LOGINสกอร์เปียนส์คือกลุ่มฮิตแมนที่มีประมาณสิบคนแม้จะเป็นนักล่าอิสระแต่บางครั้งก็ได้รับการจ้างวานจากรัฐในกรณีที่กลุ่มนักล่าของรัฐไม่พอ พวกเขามีร่างกายใหญ่โต ผู้ชายส่วนมากไว้ผมทรงเกรียนส่วนผู้หญิงมีกล้ามเนื้อบึกบึนจนมิกะต้องมองอกตนเอง
“สวัสดี” อเล็กซ์ยื่นมือทักทายแม้อีกฝ่ายจะจับตอบแต่ท่าทางเย่อหยิ่งอย่างเห็นได้ชัด “ตามแผนที่วางไว้เราจะแบ่งเป็นสามกลุ่มเพื่อไม่ให้พวกมันรู้ตัว ซึ่งส่วนมากล้วนเป็นมอนสเตอร์หนูร่างกายขนาดเท่าแมวปกติ” เคียซหัวหน้าของกลุ่มสกอร์เปียนส์เอ่ยบอกเสียงนิ่ง อเล็กซ์ก็พยักหน้าเพราะทั้งสองอายุใกล้เคียงกันจึงไม่ต้องกังวลเรื่องลำดับอาวุโส พวกเขาออกเดินทางด้วยเครื่องบินของรัฐที่ต้องทำเรื่องก่อนถึงจะสามารถนำออกไปได้ ใช้เวลาในการเดินทางหลายชั่วโมงจึงโรยตัวลงจากเครื่องแล้วแยกย้ายกันไป เซน อเล็กซ์ และคนจากกลุ่มสกอร์เปียนส์สามคนเดินทางไปด้วยกัน ‘เซน อย่าเชื่อใจพวกเขาเด็ดขาด’ อเล็กซ์ส่งสายตาบอกผ่านเครื่องมือสื่อสารโทรจิต เซนพยักหน้าเล็กน้อยเพราะเขาไม่ไว้ใจใครนอกจากพวกของตนเองอยู่แล้ว คนของกลุ่มสกอร์เปียนส์เดินตามพวกเขาอยู่ด้านหลัง แม้ไม่น่าไว้วางใจแต่ถึงอย่างนั้นพวกเซนก็ยังแสดงท่าทีปกติ พวกเขาเดินเข้าไปในป่าเพื่อเป็นทางลัดเข้าเมืองที่ตอนนี้กลายเป็นรังของพวกหนูโสโครก ที่จริงเมืองที่กำลังจะไป กลายเป็นเมืองร้างนานแล้วไม่มีผู้คนอาศัยอยู่จึงไม่ต้องกังวลเรื่องผู้ประสบเหตุคนอื่น ภายในป่าที่แสนเงียบและหญ้าขึ้นสูงเท่าเอวคือสิ่งที่ทำให้เซนและอเล็กซ์ต่างกดดัน แม้เซนจะไม่ไว้ใจพวกที่ตามอยู่ด้านหลังแต่มอนสเตอร์เหล่านี้ก็ทำให้เขาต้องให้ความสนใจมากกว่าเพราะไม่เห็นตัวตนของมันที่ซ่อนอยู่ “ฉันคิดว่าพวกคุณเครียดเกินไป” หญิงสาวผิวสีดำเอ่ยขึ้นขัด จากนั้นชายหนุ่มอีกสองคนก็หัวเราะขบขันไม่ต่างกัน “ใช่ พวกนายเครียดเกินไปแล้วล่ะ เราได้รับรายงานว่า มอนสเตอร์โดยรอบแถวนี้มีแค่หนูตัวเท่าแมวเท่านั้น นี่พวกนายเป็นนักล่าหรือพวกขี้ขลาดกันแน่” “หัวหน้าฉันสอนเสมอไม่ว่าสถานการณ์ไหนก็ไม่ควรประมาท หัวหน้านายไม่สอนเหรอ” คำพูดของเซนทำให้ทั้งสามหน้าเปลี่ยน หญิงสาวขบริมฝีปาก “หุบปากซะ แกกล้าดียังไงมาว่าหัวหน้าพวกเรา!” “ไอ้หนูแกอยากลองดีใช่ไหม” อเล็กซ์รีบเดินมาขวางด้านหน้าเซน “ลูกน้องฉันปากเร็วไปหน่อย ต้องขอโทษที” “เห็นแก่คุณที่เป็นหัวหน้าแซฟไฟร์นะ แต่ยังไงฉันก็ต้องแจ้งหัวหน้าว่ามันปากหมาแค่ไหน” ทั้งสามมองเซนอย่างไม่พอใจแต่คนที่ถูกจ้องมองกลับเฉยชาเพราะเขาไม่ได้เกรงกลัวอะไร ต่อให้พวกมันมีสามคนแต่เขามั่นไจว่าตนกับหัวหน้าย่อมเอาชนะได้ไม่ยาก แซ็ก เสียงบางอย่างในพงหญ้าทำให้ทุกคนหันไปให้ความสนใจ เมื่อเห็นสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านล่างจนหญ้าถูกแหวกออกมากมายพวกเขาก็รีบหยิบอาวุธขึ้นมาทันที ปัง ๆ ๆ ๆ แต่ไม่ทันที่เซนจะทำอะไร กระสุนมากมายจากพวกมันทั้งสามก็ยิงไปยังสิ่งมีชีวิตปริศนา มันดังหลายนัดติดต่อกันกระทั่งไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวอีกจึงหยุดลงแล้วแยกย้ายไปดูผลงาน “ฮะ ๆ ๆ ฉันยิงได้หลายตัวเลย พวกนายกี่ตัว” ชายหนุ่มผมทองเอ่ยพลางหัวเราะลั่น “ฉันได้เกินสิบ แล้วซาร่าเธอได้เท่าไร” “ฉันนับไม่ไหว” พูดพลางหยิบหนูตัวเท่าแมวขึ้นมาโชว์ทุกคน “ก็แค่หนู ที่จริงรัฐไม่ควรมาจ้างเราด้วยซ้ำแค่มอนสเตอร์กระจอกหรือว่ากลุ่มนายจะฝีมือไม่ดีพอ” เธอยิ้มเหยียดแล้วขว้างซากหนูไปทางอื่น อเล็กซ์มองเซนแล้วจับบ่าเพื่อห้ามปราม ปกติเซนเป็นคนใจเย็นคนหนึ่งแต่เพราะเขารู้สึกว่าคนพวกนี้น่าสงสัยจึงรู้สึกระแวดระวังและขยะแขยงที่จะร่วมงานด้วย เขาไม่ชอบแบบนี้เลย อเล็กซ์มองคนทั้งสามแล้วเอ่ย “แม้จะเป็นแค่หนูแต่ก็อันตรายถ้าพวกมันอยู่กันฝูงใหญ่” “ฉันรู้น่า ไม่ต้องสอนให้มากหรอก” เธอเบะปากแล้วเป็นฝ่ายเดินนำไป อีกสองคนก็เดินตามทั้งยังส่งสายตาเยาะเย้ยมายังเซน “หัวหน้า ผมขอโทษที่ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีพอ” อเล็กซ์ส่ายหน้าแล้วคุยทางโทรจิต ‘ไม่เป็นไร…แต่ที่รัฐจ้างกลุ่มนี้มาน่าจะมีจุดประสงค์เพื่อให้พวกเราจัดการ’ ‘กลุ่มนี้มันทำไมครับ’ ‘มีข่าวลือว่าพวกมันชอบหักหลังและฆ่าคิลเลอร์มาเซนเคยเห็นพันเอกเคียนติจากที่ไกล ๆ ตอนที่สุนทรพจน์ให้เหล่าคิลเลอร์หรือตอนงานพิธีการต่าง ๆ เท่านั้น อีกฝ่ายอายุห่างกว่าตนไม่มากนักแต่กลับเป็นถึงพันเอกที่ดูแลเขตที่สี่สิบแปดแห่งนี้แล้ว“ครับ…คือผมอยากติดต่อกับคนในกลุ่มน่ะครับ แต่ผมหาโทรจิตของตัวเองไม่เจอ”“ของของคุณน่าจะถูกทางเขตเก็บไปชั่วคราวเพราะมันเสีย ถ้าอย่างนั้นใช้สิ่งนี้ไปก่อนนะครับ” เขาให้ผู้ช่วยสาวนำโทรศัพท์คริสตัลออกมา“ขอบคุณครับ”“เดี๋ยวต่อไปคุณจะได้เครื่องมือสื่อสารแบบใหม่ที่ดีกว่าโทรจิตสามารถคุยเห็นหน้าได้และจะได้รับของที่ดีต่าง ๆ แบบฟรีไปตลอดชีวิตแน่นอน”“ตะ..