Masuk"มึงกำลังหาวิธีแฮกกล้องวงจรปิดของคณะศิลปกรรมอยู่หรือไงวะ จ้องซะจอจะทะลุอยู่แล้ว" เจคเอ่ยแซวพร้อมกับฉีกยิ้มกวนประสาท
ครอสเงยหน้าขึ้นมาปรายตามองเพื่อนด้วยหางตา สันกรามคมขบเข้าหากันเบาๆ ก่อนจะกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์และวางมันลงบนโต๊ะ
"กูแค่ดูงานของกลุ่ม" น้ำเสียงห้วนจัดตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
"งานกลุ่มหรือเด็กในกลุ่มมึงกันแน่" เจคหัวเราะในลำคอ เลื่อนตัวเข้ามากระซิบข้ามโต๊ะ "กูเห็นนะเว้ย เมื่อวานมึงเดินกางร่มไปส่งน้องอลิซถึงหน้าหอพัก สาวๆ ในมอช็อกกันเป็นแถวที่ไอ้มาเฟียหน้าตายอย่างมึงยอมให้คนอื่นเข้ามาอยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน"
"มึงว่างมากใช่ไหมเจค ถึงได้ตามเสือกเรื่องของกู" ครอสกอดอกพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในตาเพื่อนสนิทเพื่อปรามให้หยุดพูด
"เออๆ กูไม่เสือกก็ได้" เจคยกมือทั้งสองข้างขึ้นยอมแพ้ แต่ก็ยังไม่วายทิ้งท้าย "แต่กูขอเตือนมึงไว้อย่างนะเพื่อน ผู้หญิงแบบน้องอลิซเขาบอบบางเกินกว่าจะมารับมือกับเรื่องห่ามๆ ในโลกของมึง ถ้ามึงไม่ได้คิดจะจริงจัง ก็อย่าเอาตัวไปวนเวียนให้เด็กมันต้องมาเดือดร้อนเพราะมึงเลย"
คำเตือนของเพื่อนสนิททำให้ครอสชะงักไปชั่วครู่ เขาไม่ได้ตอบรับอะไรนอกจากคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด ความจริงแล้วเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมสายตาของเขาถึงต้องคอยมองหาผู้หญิงคนนั้นอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่เขากำหนดกฎเกณฑ์ให้ตัวเองชัดเจนมาตลอดว่าจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาเป็นจุดอ่อนในชีวิตเด็ดขาด
ทว่าความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้นตอนที่เธอพยายามปกป้องกระเป๋าเงินของตัวเอง กลับทำให้สัญชาตญาณความต้องการครอบครองและปกป้องในตัวเขาถูกปลุกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
ช่วงบ่ายแก่ๆ อลิซนั่งอยู่ริมหน้าต่างของร้านกาแฟขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ซอยด้านหลังมหาวิทยาลัย ร้านนี้ค่อนข้างเงียบสงบและมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาอย่างพอเหมาะ ซึ่งเหมาะสำหรับการทำงานศิลปะ หญิงสาวกางขาหยั่งไม้ขนาดกลางออก วางผืนผ้าใบลงไปและเริ่มผสมสีอะคริลิกบนจานสีด้วยความประณีต
เธอรับจ้างวาดภาพพอร์ตเทรตเพื่อหาเงินพิเศษมาจ่ายค่าเช่าหอพักและค่ากินอยู่ หลังจากที่ประกาศตัดขาดเรื่องเงินกับพ่อไปเมื่อวันก่อน เธอรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าจะต้องลำบากมากขึ้น แต่เธอก็ยอมทนดีกว่าต้องกลับไปทนให้แม่เลี้ยงกดขี่ข่มเหง
ปลายพู่กันเรียวเล็กตวัดลงบนผืนผ้าใบอย่างเชื่องช้า สมาธิทั้งหมดถูกจดจ่ออยู่กับการสร้างสรรค์ผลงานตรงหน้า จนกระทั่งเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนกลุ่มหนึ่งที่ทำให้มือของอลิซชะงักกึก
ชายฉกรรจ์สองคนในชุดเสื้อยืดสีทึบเดินก้าวเข้ามาภายในร้าน สายตาของพวกมันกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่มุมริมหน้าต่าง พวกมันคือลูกน้องของแม่เลี้ยงที่เคยตามมาขู่เอาเงินจากเธอที่หลังตึกคณะเมื่อหลายวันก่อน
