LOGINเวลาสองเดือนกว่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเมนูขนมหวานต่างๆ ลงตัวแล้ว ก็มาถึงวัน Soft Opening ของชุด Afternoon Tea และไลน์ขนมหวาน งานถูกจัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงเรียบหรูในโรงแรม Grand Lunara แสงไฟจากโคมระย้าส่องประกายระยิบระยับ และเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ ภายในห้องจัดเลี้ยง ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
ทีมงานทุกคนต่างอยู่ในชุดยูนิฟอร์มที่เรียบร้อย พร้อมต้อนรับผู้บริหาร ทีมการตลาด แขกวีไอพี และสื่อมวลชนที่ได้รับเชิญมาร่วมชิมฝีมือของเชฟชาลิสา
ชาลิสาอยู่ในชุดเชฟที่เรียบร้อยแต่ยังคงความคล่องตัว หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เธอและเชฟนนท์ยืนอยู่หน้าไลน์ขนมหวานที่จัดวางอย่างสวยงาม มีทั้งเค้กหลากหลายชนิด แซนวิชไส้ต่างๆ มาการงสีสันสวยงาม มินิทาร์ตหน้าผลไม้รวมและสโคนเนื้อนุ่มที่อบเสร็จใหม่ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น วางเคียงคู่กับ Clotted Cream และแยมแอพริคอตสูตรพิเศษ และยังมีเมนูขนมปังต่างๆ ครัวซองต์และพาย ทุกเมนูสะท้อนถึงความทุ่มเทของเธอ
ไม่นานนัก นิธิศและผู้บริหารระดับสูงของโรงแรม รวมถึงพีรณัฐและพิชญาน้องสาวของเขา ก็ก้าวเข้ามาในห้องจัดงาน นิธิศมีสีหน้าเปื้อนยิ้มขณะมองสำรวจไลน์ขนมหวาน
แขกเหรื่อต่างตื่นตาตื่นใจกับขนมหวานตรงหน้า แต่ละคนหยิบขนมชิมทีละชิ้นอย่างละเมียดละไม เสียงชื่นชมดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“รสชาติกลมกล่อมมากจริงๆ”
“แยมแอพริคอตนี่พิเศษจริงๆ เข้ากับสโคนได้อย่างลงตัว ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนเลย”
“มาการงหวานหอมอร่อยมาก”
หลังจากนิธิศและพีรณัฐลองชิมขนมแล้วต่างก็พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับทีมผู้บริหารอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าไปพูดคุยทักทายแขกวีไอพีที่เชิญมาร่วมงาน ทุกคนต่างก็ชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน
นิธิศเดินเข้ามาหาชาลิสาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “เชฟชาลิสา คุณทำได้ดีเกินกว่าที่ผมคาดไว้มากจริงๆ ขนมนี่ไม่ใช่แค่อร่อยนะครับ แต่คุณใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ”
ชาลิสายิ้มหวานแล้วก้มศีรษะเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะท่านประธาน”
พีรณัฐยืนอยู่ข้างบิดา เขามองชาลิสาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภูมิใจและความสุขใจอย่างเห็นได้ชัด นิธิศหันมาตบบ่าลูกชายเบาๆ
