LOGINวันต่อมา บรรยากาศภายในหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยเงียบสงบตามแบบฉบับของสถานที่ที่ต้องการสมาธิ อลิซมาถึงก่อนเวลานัดสิบห้านาที เธอเลือกโต๊ะตัวใหญ่ตรงมุมในสุดของชั้นสามซึ่งเป็นหมวดหนังสือจิตวิทยา หญิงสาววางกระเป๋าและสมุดจดลงบนโต๊ะ หยิบปากกาขึ้นมาเคาะเบาๆ กับขอบสมุดเพื่อระบายความตื่นเต้นที่ปะปนกับความประหม่า
เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายสองโมงตรงเป๊ะ เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากหัวมุมทางเดิน อลิซเงยหน้าขึ้นมองและพบกับร่างสูงใหญ่ของครอสที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา เขาอยู่ในชุดนักศึกษาที่ถูกจัดระเบียบอย่างลวกๆ ชายเสื้อหลุดรุ่ยออกนอกกางเกงยีนสีเข้ม แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักสีดำสนิทที่โผล่พ้นชายเสื้อช็อปสีเลือดหมูซึ่งถูกพาดไว้บนบ่ากว้าง
เขาไม่ได้พูดอะไรตอนที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ขาวางพาดกันด้วยท่วงท่าสบายๆ สายตาคมกริบกวาดมองกองสมุดและปากกาบนโต๊ะก่อนจะตวัดขึ้นสบตากับเธอ
"หนูจดรหัสหนังสือที่ต้องใช้มาบ้างแล้วค่ะ" อลิซเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ เธอเลื่อนกระดาษแผ่นเล็กที่มีรหัสหนังสือเรียงรายอยู่ไปตรงหน้าเขา "พี่ครอสช่วยหาในหมวดตัวอักษรซีถึงเอฟได้ไหมคะ เดี๋ยวหนูจะไปหาหมวดที่เหลือเอง"
ครอสก้มมองกระดาษแผ่นนั้นนิ่งๆ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมา เขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่ลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปยังชั้นหนังสือที่ระบุไว้ตามรหัส อลิซลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เขาไม่ได้ทำตัวมีปัญหาอย่างที่กังวล เธอรีบลุกขึ้นและเดินไปหาหนังสือในส่วนของตัวเองเช่นกัน
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง อลิซหอบหนังสือเล่มหนาสามเล่มกลับมาที่โต๊ะ เธอพบว่าครอสนั่งอยู่ที่เดิมแล้ว บนโต๊ะฝั่งของเขามีหนังสือสี่เล่มวางซ้อนกันอยู่ ชายหนุ่มกำลังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตาจดจ้องไปยังเนื้อหาในหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกเปิดกางไว้
อลิซนั่งลงฝั่งตรงข้าม ค่อยๆ เปิดหนังสือของตัวเองและเริ่มจดบันทึกเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง บรรยากาศรอบโต๊ะตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงขีดเขียนของปากกา หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะลอบมองใบหน้าด้านข้างของผู้ชายตรงหน้าเป็นระยะ
รอยแผลเป็นจางๆ ตรงหางคิ้วซ้ายของเขาไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาลดลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเพิ่มความดุดันและน่าค้นหาให้ผู้ชายคนนี้มากขึ้นไปอีก สันกรามคมชัดนูนขึ้นเล็กน้อยทุกครั้งที่เขาขบฟันเวลาใช้ความคิด เปลือกตาที่หลุบต่ำมองตัวหนังสือบดบังแววตาเย็นชาที่มักจะทำให้คนรอบข้างหวาดกลัวไปจนหมดสิ้น ในมุมมองนี้ เขาดูเหมือนแค่นักศึกษาชายธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจอ่านหนังสือ