อลิซกำพู่กันในมือแน่นจนข้อพ้องขาว หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว เธอพยายามกวาดสายตามองหาพนักงานร้านหรือลูกค้าคนอื่นเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ในเวลานี้ร้านกาแฟกลับมีลูกค้านั่งอยู่เพียงไม่กี่โต๊ะ และพนักงานก็กำลังง่วนอยู่หลังเคาน์เตอร์ชงเครื่องดื่ม
พวกมันเดินตรงดิ่งเข้ามาหาอลิซพร้อมกับรอยยิ้มแสยะที่น่ารังเกียจ
"ว่าไงอีหนู มานั่งวาดรูปเล่นสบายใจเฉิบเลยนะ" หนึ่งในนั้นเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงคุกคาม พร้อมกับใช้มือหยาบกร้านตบลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดัง
"พวกนายต้องการอะไร ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันไม่มีเงินให้พวกนายอีกแล้ว" อลิซพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอขยับตัวบังผืนผ้าใบที่วาดค้างไว้โดยอัตโนมัติ
"อย่ามาตอแหลว่าไม่มีเงิน จ่ายมาซะดีๆ ก่อนที่พวกฉันจะพังร้านนี้ให้เละ" ชายอีกคนพูดเสริม พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวอลิซมากขึ้น
"ออกไปจากร้านนี้นะ ไม่งั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจจริงๆ ด้วย" อลิซล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าผ้าเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือ
ทว่าลูกน้องของแม่เลี้ยงกลับไวกว่า มันพุ่งตัวเข้ามากระชากแขนของอลิซอย่างแรงจนโทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นหน้าจอแตกกระจาย อลิซร้องอุทานด้วยความตกใจ พยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการจับกุม
"ฤทธิ์เยอะนักนะมึง! ถ้ามึงไม่มีเงินให้ งั้นกูก็จะพังไอ้รูปบ้าๆ นี่ซะ!" มันตะคอกใส่หน้าอลิซ ก่อนจะเงื้อหมัดเตรียมจะต่อยลงไปบนผืนผ้าใบที่ยังวาดไม่เสร็จ
จังหวะนั้นเอง เก้าอี้เหล็กดัดตัวหนักจากโต๊ะข้างๆ ก็ลอยละลิ่วเข้ามากระแทกเข้าที่กลางหลังของชายคนที่กำลังจับแขนอลิซอยู่อย่างจัง
ร่างหนาของมันเสียหลักล้มคะมำลงไปกองกับพื้น มือที่จับแขนอลิซอยู่หลุดออกทันที ชายอีกคนที่เห็นเพื่อนโดนลอบทำร้ายหันขวับไปมองผู้ก่อเหตุด้วยความโกรธแค้น
ร่างสูงใหญ่ของครอสยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น เขาเพิ่งเดินเข้ามาในร้านได้เพียงไม่กี่นาทีและนั่งอยู่โต๊ะมุมสุด ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อบนแผงอกและต้นแขนให้ดูน่าเกรงขาม ดวงตาคมกริบที่เคยเรียบเฉยบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนน่าขนลุก
เขาไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง ไม่มีการเตือนล่วงหน้าใดๆ ครอสก้าวเท้ายาวๆ เข้าประชิดตัวลูกน้องของแม่เลี้ยงคนที่ยังยืนอยู่ เขาใช้มือซ้ายคว้าคอเสื้อของมันไว้แน่น ก่อนจะปล่อยหมัดขวาซัดเข้าที่โหนกแก้มอย่างแรงจนหน้าหัน