“พี...พ่อไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่ให้แกดูแลโพรเจกต์นี้” นิธิศพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม “พีทำได้ดีมาก”
พีรณัฐยิ้มให้พ่อของเขา ก่อนจะหันมามองสบตาชาลิสา แววตาของเขาบ่งบอกว่าความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งเป็นของเธอเช่นกัน
ส่วนพิชญาที่กำลังเพลิดเพลินกับขนมหวานอยู่นั้น พอเห็นทั้งพ่อและพี่ชายของเธอกำลังพูดคุยอยู่กับเชฟชาลิสา เธอก็รีบเดินเข้ามาทักทาย “สวัสดีค่ะเชฟชาลิสา”
ชาลิสาทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีค่ะ”
“นี่พีช น้องสาวผมเองครับ” พีรณัฐแนะนำเธอให้ชาลิสารู้จัก
“พีชเป็นแฟนคลับเชฟชาลิสานะคะ” พิชญาพูดพลางยิ้มหวานออกมา “วันนี้ขนมอร่อยทุกอย่างเลยค่ะ พีชชอบมาการงมาก”
“ดีใจที่คุณพีชชอบนะคะ” ชาลิสาส่งยิ้มให้พิชญา
“งั้นผมไม่กวนคุณแยมแล้วนะครับ ขอไปคุยกับทีมการตลาดก่อน” พีรณัฐพูดขึ้นยิ้มๆ
“ได้ค่ะ” ชาลิสาพยักหน้าเบาๆ
ตอนที่ทั้งคู่เดินออกไป พิชญาก็ควงแขนพี่ชายตัวเองแล้วกระซิบกับเขาเบาๆ “ตัวเล็กน่ารักสเปกพี่พีเลยใช่ไหมล่ะ”
“ยัยพีช” พีรณัฐเอื้อมมือมาหยิกแก้มของพิชญาเบาๆ “อย่ามารู้ดี”
พิชญาเอามือลูบแก้มตัวเองเบาๆ แล้วหัวเราะออกมา “เชฟชาลิสาเขาน่ารักขนาดนี้ถ้าพี่พีช้า พีชว่าโดนหนุ่มๆ แถวนี้ตัดหน้าแน่ๆ”
พีรณัฐมองหน้าพิชญาแล้วส่ายหัวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองชาลิสาที่กำลังแนะนำขนมให้กับคนที่เข้ามาร่วมงาน…
…
หลังจากวัน Soft Opening ผลตอบรับของชุด Afternoon Tea ของ Grand Lunara ก็ทะลุเป้าหมายไปไกลเกินคาด เสียงชื่นชมจากแขกผู้มีเกียรติแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพขนมสวยๆ และรีวิวรสชาติที่ยอดเยี่ยม…
เมื่อถึงวันเปิดจอง ยอดจองก็พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนคิวยาวข้ามปี!
“คุณแยมครับ คุณเห็นหรือยังครับ” พีรณัฐเดินหน้าบานเข้ามาใน Bakery Kitchen ในวันรุ่งขึ้น พร้อมกับไอแพดในมือที่แสดงข้อมูลการจอง “คิวจองยาวเหยียดเลยนะครับ ข้ามปีแล้ว นี่ขนาดเราเพิ่งเปิดตัวนะครับ”
ชาลิสาที่กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบ หันมามองเขาด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ “จริงเหรอคะคุณพี แยมไม่คิดเลยว่ากระแสตอบรับจะดีขนาดนี้”
“ก็เพราะขนมของคุณแยมมันยอดเยี่ยมไงครับ” พีรณัฐเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปลื้มปริ่ม “คุณแยมทำให้ Grand Lunara ก้าวไปอีกขั้นจริงๆ”
“ขอบคุณนะคะคุณพี แยมภูมิใจมาก…หายเหนื่อยเลยค่ะ” ชาลิสาพูดด้วยน้ำเสียงสดใส ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ
“งั้นคืนนี้คุณแยมไปเดตกับผมนะครับ ฉลองยอดจองยาวข้ามปี” พีรณัฐมองสบตาเธอ แววตาที่เต็มไปด้วยความสุขของเขามองเธออย่างลึกซึ้ง…