"ถ้าเธอเอาแต่จ้องหน้าฉัน งานวันนี้คงไม่เสร็จ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยที่เจ้าของเสียงยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหนังสือด้วยซ้ำ
อลิซสะดุ้งสุดตัว รีบก้มหน้างุดมองสมุดจดของตัวเองทันที ใบหน้าขาวเนียนซับสีเลือดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปถึงใบหูที่ถูกจับได้ว่าแอบมองเขา หญิงสาวพยายามรวบรวมสมาธิกลับมาที่ตัวหนังสือตรงหน้า แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะไปเสียแล้ว
เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ อลิซพบว่าเนื้อหาในหนังสือที่เธอมีไม่เพียงพอต่อการวิเคราะห์ เธอจึงลุกขึ้นเดินกลับไปยังชั้นหนังสือหมวดเดิมอีกครั้ง สายตาไล่มองตามสันหนังสือบนชั้นจนสะดุดเข้ากับเล่มที่ต้องการ ทว่าปัญหาก็คือมันถูกวางไว้บนชั้นบนสุดซึ่งเกินกว่าความสูงของเธอจะเอื้อมถึง
หญิงสาวเขย่งปลายเท้าจนสุด พยายามยืดแขนออกไปให้ถึงสันหนังสือ นิ้วชี้ของเธอแตะโดนขอบหนังสือได้เพียงนิดเดียว แต่ก็ไม่สามารถดึงมันลงมาได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก เขย่งเท้าขึ้นอีกครั้งและออกแรงผลักหนังสือเล่มข้างๆ เพื่อให้เกิดช่องว่าง
จังหวะที่เธอกำลังจะเสียการทรงตัว แผ่นหลังบางก็สัมผัสเข้ากับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อของใครบางคนจากด้านหลัง
อลิซเบิกตากว้าง กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่เธอจำได้แม่นลอยมาแตะจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะเป็นศูนย์ ความร้อนจากร่างกายของเขาส่งผ่านเนื้อผ้ามาถึงแผ่นหลังของเธอจนรู้สึกได้ชัดเจน
แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดนูนชัดยื่นข้ามศีรษะของเธอไปหยิบหนังสือเล่มที่เธอต้องการลงมาอย่างง่ายดาย ท่อนแขนของเขาเสียดสีกับต้นแขนของเธอเพียงแผ่วเบา แต่มันกลับทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่างของอลิซ
ครอสขยับตัวถอยห่างออกไปเพียงครึ่งก้าวเพื่อไม่ให้เธอล้มลงมาทับ แต่เขายังไม่ได้ถอยออกไปไกลพอที่จะทำให้เธอหลุดพ้นจากเขตแดนความกดดันของเขา
"เล่มนี้ใช่ไหม" น้ำเสียงราบเรียบดังขึ้นเหนือศีรษะ
อลิซหมุนตัวกลับไปมองเขาช้าๆ ดวงตากลมโตสั่นระริกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาในระยะประชิดขนาดนี้ เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเพราะส่วนสูงที่แตกต่างกันมาก ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นอกจากสายตาคมกริบที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ
"ชะ... ใช่ค่ะ ขอบคุณค่ะ" อลิซตอบเสียงตะกุกตะกัก รีบยื่นมือไปรับหนังสือเล่มนั้นมากอดไว้แนบอก
ครอสไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ทิ้งให้อลิซยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาเป็นปกติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามบอกตัวเองว่าเขาแค่เดินมาช่วยหยิบหนังสือ ไม่ได้มีความหมายอะไรมากกว่านั้น
