LOGINเมื่อกลับมาถึงโต๊ะ อลิซก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไปโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองฝั่งตรงข้ามอีก ทว่าความสงบก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อเธอรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างจากโต๊ะตัวถัดไปซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
นักศึกษาชายต่างคณะสามคนกำลังนั่งจับกลุ่มกันอยู่ตรงนั้น พวกเขากระซิบกระซาบและหันมามองทางเธอสลับกับมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ หนึ่งในนั้นยกโทรศัพท์ขึ้นมาในระดับสายตา เลนส์กล้องหันตรงมาที่อลิซอย่างชัดเจน
อลิซขมวดคิ้ว รู้สึกอึดอัดกับสายตาแทะโลมและพฤติกรรมไร้มารยาทของคนกลุ่มนั้น เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลบมุมกล้อง แต่พวกเขาก็ยังพยายามขยับตาม หญิงสาวเตรียมจะลุกขึ้นเดินไปบอกให้พวกเขาลบรูป แต่คนที่ไวกว่าเธอกลับเป็นผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ครอสปิดหนังสือตรงหน้าเสียงดังปังจนอลิซสะดุ้ง เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เก้าอี้ถูกผลักไปด้านหลังอย่างแรงจนเกิดเสียงครูดกับพื้น ชายหนุ่มเดินล้วงกระเป๋าตรงไปยังโต๊ะของกลุ่มนักศึกษาชายพวกนั้นด้วยท่วงท่าที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาชัดเจน
บรรยากาศรอบโต๊ะตัวนั้นเย็นเยียบลงกะทันหัน นักศึกษาชายทั้งสามคนหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนค้ำหัวพวกเขาอยู่ ไม่มีใครในมหาวิทยาลัยนี้ไม่รู้จักชื่อเสียงความโหดเหี้ยมของครอส
ครอสยื่นมือออกไปตรงหน้าผู้ชายคนที่ถือโทรศัพท์มือถือ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาดุดันที่กดต่ำลงมานั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำข่าใดๆ ผู้ชายคนนั้นมือสั่นเทา รีบวางโทรศัพท์ลงบนฝ่ามือหนาอย่างลนลาน
นิ้วยาวของครอสกดปลดล็อกหน้าจอ เลื่อนดูรูปภาพล่าสุดในคลังภาพ เมื่อเห็นว่าเป็นรูปแอบถ่ายของอลิซที่กำลังนั่งก้มหน้าจดหนังสือ เขาก็กดลบมันทิ้งทั้งหมด รวมไปถึงรูปที่อยู่ในถังขยะของเครื่องด้วย
ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์คืนลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง สันกรามคมนูนขึ้นจากการขบกัดฟัน
"ถ้าพวกมึงยังอยากมีตากลับไปมองหน้าพ่อแม่... ก็อย่าให้กูเห็นว่าพวกมึงมองมาที่โต๊ะกูอีก" น้ำเสียงกดต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่
ทั้งสามคนพยักหน้ารับรัวๆ รีบเก็บของและลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากหอสมุดไปแทบจะไม่ทัน โดยไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง
ครอสเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้น เขาตวัดสายตามองอลิซที่กำลังนั่งเบิกตากว้างมองเขาอยู่
"ขะ... ขอบคุณนะคะที่ช่วยลบรูปให้" อลิซเอ่ยเสียงแผ่ว รู้สึกขอบคุณเขาจากใจจริง แต่ก็แอบหวาดหวั่นกับวิธีจัดการปัญหาที่เด็ดขาดของเขา
ครอสไม่ได้ตอบรับ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้และเปิดหนังสืออ่านต่อ ทำเหมือนคำขอบคุณของเธอเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน ทว่าอลิซกลับมองเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความน่ากลัวที่ใช้เพื่อข่มขู่คนอ่อนแอ แต่มันคือความน่ากลัวที่ใช้เพื่อปกป้อง
เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงเย็น ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยสว่างไสวถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีดำทะมึน อลิซเก็บของใส่กระเป๋าเมื่อเห็นว่าได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว ครอสเองก็รวบรวมหนังสือของเขาไปคืนที่ชั้นวางก่อนจะเดินกลับมารอเธอที่หน้าประตูทางออก
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูอาคารหอสมุด หยาดฝนเม็ดใหญ่ก็ตกลงมากระทบพื้นปูนอย่างหนักหน่วง ลมกระโชกแรงจนต้นไม้เอนลู่ อลิซยืนมองสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาด้วยความหนักใจ เธอไม่ได้พกร่มมาด้วย และหอพักของเธอก็อยู่ไกลเกินกว่าจะวิ่งฝ่าฝนไปได้โดยไม่เปียกโชก
ครอสล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้สีดำใบใหญ่ของเขา หยิบร่มคันยาวสีดำสนิทออกมา เขาปลดปุ่มและกางร่มออกด้วยมือเดียว ร่มคันใหญ่กางออกบดบังสายฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามาใกล้
ชายหนุ่มก้าวเท้าลงไปยืนบนทางเท้าที่เปียกชุ่ม หันหน้ากลับมามองคนที่ยังยืนหลบฝนอยู่ใต้ชายคา
อลิซมองผู้ชายตัวโตที่ยืนอยู่ใต้ร่มคันใหญ่ เขาไม่ได้พูดเชิญชวน ไม่ได้มีรอยยิ้มอบอุ่น มีเพียงสายตาคมกริบที่จ้องมองมาที่เธออย่างสื่อความหมาย
"ยืนบื้ออยู่ทำไม" เสียงทุ้มแข่งกับเสียงฝนที่ตกกระทบพื้น
อลิซลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เธอจึงตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปยืนใต้ร่มคันเดียวกันกับเขา พื้นที่ใต้ร่มแม้จะกว้างแต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับคนสองคนหากไม่ยืนชิดกัน ไหล่ซ้ายของอลิซสัมผัสกับต้นแขนแกร่งของเขาเล็กน้อย
ครอสปรายตามองไหล่บางที่กำลังพยายามหดหนีเพื่อไม่ให้สัมผัสโดนตัวเขา ชายหนุ่มขยับร่มในมือให้เอียงไปทางเธอมากขึ้นจนไหล่ขวาของเขาเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน
"ขยับเข้ามาใกล้ๆ ฉัน ถ้าไม่อยากเปียกจนดูไม่ได้"
บรรยากาศในโรงอาหารของคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยความพลุกพล่าน เสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ที่แต่งท่อไอเสียดังกระหึ่มสลับกับเสียงตะโกนทักทายของกลุ่มนักศึกษาชาย ครอสและเจคเลือกที่นั่งตรงมุมสุดของโรงอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย ทว่ารังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของครอสก็ยังทำให้ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้ามาใกล้โต๊ะของพวกเขาอยู่ดี
เจคดูดน้ำจากแก้วพลาสติกจนเกิดเสียงดัง ซ้อนตามองเพื่อนสนิทที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือมานานกว่าสิบนาทีแล้ว ข้าวในจานของครอสพร่องไปเพียงเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม นิ้วยาวเลื่อนหน้าจอไปมาเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
