ログイン“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
รปภ. คนหนึ่งวิ่งตามคนร้ายไป อีกคนก็วิ่งมาหาของขวัญกับหญิงชราที่โดนทำร้าย
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ” เธอส่ายหน้าแล้วหันกลับมาถามคุณยายที่ยังดูหวาดกลัว “คุณยายเป็นอะไรไหมคะ” ท่านไม่ตอบ ยังคงตัวสั่นงันงกร้องไห้ไม่หยุด ท่าทางขวัญเสีย ของขวัญที่ไม่รู้จะทำยังไงดีจึงดึงคุณยายเข้ามากอดเพื่อปลอบประโลมให้ใจเย็น
“ไม่เป็นอะไรแล้วนะคะ ไม่มีใครทำอะไรคุณยายได้แล้ว ปลอดภัยแล้ว”
“ผมเรียกรถโรงพยาบาลแล้วนะครับ อีกสักพักคงมาถึง” รปภ. บอกกับของขวัญส่วนคุณยายยังคงไม่พูดจา
“ถ้ายังไงช่วยตามหาญาติของคุณยายด้วยนะคะ”
“ครับ ผมขอให้ประชาสัมพันธ์ช่วยประกาศให้แล้ว...”
“คุณท่าน!”
พูดยังไม่ทันจบก็มีชายหญิงสองคนวิ่งมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
พวกเขารีบร้อนถามพร้อมมองมาอย่างแปลกใจที่เห็นว่าของขวัญกำลังกอดคุณท่านเอาไว้ และพอหญิงสาวผละออกคุณท่านก็ยังคงจับมือเธอเอาไว้แน่น
“เจอโจรค่ะ ผู้ชายสองคนพยายามแย่งกระเป๋าของคุณยาย” หญิงสาวอธิบาย
“ห้างใหญ่โตแบบนี้ ปล่อยให้มีโจรได้ยังไงคะ!”
ก่อนที่ญาติของคุณยายจะได้ต่อว่าใคร ก็ได้ยินเสียงของรถฉุกเฉินที่ใกล้เข้ามา ไม่นานพวกเขาก็มาถึง
“คุณท่าน ไปตรวจร่างกายหน่อยนะคะ”
“ไม่ไป”
คุณยายปฏิเสธเสียงแข็ง ดูท่าทางแล้วคงจะไม่ชอบไปโรงพยาบาล ซึ่งคนแก่ก็แบบนี้เธอที่เคยดูแลผู้สูงอายุพอเข้าใจ
“แต่คุณท่าน...”
“บอกว่าไม่ไปไง ไม่ไปก็คือไม่ไป”
“คุณยายไปตรวจร่างกายสักหน่อยนะคะ ไม่นานหรอกค่ะ” ของขวัญช่วยพูด
“หนูไปกับฉันได้ไหม ฉันไม่ชอบโรงพยาบาล”
คำพูดของคุณยายทำให้คุณป้าที่เป็นญาติมองมาที่ของขวัญอย่างแปลกใจอีกครั้ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นขอร้องแทน
“คุณติดธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขวัญไปเป็นเพื่อนได้”
หญิงสาวยิ้มอย่างใจเย็นแม้จะมีธุระ ก่อนจะช่วยพยุงคนชราขึ้นมาบนรถฉุกเฉิน ที่ต้องพยุงเอง เพราะคุณยายไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่คนไหนโดนตัวเลยแตกต่างจากของขวัญ อีกฝ่ายดูไว้ใจเธอมาก แม้ว่าจะพึ่งเคยพบกันครั้งแรก
คงเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ได้เธอช่วยเหลือเอาไว้ก็เลยไว้ใจ
“เอายังไงดีคุณแม่บ้าน?”
หลังจากรถฉุกเฉินขับห่างออกไป ผู้ชายที่มาพร้อมกับคุณป้าก็ถามเสียงเครียด
“ก็ต้องโทรไปบอกคุณชาย”
“เราสองคนไม่คอขาดกันเหรอครับ!”
