บทที่ 2
กินข้าวกัน
เมื่อจัดห้องเสร็จเขาก็เตรียมของสำหรับการทำอาหาร ปัถทำอาหารเป็นตั้งแต่เด็กเพราะป๊าเป็นคนสอน ป๊าของเขาทำอาหารเก่งมาก แต่ที่เก่งกว่าคงเป็นการทำให้พ่อของเขาหลง หึหึ
เขาสั่งซื้อของสดมาแล้วอีกเดี๋ยวก็คงถึง เมนูวันนี้เป็นเมนู
ธรรมดา ๆ ที่สามารถทำกันได้ทั่วไปง่าย ๆ อย่างแกงมัสมั่นกับไข่เจียว อุปกรณ์ต่าง ๆ ค่อนข้างพร้อม
กริ๊งงง กริ๊งงง
เสียงโทรศัพท์สายตรงจากห้องรับรองด้านล่าง สงสัยว่าวัตถุดิบที่เขาสั่งคงจะมาแล้ว เขาหยิบเงินและคีย์การ์ดเพื่อเตรียมตัวไปรับของ
[สวัสดีครับห้อง 3013 คุณได้มีการสั่งของไหมครับ ตอนนี้มีของมาส่งจากร้าน...ครับ]
“ผมสั่งไว้ครับ เดี๋ยวผมลงไปเอาครับ ขอบคุณครับ”
[โอเคครับ สวัสดีครับ]
แกร๊ก
ร่างสูงเปิดประตูเพื่อไปรับของข้างล่าง
“คุณปัถไปไหนครับ” เมื่อเจ้าของร่างโปร่งแสงได้ยินเสียงประตูก็รีบลอยออกมาทันที
“เดี๋ยวพี่ไปรับของข้างล่างนะคะ น้องจัสมิน”
“โอเคคค รีบมานะ เอ๊ะพูดกับน้องจัสมินอีกแล้ว เราเผลอตอบตลอดเลย ฮึ” ร่างโปร่งทำหน้าบู้บี้งอน ๆ
“เดี๋ยวพี่รีบกลับมาครับ ไปเอาของข้างล่างนี่เอง ไม่นานครับ” ว่าแล้วก็ปิดประตูหลังจากที่เดินออกจากห้องไป
เฮ้อออ เขาเหงามากเลย หรือว่าเขาจะสมมติว่าตัวเองชื่อจัสมินเลยดี จะได้เหมือนว่าคุณปัถคุยด้วย เรียกพี่ปัถด้วยเลยดีกว่า ทีนี้ก็จะมีคนคุยกับเขาแล้ววว เย่ ๆ
ร่างโปร่งแสงนั่งรอปัถอยู่ที่โซฟา เบื่อมากจนเอาขาพาดพนักพิงส่วนหัวห้อยอยู่ตรงที่นั่งแทน เมื่อตกลงกับตัวเองเสร็จว่าจะรับบทเป็นน้องจัสมินให้กับพี่ปัถ เขาก็มีความสุขขึ้นมานิดหน่อย เพราะเขาจะได้พูดเล่นกับใครซักทีนึง
“น้องจัสมิน เราขอเป็นตัวแทนเธอละกันนะเจ้ากระต่ายน้อย” พี่ปัถคงจะชอบจัสมินน่าดูถึงกับเอาน้องมานั่งที่เก้าอี้ที่โต๊ะทานอาหารที่ติดกับครัวด้วย
แต่ก็ดีที่พี่ปัถเอาจัสมินไปด้วยทุกที่ เขาจะได้คุยกับพี่ปัถแทนจัสมินตลอดเวลา
ว่าแต่นี่ก็นานแล้วนะ พี่ปัถไม่ขึ้นมาซักที เขาไม่รู้ว่านานแค่ไหน แต่ในความรู้สึกของเขานั้นมันนานมากเลย พี่ปัถบอกไปแป๊บเดียวนี่นา
เขาไม่รู้ว่าข้างล่างของพี่ปัถนั้นไกลแค่ไหน เขาไม่เคยออกไปจากห้องนี้มานานมาก ๆ แล้ว เขาติดอยู่ไหนห้องนี้มาตลอด เวลาที่การก่อสร้างใหม่ ๆ เกิดขึ้นนั้นเขาจะได้อยู่ห้อง ๆ หนึ่งมาตลอดไม่รู้ว่าทำไม เขาเคยเดินออกนอกประตูไปแล้วแต่ก็เด้งกลับมาเหมือนเดิม สิ่งที่เขาเห็นไกลที่สุดคงจะเป็นจากหน้าต่างของห้อง เวลาที่คนเข้ามาอยู่นั้นเปิดออก
