LOGINบทที่ 4 ไม่อยากมองแค่หน้า
มนปรียาถูกพามายังห้องชุดขนาดใหญ่บนชั้นสูงสุด ภายในเต็มไปด้วยโมเดลรถยนต์ ชาร์วีหลงใหลสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่อายุสิบห้า ด้วยฐานะทางบ้านและถูกตามใจตั้งแต่เด็ก จึงซื้อโมเดลหายากมาไว้ในครอบครองหลายชิ้น
ยกเว้นสองรุ่นที่ไม่สามารถหาได้ เพราะผลิตจำนวนจำกัด แต่ธันวาและจิรกรมี และเขาต้องได้มันมา ด้วยการชนะพนันครั้งล่าสุด
“พาพี่มาทำไม?” คนถามกวาดตาไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ไม่เคยไปคอนโดชาร์วี จึงไม่ค่อยมั่นใจว่าใช่ที่นี่หรือเปล่า ตอนเขาจ้างก็แค่รับปากเพื่อตัดปัญหา
“มาทำงานไงครับ”
ชาร์วีเดินเข้าหาคนที่กำลังถอยหลังอย่างสะเปะสะปะ ใบหน้าเล็กเหลอหลา ดวงตาสั่นไหวราวกับลูกกวางตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวเสือร้าย
ตอนเด็กเธอน่าแกล้ง แต่ตอนนี้เธอน่าเอาเป็นที่สุด โคตรอยาก
"อย่าทำรุ่มร่ามกับพี่"
"ผมยังไม่ทำอะไรเลย"
"ก็เห็นอยู่ว่ากำลังทำ"
มนปรียาค่อย ๆ ถอยหลัง ไปจนมุมที่เคาน์เตอร์บาร์ ชาร์วีไม่รอช้ารีบเข้าประชิด ใช้สองแขนกักตัวเธอไว้ กลิ่นเหงื่อเย้ายวนจากเธอก่อกวนอารมณ์ อาวุธส่วนล่างเริ่มมีปฏิกิริยา
“มาทำเรื่องของเราให้เสร็จ!! กันเถอะ”
เขาจะได้ของพนันจากไอ้เพื่อนรักเสียที พวกมันก็เร่งยิก ๆ อยู่ทุกวัน
“พูดอะไร!”
ไม่น่าเชื่อว่าคนหน้านิ่งเวลาพูดสองแง่สองง่าม จะสร้างความหวามไหวถึงเพียงนี้ คิดว่าคงแกล้งเล่น แต่คราวนี้ชาร์วีคงเอาจริง!
“แบบนี้มัน..เอ่อ”
“หึ..”
ได้ยินเพียงเท่านั้นเธอก็หูดับตัวแข็งทื่อ เพราะเขาประกบริมฝีปากลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ชาร์วีบดเคล้าเบา ๆ ละเลียดดูดเม้มทั่วกลีบปากอวบอิ่มอย่างละมุนละไม เนื่องจากอยากลองเชิง และเป็นจูบแรกระหว่างทั้งคู่
“อื้อ!” คนตกใจร้องอู้อี้ ยกมือจะผลักแต่ถูกรวบไพล่หลังด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา
ในวินาทีต่อมา..จุมพิตที่แท้จริงก็เริ่มขึ้น ชาร์วีรุกล้ำเข้ามาภายใน ลิ้นสากกวาดต้อนลิ้นเล็กที่ขยับหนีอย่างช่ำชอง มือข้างที่ว่างดันร่างเล็กให้แนบชิด หน้าอกนุ่มหยุ่นเบียดแนบไปกับอกแกร่ง เสียงดูดดึงดังขึ้นในตอนที่จูบทวีความดูดดื่ม
ชาร์วีครางในลำคอเมื่อรับรู้ถึงรสชาติของพี่สาว ครั้งนี้ดีเกินคาด แอบพอใจเมื่อเธอหายใจติดขัด เหมือนไม่เคยจูบ หรือจูบไม่เก่งอย่างที่เคยบอก
จุมพิตผ่อนหนักเป็นเบาในจังหวะพอเหมาะพอดี เขาเก่งถึงขั้นทำให้คนไม่เต็มใจเคลิบเคลิ้ม ร่างเล็กอ่อนระทวย ปล่อยให้เขาดูดดึง ขบเม้ม ทะลวงลิ้นกวาดน้ำลายไปดื่มกินอย่างดุเดือด
มนปรียาเริ่มประท้วง เมื่อเจอสัมผัสวาบหวามตรงหน้าอก ลืมตาก็เห็นฝ่ามือใหญ่กำลังลูบไล้ ไม่นานก็บีบเคล้น ชาร์วียังคงมือไว ที่เพิ่มเข้ามาคือลิ้นที่กระหวัดไปทั่วโพรงปาก วินาทีต่อมาหญิงสาวจึงรวบรวมสติสะบัดหน้าหนี จนริมฝีปากทั้งคู่หลุดออกจากกัน
“พะ..พอ”
ชาร์วีไม่ฟัง ซ้ำยังใช้นิ้วปาดน้ำลายมุมปากของเธอมาเลียต่อหน้าต่อตา มนปรียาถึงกับหน้าร้อนวูบ ไปกับท่าสุดฮอตของเขา
“ชาร์..”