ตลอดชีวิต”“ครับ..เพราะตอนนี้คุณอยู่ในสถานะกึ่งภรรยาของ โนอาห์แล้ว…เขาคือบุคคลสำคัญดังนั้นคุณก็เช่นกัน…ผมกับ มิวาโกะต้องขอตัวกลับก่อน เชิญคุณตามสบายครับ”หลังทั้งสองเดินออกไป เซนก็ยังเหม่อลอย“ฉัน..กับโนอาห์คนนั้นเหรอ…จริง ๆ ใช่ไหม”ลองหยิกตัวเองพบว่ามันเจ็บ ไม่ใช่ความฝัน เซนไม่อยากคิดมากจึงพยายามลืมเรื่องนี้จากนั้นติดต่อหัวหน้าเป็นอันดับแรก น้ำเสียงของอเล็กซ์ยังฟังดูดีเพียงแต่เขาต้องพักรักษาตัวเกือบหนึ่งเดือนเพราะติดเชื้อหลายแห่งเนื้อหนังถูกกัดกินทั้งเน่าและตายเพราะ
ดวงตาของคนที่หลับใหลตื่นขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวายของหมอและพยาบาลที่วิ่งวุ่นไปมาเหมือนกับว่าเขาคือบุคคลสำคัญที่ควรตรวจดูทุกอย่างเป็นระยะและเมื่อทุกคนเห็นเขาฟื้นจึงรีบเข้าหาทันทีเซนรู้สึกมึนงงไม่คิดว่าตื่นจากอาการบาดเจ็บครั้งนี้จะได้รับการปฏิบัติอย่างดี เพราะเขาทำงานอันตรายย่อมได้รับบาดเจ็บและเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ แต่ไม่มีครั้งไหนที่ได้รับการดูแลถึงขนาดนี้รู้ตัวอีกทีก็นอนนิ่งอยู่คนเดียวเพราะหมอบอกว่าจะมีคนสำคัญมาพบต่อจากนี้ เขายกดูแขนที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลและคาดว่าน่าจะถูกพันทั่วร่างกายเพราะเขาถูกหนูรุมกัดแต่หมอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเนื่องจากใช้ยาอย่างดีรักษาแม้แต่รอยแผลเก่าก็ไม่มีให้เห็นแน่นอนเซนไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้เขาอยากติดต่อกับพวกหัวหน้า ถามหมอพยาบาลต่างก็บอกว่าทุกคนในทีมปลอดภัย ส่วนกลุ่มสกอร์เปียนส์เหลืออยู่ไม่ถึงห้าคนและหัวหน้าของกลุ่มก็ตายไปแล้วเรื่องนี้เซนรู้ก่อนหน้าแล้วเพราะโรแบร์โตบอกว่าหัวหน้ากลุ่มสกอร์เปียนส์ถูกหนูฆ่าก่อนใครทั้งยังถูกนำโทรศัพท์คริสตัลไปด้วยพวกมันอาจเผลอกดปุ่มโทรจึงทำให้คนที่เหลือเข้าใจผิดรอไม่นานนักประตูห้องจึงเปิดออกมีชายหญิงในชุดเสื้อกาวน์สองคนเดินเ