วิวจากหน้าต่างที่เขามองเห็นเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากบ้านเรือนไทย เป็นป่ารกร้าง จนเริ่มมีถนนหนทาง เริ่มมีตึกมากมาย จนกลายมาเป็นปัจจุบัน เขาเห็นวิวจากห้องที่ต่างกันไป จากเห็นจากที่ต่ำ จนมาถึงตอนนี้ที่เขาเหมือนจะอยู่สูงมากๆ
แกร๊ก
“พี่ปัถถถถถ มาแล้วเหรอ” ร่างบางรีบลอยขึ้นจากโซฟาแล้วตรงไปหาปรัตถกรที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับของเต็มไม้เต็มมือ
“หืม” ปัถเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ครัวเก็บของที่ยังไม่ได้ใช้ในตอนนี้เข้าตู้เย็น
“พี่ปัถ ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย” ร่างโปร่งแสงลอยไปชะโงกหน้าผ่านร่างสูงไปส่องวัตถุดิบที่ปรัตถกรกำลังเก็บของเข้าตู้เย็น
“พี่ซื้อของสดมาเยอะเลยครับน้องจัสมิน เดี๋ยวพี่ทำอาหารแล้วเรามาทานด้วยกัน ดีไหมครับ” ปัถพูดไปพร้อมกับมือที่จัดของไปด้วย
“ดีมากเลย แต่เราไม่รู้ว่าเราจะกินได้ไหมนะ เราเคยลองแล้วแต่เรากินไม่เคยได้เลยย เราเศร้ามาก” เจ้ากระต่ายน้อยหน้าเศร้าลงทันทีที่นึกถึงเรื่องตอนนั้น
เขาเคยเห็นของคนที่มาอยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้ อาหารในสมัยนี้น่ากินมาก แต่พอเขาลองชิมก็รู้เลยว่าเขาไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยซ้ำ มันน่าเศร้าเกินไป เพราะเขาอยากกินมากจริง ๆ ตอนนั้นเจ้าของห้องกินน่าอร่อยมากเลยนะ เราอิจฉาสุด ๆ ไปเลย เรื่องกินมันเรื่องใหญ่นะ
“เดี๋ยววันนี้พี่ลองทำมัสมั่นกับไข่เจียวนะครับ ไม่รู้เราเคยกินหรือเปล่า พี่ทำเป็นแต่วิธีง่าย ๆ ที่ป๊าพี่สอนมา” ว่าพลางเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารในครั้งนี้
วันนี้ปรัตถกรจะทำมัสมั่นไก่ วัตถุดิบที่เขาสั่งมานั้นเพียงพอสำหรับสองคน มีน่องติดสะโพกไก่สองชิ้น หัวและหางกะทิ พริกแกงมัสมั่น หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา เกลือและน้ำมะขามเปียก บางคนอาจใส่เครื่องเทศมากน้อยกว่านี้ตามความสะดวกของแต่ละคน แต่เขาทำตามที่ป๊าเขาสอนมาเลยเพราะชอบรสชาติแบบนี้
“มาดูไหมคะ เดี๋ยวพี่พาน้องมาดูพี่ทำตรงนี้ดีกว่า” ปัถเดินไปหยิบตุ๊กตากระต่ายจากเก้าอี้ที่โต๊ะทานอาหารมาไว้ตรงที่เคาน์เตอร์ครัวตรงที่ร่างโปร่งแสงยืนอยู่ไม่รู้ว่าบังเอิญหรืออย่างไร
“ได้เลย ๆ เราจะดูแล้วจำเอาไว้เผื่อวันไหนเราไปเกิดใหม่จะได้ไปทำเป็น” เจ้าตัวเล็กกระตือรือร้นเป็นอย่างมากเพราะว่าเจ้าของห้องเก่า ๆ ที่เคยเจอนั้นส่วนใหญ่แล้วจะสั่งมาเขาไม่เคยเห็นวิธีการทำอาหารมาก่อนเลย