ตอนพิเศษ 4 บทสรุปอนาคตเกลียวคลื่นสีขาวซัดสาดเข้าหาชายฝั่งทรายเนียนละเอียด สายลมเย็นพัดพากลิ่นอายของทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า พื้นที่สวนกว้างขวางหลังบ้านพักตากอากาศส่วนตัวถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานมงคลสมรสขนาดกะทัดรัด แต่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างหาที่สุดไม่ได้ท้องฟ้าเบื้องหน้าเริ่มถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำลงสู่เส้นขอบฟ้า แสงแดดยามเย็นสะท้อนผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ถูกจัดวางอย่างประณีตเรียบง่ายตรงลานหญ้าหันหน้าออกสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ไม่มีแขกเหรื่อนับพัน ไม่มีสื่อมวลชน ไม่มีนักธุรกิจหน้าเลือดมาร่วมแสดงความยินดี งานนี้มีเพียงเพื่อนสนิทและผู้ใต้บังคับบัญชาที่จงรักภักดีมาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญที่สุดของนายใหญ่และนายหญิงของพวกเขาครอสยืนตระหง่านอยู่บริเวณซุ้มดอกไม้ ชายหนุ่มละทิ้งเสื้อผ้าโทนสีดำสนิทที่มักจะสวมใส่เป็นประจำ หันมาสวมชุดสูทสีขาวสะอาดตาตัดเย็บประณีตเข้ารูป ทรงผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดระเบียบเปิดหน้าผาก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความ
"อืม... อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ ตรงที่ไหม้มันก็กรอบๆ ดีนะ" เธอส่งยิ้มหวานให้เขา"ไม่ต้องมาฝืนชมเลยพี่รู้ว่ามันขม" ครอสส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือไปคว้าส้อมจากมือเธอ "คายออกมาเลยอลิซ เดี๋ยวพี่โทรสั่งอาหารมาให้ใหม่""ไม่เอาค่ะ หนูจะกินจานนี้" อลิซเบี่ยงตัวหลบ ยื้อแย่งส้อมกลับมาถือไว้แน่น "มื้อเช้าที่สามีตั้งใจทำให้ภรรยากิน จะทิ้งลงถังขยะได้ยังไงคะ หนูเสียดายแย่"คำว่า '
แต่ตั้งแต่อลิซก้าวเข้ามาในชีวิตของมัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีแต่ความดื้อรั้นและความจริงใจ เธอค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งนั้นลงทีละนิด เธอสอนให้มันรู้จักความอบอุ่น สอนให้มันรู้ว่าการรักใครสักคนมันไม่ได้ทำให้ตัวเองอ่อนแอลง แต่มันทำให้มีความหมายในการมีชีวิตอยู่มากขึ้นไอ้หมาบ้าที่เคยกัดทุกคนที่ขวางหน้า ตอนนี้มันกลายเป็นผู้ชายที่ยอมคุกเข่าอ้อนเมีย ยอมมาเดินเลือกผ้าปูที่นอนสีชมพูเพียงเพื่ออยากให้ผู้หญิงของมันนอนหลับสบาย"มองหน้ากูทำไม" ครอสทักขึ้นเมื่อเห็นผมยืนยิ้มเงียบๆ"เปล่า กูแค่กำลังคิดว่า..." ผมตบไหล่มันเบาๆ สองที แววตาของผมเต็มไปด้วยความจริงใจและยินดีกับมันจากใจจริง "...กูดีใจนะเว้ย ที่มึงมีวันนี้ วันที่มึงยิ้มได้เต็มปากสักที ขอบคุณน้องอลิซจริงๆ ที่เข้ามาปราบปีศาจอย่างมึงให้อยู่หมัด"ครอสชะงักไปเล็กน้อย มันมองผมด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะถอนหายใจยาวและตวัดสายตามองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน"พูดมากน่ารำคาญ ไปจ่ายเงินได้แล้ว กูต้องรีบกลับไปรับอลิซที่แกลเลอรี่"มันเดินนำหน้าผมไปที่แคชเชียร์ ทิ้งให้ผมยืนหัวเราะอยู่คนเดียวเออ... ไอ้มาเฟีย
