Masukคำโปรย เพราะเกิดมาจน…เธอจึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะ ‘จดจำ’ และเพราะเกิดมารวย…เขาจึงไม่เคยยอมรับว่า ‘ลืมไม่ได้’ เด็กสาวลูกแม่บ้านที่เติบโตในเงาของคฤหาสน์ใหญ่ แอบรักลูกชายเจ้าของบ้านอย่างเงียบงัน คืนหนึ่ง…ความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิด ทำให้คนสองโลกมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง… แต่รุ่งเช้า...เธอคือคนต่ำต้อยที่ต้องถอยออกมา ส่วนเขา...คือทายาทมหาเศรษฐีที่ไม่มีวันเลือกเธอ สามปีผ่านไป... เธอกลับมาในฐานะ ‘พนักงานใหม่’ ของบริษัทเขา พร้อมสถานะคนรักของชายอื่น และสายตาเย็นชาเหมือนไม่เคยมีอดีตร่วมกัน ทว่าเขา…กลับจำทุกสัมผัสได้ไม่เคยลืม “เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า” เขาถาม “ไม่ค่ะ เจ้านาย” เธอยิ้มสุภาพ “ฉันไม่เคยรู้จักคุณ” ทั้งที่ความจริง...เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาไม่เคยลืม
Lihat lebih banyak“ฉันให้...แกเอาไปเหอะ และไม่ต้องเอามาคืนฉันหรอกจูน”
“ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก”
“ทำไมอ่ะ...ฉันมีเงิน แกไม่ต้องเกรงใจฉันเลยนะ…งั้น…เอาไปก่อนก็ได้ แกมีเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาคืนฉันก็แล้วกัน ถ้าแกยืมฉันแบบนี้จะทำให้แกสบายใจกว่านะ”
“...” ‘นลินญา’นิ่ง มองเพื่อนรักอย่างชั่งใจ วันนี้คือวันสุดท้ายของการผ่อนผันค่าเทอม แต่เธอขาดอีกประมาณสามพันบาท เธอพยายามหาแทบทุกทาง จนวินาทีสุดท้ายตอนนี้
‘ทิชา’ หรือ ‘ธิชารัตน์’ เพื่อนรักต่างฐานะ รู้ความจริงถึงความเดือดร้อนของนลินญา ซึ่งปกติเธอจะไม่เคยปริปากบอกเพื่อนรักเลยสักครั้ง
“แกเอาไปก่อนเถอะจูน แกไม่ต้องเกรงใจฉันเลย วันนี้ ถ้าแกไม่จ่ายค่าเทอม แกก็จะไม่ได้เรียนต่อนะ”
ถึงแม้ว่า ‘ธิชารัตน์’ จะไม่ได้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเพื่อนรักเธอคนนี้ก็ตาม แต่เธอรู้ความเป็นอยู่ของเพื่อนคนนี้ทุกอย่าง
“โอเค...ก็ได้ ฉันจะยืมแกก่อน เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ เงินเดือนพาร์มไทม์ของฉันออกเมื่อไหร่ ฉันจะเอามาคืนแกนะ”
งานพาร์ไทม์ที่นลินญาทำทุกวันหลังเลิกเรียน ห้าโมงเย็นถึง สามทุ่ม วันละ 300 บาท นลินญาทำงานนี้เกือบ 2 ปีแล้ว เป็นรายได้เพียงหนึ่งเดียว ที่จะช่วยลดภาระของแม่เธอได้
“ไม่ต้องรีบหรอก ฉันได้เงินค่าขนมแม่ฉันอาทิตย์ละสองหมื่น เยอะขนาดนี้ บางที ฉันก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรเลยนะ แบ่งแกใช้ได้สบาย อีกหน่อย ฉันเดือดร้อน แกก็ค่อยช่วยฉันละกัน”
“มันจะมีวันนั้นมั้ยทิชา แกรวยขนาดนี้ ดูสิ ระหว่างฉันกับแก เราต่างกันมาก”
เพื่อนของนลินญามีฐานะที่ร่ำรวย ระดับมหาเศรษฐี แต่สำหรับนลินญา เป็นแค่ลูกสาวแม่บ้านในครอบครัวของเพื่อนรักคนนี้เท่านั้น
“มีดิ แกอาจจะไม่ต้องคืนฉันเป็นเงินก็ได้...อืม...อย่างเช่น เป็นเพื่อนรักกับฉันอย่างนี้ตลอดไป แกไม่ทิ้งฉันก็พอแล้วนะ”
“แต่ว่า แม่ของแก ท่านไม่เห็นด้วย ที่แกมาคบกับฉันนะ”
ความกังวลของนลินญาก็คือ ทางบ้านของเพื่อนเธอ โดยเฉพาะคุณหญิงแพรพรรณแม่ของธิชารัตน์ ไม่ชอบที่ธิชารัตน์มาคบกับเธอ...