“ครับ..มิกิ” เขาทอดเสียงอ่อน หลอกล่อให้คนด้อยประสบการณ์หวั่นไหววาบหวาม
แต่รู้ทั้งรู้..มนปรียาก็ไม่อาจถอนสายตาไปจากเขา ริมฝีปากหนาเป็นสีระเรื่อ ดวงตาอ่อนแสงลง จมูกโด่งปัดป่ายกับจมูกของเธอ ไม่นานชายหนุ่มก็กระแทกริมฝีปากมาจูบ และครั้งนี้รุนแรงจนเธอได้รับรสชาติสนิม เสียงจ๊วบจ๊าบหยาบโลน ไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มจับล็อกใบหน้าจิ้มลิ้มให้เงยรับจูบอย่างถนัดถนี่ บดขยี้อย่างดิบเถื่อน ขบเม้ม สอดลิ้นกระหวัดพันพัว ดูดรัว ๆ จนน้ำลายไหลย้อย สัมผัสเร่าร้อนไม่เคยพบเจอ สร้างความสับสนให้มนปรียามหาศาล อยาก ปล่อยเลยตามเลย พอ ๆ กับอยากถอยห่าง ความคิดวุ่นวายตีกันยุ่งอยู่ในหัว
“อ่า..” ชาร์วีถอนจูบ ยกร่างเล็กขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์บาร์ ซุกไซ้ซอกคอกขาว ฝ่ามือบีบเคล้นหน้าอกไม่ห่าง ดูเหมือนหญิงสาวยังไม่ได้สติ เขาจึงถือโอกาสดึงเสื้อยืดของเธอขึ้น เห็นบราเซียร์ลูกไม้สีขาวโอบอุ้มหน้าอกขนาดพอดีมือ
ไม่รอช้า..ชาร์วีรีบดึงมันลงมา เผยให้เห็นสองเต้าดีดเด้ง ปลายยอดเป็นสีชมพูระเรื่อ ล่อตาล่อใจให้ก้มลงชิม ปลายลิ้นชื้นแฉะปาดแตะเบา ๆ ก่อนรวบเม็ดเชอร์รี่เข้าปากดูดดึง อีกข้างบีบคลึงสลับใช้นิ้วสะกิดจนเม็ดยอดแข็งเป็นไต
“อื้อ..” มนปรียาหลับตาเคลิบเคลิ้ม ในจังหวะแปล๊บบนเนินอกจึงได้สติ รีบลืมตาก่อนผลักเขาออก
“พอก่อน..” เธอดึงเสื้อปิดทรวงอก ปากสั่นน้ำตาคลอ พลางต่อว่าต่อขานตัวเอง ที่ใจง่ายยอมให้เขาทำขนาดนี้
“นมเธอสวย”
“ถ้าไม่หยุดพูด..พี่จะโกรธ”
ความจริงควรโกรธตั้งนาน ไม่ควรปล่อยให้เรื่องเลยเถิดด้วยซ้ำ
บ้าไปแล้ว..ชาร์วีดูดนมเธอ!