ตอนพิเศษ 4 บทสรุปอนาคตเกลียวคลื่นสีขาวซัดสาดเข้าหาชายฝั่งทรายเนียนละเอียด สายลมเย็นพัดพากลิ่นอายของทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า พื้นที่สวนกว้างขวางหลังบ้านพักตากอากาศส่วนตัวถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานมงคลสมรสขนาดกะทัดรัด แต่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างหาที่สุดไม่ได้ท้องฟ้าเบื้องหน้าเริ่มถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำลงสู่เส้นขอบฟ้า แสงแดดยามเย็นสะท้อนผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ถูกจัดวางอย่างประณีตเรียบง่ายตรงลานหญ้าหันหน้าออกสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ไม่มีแขกเหรื่อนับพัน ไม่มีสื่อมวลชน ไม่มีนักธุรกิจหน้าเลือดมาร่วมแสดงความยินดี งานนี้มีเพียงเพื่อนสนิทและผู้ใต้บังคับบัญชาที่จงรักภักดีมาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญที่สุดของนายใหญ่และนายหญิงของพวกเขาครอสยืนตระหง่านอยู่บริเวณซุ้มดอกไม้ ชายหนุ่มละทิ้งเสื้อผ้าโทนสีดำสนิทที่มักจะสวมใส่เป็นประจำ หันมาสวมชุดสูทสีขาวสะอาดตาตัดเย็บประณีตเข้ารูป ทรงผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดระเบียบเปิดหน้าผาก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความ
"อืม... อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ ตรงที่ไหม้มันก็กรอบๆ ดีนะ" เธอส่งยิ้มหวานให้เขา"ไม่ต้องมาฝืนชมเลยพี่รู้ว่ามันขม" ครอสส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือไปคว้าส้อมจากมือเธอ "คายออกมาเลยอลิซ เดี๋ยวพี่โทรสั่งอาหารมาให้ใหม่""ไม่เอาค่ะ หนูจะกินจานนี้" อลิซเบี่ยงตัวหลบ ยื้อแย่งส้อมกลับมาถือไว้แน่น "มื้อเช้าที่สามีตั้งใจทำให้ภรรยากิน จะทิ้งลงถังขยะได้ยังไงคะ หนูเสียดายแย่"คำว่า '
แต่ตั้งแต่อลิซก้าวเข้ามาในชีวิตของมัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีแต่ความดื้อรั้นและความจริงใจ เธอค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งนั้นลงทีละนิด เธอสอนให้มันรู้จักความอบอุ่น สอนให้มันรู้ว่าการรักใครสักคนมันไม่ได้ทำให้ตัวเองอ่อนแอลง แต่มันทำให้มีความหมายในการมีชีวิตอยู่มากขึ้นไอ้หมาบ้าที่เคยกัดทุกคนที่ขวางหน้า ตอนนี้มันกลายเป็นผู้ชายที่ยอมคุกเข่าอ้อนเมีย ยอมมาเดินเลือกผ้าปูที่นอนสีชมพูเพียงเพื่ออยากให้ผู้หญิงของมันนอนหลับสบาย"มองหน้ากูทำไม" ครอสทักขึ้นเมื่อเห็นผมยืนยิ้มเงียบๆ"เปล่า กูแค่กำลังคิดว่า..." ผมตบไหล่มันเบาๆ สองที แววตาของผมเต็มไปด้วยความจริงใจและยินดีกับมันจากใจจริง "...กูดีใจนะเว้ย ที่มึงมีวันนี้ วันที่มึงยิ้มได้เต็มปากสักที ขอบคุณน้องอลิซจริงๆ ที่เข้ามาปราบปีศาจอย่างมึงให้อยู่หมัด"ครอสชะงักไปเล็กน้อย มันมองผมด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะถอนหายใจยาวและตวัดสายตามองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน"พูดมากน่ารำคาญ ไปจ่ายเงินได้แล้ว กูต้องรีบกลับไปรับอลิซที่แกลเลอรี่"มันเดินนำหน้าผมไปที่แคชเชียร์ ทิ้งให้ผมยืนหัวเราะอยู่คนเดียวเออ... ไอ้มาเฟีย
