เข้าสู่ระบบคำโปรย เพราะเกิดมาจน…เธอจึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะ ‘จดจำ’ และเพราะเกิดมารวย…เขาจึงไม่เคยยอมรับว่า ‘ลืมไม่ได้’ เด็กสาวลูกแม่บ้านที่เติบโตในเงาของคฤหาสน์ใหญ่ แอบรักลูกชายเจ้าของบ้านอย่างเงียบงัน คืนหนึ่ง…ความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิด ทำให้คนสองโลกมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง… แต่รุ่งเช้า...เธอคือคนต่ำต้อยที่ต้องถอยออกมา ส่วนเขา...คือทายาทมหาเศรษฐีที่ไม่มีวันเลือกเธอ สามปีผ่านไป... เธอกลับมาในฐานะ ‘พนักงานใหม่’ ของบริษัทเขา พร้อมสถานะคนรักของชายอื่น และสายตาเย็นชาเหมือนไม่เคยมีอดีตร่วมกัน ทว่าเขา…กลับจำทุกสัมผัสได้ไม่เคยลืม “เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า” เขาถาม “ไม่ค่ะ เจ้านาย” เธอยิ้มสุภาพ “ฉันไม่เคยรู้จักคุณ” ทั้งที่ความจริง...เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาไม่เคยลืม
ดูเพิ่มเติมณ ห้องเก็บเอกสารลับ ชั้นบริหาร...ธิชารัตน์ ถูกแรงดึงมหาศาลกระชากข้อมือให้ก้าวตามเข้าไปในห้องเก็บเอกสารที่เงียบสงัด ก่อนที่แผ่นหลังบางจะถูกดันจนชิดกับตู้เหล็กเย็นเฉียบ ภูริต กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้าง แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้เข้มจัดและเต็มไปด้วยความคาดคั้น“อุ๊ย! พี่ภู! เล่นอะไรคะเนี่ย ทิชาตกใจหมด”เธอพยายามทำเสียงดุกลบเกลื่อนความประหม่า พร้อมส่งยิ้มกะล่อนตามฉบับสาวซน“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยทิชา...”ภูริตโน้มหน้าลงมาจนจมูกโด่งเกลี่ยไปบนพวงแก้มใส“คำตอบที่พี่ขอไว้ล่ะ สรุปว่าเราจะเป็น ‘แฟน’ กันได้หรือยัง หรือจะปล่อยให้พี่เป็นแค่ตัวประกอบในแผนการของเธอไปตลอดชีวิต?”“แหม...พี่ภูก็ใจร้อนจัง ทิชายังไม่ได้เช็กเรตติ้งเลยนะว่าถ้าคบพี่แล้วสาวๆ ในออฟฟิศจะเลิกจิกตาใส่ทิชาหรือเปล่า”ธิชารัตน์ยังคงเล่นแง่ เอานิ้วจิ้มอกแกร่งเบาๆ อย่างยั่วเย้า“งั้นแสดงว่าต้อง ‘ลงโทษ’ ให้เข็ดใช่ไหมถึงจะยอมพูดความจริง”“พี่ภูจะลงโทษอะไรทิชาคะ? อยากรู้...”ประโยคคำถามยังไม่ทันจบเลยด้วยซ้ำ ภูริตก็ฉกริมฝีปากลงมาปิดปากช่างเจรจานั้นทันที!มันเป็น ‘จูบแรก’ ที่ทำเอาธิชารัตน์สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ จูบของภูริตไม่ได้นุ่มน
ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองใหญ่... แสงไฟสลัวภายในห้องสวีทสุดหรูขับเน้นบรรยากาศให้ดูอบอุ่นและเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ค่อยๆ กลับคืนสู่จังหวะปกติ หลังจากพายุสวาทอันเร่าร้อนเพิ่งสงบลงธาวิน ยังคงทอดร่างหนาซุกไซ้และทับทาบอยู่บนกายอ้อนแอ้นของ พิมพ์มาดา อย่างหวงแหน ผิวพรรณเปลือยเปล่าของทั้งคู่สัมผัสกันจนแยกไม่ออกว่าไออุ่นนั้นมาจากใครเป็นของใครธาวินเท้าแขนลงกับที่นอนนุ่มเพื่อพยุงตัวขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่เคยดูดุดันบัดนี้ฉ่ำวาวไปด้วยความรักและความลึกซึ้ง เขาจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่เพิ่งผ่านบทเรียนรักอันหนักหน่วงมาด้วยกัน เส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยและพวงแก้มที่ยังแดงระเรื่อทำให้เธอประหม่าจนต้องหลบสายตา“ข้าวหอม...”เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเอ่ยเรียกพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมออกจากหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม“คะ?...คุณธาวิน”พิมพ์มาดาขานรับแผ่วเบา มือเรียวยังคงโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้หลวมๆ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว เมื่อเธอรู้สึกได้ว่า เบื้องล่างของเธอนั้น ยังมีเจ้าแท่งเหล็กใหญ่ของเขาค้างคาเอาไว้ โดยที่เจ้าตัวไม่คิดที่ถอดถอนออกไปไหน“ขอบคุณเธอมากนะ...ขอบคุณจริงๆ ที่ยอมอดทนและฝ