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ปิดคุณชายไม่ได้หรอก ไป! รีบโทร จะได้รีบตามไปโรงพยาบาล” คุณแม่บ้านตอบกลับแล้วมองตามรถฉุกเฉินไป ที่ไม่ไปด้วยเพราะมีที่นั่งให้ญาติแค่ที่เดียว พวกเธอต้องขับรถตามหลัง
ดูแลคุณท่านมาเกือบยี่สิบปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่คุณท่านยอมให้คนอื่นแตะตัวง่าย ๆ แถมยังยอมไปโรงพยาบาลง่าย ๆ อีกด้วย เพราะเหตุผลนี้ถึงได้มองของขวัญด้วยสายตาแปลกใจถึงสองครั้งสองครา
“งั้นคุณแม่บ้านเป็นคนโทรได้ไหมครับ”
“ฉันต้องรีบไปหาคุณท่าน คุณคนขับนั่นแหละที่ต้องโทร!”
“ค่ะ วันที่ขวัญไปเยี่ยมคุณป้าแล้วมีเรื่องกับลูกปัด” เธอบอกเล่าไปตามตรง“หมอคนไหน” ชายหนุ่มหันไปถามเจ้าของโรงพยาบาล“หมอพราว”“พราว? ลูกสาวทนายโกศลเหรอ”“อืม คนนั้นแหละ”เจ้าบ่าวหน้าตึงพอรู้ว่ามีคนหาเรื่องภรรยา แต่เขากลับไม่รู้เรื่อง “อย่าโมโหสิคะ มันไม่มีอะไรแล้ว” เป็นของขวัญที่ต้องจับมือเพื่อให้เขาใจเย็นลง“ทำไมคุณไม่เล่าให้ผมฟัง” ชายหนุ่มก้มหน้า มองคนตัวเล็กด้วยแววตาจริงจัง“เพราะขวัญลืมไปแล้ว เพิ่งนึกขึ้นมาได้เมื่อกี้นี้เลย”“แน่ใจนะว่าไม่ได้ตั้งใจปิดบังผม”“ค่ะ ขวัญไม่ได้จะปิดบัง”“ก็แล้วไป”“เอาเถอะ มึงไม่ต้องโกรธหรอก อีกอย่างกูก็จัดการกับหมอพราวไปแล้วด้วย” สามภพบอกเพื่อนสนิท“จัดการยังไง”“ไล่ออกจากโรงพยาบาลไปเลย”“โอเค” พิธานพยัก
“ถ้ามึงอยากไปมาก ก็แต่งงาน เดี๋ยวกูให้มึงเป็นของขวัญบ้าง” นิรามพูดอย่างรำคาญ แต่ประโยคนั้นถึงกับทำให้สามภพ สวัสดิ์เทวาขนลุกขนชัน“มึงพูดว่าอะไรนะ” “เฮียรามบอกให้เฮียแต่งงานครับ” เทพทัศกลัวพี่ชายได้ยินไม่ชัดก็เลยทวนให้ฟังด้วยความหวังดี แทนที่จะได้รับคำชมกลับถูกสามภพมองหน้าไม่พอใจ“นั่นสิ มึงควรจะแต่งงานได้แล้วนะ” พิธานพยักหน้าเห็นด้วย“ถ้ากูแต่งงาน สาว ๆ ทั้งประเทศไม่อกหักกันหมดหรือไง กูยังไม่อยากเป็นฆาตกรทำร้ายหัวใจใคร หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว” สามภพปิดหู ทำหน้าเหมือนไม่สามารถรับฟังคำพูดของเพื่อนสนิททั้งสองและน้องชายได้ ของขวัญกะพริบตามองคนที่เป็นถึงดอกเตอร์แต่ทำตัวไร้สาระยิ่งกว่าใคร คิดว่าเขาน่าจะไปเป็นนักแสดงดู เพราะการแสดงว่าหลงตัวเองถือว่าใช้ได้ เธอปรบมือให้“สามภพ”“อะไร”“แม่มึงมองอยู่”กึก“ผมว่าหลังจากผ่านงานแต่งของเฮียธานไป เดี๋ยวม๊าต้องจับเ