แต่เปล่าเลยครับ... สิ่งที่มันกำลังจ้องจนตาแทบถลน คือชุดผ้าปูที่นอนสีพาสเทลสองชุดมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนและชกต่อยของมัน กำลังยกขึ้นมาลูบปลายคางตัวเองอย่างใช้ความคิดหนัก สายตาของมันสลับมองระหว่าง 'ชุดผ้าปูที่นอนสีชมพูพีชลายดอกไม้เล็กๆ' กับ 'ชุดผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อนลายตาราง'ภาพความย้อนแย้งระดับสิบกะโหลกนี้ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดโหมดกล้องวิดีโอและกดบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้เอาไว้ทันที
"อยู่ค่ะ" อลิซแพนกล้องโทรศัพท์ไปทางผู้จัดการที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่หน้าโต๊ะ"มึงไปบอกพวกมัน..." ครอสกกดเสียงต่ำ ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ส่งผ่านหน้าจอมาได้อย่างชัดเจน "...ว่าถ้าพวกมันอยากได้เพิ่มอีกห้าเปอร์เซ็นต์ ก็ให้พวกมันเอาแผ่นดินของพวกมันคืนไป แล้วเตรียมตัวรับมือกับทนายของกูเรื่องทำผิดข้อตกลงเดิมได้เลย กูไม่ต่อสัญญา และกูจะถอนทุนสร้างกาสิโนใหม่ที่อื่น มึงไปจัดการบอกพวกมันเดี๋ยวนี้!"ผู้จัดการหน้าซีดไร้สีเลือด รีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างลนลาน "ตะ... แต่ว่านายครับ ถ้าเราถอนตัวตอนนี้ เราจะเสียเปรียบเรื่องการหาทำเลใหม่ในย่านนั้นนะครับ ฝั่งนั้นเขาอ้างว่าเขามีผู้เช่ารายใหม่รอเสียบอยู่แล้ว...""มึงกำลังสอนกูทำงานเหรอ" น้ำเสียงของครอสเย็นเยียบจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "กูสั่งให้มึงไปบอกพวกมันตามนี้ ถ้ามึงจัดการเรื่องแค่นี้ไม่ได้ มึงก็เก็บของออกจากบริษัทกูไปซะ!"อลิซหันโทรศัพท์กลับมาหาตัวเอง เธอมองสีหน้าท่าทางของผู้จัดการแล้วรู้สึกสงสาร แต่เธอก็เข้าใจหลักการทำงานของครอสดี เขาไม่เคยยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครข่มขู่"เอ่อ... พี่ครอสคะ ใจเย็นๆ ก่อน สิคะ"
อลิซขมวดคิ้ว เธอลดโทรศัพท์ลงและหันไปมองคนที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียง "พี่ครอสคะ ผู้จัดการบอกว่ามีเอกสารด่วนเรื่องสัญญาเช่าที่ต้องเซ็นวันนี้ค่ะ"ครอสดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงทันที สันกรามคมนูนขึ้นจากการใช้ความคิด ความรับผิดชอบในหน้าที่ทำให้เขาพยายามสลัดความเหนื่อยล้าทิ้ง "เอาโทรศัพท์มาให้พี่ เดี๋ยวพี่สั่งให้มันเอาเอกสารมาให้เซ็นที่นี่""ไม่ได้ค่ะ!" อลิซดึงโทรศัพท์หลบมือเขา "หมอบอกว่าพี่ห้ามลุกขึ้นมาเครียดเรื่องงานเด็ดขาด สภาพพี่ตอนนี้แค่นั่งยังจะล้มเลยนะคะ พี่จะมานั่งอ่านสัญญาตัวหนังสือเล็กๆ ได้ยังไง""แต่มันเป็นเอกสารสำคัญ ถ้าพลาดไปธุรกิจเราจะเสียหายนะอลิซ" ชายหนุ่มพยายามอธิบายด้วยเหตุผลอลิซเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าเรื่องงานสำคัญสำหรับเขามากแค่ไหน หญิงสาวตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมากรอกเสียงลงไปอีกครั้ง "ไม่ต้องเอาเอกสารมาที่นี่ค่ะ เตรียมทุกอย่างไว้ที่ห้องทำงานที่ผับ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเอาเอง"สิ้นคำสั่ง เธอตัดสินใจกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบรับจากปลายสาย"อลิซ! หนูจะไปที่นั่นได้ยังไง มันวุ่นวาย แล้วพวกนั้นก็หน้าตาไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น" ครอสเบิก