“มิกิโกรธแล้วครับ”
“จะถือว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น ต่อไปก็อย่าทำอีก มันจะทำให้เราสองคนมองหน้ากันไม่ติด”
เขาคือไฟที่พร้อมเผาไหม้ทุกคนที่เข้าใกล้ ไม่ใช่เด็กชายตัวน้อยอีกต่อไป ชาร์วีในวัยยี่สิบเอ็ดมีแรงดึงดูดมหาศาล และเธอก็ใจสั่นทุกครั้งที่ถูกสัมผัส
“ผมไม่อยากมองแค่หน้าอยู่แล้ว”
“มะ หมายความว่าไง!”
“ก็..”
เขาจ้องเข้าไปในดวงตาตื่นตระหนก ก่อนเลื่อนลงมายังหน้าอกช้า ๆ
“……...” มนปรียาแทบหยุดหายใจ น้ำตาปริ่มจะไหล อาการตื่นกลัวไม่ทำให้คนตัวโตใจอ่อน ชาร์วีขยับเข้ามาหา ในตอนที่ปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกัน เธอก็หลับตาปี๋ หัวใจเต้นกระหน่ำแทบระเบิด
แผล็บ..
รู้สึกถึงความชื้นบนริมฝีปากล่าง พอลืมตาก็เห็นเขาตวัดเลีย ก่อนลากลิ้นมายังพวงแก้มใส เลื่อนไปยังขมับจนมาถึงใบหู จากนั้นใช้ฟันขบจนเธอสะดุ้ง พลางกระซิบเสียงแหบพร่าฟังแล้วขนลุกซู่
“มิกิต้องเป็นของผมคนเดียว”
“พี่กลัว”
"ผมไม่น่ากลัวสักนิด"
“ได้โปรด..แบบนี้ไม่โอเคเลย” หญิงสาวเสียงเครือ กลัวจนปากสั่นหน้าขาวซีด น้ำตาคลอจวนเจียนจะไหล
“เธอขี้แยวะ..ยอมแพ้ก็ได้”
สุดท้ายชาร์วีก็ยอม ไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่เหี้ยถึงขั้นข่มเหงคนอ่อนแอ อยากมันก็อยาก แต่พอเห็นน้ำตาใจก็อ่อน ไอ้นั่นก็พลันไม่แข็งเอาดื้อ ๆ
ไม่มีใครพูดอะไรอีก เหมือนต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับความคิด เป็นมนปรียาเองที่ดูสับสนจนทำอะไรไม่ถูก ชาร์วีจึงเป็นฝ่ายจัดเสื้อผ้าของเธอให้เข้าที่ ก่อนถอยไปยืนมองคนปากแตกจากจูบอยู่ไม่ไกล แววตาล้ำลึกจับจ้องใบหน้าซีดเซียวตลอดเวลา
“รังเกียจผมเหรอ?”
“มะ..ไม่ไช่” คนปฏิเสธขยับตัวมายืนบนพื้น เมินหน้าหนีอย่างประหม่า แน่ชัดว่ากำลังหวั่นไหว สัมผัสของชาร์วียังฝังอยู่บนผิวกาย คล้ายเป็นสัญลักษณ์ความเป็นเจ้าของ
เมื่อกลับมาเจอกันในรอบสี่ปีไม่ใช่แค่เขาที่เปลี่ยนไป เธอเองก็เปลี่ยนเช่นกัน พยายามห้ามความรู้สึก แต่ความใกล้ชิดทำให้หลุดจากวังวนไม่ได้
เธอรู้สึกกับเขามากกว่าน้องชาย..มาได้สักพัก เพียงแต่ไม่กล้ายอมรับเท่านั้นเอง
“ถ้าไม่รังเกียจ..ทำไมถึงไม่เชื่อว่าผมชอบ”
“คือ..” พูดไม่ออก เพราะสมองว่างเปล่า ลำดับคำพูดยังไม่ถูก จะด่าทอ โวยวาย หรือตอบรับ เธอมืดแปดด้าน
“มิกิครับ..”
ชาร์วีในแบบที่ไม่เหมือนเดิม กำลังสร้างความสับสนหวั่นไหว มนปรียากำลังเสียการควบคุมตัวเอง จึงได้แต่ยืนใจเต้นโครมครามอยู่อย่างนั้น
“พวกเราลองเป็นคนคุยดูไหม?”
“คือพี่..”
“ผมโคตรชอบเธอเลย”
ชอบ ที่แปลว่า อยากได้ ในแบบฉบับของผู้ชายที่ชื่อ ‘ชาร์วี’
.