ตอนพิเศษ 4 บทสรุปอนาคตเกลียวคลื่นสีขาวซัดสาดเข้าหาชายฝั่งทรายเนียนละเอียด สายลมเย็นพัดพากลิ่นอายของทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า พื้นที่สวนกว้างขวางหลังบ้านพักตากอากาศส่วนตัวถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานมงคลสมรสขนาดกะทัดรัด แต่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างหาที่สุดไม่ได้ท้องฟ้าเบื้องหน้าเริ่มถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำลงสู่เส้นขอบฟ้า แสงแดดยามเย็นสะท้อนผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ถูกจัดวางอย่างประณีตเรียบง่ายตรงลานหญ้าหันหน้าออกสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ไม่มีแขกเหรื่อนับพัน ไม่มีสื่อมวลชน ไม่มีนักธุรกิจหน้าเลือดมาร่วมแสดงความยินดี งานนี้มีเพียงเพื่อนสนิทและผู้ใต้บังคับบัญชาที่จงรักภักดีมาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญที่สุดของนายใหญ่และนายหญิงของพวกเขาครอสยืนตระหง่านอยู่บริเวณซุ้มดอกไม้ ชายหนุ่มละทิ้งเสื้อผ้าโทนสีดำสนิทที่มักจะสวมใส่เป็นประจำ หันมาสวมชุดสูทสีขาวสะอาดตาตัดเย็บประณีตเข้ารูป ทรงผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดระเบียบเปิดหน้าผาก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความ
"อืม... อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ ตรงที่ไหม้มันก็กรอบๆ ดีนะ" เธอส่งยิ้มหวานให้เขา"ไม่ต้องมาฝืนชมเลยพี่รู้ว่ามันขม" ครอสส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือไปคว้าส้อมจากมือเธอ "คายออกมาเลยอลิซ เดี๋ยวพี่โทรสั่งอาหารมาให้ใหม่""ไม่เอาค่ะ หนูจะกินจานนี้" อลิซเบี่ยงตัวหลบ ยื้อแย่งส้อมกลับมาถือไว้แน่น "มื้อเช้าที่สามีตั้งใจทำให้ภรรยากิน จะทิ้งลงถังขยะได้ยังไงคะ หนูเสียดายแย่"คำว่า '
แต่ตั้งแต่อลิซก้าวเข้ามาในชีวิตของมัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีแต่ความดื้อรั้นและความจริงใจ เธอค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งนั้นลงทีละนิด เธอสอนให้มันรู้จักความอบอุ่น สอนให้มันรู้ว่าการรักใครสักคนมันไม่ได้ทำให้ตัวเองอ่อนแอลง แต่มันทำให้มีความหมายในการมีชีวิตอยู่มากขึ้นไอ้หมาบ้าที่เคยกัดทุกคนที่ขวางหน้า ตอนนี้มันกลายเป็นผู้ชายที่ยอมคุกเข่าอ้อนเมีย ยอมมาเดินเลือกผ้าปูที่นอนสีชมพูเพียงเพื่ออยากให้ผู้หญิงของมันนอนหลับสบาย"มองหน้ากูทำไม" ครอสทักขึ้นเมื่อเห็นผมยืนยิ้มเงียบๆ"เปล่า กูแค่กำลังคิดว่า..." ผมตบไหล่มันเบาๆ สองที แววตาของผมเต็มไปด้วยความจริงใจและยินดีกับมันจากใจจริง "...กูดีใจนะเว้ย ที่มึงมีวันนี้ วันที่มึงยิ้มได้เต็มปากสักที ขอบคุณน้องอลิซจริงๆ ที่เข้ามาปราบปีศาจอย่างมึงให้อยู่หมัด"ครอสชะงักไปเล็กน้อย มันมองผมด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะถอนหายใจยาวและตวัดสายตามองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน"พูดมากน่ารำคาญ ไปจ่ายเงินได้แล้ว กูต้องรีบกลับไปรับอลิซที่แกลเลอรี่"มันเดินนำหน้าผมไปที่แคชเชียร์ ทิ้งให้ผมยืนหัวเราะอยู่คนเดียวเออ... ไอ้มาเฟีย