“ทำแบบนี้นะคะ เอาหม้อมาตั้งเตาใส่หัวกะทิลงไปค่ะ ดูนี่นะคะ เราจะเคี่ยวไปจนกว่ากะทิจะแตกมัน ดูเป็นหรือเปล่าคะว่าแตกมมันเป็นยังไง”
“ไม่เป็นหรอก เราทำไม่เป็นซักอย่าง เราลืมหมดแล้ว”
“ดูตรงนี้ดี ๆ นะคะ ซักพักนึงจะมีมัน ๆ ลอยขึ้นมา เป็นไงบ้างเห็นไหม”
“มีจริงด้วย พี่เก่งจังเลย”
“จากนั้นก็ใส่พริกแกงลงไปผัดให้หอมเลยค่ะ ระวังไฟด้วยนะคะ พี่ทำครั้งแรกไหม้เลยค่ะ ฮ่า ๆๆๆ เอาล่ะค่ะ ให้หอมพริกแกงประมาณนี้พอ แล้วก็ใส่ไก่ลงไปผัดให้สุกเลยค่ะ”
“ไม่หั่นเหรอ นี่มันใส่ทั้งขาเลยนี่นา จะกินยังไงล่ะเนี่ย”
“พี่ใส่ลงไปทั้งน่องเลยเพราะพี่ชอบใช้ช้อนตักเอามากกว่า แล้วเราก็รอให้สุกนานหน่อยนะคะ จากนั้นก็เอาหางกะทิใส่ แล้วก็ปรับไฟให้อ่อนลงแล้วก็เคี่ยวจนไก่เปื่อย ความเปื่อยก็แล้วแต่เราชอบเพราะกินเอง”
“หอมมากกกก กลิ่นหอมมาก ๆ เลย อยากกินแล้วขอให้กินได้ด้วยเถอะนะ ไม่งั้นเราต้องเศร้าแน่เลย” ยังไม่ทันไรคนที่รอกินก็เริ่มหงอย
“จากนั้นปรุงรสตามที่เราชอบเลยค่ะ แล้วก็ใส่ของที่เหลือที่เตรียมไว้ลงไป พี่ชอบให้ทุกอย่างเปื่อย ๆ ก็ต้องรอนานหน่อยอีกสักพักก็เสร็จแล้วค่ะ”
“น่ากินมากๆ เลย รอแทบไม่ไหวแล้ว” ร่างโปร่งแสงนั่นตาเป็นประกายวับวาว
“มาค่ะ เรามาทำไข่เจียวกันระหว่างรอค่ะ เดียวเจียวซักสี่ฟองนะคะ หนูสองพี่สอง ตอกไข่ใส่ถ้วยปรุงรสด้วยน้ำปลานิดหน่อย ไม่ต้องมากนะคะเพราะเราจะทานกับมัสมั่น แล้วเอาส้อมตีเลยค่ะ ติดเตาเลย พี่ใช้น้ำมันนิดหน่อยเพราะไม่ค่อยชอบมันเลี่ยน พี่จะเจียวแบบที่ไม่กรอบมีความนิ่ม ๆ กึ่ง ๆ ไข่ข้นนะคะ เราสามารถทำตามที่เราชอบได้เลยวันนี้ลองแบบนี้ก่อนวันหลังพี่จะพาลองแบบอื่นนะคะ”
“ไข่เจียวก็หอม น่ากินมาก น่ากินไปหมดเลยพี่ปัถ”
“เอาล่ะค่ะเท่านี้ก็เสร็จแล้ว เรามาเตรียมจัดลงจานกัน” ปรัตถกรปิดเตาแก๊สทั้งของไข่เจียวและแกงมัสมั่น ตักใส่ถ้วยไปวางไว้ที่โต๊ะทานอาหาร พร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ
“พี่มีข้าวตอนไหนเนี่ย” ร่างโปร่งแสงไม่ได้สังเกตเลยว่าอีกคนนั้นหุงข้าวตอนไหน
“ส่วนของข้าวสวยนี่พี่หุงก่อนที่จะลงไปเอาของค่ะ” ปัถพูดยิ้ม ๆ
หลังจากนั้นปรัตถกรก็ยกเจ้าตุ๊กตากระต่ายตัวขาวมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามของตัวเอง
“เอาละน้องนั่งตรงนี้ นี่เป็นข้าวของน้องนะคะ ถ้วยจานที่น่ารักพวกนี้พี่เอามาจากบ้านเป็นพิเศษเลย” ว่าแล้วก็จัดข้าวสวยไปวางไว้ข้างหน้าเจ้ากระต่ายตัวขาว