.
.
.
กว่าจะเรียกสติคืนร่างก็ยืนงงอยู่หน้าบ้านเกือบยี่สิบนาที ชาร์วีพากลับโดยสวัสดิภาพ เขาไม่ได้แตะตัวเธอเลยหลังจากนั้น คำพูดสุดท้ายยังติดหู สับสนมึนงงเลยตอบไม่ได้
เธอกับเขา..มันจะเป็นไปได้จริงหรือ?
เดินเข้าห้องด้วยอาการเหม่อลอย เมื่อผิวกายปะทะความอบอ้าวจึงรีบเปิดพัดลมก่อนเดินไปเปิดหน้าต่าง แหงนมองห้องนอนบ้านข้างเคียงแล้วแปลบในอก ทำไมพักนี้รู้สึกเหนื่อยบ่อยจัง บางทีก็ไม่อยากตื่นมาทำอะไร
คิดไปขอบตาก็ร้อนผ่าว ตัดพ้อที่มีสภาพความเป็นอยู่ขัดสน ทั้งที่ตั้งใจและพยายามใช้ชีวิตให้ดีเสมอมา แต่โชคชะตาไม่เคยปรานี โคตรเหนื่อย..ที่ต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่มี เพียงเพื่อจะเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง
เวลาท้อก็ไม่มีพ่อแม่โอบกอด มีแต่ตัวเองเป็นที่พึ่ง ร้องไห้ก็ต้องเช็ดน้ำตาเอง เวลาหิวก็ต้องหาข้าวกินเอง เวลาเหนื่อยก็ไม่มีใครปลอบโยน
เธอโหยหาความรักมาตลอด ภาวนาว่าสักวันจะเจอคนที่ใช่ คนที่คอยโอบกอดในวันเหนื่อยล้า คนที่จริงใจและพร้อมอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า
หวังว่าเขาคนนั้นก็รอเธออยู่เช่นกัน..
“Oops!!”
อุทานตกใจเมื่อจู่ ๆ หน้าต่างห้องนอนของชาร์วีก็เปิด ชายหนุ่มโผล่หน้าออกมา ยกสมาร์ตโฟนส่งสัญญาณให้อ่านแชต ไม่รอช้ารีบหยิบมาเปิดทันที
Cha_V : เธอโกรธ?
อ่านข้อความแล้วยืนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนแหงนมองคนที่กำลังมองเธออยู่เช่นกัน
Cha_V : โกรธจริงเหรอ?
มนปรียายังคงอ่านและไม่ตอบเหมือนเดิม
Cha_V : ต้องง้อยังไง
เงียบ..
Cha_V : มิกิครับ
Cha_V : อย่าโกรธเลยนะ
MIKI_CV : ไม่ได้โกรธ
ไม่ต้องสงสัยว่าอักษร ‘CV’ หมายถึงอะไร เพราะเจ้าของชื่อชาร์วีเป็นคนพิมพ์เพิ่มให้ เธอขี้เกียจเถียงกับเด็กเอาแต่ใจ จึงปล่อยเลยตามเลย
Cha_V : ไม่โกรธแต่ต่อไปจะไม่คุยกับผมใช่ไหม
ไม่รู้กลายเป็นคนแพรวพราวตั้งแต่เมื่อไร เข้าใจมาตลอดว่าชาร์วีพูดน้อย แต่ที่ไหนได้..เขาแค่ไม่พูดกับคนที่ไม่อยากพูดด้วยเท่านั้น
MIKI_CV : ก็คุยอยู่นี่ไง
Cha_V : ต่อไปอย่ารับงานคนอื่นอีก
MIKI_CV : อืม
รับปากส่ง ๆ ไม่งั้นถูกเซ้าซี้ไม่เลิก
Cha_V : ห้ามโกหก
MIKI_CV : ไม่โกหก..มีอะไรอีกไหม พี่จะอาบน้ำ
Cha_V : ตกลงเป็นคนคุยแล้วนะ
MIKI_CV : ยัง
Cha_V : ให้เวลาคิดถึงวันจันทร์
MIKI_CV : เกินไปนะชาร์
Cha_V : ตามนี้นะครับ ว่าแต่ห้องเธอร้อนหรือเปล่า?
MIKI_CV : ถามทำไม?