แต่เปล่าเลยครับ... สิ่งที่มันกำลังจ้องจนตาแทบถลน คือชุดผ้าปูที่นอนสีพาสเทลสองชุดมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนและชกต่อยของมัน กำลังยกขึ้นมาลูบปลายคางตัวเองอย่างใช้ความคิดหนัก สายตาของมันสลับมองระหว่าง 'ชุดผ้าปูที่นอนสีชมพูพีชลายดอกไม้เล็กๆ' กับ 'ชุดผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อนลายตาราง'ภาพความย้อนแย้งระดับสิบกะโหลกนี้ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดโหมดกล้องวิดีโอและกดบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้เอาไว้ทันที
"อยู่ค่ะ" อลิซแพนกล้องโทรศัพท์ไปทางผู้จัดการที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่หน้าโต๊ะ"มึงไปบอกพวกมัน..." ครอสกกดเสียงต่ำ ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ส่งผ่านหน้าจอมาได้อย่างชัดเจน "...ว่าถ้าพวกมันอยากได้เพิ่มอีกห้าเปอร์เซ็นต์ ก็ให้พวกมันเอาแผ่นดินของพวกมันคืนไป แล้วเตรียมตัวรับมือกับทนายของกูเรื่องทำผิดข้อตกลงเดิมได้เลย กูไม่ต่อสัญญา และกูจะถอนทุนสร้างกาสิโนใหม่ที่อื่น มึงไปจัดการบอกพวกมันเดี๋ยวนี้!"ผู้จัดการหน้าซีดไร้สีเลือด รีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างลนลาน "ตะ... แต่ว่านายครับ ถ้าเราถอนตัวตอนนี้ เราจะเสียเปรียบเรื่องการหาทำเลใหม่ในย่านนั้นนะครับ ฝั่งนั้นเขาอ้างว่าเขามีผู้เช่ารายใหม่รอเสียบอยู่แล้ว...""มึงกำลังสอนกูทำงานเหรอ" น้ำเสียงของครอสเย็นเยียบจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "กูสั่งให้มึงไปบอกพวกมันตามนี้ ถ้ามึงจัดการเรื่องแค่นี้ไม่ได้ มึงก็เก็บของออกจากบริษัทกูไปซะ!"อลิซหันโทรศัพท์กลับมาหาตัวเอง เธอมองสีหน้าท่าทางของผู้จัดการแล้วรู้สึกสงสาร แต่เธอก็เข้าใจหลักการทำงานของครอสดี เขาไม่เคยยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครข่มขู่"เอ่อ... พี่ครอสคะ ใจเย็นๆ ก่อน สิคะ"
อลิซขมวดคิ้ว เธอลดโทรศัพท์ลงและหันไปมองคนที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียง "พี่ครอสคะ ผู้จัดการบอกว่ามีเอกสารด่วนเรื่องสัญญาเช่าที่ต้องเซ็นวันนี้ค่ะ"ครอสดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงทันที สันกรามคมนูนขึ้นจากการใช้ความคิด ความรับผิดชอบในหน้าที่ทำให้เขาพยายามสลัดความเหนื่อยล้าทิ้ง "เอาโทรศัพท์มาให้พี่ เดี๋ยวพี่สั่งให้มันเอาเอกสารมาให้เซ็นที่นี่""ไม่ได้ค่ะ!" อลิซดึงโทรศัพท์หลบมือเขา "หมอบอกว่าพี่ห้ามลุกขึ้นมาเครียดเรื่องงานเด็ดขาด สภาพพี่ตอนนี้แค่นั่งยังจะล้มเลยนะคะ พี่จะมานั่งอ่านสัญญาตัวหนังสือเล็กๆ ได้ยังไง""แต่มันเป็นเอกสารสำคัญ ถ้าพลาดไปธุรกิจเราจะเสียหายนะอลิซ" ชายหนุ่มพยายามอธิบายด้วยเหตุผลอลิซเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าเรื่องงานสำคัญสำหรับเขามากแค่ไหน หญิงสาวตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมากรอกเสียงลงไปอีกครั้ง "ไม่ต้องเอาเอกสารมาที่นี่ค่ะ เตรียมทุกอย่างไว้ที่ห้องทำงานที่ผับ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเอาเอง"สิ้นคำสั่ง เธอตัดสินใจกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบรับจากปลายสาย"อลิซ! หนูจะไปที่นั่นได้ยังไง มันวุ่นวาย แล้วพวกนั้นก็หน้าตาไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น" ครอสเบิก



![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