คนฟังทั้งสองเบิกตากว้างไม่อยากเชื่อว่าโนอาห์จะได้คู่กับเมิร์ซและเป็นคนที่พวกเขาเพิ่งพูดคุยกันไม่กี่วันก่อนและดูเหมือนว่าตอนนี้…“กลุ่มแซฟไฟร์ใช่ไหม พวกเขาได้ขอความช่วยเหลือมาเมื่อสามวันก่อน!”“เราต้องไปช่วยเขานะครับ!”“มีคนไปช่วยแล้ว…ส่วนหน่วยนั้น…” เคียนติเริ่มหายตึงเครียดเมื่อนึกได้ว่ากลุ่มใดไป“หน่วยไหนเหรอครับ”เคียนติหันมายิ้ม “หน่วยพิเศษที่ 0 ที่โนอาห์สังกัดอยู่”..…………….เลือดที่แขนไหลออกมาดั่งสายน้ำ ลมหายใจหอบถี่เพราะตอนนี้สถานการณ์ของพวกเขากำลังย่ำแย่ นอกจากไม่สามารถรวมกลุ่มได้สำเร็จยังต้องต่อสู้กับหนูมากมาย ทั้งตอนนี้ก็กำลังเผชิญหน้ากับหนูที่วิวัฒนาการสองตัวและฝูงของมันอีกนับร้อย“เซน ท่าทางฉันกับนายคงต้องไปเจอกันที่โลกอื่นแล้วล่ะ”“นั่นสิครับ”แม้จะพูดบอกอย่างหมดหวังแต่ทั้งคู่ก็ยังต่อสู้สุดชีวิต ส่วนหนูวิวัฒนาการสองตัวตอนนี้ยืนมองเหมือนกับว่ามันไม่ต้องการสู้แล้วและกำลังดูอย่างสนุกแทน“ขอโทษนะที่พานายมา”“อย่าขอโทษ…เพราะผมเต็มใจที่จะมาเพราะเราคือทีมเดียวกันนี่ครับ”“ฮะ ๆ ๆ นั่นสินะ…แต่นายพูดผิดไปอย่างหนึ่งพวกเราคือครอบครัวต่างหาก”เซนยิ้มแต่แล้วแผ่นหลังของเขาได้ถูกกลุ่มหนูพุ
เมื่อติดต่อฮุ่ยเหมยได้จึงรู้ว่าพวกเธอได้หนีไปอีกด้านของเมืองและตอนนี้กำลังติดอยู่ในฝูงหนูที่กำลังมุ่งหน้าไปที่แห่งหนึ่ง ส่วนเหล่านักสำรวจพวกเธอแน่ใจว่าน่าจะตายแล้วซึ่งเหลือเพียงโครงกระดูกเท่านั้นเซนและอเล็กซ์จึงตัดสินใจไปดูให้แน่ชัดจะได้รายงานถูกต้อง เป็นดั่งที่ฮุ่ยเหมยบอกด้านในไม่มีหนูแม้แต่ตัวเดียวมีแต่ความเงียบท่าทางพวกมันจะไปรวมตัวกันจนหมด กระทั่งมาถึงชั้นใต้ดินเมื่อเปิดไฟฉายจึงเห็นซากศพที่บอกอเล็กซ์รีบไปตรวจสอบกะโหลกเทียบฟันเป็นอันดับแรกก่อนจะถอนหายใจ“พวกเขาคือคนที่เราต้องมาช่วยจริง ๆ คงถูกพวกหนูกินจนเหลือแค่นี้”เซนหันมองรอบ ๆ เพื่อหาร่องรอยอื่น“ภารกิจล้มเหลว ตายหมดแล้ว”“ผมสงสัยว่าพวกหนูมันไปที่ไหนกันแน่”“นั่นสิ ต้องมีอะไรให้พวกมันไปรวมตัวกัน” พูดพลางใช้โทรจิตไปยังหน่วยคิลเลอร์สี่สิบแปดซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลคิลเลอร์ทั้งหมดในเขตนี้เซนเดินดูโดยรอบกระทั่งเห็นข้อความจากกระดาษบางอย่าง เขาหยิบมันขึ้นมาอ่านก่อนจะเบิกตากว้าง“หัวหน้า! ดูนี่สิครับ”เขารีบนำข้อความไปบอกเมื่ออีกฝ่ายเห็นก็ตกใจไม่แพ้กัน เพราะได้เขียนบอกว่าที่นี่มีหนูวิวัฒนาการขั้นที่สอง มันมีร่างกายที่ใหญ่โตเท่ากับมน