“จัสมิน ขอโทษน้า เราขอนั่งตรงนี้นะทับเธอนิดนึงแต่เธอไม่รู้สึกหรอกนะ ไม่เจ็บ ๆ” พูดจบก็นั่งลงที่เก้าอี้ที่มีตุ๊กตา
“เริ่มทานได้เลยค่ะ ถูกปากหรือเปล่า” ว่าแล้วปัถก็เริ่มทานในส่วนของตัวเองทันที
เจ้าของร่างโปร่งแสงตื่นเต้นมาก เขาอยากรู้ว่าตัวเองจะกินได้ไหม เคยลองมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่สามารถกินได้ เอาล่ะ เขาจะเริ่มแล้วนะ มือบางค่อยเลื่อนไปที่ช้อนส้อมที่วางคู่กันอยู่บนจานข้าวสวยร้อน ๆ เมื่อมือสัมผัสลงบนช้อนและส้อมก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาสามารถจับมันได้
“อร้ากกกกกกกกกก จับได้ จับได้ได้ไงอ่ะ เย่ ดีใจอ่ะจับได้แล้ว” ปกติทำได้แค่สัมผัสแป๊บๆ พอที่จะทำของตกได้ แต่นี่จับเลยนะ จับอ่ะ จับบบบได้แล้ววววววววววว
“รีบทานสิคะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อยนะคะ”
“อ๊ะ จริงด้วย ลองกินดีกว่า” เมื่อเห็นว่าสามารถจับช้อนได้ก็ลองเอาตักแกงมัสมั่นดู
“ตักได้ด้วย เราขอลองกินดูนะ” เมื่อช้อนที่มีมัสมั่นเข้าไปในปากก็สามารถรับรู้ถึงรสชาติ กลิ่นและสัมผัสต่าง ๆ ในปากเหมือนทำให้เขาขึ้นสวรรค์
“ฮืออออ มันอร่อยมากพี่ปัถ เรากินได้ด้วย เราจะกินเยอะ ๆ เลย กินให้หมด ฮืออออออ”
หลังจากนั้นก็ไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย ต่างคนต่างทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ปัถนั้นทานแค่พออิ่ม แต่เจ้าของร่างโปร่งแสงที่ไม่สามารถรับความรู้สึกได้นั้นกินเอา ๆ ไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าปัถนั้นอิ่มแล้ว ทั้งยังเติมข้าวและกับข้าวให้อยู่เรื่อย ๆ
“หมดแล้วววว อร่อยมาก ขอบคุณนะครับพี่ปัถ”
“อิ่มพอดีเลย พี่เก็บล้างก่อนนะครับจัสมิน เราไปนั่งดูหนังที่ห้องนั่งเล่นดีกว่านะ” ปัถอุ้มตุ๊กตากระต่ายไปวางไว้ที่โซฟาห้องนั่งเล่นแล้วเปิดหนังไว้ให้ดู
ตอนที่ปรัตถกรนั้นก้มลงอุ้มเจ้ากระต่ายจัสมินนั้นเขารู้สึกเหมือนมีอะไรเฉียดแก้มของเขาไป แล้วเขาก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเดินตามพี่ปัถมาที่ห้องนั่งเล่นเมื่อไหร่
พอมานั่งที่โซฟาหนังที่ร่างสูงเปิดก็ดึงความสนใจของเจ้าตัวเล็กไปซะหมดจนลืมคิดไปว่า ตอนที่ทานอาหารนั้น อาหารในจานตัวเองและถ้วยกับข้าวนั้นลดลงโดยที่ปรัตถกรเลิกกินไปนานแล้ว ไม่ได้สร้างความตกใจให้กับชายหนุ่มอย่างที่ควรจะเป็นด้วยซ้ำ
TBC.