แต่เปล่าเลยครับ... สิ่งที่มันกำลังจ้องจนตาแทบถลน คือชุดผ้าปูที่นอนสีพาสเทลสองชุดมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนและชกต่อยของมัน กำลังยกขึ้นมาลูบปลายคางตัวเองอย่างใช้ความคิดหนัก สายตาของมันสลับมองระหว่าง 'ชุดผ้าปูที่นอนสีชมพูพีชลายดอกไม้เล็กๆ' กับ 'ชุดผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อนลายตาราง'ภาพความย้อนแย้งระดับสิบกะโหลกนี้ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดโหมดกล้องวิดีโอและกดบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้เอาไว้ทันที
"อยู่ค่ะ" อลิซแพนกล้องโทรศัพท์ไปทางผู้จัดการที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่หน้าโต๊ะ"มึงไปบอกพวกมัน..." ครอสกกดเสียงต่ำ ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ส่งผ่านหน้าจอมาได้อย่างชัดเจน "...ว่าถ้าพวกมันอยากได้เพิ่มอีกห้าเปอร์เซ็นต์ ก็ให้พวกมันเอาแผ่นดินของพวกมันคืนไป แล้วเตรียมตัวรับมือกับทนายของกูเรื่องทำผิดข้อตกลงเดิมได้เลย กูไม่ต่อสัญญา และกูจะถอนทุนสร้างกาสิโนใหม่ที่อื่น มึงไปจัดการบอกพวกมันเดี๋ยวนี้!"ผู้จัดการหน้าซีดไร้สีเลือด รีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างลนลาน "ตะ... แต่ว่านายครับ ถ้าเราถอนตัวตอนนี้ เราจะเสียเปรียบเรื่องการหาทำเลใหม่ในย่านนั้นนะครับ ฝั่งนั้นเขาอ้างว่าเขามีผู้เช่ารายใหม่รอเสียบอยู่แล้ว...""มึงกำลังสอนกูทำงานเหรอ" น้ำเสียงของครอสเย็นเยียบจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "กูสั่งให้มึงไปบอกพวกมันตามนี้ ถ้ามึงจัดการเรื่องแค่นี้ไม่ได้ มึงก็เก็บของออกจากบริษัทกูไปซะ!"อลิซหันโทรศัพท์กลับมาหาตัวเอง เธอมองสีหน้าท่าทางของผู้จัดการแล้วรู้สึกสงสาร แต่เธอก็เข้าใจหลักการทำงานของครอสดี เขาไม่เคยยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครข่มขู่"เอ่อ... พี่ครอสคะ ใจเย็นๆ ก่อน สิคะ"
อลิซขมวดคิ้ว เธอลดโทรศัพท์ลงและหันไปมองคนที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียง "พี่ครอสคะ ผู้จัดการบอกว่ามีเอกสารด่วนเรื่องสัญญาเช่าที่ต้องเซ็นวันนี้ค่ะ"ครอสดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงทันที สันกรามคมนูนขึ้นจากการใช้ความคิด ความรับผิดชอบในหน้าที่ทำให้เขาพยายามสลัดความเหนื่อยล้าทิ้ง "เอาโทรศัพท์มาให้พี่ เดี๋ยวพี่สั่งให้มันเอาเอกสารมาให้เซ็นที่นี่""ไม่ได้ค่ะ!" อลิซดึงโทรศัพท์หลบมือเขา "หมอบอกว่าพี่ห้ามลุกขึ้นมาเครียดเรื่องงานเด็ดขาด สภาพพี่ตอนนี้แค่นั่งยังจะล้มเลยนะคะ พี่จะมานั่งอ่านสัญญาตัวหนังสือเล็กๆ ได้ยังไง""แต่มันเป็นเอกสารสำคัญ ถ้าพลาดไปธุรกิจเราจะเสียหายนะอลิซ" ชายหนุ่มพยายามอธิบายด้วยเหตุผลอลิซเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าเรื่องงานสำคัญสำหรับเขามากแค่ไหน หญิงสาวตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมากรอกเสียงลงไปอีกครั้ง "ไม่ต้องเอาเอกสารมาที่นี่ค่ะ เตรียมทุกอย่างไว้ที่ห้องทำงานที่ผับ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเอาเอง"สิ้นคำสั่ง เธอตัดสินใจกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบรับจากปลายสาย"อลิซ! หนูจะไปที่นั่นได้ยังไง มันวุ่นวาย แล้วพวกนั้นก็หน้าตาไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น" ครอสเบิก