สิ้นเสียงของนิธิศ พิชญาก็เดินถือถุงพะรุงพะรังเข้ามา ก่อนจะส่งให้แม่บ้านรับไป “พีชมาแล้วค่ะ”พิชญาเดินเข้ามานั่งลงที่โต๊ะทานอาหารข้างๆ หลานสาวแล้วหอมแก้มหลานสาวตัวน้อยอย่างมันเขี้ยว “อาพีชคิดถึงน้องเพิร์ลที่สุด”เด็กหญิงตัวน้อยรีบเอียงตัวไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับพิชญาเบาๆ แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะคิกคักกันออกมา“งั้นก็กินข้าวกันเถอะ วันนี้แม่ทำแต่ของโปรดแยมทั้งนั้น” พรพิมลพูดพลางตักอาหารใส่จานให้ชาลิสาบรรยากาศวันเกิดที่เรียบง่ายทำให้ชาลิสามีความสุขมาก ทั้งครอบครัวอยู่ทานอาหารด้วยกันอย่างพร้อมหน้าและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานจนมาถึงช่วงเซอร์ไพร์สเด็กหญิงตัวน้อยชวนคุณพ่อของเธอเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมขนมเค้ก ก่อนที่ไฟในห้องอาหารจะดับลงแล้วตามมาด้วยเสียงเล็กๆ ที่ร้องเพลงและเดินถือขนมเค้กออกมาที่โต๊ะอาหาร ตามมาด้วยพีรณัฐที่เดินมาข้างๆ ลูกสาวชาลิสามองลูกสาวของเธอด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอยื่นมือไปรับขนมเค้กจากมือของลูกสาวมาถือไว้ทุกคนช่วยกันร้องเพลง Happy birthday ให้เธอพร้อมๆ กับปรบมือไปด้วย“คุณแม่อธิษฐานก่อนค่ะ เดี๋ยวน้องเพิร์ลช่วยเป่าเทียน” เด็กหญิงตัวน้อยพูดขึ้นยิ้มๆชาลิสาหลับตาลงอธิษฐ
วันนี้พีรณัฐไปรับลูกสาวที่โรงเรียนเองก่อนจะพาไปที่ร้าน The Mellow Story เพราะมีเรื่องอยากให้มณฑิราช่วยพีรณัฐเดินจูงมือลูกสาวของเขาเข้ามาที่ร้าน น้องเพิร์ลยิ้มแย้มสดใส ยกมือสวัสดีทุกคนอย่างเรียบร้อย ทำให้พนักงานในร้านต่างก็เอ็นดูลูกสาวของเจ้านาย“น้องเพิร์ลคนสวยของน้าโม” มณฑิราที่รออยู่แล้วรีบเดินเข้ามาหาแล้วกอดเด็กหญิงตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด “วันนี้ไปโรงเรียนสนุกไหมคะ”“สนุกค่ะ น้องเพิร์ลได้วิ่งเล่นกับเพื่อนด้วย”แววตาเป็นประกายของเด็กหญิงตัวน้อยสดใสจนมณฑิราอยากจะฟัดแก้มยุ้ยๆ นั้นแรงๆ “งั้นวันนี้น้องเพิร์ลพร้อมทำขนมเค้กไหมคะ เดี๋ยวน้าโมจะช่วยสอนเอง”น้องเพิร์ลยิ้มกว้างออกมาอย่างนึกสนุกแล้วพยักหน้าแรงๆ ก่อนจะหันไปจับมือคุณพ่อแล้วเขย่าเบาๆ “คุณพ่อขา ไปทำเค้กให้คุณแม่กันค่ะ”“ไปครับ” พีรณัฐลูบผมลูกสาวของเขาเบาๆ แล้วจูงมือน้องเพิร์ลเดินตามมณฑิราไปที่ห้องอบขนม สองวันก่อนพีรณัฐเข้ามาหามณฑิราที่ร้านและได้ขอให้มณฑิราช่วยเตรียมของไว้ให้เพราะจะทำเค้กวันเกิดไปเซอร์ไพร์สชาลิสา เขากับลูกสาวอยากทำด้วยตัวเอง แต่เขาเองก็ทำไม่เป็นเลยต้องมาขอให้มณฑิราช่วย ซึ่งมณฑิราก็เต็มใจอย่างมากเมื่อสองพ่อลูกใส่ผ้ากัน
