Masukอีกฟากหนึ่งของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวยามนี้ กำลังวิ่งวุ่นไปเก็บผ้าที่ตากไว้ริมระเบียงห้อง
ลูกชายที่ก่อนหน้านี้นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงเด็ก กลับสะดุ้งตื่นขึ้นเนื่องจากเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างคำรามดังลั่น “แง้ ๆ ๆ แม่ ๆ” “แป๊บเดียวครับลูก แม่เก็บผ้าอยู่ครับ”ปางอุบลตะโกนตอบลูก สายฝนตอนนี้สาดกระหน่ำอีกทั้งสายลมโหมซัดจนผ้าที่ตากไว้แทบปลิวหลุดมือ เธอรีบเก็บผ้ายัดลงในตะกร้าอย่างลนลาน และรีบวิ่งเข้าไปในห้อง ลูกชายตัวน้อยเกาะคอกกั้นเบะปากร่ำไห้ปากคว่ำร้องเรียกเธออยู่ ปางอุบลรีบเข้าไปอุ้มเขาไว้ในอ้อมอก “ไม่ต้องกลัว ๆ แม่อยู่นี่แล้วครับ” สักพักเมื่อปลุกปลอบกันจนเงียบเสียงลงแล้ว ก็วางเขานอนลงบนเตียงเด็กตามเดิม “หลับตาลงเสียคนดี” เด็กน้อยหลับตาลงตามคำแม่อย่างว่าง่าย เธอกล่อมเขาสักพักจนลมหายใจเจ้าตัวน้อยสม่ำเสมอแล้ว เธอจึงผละมาพับเสื้อผ้าเก็บเข้าตู้ ก่อนที่จะมานั่งแหมะลงข้างเตียงของลูกน้อย พลางเหม่อลอยคิดอะไรไปไกล Rrrrrrrrrrr… เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นน้ำรินนั่นเองที่ส่งออเดอร์แซนด์วิชสำหรับพรุ่งนี้ โชคดีเสียจริงที่น้ำรินเสนอแซนด์วิชของเธอในวันประชุมใหญ่ของบริษัทในอีกสองวัน จึงได้ออเดอร์ 200 ชิ้น ปางอุบลรีบตอบตกลงด้วยความดีใจอย่างลิงโลดทันที “ฮึก แอ้~ ฮึก แง้~” จู่ ๆก็มีเสียงสะอื้นไห้ลากเสียงยาวจนตัวโยนของเจ้าตัวน้อย ปางอุบลชะโงกหน้าเข้าไปดูเห็นว่าเขายังหลับอยู่ แต่ใบหน้าบิดเบ้พลางเปะปากร้องไห้สะอึกสะอื้น ‘สงสัยละเมอฝันร้าย?’ เธอรีบปีนขึ้นไปที่เตียงเด็ก แล้วอุ้มลูกน้อยขึ้นมาแนบอกพลางกล่อม ฝ่ามือบางตบลงที่ก้นเด็กตัวน้อยแผ่วเบา “เป็นเป็นไรนะจ้ะ แม่อยู่นี่แล้ว เงียบเสียเด็กดี” ปางอุบลปลอบลูกชายตัวน้อยจนสงบลงอีกครั้ง ฝ่ามือบางเอื้อมไปเช็ดแก้มกลมปาดหยาดน้ำตาที่ไหลเปรอะทั้งสองข้างแก้มออก ยามนี้...ถึงห้ามใจไม่ให้หวนระลึกถึงคนในอดีต แต่กลับทำไม่ได้ หัวใจเจ้ากรรมและสมองที่ผุดความทรงจำขึ้นมา ช่างไม่ให้ความร่วมมือ... “แม่ขอโทษ ที่ทำให้หนูเกิดมาแล้วไม่มีพ่ออย่างคนอื่นเขา แต่แม่สัญญาว่าจะดูแลหนูให้ดีที่สุดนะครับลูก” ปางอุบลเอ่ยกับลูกชายที่หลับสนิทลงแล้วอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ตั้งแต่ภูเบศร์เดินออกไปจากชีวิตของเธอ ปางอุบลก็เปลี่ยนเบอร์ใหม่ เธอต้องการที่จะตัดเขาออกจากวงจรชีวิตอย่างถาวร และต่อมาสามเดือนให้หลังเธอรู้ตัวว่าท้องกับเขา