LOGIN“เท่จัดเลยพี่”คลื่นยักไหล่ล้อเลียน จนค่ายต้องรีบพาร่างเล็กเดินแยกออกมา แต่ ถึงอย่างนั้นเสียงของคลื่นก็ตามหลังมาไม่ยอมหยุด กระทั่งทั้งสองคน เข้ามาในลิฟต์ หมวยลี่หัวเราะคิกคักตลอดเวลาจนถูกคนตัวสูงมองค้อน“เฮียเริ่มอายแล้วนะลี่”“เท่มากเลยนะคะ บอกแล้วไงลี่ชอบ”ลิฟต์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านแต่ละชั้นไปยั
“นี่มันอะไรกันค่าย พ่อไม่เห็นรู้ว่ามีแบบนี้” ผู้เป็นพ่อมองลูกชาย ตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา“ไม่มีอะไรครับ ก็แค่อยากสนุกกันนิดหน่อย พ่อพาญาติ ๆ กลับ ก่อนก็ได้ครับ”“ขอโทษด้วยนะ ผมไม่รู้ว่าตาค่ายจะนึกบ้าบิ่นขึ้นมา” ไกรวิชญ์ กลัวว่าบรรดาญาติ ๆ จะพากันไม่พอใจ แต่ผลกลับตรงกันข้าม ทุกคน ส่ายหน้าเบา
งานหมั้นถูกจัดขึ้น ณ โรงแรมเฟิงเฉิน อาณาจักรหรูหราที่เป็น สมบัติของตระกูลตอนนี้หมวยลี่และค่ายกำลังแต่งตัวอยู่ภายในห้องเดียวกัน เมื่อคืนทั้งสองคนและครอบครัวนอนที่โรงแรม ตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพื่อเตรียมตัวสำหรับพิธีหมั้นที่จะจัดขึ้นในวันนี้ในตอนแรก ธันวารับปากว่าจะมีงานหมั้นของเจ้านาย แต่สุดท้าย
ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอบอุ่น จนอดยิ้มตามไม่ได้“ของคาวเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้เฮียขอกินของหวานก่อนได้ไหมครับ คนสวย” แววตาของเขากำลังออดอ้อนเต็มประดา ทำเอาหมวยลี่เม้ม ริมฝีปากแน่นไม่อยากปฏิเสธ เพราะคิดถึงเหมือนกัน“ถ้ากินของหวานตอนนี้ แล้วเมื่อไรจะได้กินข้าวคะ” เสียงหวาน เอ่ยเบา ๆ“คิดถึงครับ” คำสั้น ๆ กระ
คอลจนดึกดื่น“เมาหรือเปล่าคะ” เสียงหวานถามหลังเห็นคนตัวสูงทิ้งตัวนอนลง บนเตียง(ไม่เมาครับ เฮียไม่ค่อยดื่มเท่าไร)“จะนอนเลยไหมคะ”(อยากคุยกับหนูก่อน) ใบหน้าหล่อแนบลงบนหมอนใบใหญ่ เสียงทุ้มแผ่ว ๆ ฟังดูอ้อนอย่างที่หมวยลี่รู้สึกได้“พรุ่งนี้ต้องเข้าบริษัท เฮียต้องรีบนอนสิ”(อีกยี่สิบนาทีได้ไหม เฮียยั
จะพักที่โรงแรมหรือคฤหาสน์เฟิงเฉิน เธอจะได้จัดเตรียมสถานที่รอรับยิ่งเวลาใกล้เข้ามาเท่าไร หมวยลี่รู้สึกตื่นเต้น จินตนาการไปถึง วันหมั้นบ่อยครั้ง เธออยากให้ทุกอย่างออกมาดีและสมบูรณ์แบบ เพราะมันแค่ครั้งเดียวในชีวิตมีวูบหนึ่งในความคิด ขนาดพิธีหมั้นยังรู้สึกตื่นเต้นอย่างนี้ ถ้าเป็น งานแต่งเธอคงนอนไม
เสียงข้อความดังขึ้นมารบกวนเวลาทำงาน ก่อนหัวใจที่ปวดหนึบ จะเริ่มชาทีละน้อย หลังได้อ่านคำสั่งนั้น‘คืนนี้ฉันจะให้ธันไปรับที่คอนโด’‘ใส่ชุดที่ฉันเตรียมเอาไว้ให้ด้วยล่ะ’ค่ายเพิ่งทำไปเมื่อคืน แต่กลับสั่งให้เธอไปหาอีก ทำแทบทุกวัน จนหมวยลี่รู้สึกว่าร่างกายบอบช้ำเกินเยียวยา แม้จะมีอารมณ์ร่วมบ้าง และเพร
ก้านนิ้วที่ค้างอยู่ในร่องชื้นถูกดึงออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะ จงใจใช้ปลายนิ้วนั้นกดลึกเข้าไปในริมฝีปากบางอย่างแรง จนเกิด รอยแดงช้ำ และมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยเปลือกตาสีอ่อนปิดแน่น ยอมรับบทลงโทษนั้นอย่างไม่ขัดขืน ไม่มี คำห้ามปรามแม้จะรู้สึกเจ็บจนน้ำตาคลอ กระทั่งปลายที่กดอยู่ค่อย ๆ ถูกดึงออกไ
คมคายของเขาเอาไว้ ก่อนจะกดจูบลงไปอย่างเยือกเย็น จูบที่ครั้งหนึ่ง เคยหวั่นไหว ตอนนี้กลับไร้ความรู้สึก ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของ ความหวั่นไหวหลงเหลือซ่อนอยู่ในนั้นอีกต่อไปแล้ว“อืม~”มือหนาลูบไปตามแผ่นหลังเนียนอย่างอ้อยอิ่ง ค่อย ๆ เลื่อนลงมา สัมผัสกับจิวเล็ก ๆ บนท้องแบนราบ ความเสียดสีในโพรงนุ่มชื้นที
เรื่องส่วนตัว เมื่อเผลอหลุดปากถามออกไปแล้ว ก็รีบเอ่ยขอโทษแทบจะ ทันทีแต่ร่างเล็กที่ยืนเคียงข้างกลับหันมายิ้มตอบ ทว่า รอยยิ้มนั้น ว่างเปล่าราวกับคนชินชาไร้ความรู้สึก โดยเฉพาะคำตอบของเธอที่ เอ่ยออกมา มันยิ่งตอกย้ำความว่างเปล่า“นานแล้วค่ะ”เจียร์ที่ได้ยินถึงกับนิ่งไปพักหนึ่ง อย่างไม่คิดเลยว่าจะได้ย