แต่ที่เธอกับธิชารัตน์สนิทกันก็เพราะ ตอนเป็นเด็กนลินญามักจะไปช่วยแม่ของเธอทำงานที่บ้านของธิชารัตน์เป็นประจำ ทำให้เธอกับธิชารัตน์เคยเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก...
“แกอย่าสนใจแม่ฉันเลย ทุกวันนี้ ฉันอยากจะออกมาอยู่กับแกใจจะขาดแล้วนะจูน แม่ของฉัน เข้มงวดกับฉันทุกวัน ไม่ว่าจะกิน จะนอน จะเรียน หรือจะทำอะไร ชีวิตของฉัน ไม่เคยเป็นอิสระเลย”
“ท่านห่วงแกไง แกอย่าคิดแบบนั้นสิทิชา”
“จะไม่ให้ฉันคิดได้ยังไง แกไม่เป็นฉัน แกไม่รู้หรอก ถ้าฉันเลือกเกิดได้ ฉันขอเกิดมาบ้านจนเหมือนแกดีกว่านะ”
“รวยมันดีอยู่แล้ว แกจะมาลำบากอย่างฉันทำไม แกดูฉันสิ บ้านที่ฉันอยู่ก็ต้องเช่า แม่ฉันทำงานเป็นแม่บ้านเงินเดือนหมื่นห้า น้องชายฉันก็ยังเล็ก และต้องเรียนหนังสือ ส่วนฉันก็ต้องทำงานและเรียนหนังสือด้วย”
“แต่แกมีอิสระไง”
“มีอิสระ แต่ชีวิตลำบากเนี่ยนะ อีกอย่าง แกมีครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อแม่ พี่น้องครบ แต่ฉันนี่สิ อยู่กับแม่และน้อง พ่อก็มาทิ้งไปมีเมียใหม่ มันดีตรงไหน”
“จูน...แกคิดว่าครอบครัวฉันอบอุ่นเหรอ?”
“มันก็ดีกว่าความจนมั้ย”
“พ่อแม่ฉัน เข้มงวดกับการใช้ชีวิตของลูกทุกคน พี่ทิมพี่ชายคนโตต้องอยู่ในกรอบและเป็นแบบอย่างให้น้องๆ ต้องทำตามที่พ่อบอกและสอนทุกอย่าง จนอายุตอนนี้ก็ 31แล้ว พี่ทิมยังไม่มีเคยแฟนเลยด้วยซ้ำ ได้แต่รอให้แม่เป็นคนเลือกและจัดการให้”
“...”