แต่เธอก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่บอกเขา เพราะไม่อยากให้เขาต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่เขาพร่ำบอกเสมอว่าไม่อยากให้เกิดขึ้น ‘รู้ใช่ไหม ว่าฉันเกลียดเด็กที่สุด อย่าให้รู้ว่าเธอจะใช้วิธีนี้มาจับฉัน ไม่มีทาง! เพราะฉันจะไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น! จำเอาไว้ด้วย’ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อเขาก็ป้องกันทุกครั้ง แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า ไม่มีการป้องกันใดที่ได้ผล100เปอร์เซ็น แต่ไม่ว่าอย่างไร ...สำหรับเธอแล้ว มันไม่ใช่เรื่องผิดพลาด การมาของลูกชายคือของขวัญอันล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเธอต่างหาก... ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ หลังฝนตกจึงได้เห็นรุ้งกินน้ำที่พาดผ่านท้องฟ้า ปางอุบลออกมายืดเส้นยืดสายสูดอากาศสดชื่นที่ริมระเบียงเข้าเต็มปอด หลังจากที่เธอจดรายการวัตถุดิบที่ขาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว สายฝนที่เทกระหน่ำก็หยุดตกพอดี แต่ก็คงต้องรอเวลาอีกสักหน่อยให้ลูกชายตื่นเสียก่อน จึงจะออกไปซื้อวัตถุดิบสำหรับไว้ทำแซนด์วิชเพื่อส่งให้น้ำรินในอีกสองวันข้างหน้า สองวันต่อมา... เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวาย เหล่ามนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุงต่างเร่งรีบเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายการเดินทาง วิธีที่เร็วที่สุดคงไม่พ้นการขนส่งสาธารณะอย่าง BTS หรือ MRT ปางอุบลช่างใจเพียงครู่ว่าจะไปที่สถานีBTS ดีหรือไม่ แต่ก็ตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมาย เรียกใช้บริการเรียกรถผ่านแอพพลิเคชันแทน เพราะด้วยหอบถุงผ้าที่บรรจุแซนด์วิชคล้องไว้ที่แขนข้างละ 50 ชิ้น แล้วไหนจะหอบลูกชายไว้ที่อกอีก วิธีนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดียามนี้ และอีกส่วนหนึ่งวันที่รีบเร่งผู้คนมักจะแออัดแน่นเป็นปลากระป๋อง ปางอุบลไม่อยากให้ลูกไปสัมผัสฝูงชนมากหน้าหลายตา เพราะอาจจะสัมผัสเชื้อโรคมาโดยไม่รู้ตัว เด็กเล็กภูมิต้านทานของเขายังอ่อนแออยู่มาก “ฮัลโหล บัวถึงไหนแล้วจ้ะ อีก 30 นาทีใกล้เวลาพักเบรกแล้ว พี่ต้องจัดขนมลงจานแล้ว” น้ำรินโทรมาเร่งเร้าด้วยความร้อนใจในน้ำเสียงไม่น้อย เพราะไม่อยากให้มีความผิดพลาดในส่วนงานที่ตนเองรับผิดชอบอยู่“ก็รีบเรียนให้จบสิ จะได้ปั๊มลูกกันเร็ว ๆ” เขาโน้มท้ายทอยเธอลงมาถูไถจมูกเธอกับจมูกเขา