หลังจากถ่ายรูปและเดินดูสัตว์ตัวอื่นๆ อีกพักใหญ่พีรณัฐก็พาลูกสาวของเขาไปดูโชว์โลมาเด็กหญิงตัวน้อยนั่งดูโชว์อย่างตื่นตาตื่นใจ ทั้งๆ ที่อากาศร้อนจนแก้มแดงไปหมด ชาลิสาคอยใช้พัดลมมือถือเป่าให้ลูกสาวของเธอเพื่อคลายร้อน ส่วนพีรณัฐเองก็คอยเช็ดเหงื่อให้ชาลิสาแก้มเนียนของเธอก็แดงเรื่อเช่นกัน“คุณแม่ขาพี่ๆ โลมากระโดดสูงมาก ว่ายน้ำเก่งด้วย” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยพูดไม่หยุดแต่สายตาแป๋วๆ นั้นไม่ละไปจากโชว์ตรงหน้าแม้แต่น้อย พร้อมกับปรบมือให้โลมาที่ว่ายน้ำเก่งชาลิสามองลูกสาวอย่างเอ็นดูแล้วลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ ก่อนจะมองสบตากับพีรณัฐ แล้วยิ้มหวานให้เขาพีรณัฐโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน “ลูกสาวเราน่ารักจัง น่ารักเหมือนแยมเลย”ชาลิสายิ้มให้พีรณัฐอย่างเขินๆ “แน่นอนสิคะ ลูกสาวแยมก็ต้องเหมือนแยม”พีรณัฐโอบไหล่ชาลิสาไว้แล้วมองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย “พี่อยากได้ลูกชายที่หล่อเหมือนพี่บ้างแล้วครับ”ชาลิสาหัวเราะออกมาเบาๆ “งั้นพี่พีลองถามน้องเพิร์ลดูไหมคะ ว่าอยากมีน้องหรือยัง”พีรณัฐยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เขาวางแผนเงียบๆ อยู่ในใจจนเมื่อการแสดงโชว์โลมาจบลง พีรณัฐก็พาลูกสาวและภรรยาของเขากลับบ
“คุณพ่อขา” เสียงสดใสที่ดังมาก่อนเจ้าตัว ทำให้พีรณัฐยิ้มกว้างออกมาเด็กหญิงตัวน้อยใบหน้ากลมแก้มแย้มยุ้ยวัยสี่ขวบกำลังวิ่งเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน“ระวังล้มครับ” พีรณัฐกางแขนออกกว้างแล้วโน้มตัวอุ้มเจ้าหญิงตัวน้อยของเขาขึ้นมานั่งบนตักชาลิสาที่เดินตามเข้ามานั่งลงที่โซฟาตัวยาวกลางห้องทำงาน เธอไปรับลูกสาวที่โรงเรียนแต่ลูกสาวของเธอไม่ยอมกลับบ้าน ออดอ้อนให้เธอพามาหาพีรณัฐที่โรงแรม “น้องเพิร์ลไม่กวนคุณพ่อทำงานนะคะ”“น้องเพิร์ลไม่ดื้อค่ะ คุณพ่อขา น้องเพิร์ลคิดถึงคุณพ่อมากๆ เลยค่ะ” น้องเพิร์ลหันมาตอบชาลิสาแล้วหันไปหอมแก้มคุณพ่อของเธอฟอดใหญ่พีรณัฐใจละลายกับความออดอ้อนของลูกสาว “น้องเพิร์ลครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะรีบทำงานให้เสร็จแล้วพาไปกินไอศกรีมดีไหมครับ”“เย่ๆ ไปค่ะ” น้องเพิร์ลรีบดิ้นลงจากตักของพีรณัฐแล้ววิ่งไปนั่งข้างๆ ชาลิสา ก่อนจะหยิบสมุดภาพระบายสีขึ้นมานั่งระบายสีเล่นรออย่างเรียบร้อยชาลิสาเอ็นดูลูกสาวมาก น้องเพิร์ลเป็นเด็กว่าง่ายและขี้อ้อนตามแบบฉบับของลูกสาว และลูกสาวของเธอก็ติดพ่อมากเพราะพีรณัฐตามใจลูกสาวทุกอย่าง ส่วนหน้าที่ดุลูกนั้นตกมาเป็นของเธอพีรณัฐมองชาลิสาและลูกสาวของเขาที่กำลังนั่งระบาย
“อาการของคุณพีรณัฐไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะครับ ทุกอย่างปกติดี อาการของคุณน่าจะเกิดจากการแพ้ท้องแทนภรรยาครับ” หมอเจ้าของไข้พูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าชาลิสาพีรณัฐกับชาลิสาหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง“แพ้ท้องแทนภรรยาเหรอครับ” พีรณัฐทวนคำพูดของคุณหมออีกครั้ง“ใช่ครับ ผลตรวจของคุณชาลิสาออกมาว่ากำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณเจ็ดสัปดาห์แล้วครับ” คุณหมอเจ้าของไข้ยิ้มออกมาเล็กน้อย “หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”ชาลิสาน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที พีรณัฐที่ดีใจจนลืมตัวรีบดึงชาลิสาเข้ามากอดไว้แล้วจูบที่หน้าผากของเธอซ้ำๆ “แยมเรากำลังจะมีลูก พี่จะได้เป็นคุณพ่อแล้ว”ชาลิสาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างดีใจแล้วกอดเขาไว้แน่น…หลังออกจากโรงพยาบาล พีรณัฐกับชาลิสาก็ตรงกลับบ้านทันที เขาอยากจะรีบไปบอกข่าวดีนี้ให้ทุกคนในครอบครัวรู้ เขาวางแผนกับชาลิสาว่าจะแกล้งทำเป็นป่วยหนักแล้วเรียกทุกคนให้มาฟังผลตรวจของเขาในห้องรับแขก ทุกคนนั่งรออย่างใจจดใจจ่อใบหน้าของพรพิมลเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนนิธิศกับพิชญาก็ดูกังวลไม่แพ้กันชาลิสาประคองพีรณัฐที่ใบหน้าซีดเซียวเดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงไปที่ห้องรับแขกทันที เมื่อเห็นชาลิสาประคองพี
บนโต๊ะอาหารมื้อเย็นเต็มไปด้วยของโปรดของชาลิสาและพีรณัฐ เขาพาเธอมาทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารบรรยากาศดีติดริมแม่น้ำ ช่วงนี้ชาลิสากินเก่งขึ้นมากใบหน้าของเธอดูอิ่มเอิบแก้มใสของเธอเป็นสีชมพูระเรื่อ แต่กลับกันพีรณัฐรู้สึกเบื่ออาหารอย่างบอกไม่ถูกทั้งๆ ที่เขาสั่งแต่ของที่เขาชอบมา แต่เขากินได้แค่ไม่กี่คำก็รู้สึกพะอืดพะอม“ไม่อร่อยเหรอคะพี่พี ทำไมกินน้อยจัง” ชาลิสาถามแล้วตักอาหารใส่จานให้เขา“พี่เวียนหัวนิดหน่อยกินไม่ค่อยลง สงสัยจะไม่สบาย” พีรณัฐตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า“งั้นเราไปหาหมอกันดีไหมคะ” ชาลิสาถามอย่างเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวกลับไปนอนพักก็น่าจะดีขึ้น” พีรณัฐยิ้มให้เธอก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแก้มของเธอเบาๆ…เมื่อกลับมาถึงบ้านพีรณัฐก็รีบไปอาบน้ำพักผ่อนชาลิสาคอยดูแลเขาอย่างดีเธอเอายามาให้เขา และตลอดทั้งคืนก็คอยตื่นมาดูเขาตลอดเพราะกลัวว่าเขาจะไข้ขึ้นจนเช้าวันถัดมาพีรณัฐก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังรู้สึกเพลียอยู่นิดหน่อย เขาลงไปทานอาหารเช้าก่อนจะออกไปทำงานพร้อมชาลิสาทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ซึ่งนิธิศกับพรพิมลกำลังนั่งทานข้าวต้มปลาอยู่ก่อนแล้ว“เป็นยังไงบ้างลูกเห็นหนูแยมบอกแม่ว่าพีไม่ค่