“ส่วนพี่ธีร์ พี่ชายคนรอง ก็เจริญรอยตามพี่ชายคนโต มีชีวิตแบบพี่ทิมเป๊ะ! ถึงแม้บางครั้ง พี่ธีร์จะออกนอกลู่นอกทางบ้าง แต่แม่ฉันก็ตามติดพี่ธีร์ตลอด เรียนจบก็ต้องรีบมาเรียนรู้งานต่อจากที่ทิม ทั้งที่อายุพี่ธีร์แค่ 25 เองนะ”
“อืม...พ่อแม่แก ก็คงอยากจะให้ลูกสืบทอดทรัพย์สมบัติของบริษัท อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ ให้ลูกๆ ไง”
“แต่พวกท่านเคยถามลูกๆ มั้ย ว่าต้องการชีวิตที่ท่านอยากให้เป็นหรือเปล่า แกดูฉันนะจูน...ฉันอายุ 19 แล้ว แต่แม่ฉันต้องให้ฉันรายงานทุกวัน ว่าอยู่ไหน ทำอะไร จะกิน จะนอน ฉันไม่เคยมีอิสระเสรีเลย แม้กระทั่งมีความรัก คนที่ฉันรัก แม่จะต้องเป็นคนเลือก”
“แต่แกก็ยังดีกว่าพี่ชายของแกนะทิชา อย่างน้อยตอนนี้ แกก็ยังมีอิสระมากกว่า แกมีแฟน มีความรักได้”
“ความรักที่ต้องหลบซ่อนน่ะเหรอ? ฉันจะต้องกังวลตลอดเวลา ว่าแม่ฉัน จะรู้เรื่องที่ฉันมีแฟนเมื่อไหร่ แบบนี้นะ?”
“แกก็ใจเย็นๆ สิ อย่าคิดมากเลย”
“แกรู้มั้ยจูน...ถ้าตอน 8 ขวบ ฉันไม่เจอแก ชีวิตของฉันคงแย่กว่านี้แน่นอน เวลาฉันเครียด ไม่สบายใจ ฉันก็แอบมาเล่นกับแก ถึงแม้ว่า แม่ฉันจะสั่งห้ามคบกับแก แต่ฉันก็ยังดื้อ ยืนยันที่จะคบกับแก และแกรู้มั้ย ว่าแกคือเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของฉัน ไม่มีแก ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นยังไงเลย...ตอนนี้”
“ทิชา...ในวันที่แกเครียด แกอึดอัดกับการใช้ชีวิตของแก และแกอึดอัดที่แม่แกเข้มงวด ให้แกมองฉันนะ ในขณะที่แกนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนุ่มๆ ของแก...แต่ฉัน ต้องทำงาน กลับถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม กว่าจะได้เข้านอนก็ห้าทุ่มเที่ยงคืน ตื่นเช้าไปเรียน เสาร์อาทิตย์ก็ยังต้องไปช่วยแม่ขายขนมที่ตลาด แกดูสิ ชีวิตฉัน”
“อืม...ชีวิตแกน่าสงสาร ลำบาก แต่ฉันเสนอเงินให้แกเดือนละสามหมื่น แบ่งจากเงินค่าขนมฉัน แกก็ไม่เอา แกไม่เคยรับความหวังดีจากฉันเลย ซึ่งฉันไม่เคยลำบากเรื่องเงินเลย ฉันมีเยอะจนไม่รู้จะใช้มันยังไง”
“ถ้าแม่แกรู้ล่ะ ว่าแกเอาเงินมาให้ฉัน แกคิดว่า แม่ของแกจะต้องมาต่อว่าแม่ฉันมั้ย? และแม่ฉัน ท่านก็จะต้องลำบากใจอีก แกอย่าลืมสิ ว่าแม่ฉันทำงานเป็นแม่บ้าน รับเงินเดือนจากแม่ของแกนะ”
“แล้วจะให้แม่ฉันรู้ทำไมล่ะ”
“แม่แกรู้เรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย แกก็บอกอยู่ไม่ใช่เหรอทิชา ว่าแม่แกตรวจสอบแกทุกเรื่อง เพราะฉะนั้น ฉันถึงไม่อยากทำให้แกเดือดร้อน”
“ไม่ว่าแกจะโดนแม่ฉันกดดันยังไง แกก็ห้ามเลิกคบฉันนะจูน ฉันรู้ ว่าแม่ฉัน ไม่ชอบให้ฉันมาคุยกับแก ไม่ต้องการให้ฉันกับแกคบกันเป็นเพื่อน แต่ฉันก็รักแกนะ แกเป็นเพื่อนที่เข้าใจฉันมาก”