ก่อนจะจุ๊บปากไปอีกหนึ่งที“ปะป๊าจุ๊บแม่ต๋า” เด็กน้อยที่นอนอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ มองคนทั้งคู่สวีทหวานแหวว ก่อนที่เขาจะยกมือปิดปากแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก“ใช่แล้วปะป๊าจุ๊บแม่จ๋าแล้วก็จะจุ๊บดินดินด้วย” พูดจบคนเป็นพ่อก็รวบตัวเจ้าเด็กน้อยมาจุ๊บแก้มกลมซ้ำ ๆแล้วก็เกลือกกลั้วใบหน้าไปที่พุงกลม ๆด้วยความมันเขี้ยวเด็กน้อยหัวเราะร่วนด้วยความจั๊กจี้ “ปะป๊ารักดินเท่าไหน” เด็กน้อยเจื้อยแจ้วเอ่ยถาม“รักเท่าฟ้าเลย”“ปะป๊ารักแม่ต๋าเท่าไหน”“รักเท่าดินดินเลย” ดินที่ไม่แปลว่าผืนดิน แต่หมายถึงรักเท่ากับเด็กน้อยต่างหาก เด็กน้อยหัวเราะชอบใจใหญ่ “แม่ต๋า วันนี้ ปับป๊า...” ภูเบศร์ตาเบิกโพลง กลัวว่าลูกชายจะเอาเรื่องวันนี้มาฟ้องแม่ เขารีบยกมือขึ้นมาปิดปากลูกชายไว้ทันที“ดินดินนอนได้แล้วนะลูก” ภูเบศร์ยิ้มเจื่อนเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง เธอหรี่ตามองเขาจับพิรุธ แล้วรีบแกะฝ่ามือหนาออกจากปากลูกชายตัวน้อย“ปะป๊า ทำไมครับหืม?” ปางอุบลคาดคั้นอีก“ปะป๊า...” เด็กน้อยอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ“ดิน ดิน ไม่เอา ไม่พูดนอนดีกว่า นอน นอนกันน้า” ภูเ
วันต่อมา... “ธิปวันนี้มีคุยงานที่บริษัทวัสดุก่อสร้างตอนบ่ายสามนี่หว่า” “ใช่ครับ ผมหาเนิสเซอรีใกล้ ๆ เอาน้องดินไปฝากไว้สักชั่วโมงสองชั่วโมงให้แล้วนะครับ” อธิปรายงานผู้เป็นนาย “โอเค ทำดีมาก” ทำตบบ่าอธิปเบา ๆ ภูเบศร์นำเด็กน้อยไปฝากไว้ แล้วรีบเข้าไปยังบริษัทวัสดุก่อสร้าง คู่ค้ารายใหญ่ ที่อยู่ใกล้ ๆกัน เด็กน้อยเห็นว่ามีของเล่นมากมาย ก็ชอบใจใหญ่ เนิสเซอรีที่นี่ดูแลเด็กได้เป็นอย่างดี เด็กน้อยได้เล่นกับเพื่อน ๆ ด้วย พอเล่นนาน ๆเข้าก็หมดเรี่ยวแรง แล้วก็ง่วงนอนขึ้นมา เด็กน้อยหลับไปในที่สุด พี่เลี้ยงเด็กก็แยกเขาออกมานอนอีกห้อง เพราะเด็กคนอื่นที่ไม่นอนจะได้ไม่รบกวน สองชั่วโมงผ่านไป... “พ่อน้องยังไม่มารับอีกหรือ” พี่เลี้ยงคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเลยเวลาที่จะมารับแล้ว “เอ เห็นว่าฝากไว้ประมาน 2 ชั่วโมงนะคะ สักพักคงมารับค่ะ น่าจะติดธุระอยู่ค่ะ” คนที่ถามพยักหน้ารับทราบ “ธิปแกรีบเลยนะ งานนี้ต้องใช้วัสดุก่อสร้างค่อนข้างเยอะ ถ้าใบPO (ใบเสนอราคา) ที่ทางนั้นส่งมา เป็นไปตามราคาที่ฉันบอกแกไป ก็ตกลงดีลได้เลย” อธิปรับคำสั่งเจ้านายที่กำลังเดินจ้ำอ้าวออกมาหลังจากคุยธุระเสร็จเร