Cha_V : ถ้าห้องเธอร้อน มานอนตากแอร์ห้องผมก็ได้นะ
เพียงเท่านั้นมนปรียาก็รีบปิดหน้าต่างดังปัง!
ยืนกำสมาร์ตโฟนหัวใจเต้นตึกตัก กัดริมฝีปากจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม ถึงเขาไม่อยู่ด้วยก็เขินจนหน้าแดง ร้อนวูบวาบเมื่อนึกถึงรสจุมพิตระหว่างกัน ชาร์วีแทรกซึมเข้ามาทีละน้อย ยิ่งถูกรุกหนักก็ยิ่งอ่อนไหว จนตอนนี้แทบควบคุมหัวใจไม่ได้
เกิดมาจนอายุยี่สิบสี่ เคยมีแฟนหนึ่งคนถ้วน คบหาดูใจตอนเรียนปีสาม กอดจูบกันบ้างนิดหน่อยตามประสาวัยรุ่น แต่ไม่ดูดดื่มและดุเดือดเหมือนที่ชาร์วีทำ เพราะตอนนั้นยังไม่มั่นใจว่าฝ่ายชายจะจริงจัง สุดท้ายก็ถูกนอกใจ เมื่อผู้ชายทิ้งไปคบคนที่แซ่บกว่าเธอ
กับชาร์วีมันถึงแตกต่าง แค่รู้สึกหวั่นไหวเธอก็ยอมให้ลากไปทำมิดีมิร้าย ยอมให้สัมผัสใต้ร่มผ้า ยอมให้จูบแลกลิ้นจนปากแตก ทั้งที่อดีตแฟนยังไม่เคยทำ
แล้วแบบนี้จะไหวเหรอ..มิกิ
บทที่ 4 ไม่อยากมองแค่หน้ามนปรียาถูกพามายังห้องชุดขนาดใหญ่บนชั้นสูงสุด ภายในเต็มไปด้วยโมเดลรถยนต์ ชาร์วีหลงใหลสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่อายุสิบห้า ด้วยฐานะทางบ้านและถูกตามใจตั้งแต่เด็ก จึงซื้อโมเดลหายากมาไว้ในครอบครองหลายชิ้นยกเว้นสองรุ่นที่ไม่สามารถหาได้ เพราะผลิตจำนวนจำกัด แต่ธันวาและจิรกรมี และเขาต้องได้มันมา ด้วยการชนะพนันครั้งล่าสุด“พาพี่มาทำไม?” คนถามกวาดตาไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ไม่เคยไปคอนโดชาร์วี จึงไม่ค่อยมั่นใจว่าใช่ที่นี่หรือเปล่า ตอนเขาจ้างก็แค่รับปากเพื่อตัดปัญหา“มาทำงานไงครับ”ชาร์วีเดินเข้าหาคนที่กำลังถอยหลังอย่างสะเปะสะปะ ใบหน้าเล็กเหลอหลา ดวงตาสั่นไหวราวกับลูกกวางตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวเสือร้ายตอนเด็กเธอน่าแกล้ง แต่ตอนนี้เธอน่าเอาเป็นที่สุด โคตรอยาก"อย่าทำรุ่มร่ามกับพี่""ผมยังไม่ทำอะไรเลย""ก็เห็นอยู่ว่ากำลังทำ"มนปรียาค่อย ๆ ถอยหลัง ไปจนมุมที่เคาน์เตอร์บาร์ ชาร์วีไม่รอช้ารีบเข้าประชิด ใช้สองแขนกักตัวเธอไว้ กลิ่นเหงื่อเย้ายวนจากเธอก่อกวนอารมณ์ อาวุธส่วนล่างเริ่มมีปฏิกิริยา“มาทำเรื่องของเราให้เสร็จ!! กันเถอะ”เขาจะได้ของพนันจากไอ้เพื่อนรักเสียที พวกมันก็เร่งยิก ๆ อยู่