“อืม...ฉันไม่เลิกคบกับแกหรอก แกคือเพื่อนหนึ่งในล้านที่ฉันเจอ คนรวยๆ อย่างแก มาคบคนจนๆ อย่างฉัน มันหาไม่ได้แล้วนะในใบโลกนี้”
“เอาแบบนี้มั้ย ถ้าฉันจะช่วยแกเรื่องเงิน ฉันจะจ้างแกทำงานดีกว่า แกจะได้สบายใจไงจูน ดีมะ”
“แล้วแต่แกเลย แต่อย่าจ้างฉันไปทำการบ้าน ไปทำรายงานให้แกล่ะ เพราะฉันไม่มีเวลาทำหรอก แค่เวลาจะนอน ฉันยังไม่มีเลย”
“เออ ฉันรู้แล้วน่า ฉันอาจจะจ้างแกให้ไปเที่ยวกับฉัน ประมาณนี้มั้ยจูน”
“แกจะบ้าเหรอ เรื่องไร้สาระแบบนี้เนี่ยนะ”
“แบบนี้แหละ ฉันจะได้ช่วยแกไง ไปเถอะ แกไปจ่ายค่าเทอมก่อน”
......................
ณ ห้องเก็บเอกสารลับ ชั้นบริหาร...ธิชารัตน์ ถูกแรงดึงมหาศาลกระชากข้อมือให้ก้าวตามเข้าไปในห้องเก็บเอกสารที่เงียบสงัด ก่อนที่แผ่นหลังบางจะถูกดันจนชิดกับตู้เหล็กเย็นเฉียบ ภูริต กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้าง แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้เข้มจัดและเต็มไปด้วยความคาดคั้น“อุ๊ย! พี่ภู! เล่นอะไรคะเนี่ย ทิชาตกใจหมด”เธอพยายามทำเสียงดุกลบเกลื่อนความประหม่า พร้อมส่งยิ้มกะล่อนตามฉบับสาวซน“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยทิชา...”ภูริตโน้มหน้าลงมาจนจมูกโด่งเกลี่ยไปบนพวงแก้มใส“คำตอบที่พี่ขอไว้ล่ะ สรุปว่าเราจะเป็น ‘แฟน’ กันได้หรือยัง หรือจะปล่อยให้พี่เป็นแค่ตัวประกอบในแผนการของเธอไปตลอดชีวิต?”“แหม...พี่ภูก็ใจร้อนจัง ทิชายังไม่ได้เช็กเรตติ้งเลยนะว่าถ้าคบพี่แล้วสาวๆ ในออฟฟิศจะเลิกจิกตาใส่ทิชาหรือเปล่า”ธิชารัตน์ยังคงเล่นแง่ เอานิ้วจิ้มอกแกร่งเบาๆ อย่างยั่วเย้า“งั้นแสดงว่าต้อง ‘ลงโทษ’ ให้เข็ดใช่ไหมถึงจะยอมพูดความจริง”“พี่ภูจะลงโทษอะไรทิชาคะ? อยากรู้...”ประโยคคำถามยังไม่ทันจบเลยด้วยซ้ำ ภูริตก็ฉกริมฝีปากลงมาปิดปากช่างเจรจานั้นทันที!มันเป็น ‘จูบแรก’ ที่ทำเอาธิชารัตน์สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ จูบของภูริตไม่ได้นุ่มน
ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองใหญ่... แสงไฟสลัวภายในห้องสวีทสุดหรูขับเน้นบรรยากาศให้ดูอบอุ่นและเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ค่อยๆ กลับคืนสู่จังหวะปกติ หลังจากพายุสวาทอันเร่าร้อนเพิ่งสงบลงธาวิน ยังคงทอดร่างหนาซุกไซ้และทับทาบอยู่บนกายอ้อนแอ้นของ พิมพ์มาดา อย่างหวงแหน ผิวพรรณเปลือยเปล่าของทั้งคู่สัมผัสกันจนแยกไม่ออกว่าไออุ่นนั้นมาจากใครเป็นของใครธาวินเท้าแขนลงกับที่นอนนุ่มเพื่อพยุงตัวขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่เคยดูดุดันบัดนี้ฉ่ำวาวไปด้วยความรักและความลึกซึ้ง เขาจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่เพิ่งผ่านบทเรียนรักอันหนักหน่วงมาด้วยกัน เส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยและพวงแก้มที่ยังแดงระเรื่อทำให้เธอประหม่าจนต้องหลบสายตา“ข้าวหอม...”เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเอ่ยเรียกพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมออกจากหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม“คะ?...คุณธาวิน”พิมพ์มาดาขานรับแผ่วเบา มือเรียวยังคงโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้หลวมๆ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว เมื่อเธอรู้สึกได้ว่า เบื้องล่างของเธอนั้น ยังมีเจ้าแท่งเหล็กใหญ่ของเขาค้างคาเอาไว้ โดยที่เจ้าตัวไม่คิดที่ถอดถอนออกไปไหน“ขอบคุณเธอมากนะ...ขอบคุณจริงๆ ที่ยอมอดทนและฝ
“แล้วพวกเธอล่ะ...คิดว่าตัวเองจะอยู่ในตระกูลเตชะวงศ์วรากุลได้ยังไง?”คุณปกรณ์เอ่ยเสียงเรียบแต่บาดลึก“ฐานะทางบ้านของพวกเธอกับตระกูลเรามันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว นามสกุลเรามีภาระที่ต้องแบกรับมากกว่าแค่ความรักประเดี๋ยวประด๋าวนะ”คำพูดถากถางเรื่องฐานะทำให้นลินญาและพิมพ์มาดาหน้าเสีย มือที่ประสานกันอยู่สั่นเทาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ยังไม่ทันที่พวกเธอจะได้อ้าปากตอบ...“พ่อครับ!”ธีร์ธวัชโพล่งออกมาด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขาคว้ามือนลินญามากุมไว้แน่นต่อหน้าพ่อ“เรื่องฐานะมันไม่ใช่ประเด็น และนลินญาเขาก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่พ่อจะมาวัดค่าด้วยเงินหรือนามสกุล!”“ผมเองก็เหมือนกันครับพ่อ”ธาวินเสริมทัพน้องชาย แววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีที่เห็นผู้หญิงของตัวเองเริ่มน้ำตาคลอ“ถ้าพ่อยังเห็นว่าความสุขของลูกชายตัวเองสำคัญน้อยกว่าหน้าตาทางสังคม...ผมว่าเราคงคุยเรื่องนี้กันไม่จบแน่”คำพูดของคุณปกรณ์เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ แววตาคมกริบของผู้เป็นพ่อจ้องมองลูกชายทั้งสองอย่างกดดันเพื่อย้ำเตือนถึงภาระหน้าที่ที่แบกไว้บนบ่า“แกคิดว่าธุรกิจของบริษัทเรามันไม่พึ่งเส้นสายเลยหรือไง?”ผู้เป็นพ่อถามกลับเสียงเข้ม“การ
ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง...บรรยากาศภายในร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของซุปมิโสะและเสียงหัวเราะของสามสาวที่สนิทใจกันที่สุด หลังจากผ่านมรสุมความรักและความเข้าใจผิดมาอย่างหนักหน่วง วันนี้จึงเป็นวันพิเศษที่พวกเธอตั้งใจนัดมา ‘ฉลอง’ จุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิตธิชารัตน์ ที่วันนี้ดูจะร่าเริงเป็นพิเศษ ยกแก้วสาเกใบเล็กขึ้นกลางวง แววตาซุกซนจ้องมองเพื่อนรักทั้งสองคนด้วยความตื้นตัน“ดื่มให้กับว่าที่ ‘พี่สะใภ้’ ทั้งสองคนของฉันหน่อย!”