Rrrrrrrเสียงสมาร์ตโฟนบนที่เขาวางบนโต๊ะประชุมสั่นดังครืดคราด เขาเปิดแอพสนทนาไปดูก็เห็นข้อความมายาวเกือบหนึ่งหน้าพารากราฟ ซึ่งเป็นเรื่องเดิม ๆที่บางอุบลสั่งไว้ก่อนที่เธอจะไปเรียน เธอย้ำคิดย้ำทำจนเขาแทบจะท่องได้จำขึ้นใจ“ถ้าหนูปวดฉี่ฉี่ ปวดอึอึ๊ไหม ต้องบอกปะป๊านะลูก โอเค๊” เด็กน้อยพยักหน้ารับ เด็กน้อยรู้ความมากแล้ว และสามารถบอกความต้องการของตัวเองได้แล้วปางอุบลเพิ่งจะหัดให้เขาเลิกใส่แพมเพิสในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนยังคงให้ใส่อยู่เพราะเขายังติดนอนฉี่ใส่แพมเพิสตอนกลางคืนอยู่“ปับป๊า หม่ำ ๆ”“หิวแล้วหรือ” เด็กน้อยพยักหน้ารับ ก่อนที่ภูเบศร์จะเงยหน้าขึ้นไปแจ้งพนักงาน“ทุกคนครับงั้นเดี๋ยวพักการประชุมสัก 30 นาที แล้วค่อยมาประชุมกันต่อนะครับ” ทุกคนพยักหน้ารับทราบ รอจนผู้เป็นนายเดินออกไปแล้วจึงหันมาซุบซิบกันต่อภูเบศร์อุ่นนมให้ลูกชาย ส่วนอธิปก็ช่วยหยิบข้าวเด็กมาอุ่นในไมโครเวฟแล้วส่งให้ภูเบศร์ จากนั้นเขาก็เริ่มป้อนนมป้อนข้าวลูก“ปับป๊า ดินปวดฉี่ฉี่” จากนั้นก็ถอดกางเกงให้ลูกพาเข้าไปฉี่ในห้องน้ำ แล้วก็ออกมากินนมต่อ ภูเบศร์ปูฟูกที่มุมหนึ่งของห้องทำงาน เด็กน้อยก็ล้มตัวลงนอนยกขาขึ้นมาไขว่ห้
“แง้ ~ แม่~” เด็กน้อยงอแง ร้องหาแม่“เดี๋ยวแม่กลับมาครับ แม่ไปเรียน เดี๋ยวตอนเย็น ๆค่อยไปรับแม่กันนะครับ โอเค๊” เด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักพ่อในห้องทำงาน ลืมแม่ไปได้เพียงแป๊บเดียว แต่ทว่าพอนึกถึงแม่ขึ้นมาก็ร้องไห้โยเยอีก“ธิป ช่วยหน่อยสิวะ”“อ้อ ครับ ๆ” เขาเดินไปหยิบตุ๊กตายางบีบแล้วบีบเสียงปี๊บ ๆเล่นกันเด็กน้อย“น้องดิน ๆ ปี๊บ ๆ เห็นไหม”“แง้~ แม่” เด็กน้อยไม่สนใจ อธิปเกาหัวแกรกๆ ต้องหาอะไรมาหลอกล่อแล้ว เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นเปิดเพลงเบเบี้ ชาร์คขึ้นมาพร้อมกับเต้นอวดสะโพกโยกย้ายตามจังหวะเพลง“เบ้บี้ ชาร์ก ดูด ดู ดู ดูด ฯลฯ”“ฮะ ฮ้า~~”เด็กน้อยตบมือ หัวเราะชอบใจ พร้อมดิ้นลงจากตักผู้เป็นพ่อ เด็กน้อยโยกคลอนศีรษะ และร่างกายไปด้วยตามจังหวะเพลง ดูท่าว่าจะได้ผลเสียด้วย“ปับ ป๊า เต้น เต้น” เด็กน้อยดึงมือคนเป็นพ่อให้ลุกขึ้นมาเต้นเข้าจังหวะเพลงด้วยกัน ช่วยไม่ได้เขาก็ต้องเอาใจลูกสักหน่อย ภูเบศร์จึงลุกขึ้นเต้นกับลูกด้วยขณะที่ทั้งสามคนกำลังเต้นแร้งเต้นกากันอย่างสนุกสนาน จารุณีที่เดินมาตามภูเบศร์เข้าประชุมบริษัทก็เห็นเข้ากับภาพน่ารักของทั้งสามคนจากกระจกบานกว้างหน้าห้องที่ไม่ได้ปิดม่านอัตโนมัติ