“ยุ่ง” อยากด่าว่าเสือก ติดว่าอยู่ต่อหน้าภรรยาเมื่อตอบโต้สามภพแล้วก็ยกมือขึ้นวางบนไหล่เปลือยเปล่าของกายบาง ชุดแต่งงานที่สวยสดน่าขัดใจที่เปิดเผยช่วงอกมากเกินไป ของขวัญตัวเล็กแต่หน้าอกหน้าใจยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดา อยู่ต่อหน้าคนอื่นไม่เท่าไร พอคนพวกนี้โผล่มาก็กระตุกต่อมหวงแหนของพิธานเข้าให้“หวงเกินไปไหม นี่เพื่อนไง” สามภพขมวดคิ้ว คิดว่าเขาจะคิดลึกกับภรรยาเพื่อนหรือไง“อ้าว นี่เพื่อนเหรอ”“ไอ้เวรนี่”“หึ” พิธานหัวเราะออกมาเขารู้ว่าคนตรงหน้าไว้ใจได้ แต่มันเป็นไปตามสัญชาตญาณแสดงความเป็นเจ้าของ ก็นี่ภรรยาเขา“วันนี้อาซ้อสวยมากเลยครับ เมื่อกี้ตอนที่ถ่ายรูปรวมมันดูเป็นทางการไป ผมขอถ่ายอีกรูปได้ไหม”“เอาสิ” ระหว่างที่พิธานตีกับสามภพ เทพทัศก็เข้ามาขอถ่ายรูปกับอาจารย์สาว ร่างบางเอียงตัวเล็กน้อยเพื่อเข้ากล้องแต่ก่อนที่เทพทัศจะกดถ่ายรูป พิธานก็ขยับแทรกมาอยู่ตรงกลาง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ถ่ายรูปคู่ไป“เฮีย ผม
หลังจากความวุ่นวายมากมายในชีวิตผ่านพ้นไปแล้วในที่สุดวันนี้ก็มาถึง...วันแต่งงานของเธอเนื่องจากความสามารถที่มีมากล้นของคุณแพรพรรณทำให้งานแต่งงานของลูกชายและลูกสะใภ้อย่างของขวัญถูกเนรมิตขึ้นอย่างรวดเร็วและดีพร้อมไปหมด ไม่มีส่วนไหนที่ถูกจัดเตรียมอย่างลวก ๆ ทุกอย่างผ่านกระบวนความคิดและความตั้งใจ แม้ของขวัญจะต้องการงานแต่งงานที่เรียบง่าย ที่หมายถึงงานเล็ก ๆ แต่คุณแพรพรรณกลับเข้าใจไปว่าเป็นสไตล์มินิมอล เรียบหรูดูแพงความหมายของคำว่าเรียบง่ายของทั้งคู่ต่างกัน ทำให้งานแต่งงานออกมาเรียบง่ายแบบยิ่งใหญ่อลังการ ไม่ธรรมดาตั้งแต่ชุดเจ้าสาว ซึ่งไม่ได้มีแค่ชุดเดียว หนึ่งในชุดเจ้าสาวที่ถูกพูดถึงแน่นอนคือชุดแต่งงานช่วงค่ำที่ประดับประดาไปด้วยเพชรแท้ดีไซเนอร์ก็ไม่ใช่ใคร เป็นคุณเวลาเจ้าประจำขบวนแห่ขันหมากเองก็ขับนำขบวนด้วยรถหรูกว่ายี่สิบคัน เป็นของสะสมของพิธาน ของขวัญพึ่งรู้ว่าสามีมีรถเยอะมากก็วันแต่งงาน ที่สำคัญนี่ไม่ใช่รถทั้งหมดของเขา แม้แต่ของชำร่วยก็ยังเป็นไข่มุกแท้จากทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของครอบครัวภูมิพิทักษ์“เหนื่อยเหรอ”“