บทที่ 3 จะทำให้มีเองหลายวันต่อมา..“วันเสาร์ไม่ออกไปไหนเหรอลูก” นีรนุชเอ่ยถามหลานชายในตอนสาย ปกติวันหยุดชาร์วีมักออกเที่ยวแล้วค้างที่คอนโด วันนี้มาแปลกจึงอยากถามไถ่สักหน่อย“ไม่ครับ” ตอบเพียงเท่านั้นก่อนหันหลังเดินไป ทำเหมือนไม่อยากสนทนาด้วย“กลับมาชาร์วี!..พวกเราต้องคุยกัน”เหตุนี้คนหน้านิ่งจึงเดินมาทิ้งตัวบนโซฟา มองผู้เป็นป้าโดยไม่พูดเหมือนเดิม ซึ่งนีรนุชชินเสียแล้ว แต่ที่ไม่ชินคือท่าทีหมางเมินที่มากขึ้นทุกวัน นับรวม ๆ ก็ห้าปีเห็นจะได้"พักนี้ไม่ค่อยลงมากินข้าวเย็นกับป้า โกรธอะไรหรือเปล่า""เปล่า""จะเปล่าได้ยังไง ในเมื่อก็เห็น ๆ อยู่ ชาร์พยายามหลบหน้าป้าตลอด มีปัญหาอะไรก็บอก อย่าทำแบบนี้""………" ชายหนุ่มไม่ตอบ เอาแต่นิ่งจนนีรนุชต้องขึ้นเสียง"อย่าเงียบ! หลายปีแล้วนะที่ชาร์หมางเมิน ทำเหมือนป้าไม่มีตัวตน มีปัญหาก็ควรเปิดอกคุยกัน ไม่ใช่เอาแต่หลบหน้าแล้วเงียบ หรือโกรธที่ป้าไม่ให้ไปเรียนอเมริกา""แล้วแต่จะคิด..ผมไปนะ"ชาร์วีลุกหนีโดยไม่รอให้นีรนุชอนุญาต เธอมองตามด้วยความกังวลใจ ตั้งแต่ย่างเข้าวัยรุ่นเขาก็เริ่มเปลี่ยน พูดน้อยลง เก็บตัวมากขึ้น และไม่สุงสิงกับใคร พยายามถามแต่ไม่ได้คำตอบ คว
บทที่ 2 รอยข่วนมนปรียาถึงบ้านเวลาหนึ่งทุ่ม เดินหน้าเครียดเข้ามานั่งบนโซฟาในห้องรับแขก ดีที่ชาร์วียอมปล่อยหากเขาทำมากกว่ากัดปาก ก็ไม่รู้จะเอาตัวรอดได้ไหม เพราะมัวจดจ้องอยู่กับเรื่องนี้ จนไม่ทันเห็นว่าเจียมจิตเดินออกจากห้องครัว“ไปแรดที่ไหนมาอีกล่ะถึงกลับช้า”“มิกิลืมโทรบอก..ขอโทษนะคะ”“แล้วก็ปล่อยให้ฉันกะเสือกกะสนทำกับข้าวเอง ทั้งที่กลับมาเหนื่อย ๆ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ”เจียมจิตเป็นหญิงวัยห้าสิบ ที่ยังทำงานเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง"บังเอิญมีงานด่วน มิกิเลยอยู่ทำโอทีต่อ""อย่าตอแหล ฉันเห็นลูกสาวลุงหมายกลับถึงบ้านตั้งแต่ห้าโมงเย็น มันทำงานแผนกเดียวกันกับแกไม่ใช่เหรอ"คงหมายถึงใบตอง ซึ่งฝ่ายนั้นไม่ชอบขี้หน้าเธอตั้งแต่เด็ก ถึงทำงานที่เดียวกันและบ้านอยู่ถัดไปไม่กี่หลัง ทั้งคู่ก็ไม่ค่อยสุงสิงหรือสนิทสนมเท่าที่ควรชีวิตเด็กกำพร้าไม่ง่ายเลย รู้แค่พ่อชื่อไมตรี แม่เป็นคนญี่ปุ่น ชื่อเล่น ‘มิกิ’ ก็ตั้งมาจากเชื้อชาติของแม่ ซึ่งทั้งคู่อยู่แห่งหนไหนก็ไม่อาจทราบได้ ถูกเลี้ยงดูจากย่าตั้งแต่แบเบาะพออายุสิบขวบย่าก็เสียชีวิต ธนดลซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อจึงรับเลี้ยง ด้วยความที่ฐานะไม่ค่อยดี
