ว่าอยากจะขบแรงๆ ให้เป็นรอย"มาดาม เมื่อกี้ยังไม่อิ่มอีกหรอ หืม ""ดีใจมั้ย" เธอยังคงคาดคั้นอยากได้คำตอบ เธออยากได้ยินให้ชื่นใจว่าเขารู้สึกยังไงเมื่อรู้ว่าเธอกำลังท้อง ถ้าถามเธอกลับ เธอก็ตอบได้ทันทีว่าดีใจมาก ถึงแม้ว่าแรกๆ จะไม่อยากมีก็เถอะ แต่พอรู้ว่ามีทารกน้อยกำลังเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์ ความรู้สึกนึกรักก็ก่อเกิดขึ้นมาโดยที่ไม่มีข้อแม้ใดๆ"ดีใจสิ ดีใจที่สุดในโลกเลย อ้อนแบบนี้จะเอาอะไร " ร่างเล็กคลอเคลียไปมาอยู่บนร่างของเขาตั้งแต่เสร็จกิจสานสัมพันธ์อันหวานชื่น จนเวลาผ่านล่วงเลยไปนานนับหลายชั่วโมงเธอก็ยังไม่ลุกหนีไปไหน ความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยมอบให้ใครมาก่อน พยายามเบามือท
"แม่จ๋า แม่จ๋า แม่อย่าฆ่าพวกหนูเลยนะ หนูอยากอยู่กับแม่ ""ไม่ ฉันไม่มีลูก ฉันไม่อยากมีลูกด้วย ""แต่หนูอยากอยู่กับแม่ แม่จ๋า ฮื่อๆ แม่อย่าไล่พวกหนูเลยนะ""หรั่งไล่เด็กพวกนี้ออกไป ไล่ออกไป อย่าให้เข้ามาใกล้ฉัน""เด็กที่ไหน ""เด็กนี่ไง พาออกไป " ฟรานซิสพยายามเขย่าร่างของเธอให้ฟื้นคืนสติ ทำยังไงเธอก็
แอนนายังมีผลต่อเขา หารู้ไม่ว่าเขากำลังทำให้แผนทุกอย่างลงตัว บอดี้การ์ดนับสิบกระจายกำลังกันออกตามหาผู้หญิงตัวเล็กที่ตอนนี้ทำให้มาเฟียหนุ่มอยู่ไม่สุข ส่วนผู้หญิงที่เข้ามาทำให้เขาจิตใจไขว้เขวก็เดินหายไปกับกลุ่มคนที่กำลังพลุกพล่านในช่วงตะวันคล้อยต่ำใกล้ตกดิน เธอไม่ได้มีความสำคัญกับเขาอีกต่อไป เหตุการณ์
อึก อึก อึก"อ่าาา รสชาดดีใช้ได้ ""ไม่กินแล้วรึไงชาไข่มุก""ไม่อ่ะ หมูกระทะต้องกินคู่กับเบียร์เย็นๆ เบียร์อะไรทำไมรสชาดดีจัง เคยกินแต่พี่เสือพี่สิงห์ แล้วก็พี่ช้าง คนมีตังค์เขาคงชอบกินกันสินะ " ฟรานซิสไม่นึกเลยว่ายัยขี้บ่นคนที่เคยร่ำร้องว่าอยากกินชาไข่มุกจะนั่งซดเบียร์ราคาแพงของเขาหมดไปแล้วหลายขวด
"หึ เอาเลย จะทำอะไรก็เอาเลย ในเมื่อฉันพูดอะไรออกไปแกก็ไม่เชื่อ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกแกมีเรื่องโกรธแค้นอะไรกันมาก่อน จำใส่สมองของแกเอาไว้เลย ว่าฉันจะไม่มีวันให้อภัยแก " ในใจฉันก็กลัว แต่จะทำอะไรได้ ไอ้เลวนี่มันเป็นใครก็ไม่รู้ มันสามารถฆ่าคนตายโดยที่ไม่ถูกตำรวจมาตามจับ มันสามารถพาตัวฉันข้ามน้ำข้ามทะเ