“คุณพ่อเป็นอะไรไป ปกติคุณพ่อตามใจพวกเรามาตลอด ไม่เคยบังคับหรือดุด่าว่าพวกเราแบบนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ลูกปัดยังคงมีคำถาม ต่อให้ของขวัญจะเคยสาดคำพูดใส่หน้าว่าแม่ตัวเองต่างหากที่มีชู้แต่เธอก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง เพราะแบบนี้เลยไม่รู้ว่าครอบครัวกำลังเจอปัญหาอะไร “ตอบลูกปัดสิ”“อัทกรมีหลักฐานว่าลูกคบชู้” ท่านชวันไม่ตอบคำถาม แต่พูดถึงเรื่องที่อัทกรจะฟ้องหย่า“คะ คุณพ่อหมายความว่ายังไง”“เขามาหาพ่อ เอาหลักฐานทั้งหมดมาให้พ่อดู ทั้งเรื่องที่ลูกเที่ยวกลางคืนเมากลับบ้านเขาทุกวัน เรื่องที่ลูกควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้ากันเข้าโรงแรม แล้วไหนจะเรื่องที่ลูกโกหกว่าท้องเพื่อให้ได้แต่งงานกับเขาอีก ฝ่ายนั้นเขาจะฟ้องเรื่องนี้ พ่อปรึกษาทนายแล้วทางนั้นมีโอกาสชนะสูงและลูกจะเสียชื่อเสียงมาก”ได้ยินแบบนั้นลูกปัดก็ส่ายหน้าไปมาอย่างสับสน อัทกรจะรู้ได้ยังไง ก็เขาไม่เคยสนใจอะไรเธอเลย“เรื่องนี้ถ้าฟ้องร้องกันขึ้นมามันไม่ดีกับลูกปัดเลย...ยอมหย่าให้เขาง่าย ๆ เถอะ ถือว่าพ่อขอ” อัทกรเองก็ไม่อยากได้อะไรนอกจากอิสระ“ลูกปัดจะไปคุยกับอัท” ปัทมายังคงไม่ยอม เธอจะกลับบ้าน
“คุณพ่อหมายความว่ายังไง ทำไมอัทต้องฟ้องหย่าลูกปัดด้วย” ลูกปัดครุ่นคิดอย่างหนัก ตั้งแต่งานแต่งงานความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ย่ำแย่มาก แต่ไม่คิดว่ามันจะถึงขั้นฟ้องหย่ากันแบบนี้“คุณพ่อไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ถึงอัทจะฟ้องหย่าจริง ๆ อัทก็ไม่ชนะหรอก ลูกปัดเป็นผู้หญิงนะคะ ยังไงคณะลูกขุนก็ต้องสงสารลูกปัดอยู่แล้ว เผลอ ๆ เรื่องคงไปไม่ถึงศาล ยังไงก็ต้องไกล่เกลี่ยกันก่อน” เมื่อตกตะกอนได้ลูกปัดก็ส่ายหน้าบอกกับผู้เป็นพ่ออย่างมั่นใจที่สำคัญแต่งงานกันยังไม่ถึงเดือน ถ้าต้องหย่าเธอคงเสียหน้ามาก โดยเฉพาะถ้าของขวัญรู้เรื่องนี้ ผู้หญิงคนนั้นจะต้องหัวเราะเยาะเธอแน่ ซึ่งลูกปัดไม่มีทางยอมยังไงก็ไม่หย่าเด็ดขาด หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่หย่า“หย่าเถอะลูกปัด เรื่องมันจะได้จบ ๆ” ลูกสาวพูดมาขนาดนี้แล้ว แต่ท่านชวันกลับยืนยันคำเดิม“คุณพ่อทำไมต้องบังคับให้ลูกปัดหย่าให้ได้ ทำไมคุณพ่อต้องเข้าข้างคนอื่นด้วย”“พ่อไม่ได้เข้าข้างคนอื่น”แอดระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังโต้เถียงกัน ประตูห้องทำงานก็เปิดออก คุณหยาดเดินเข้ามาพร้อมกาแฟหอมกรุ่น“กาแฟค่ะคุณ” เธอพูดกับสามีอย่าง