เด็กน้อยเติบใหญ่ขึ้นทุกวัน แถมยังคุยเก่ง คุยไม่หยุด ตอนนี้เขามีอายุได้สองขวบแล้ว เรียกพ่อกับแม่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน แถมยังเป็นเด็กที่ช่างซักช่างถามเป็นเจ้าหนูจำไมอีกด้วย และหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นที่ภูเบศร์ได้เปิดอกเปิดใจกับผู้เป็นพ่อ ทำให้เขาเริ่มที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลง เขายอมรับว่าการที่มีกำแพงกับปางอุบลเพราะเรื่องราวครอบครัวของเขาในอดีตที่ทำให้เขามีชุดความคิดแบบนั้น เขาเกลียดผู้หญิงคนนั้นของพ่อที่มาแย่งพ่อไปจากแม่ เลยทำให้เขาพลอยตั้งแง่กับปางอุบลไปด้วยว่าเป็นผู้หญิงที่หิวเงินเหมือน ๆกัน แต่เมื่อเขายอมรับได้แล้วว่าควรปล่อยวาง ก็ทำให้เขาไม่รู้สึกผิดที่จะรักเธอได้เต็มหัวใจ ภูเบศร์กับพ่อของเขาเริ่มมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น และเขาก็เปิดใจที่จะกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับพ่อของเขา และยอมรับในตัววดี ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของเขา และน้องชายต่างมารดาอย่างภูวินทร์ก็สนิทสนมกันมากขึ้น เบื้องหน้าทางเข้าเช็คอินที่สนามบิน ภูเบศร์ ปางอุบลและเด็กน้อย ก็เดินทางไปส่งครอบครัวเขาด้วย วดีและภูวินทร์อยากเจอหลานชายมาก ภูดิสจึงพาทุกคนบินกลับมาเที่ยวพักผ่อนกันภายในครอบครัว ทุกคนใช้เวลาต
“ฉันจะดูแลเขาให้ดี อิงเธอไม่ต้องห่วงเขานะ” ใบหน้าซีดเซียวพยักหน้ารับ“ที่รักขอโทษนะ ที่ฉันดูแลคุณได้ไม่ดีพอ ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีของคุณไม่ได้” ภูดิสประคองศีรษะของเธอซบลงที่บ่าเขา“ทำไมเธอพูดอย่างนั้นล่ะอิง เธอทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้วทั้งภรรยาและแม่ของลูก”“ฉันรู้ตัวดีว่าฉันบกพร่อง ฉันให้ความสุขคุณไม่ได้” พูดไปถึงตรงนี้เธอก็เริ่มมีน้ำตาขึ้นมาอีก นับตั้งแต่เธอตั้งท้องลูกชาย จนจวบจนถึง ณ ตอนนี้เธอก็ไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาเลย ด้วยเพราะสุขภาพไม่ดี เธออยากมีลูกอีกสักคนก็ไม่สามารถมีได้เพราะตั้งแต่มีลูกคนแรกร่างกายก็ทรุดโทรมลงไปมาก อย่างไม่ทราบสาเหตุ“วดี ขอบใจเธอมากที่มาช่วยแบ่งเบาภาระ ฉันไม่ไว้ใจใครนอกจากเธอนะ” เหม่ยอิงแย้มยิ้มก่อนที่จะจับมือสามีของเธอและวดีมาเกาะกุมกันไว้“คุณหญิง”“คุณคะ ต่อไปนี้ให้วดีดูแลคุณต่อจากฉันนะคะ เป็นคำขอสุดท้าย ก่อนที่ฉันจะไม่อยู่แล้ว ฉันบอกให้วดีคอยดูแลคุณเองค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ค่อยชอบใจนัก แต่ฉันว่าฉันดูคนไม่ผิดนะที่รัก”“พูดอะไรกันอิง เธอยังอยู่ได้อีกนาน”“ฉันรู้ตัวดีค่ะ” ร่างผ่ายผอมแย้มยิ้มให้กับทั้งคู่ ภูดิสมองหน้าวดี เพราะอย่างนี้นี่เองที่วดีชอบเข้าหาเ