“แล้วพวกเธอล่ะ...คิดว่าตัวเองจะอยู่ในตระกูลเตชะวงศ์วรากุลได้ยังไง?”คุณปกรณ์เอ่ยเสียงเรียบแต่บาดลึก“ฐานะทางบ้านของพวกเธอกับตระกูลเรามันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว นามสกุลเรามีภาระที่ต้องแบกรับมากกว่าแค่ความรักประเดี๋ยวประด๋าวนะ”คำพูดถากถางเรื่องฐานะทำให้นลินญาและพิมพ์มาดาหน้าเสีย มือที่ประสานกันอยู่สั่นเทาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ยังไม่ทันที่พวกเธอจะได้อ้าปากตอบ...“พ่อครับ!”ธีร์ธวัชโพล่งออกมาด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขาคว้ามือนลินญามากุมไว้แน่นต่อหน้าพ่อ“เรื่องฐานะมันไม่ใช่ประเด็น และนลินญาเขาก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่พ่อจะมาวัดค่าด้วยเงินหรือนามสกุล!”“ผมเองก็เหมือนกันครับพ่อ”ธาวินเสริมทัพน้องชาย แววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีที่เห็นผู้หญิงของตัวเองเริ่มน้ำตาคลอ“ถ้าพ่อยังเห็นว่าความสุขของลูกชายตัวเองสำคัญน้อยกว่าหน้าตาทางสังคม...ผมว่าเราคงคุยเรื่องนี้กันไม่จบแน่”คำพูดของคุณปกรณ์เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ แววตาคมกริบของผู้เป็นพ่อจ้องมองลูกชายทั้งสองอย่างกดดันเพื่อย้ำเตือนถึงภาระหน้าที่ที่แบกไว้บนบ่า“แกคิดว่าธุรกิจของบริษัทเรามันไม่พึ่งเส้นสายเลยหรือไง?”ผู้เป็นพ่อถามกลับเสียงเข้ม“การ
ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง...บรรยากาศภายในร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของซุปมิโสะและเสียงหัวเราะของสามสาวที่สนิทใจกันที่สุด หลังจากผ่านมรสุมความรักและความเข้าใจผิดมาอย่างหนักหน่วง วันนี้จึงเป็นวันพิเศษที่พวกเธอตั้งใจนัดมา ‘ฉลอง’ จุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิตธิชารัตน์ ที่วันนี้ดูจะร่าเริงเป็นพิเศษ ยกแก้วสาเกใบเล็กขึ้นกลางวง แววตาซุกซนจ้องมองเพื่อนรักทั้งสองคนด้วยความตื้นตัน“ดื่มให้กับว่าที่ ‘พี่สะใภ้’ ทั้งสองคนของฉันหน่อย!”ธิชารัตน์ประกาศก้องพร้อมรอยยิ้มกว้างที่ปิดไม่มิด“...” นลินญา หัวเราะเบาๆ พลางยกแก้วขึ้นชนอย่างอารมณ์ดี ความประหม่าที่เคยมีต่อครอบครัวนี้มลายหายไปเกือบหมดเพียงเพราะความจริงใจของเพื่อนรักและคนรัก“งั้นก็...ดื่มให้กับว่าที่ ‘น้องสามี’ ที่น่ารักที่สุดของฉันเหมือนกันนะ”“...”พิมพ์มาดา ที่วันนี้ดูสดใสและมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด ยกแก้วขึ้นเข้าร่วมวงด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ด้วยความตื่นเต้น“ส่วนฉันก็นี่เลย...ดื่มให้กับ ‘ว่าที่น้องสามี’ และ ‘เพื่อนรัก’ ที่สุดของฉันหน่อย”เสียงแก้วเซรามิกกระทบกันเบาๆ ‘เคร้ง!’ เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสาม และบทบาท
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ตระกูลเตชะวงศ์วรากุล...ห้องรับแขก...เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มดังแผ่วลงตามขั้นบันได ดวงตาคมเข้มทอดมองไปยังห้องรับแขกกว้างเบื้องหน้าอย่างเคยชิน ทว่าในวินาทีถัดมา ฝีเท้าที่กำลังจะก้าวต่อกลับชะงักเล็กน้อย...บนโซฟาตัวยาวกลางห้อง มีร่างเล็กในชุดลำลองนั่งไขว่ห้างอย่างสบาย ทิ้งตัวพิงพนัก ม
แสงแดดตอนเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีเข้มเข้ามาเป็นเส้นบางๆ พาดลงบนเตียงกว้างในห้องสวีทรูมสุดหรูที่เงียบสงบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยังติดอยู่ในอากาศ...เรือนร่างกำยำขยับตัวช้าๆ ความหนักอึ้งในศีรษะแล่นขึ้นทันทีที่เขาลืมตา เปลือกตารู้สึกหนาและแห้งเหมือนถูกถ่วงด้วยอะไรบางอย่าง...“อืม...”เสียงทุ้มครางต่ำในลำ
“แต่แกเสียความบริสุทธิ์ไปนะจูน และคนที่ทำให้แกเป็นแบบนี้ ก็คือพี่ชายของฉัน หนำซ้ำ ฉันเองก็เป็นตัวต้นเหตุให้เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นด้วย ฉันไม่สบายใจเลยนะ ที่ทำให้แกต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้” “ถ้าแกให้พี่ชายของแกรับผิดชอบ แกเชื่อว่าทุกอย่างมันจะจบงั้นเหรอทิชา แกคิดว่าฉันจะมีความสุขกับพี่ชายแ
สองชั่วโมงต่อมา...บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ ราวกับถูกดูดอากาศออกไป เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศดังเบาๆ กับลมหายใจสม่ำเสมอของชายหนุ่มบนเตียงที่หลับสนิทไปแล้ว หมดแรง หมดสติ หมดการควบคุมทุกอย่าง“...” เด็กสาวนอนนิ่ง ดวงตากลมโตเปิดค้างมองเพดานที่พร่าเลือน น้ำตาที่ไหลไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งทำให้ขอบตาแ