ธิชารัตน์ประกาศก้องพร้อมรอยยิ้มกว้างที่ปิดไม่มิด“...” นลินญา หัวเราะเบาๆ พลางยกแก้วขึ้นชนอย่างอารมณ์ดี ความประหม่าที่เคยมีต่อครอบครัวนี้มลายหายไปเกือบหมดเพียงเพราะความจริงใจของเพื่อนรักและคนรัก“งั้นก็...ดื่มให้กับว่าที่ ‘น้องสามี’ ที่น่ารักที่สุดของฉันเหมือนกันนะ”“...”พิมพ์มาดา ที่วันนี้ดูสดใสและมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด ยกแก้วขึ้นเข้าร่วมวงด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ด้วยความตื่นเต้น“ส่วนฉันก็นี่เลย...ดื่มให้กับ ‘ว่าที่น้องสามี’ และ ‘เพื่อนรัก’ ที่สุดของฉันหน่อย”เสียงแก้วเซรามิกกระทบกันเบาๆ ‘เคร้ง!’ เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสาม และบทบาท
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ตระกูลเตชะวงศ์วรากุล...ห้องรับแขก...เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มดังแผ่วลงตามขั้นบันได ดวงตาคมเข้มทอดมองไปยังห้องรับแขกกว้างเบื้องหน้าอย่างเคยชิน ทว่าในวินาทีถัดมา ฝีเท้าที่กำลังจะก้าวต่อกลับชะงักเล็กน้อย...บนโซฟาตัวยาวกลางห้อง มีร่างเล็กในชุดลำลองนั่งไขว่ห้างอย่างสบาย ทิ้งตัวพิงพนัก ม
แสงแดดตอนเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีเข้มเข้ามาเป็นเส้นบางๆ พาดลงบนเตียงกว้างในห้องสวีทรูมสุดหรูที่เงียบสงบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยังติดอยู่ในอากาศ...เรือนร่างกำยำขยับตัวช้าๆ ความหนักอึ้งในศีรษะแล่นขึ้นทันทีที่เขาลืมตา เปลือกตารู้สึกหนาและแห้งเหมือนถูกถ่วงด้วยอะไรบางอย่าง...“อืม...”เสียงทุ้มครางต่ำในลำ
“แต่แกเสียความบริสุทธิ์ไปนะจูน และคนที่ทำให้แกเป็นแบบนี้ ก็คือพี่ชายของฉัน หนำซ้ำ ฉันเองก็เป็นตัวต้นเหตุให้เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นด้วย ฉันไม่สบายใจเลยนะ ที่ทำให้แกต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้” “ถ้าแกให้พี่ชายของแกรับผิดชอบ แกเชื่อว่าทุกอย่างมันจะจบงั้นเหรอทิชา แกคิดว่าฉันจะมีความสุขกับพี่ชายแ
สองชั่วโมงต่อมา...บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ ราวกับถูกดูดอากาศออกไป เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศดังเบาๆ กับลมหายใจสม่ำเสมอของชายหนุ่มบนเตียงที่หลับสนิทไปแล้ว หมดแรง หมดสติ หมดการควบคุมทุกอย่าง“...” เด็กสาวนอนนิ่ง ดวงตากลมโตเปิดค้างมองเพดานที่พร่าเลือน น้ำตาที่ไหลไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งทำให้ขอบตาแ