บทที่ 1 เพราะเขาคือชาร์วีวันนี้มีแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร มหาวิทยาลัยคริสตัลจึงคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาต่างสถาบัน เสียงเชียร์ดังสนั่นเมื่อมีการทำประตู ทีมเจ้าบ้านเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำอีกครั้ง จากผลงานของกองหน้าสุดหล่อนามว่าชาร์วี “แอบเชียร์เด็กอยู่ล่ะสิ” คติยาแซวเพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง ขณะนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ข้างสนาม หัวหน้าสั่งหยุดงานครึ่งวัน เพื่อให้พนักงานแผนกธุรการได้เข้าชมการแข่งขัน โชคดีที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน อากาศจึงไม่ค่อยร้อน“มิกิต้องเชียร์ทีมมหาลัยอยู่แล้วค่ะพี่เค้ก” คนตอบยิ้มแห้ง เมินหลบสายตาจับผิด ตั้งแต่เรียนจบ มนปรียา ศรีพรรณ ได้เข้าทำงานในแผนกธุรการของมหาวิทยาลัยคริสตัลมาปีกว่า ด้วยอายุไล่เลี่ยกันจึงสนิทกับคติยามากกว่าคนอื่น“พี่เตือนหลายทีแล้วนะว่าอย่าเล่นกับไฟ”“ชาร์เป็นน้อง” คนถูกดุอึกอักจะทำอย่างไร..ในเมื่อไฟที่ว่าคือชาร์วี เขาเป็นน้องชายข้างบ้าน รู้จักตั้งแต่เรียนประถม สนิทสนมกลมเกลียวกันมานาน เพิ่งเริ่มห่างก็ตอนที่เธอไปเรียนต่างจังหวัด"เด็กมันร้าย! จำคำพูดพี่ไว้ให้ดี"“มิกิรู้ค่ะ”ชื่อเสียงชาร์วีไม่ธรรมดา สาวเล็กสาวใหญ่ กระทั่งอาจารย์บางคนก็ถูกเขาฟาดจนนับไม่ถ้วน เรียกว่าเส
บทนำ“ไอ้ชาร์..มึงรู้หรือเปล่าว่าอาจารย์พิมพ์กำลังจะแต่งงาน” จิรกรเอ่ยถามเพื่อนหน้านิ่ง ขณะนั่งอยู่ใต้อาคารเรียนคณะบริหาร ในมหาวิทยาลัยคริสตัล“อืม” คนถูกถามพยักหน้ารับทราบ แล้วไม่พูดอะไรต่อ ทำให้ธันวาที่กำลังคุยแชตกับสาวต้องเงยหน้ามองก่อนพูดขึ้น“มึงก็เย็นชาสมชื่อ”“ในฐานะคนเคยคุ้น ก็อาลัยอาวรณ์อาจารย์หน่อยเถอะ” จิรกรยุยงให้เพื่อนมีอารมณ์ร่วม“ทำไมต้องทำ”ใบหน้าหล่อเหลาของชาร์วีปราศจากความรู้สึก จนเพื่อนสนิททั้งสองส่ายหัว อุตส่าห์บิ้วแต่มันก็ยังเฉย แล้วแบบนี้จะมีเรื่องสนุกทำได้ยังไง“แสดงว่ามึงมีเป้าหมายใหม่แล้ว” ธันวาวางสมาร์ตโฟนในมือเอ่ยถามเสียงจริงจัง“กูก็คิดแบบนั้น” จิรกรหรี่ตาจับผิด เพราะคราวนี้ชาร์วีมาแปลก“หรือมึงกำลังจะงาบพี่สาวข้างบ้าน”“........” ไม่มีคำตอบมีเพียงเสียงหึในลำคอแล้วนิ่ง ตามฉายา ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’“เงียบ..ก็แสดงว่าจริง” ธันวาลูบคางยิ้มเจ้าเล่ห์ พยักหน้าให้จิรกรอย่างรู้กัน เริ่มหาเรื่องสนุกทำ ช่วงนี้เหงา ๆ เบื่อ ๆ ถ้าได้พนันบางอย่างคงกระชุ่มกระชวย“ไม่ต้องยุ่ง”“ไม่อยากยุ่ง..กูแค่อยากใส่ใจ” จิรกรหัวเราะตามประสาหนุ่มอารมณ์ดี ใบหน้าคมคายสว่างจ้าทันที เรียกว่ารอยยิ