หลังวางสายจากโรแบร์โตเขาจึงกดโทรจิตสามครั้งเพื่อโทรหาฮุ่ยเหมย อีกฝ่ายไม่ได้รับสายแต่คาดว่าคงกำลังต่อสู้เช่นเดียวกัน“ท่าทางพวกเขากำลังสู้อยู่ครับ”“อืม…อย่าไปกวนสมาธิเลย เพราะตอนฆ่าจิตต้องเพ่งสำหรับศัตรูเท่านั้น นี่คือข้อเสียของเครื่องโทรจิต”เซนพยักหน้าเห็นด้วยพวกเขานั่งพักกันครู่ใหญ่จึงรีบย้ายสถานที่ใหม่เพราะดูเหมือนพวกหนูจะผ่านเส้นทางนี้เพื่อมุ่งหน้าไปยังบางแห่งอย่างต่อเนื่อง“พวกมันกำลังไปที่ไหนกัน” เซนมองอย่างสงสัยเพราะเป็นเรื่องแปลกที่พวกมันจะไปทางเดียวกันแบบนี้เหมือนกำลังถูกเรียก“หัวหน้าพวกนักสำรวจ อยู่อีกทางหนึ่งใช่ไหมครับ”“ใช่”เซนเริ่มผ่อนคลายจากนั้นทั้งสองก็รีบวิ่งออกจากที่แห่งนี้เพื่อให้ไกลจากฝูงของหนู กระทั่งเจอตึกที่มีนักสำรวจรออยู่จึงหยุดเท้าเพราะตอนนี้มืดเกินไปและอันตรายมากจึงเลือกที่จะพักในร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ แทนกระทั่งช่วงเช้าพวกเขาจึงรีบเข้าไปและเห็นร่องรอยของเลือดและซากหนูประปราย หยุดเท้าแล้วหลบซ่อนเมื่อรับรู้ว่ามีคนมา พอลอบมองจึงเห็นชายหญิงสองคนที่ไปกับพวกฮุ่ยเหมยท่าทางกำลังหงุดหงิด“ฮึ่ม! ปล่อยให้ผู้หญิงสองคนนั้นหนีไปซะได้ ทั้งไอ้บ้าอัลเบิร์ตยังโง่ให้พวกมันฆ่
จิ๊ด ๆ ๆ เสียงร้องของหนูจากด้านนอกดังขึ้นและถี่กว่าปกติ ทำให้ความตึงเครียดระหว่างกันลดลงชั่วคราวเพื่อสนใจมันแทน เมื่อลอบมองด้านนอกท่ามกลางความมืดจึงพบกับดวงตาสีแดงมากมายซาร่าถึงกับกลืนน้ำลายลงคอยากเย็นรู้สึกขนลุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะตอนนี้เธอกำลังเห็นฝูงหนูขนาดยักษ์กำลังวิ่งไปยังทิศทางเดียวกัน หากส่งเสียงไปพวกมันได้บุกเข้ามาแน่ แม้ปกติพวกเธอจะใช้ปืนไร้การเก็บเสียงจัดการมันอย่างไม่เกรงกลัวแต่หากเป็นฝูงขนาดนี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงให้พวกมันรู้“พวกมันกำลังไปที่ไห…” ธอร์รีบปิดปากเธอเพราะกลัวว่าจะทำให้ฝูงหนูได้ยินตื๊ด..ด..ดหากแต่เสียงโทรศัพท์คริสตัลของดาร์กได้ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงจากนั้นหนูบางส่วนจากฝูงก็หยุดชะงักแล้วหันมามองป้อมตำรวจเซนถอนหายใจจากนั้นหยิบดาบจากด้านหลังออกมา ส่วนคนทั้งสามก็หยิบอาวุธหากแต่สายตากลับมองมายังเซนและอเล็กซ์ปึง!ไม่รอให้หนูบุกเข้ามาพวกเขาทุกคนต่างวิ่งออกไปด้านนอกก่อนไม่เช่นนั้นย่อมตายที่ป้อมตำรวจไร้ทางหนี เสียงปืนดังขึ้นหลายนัดติดต่อกัน เช่นเดียวกับดาบของเซนที่ตวัดฆ่าฟันหนูอย่างรวดเร็วพร้อมกับวิ่งหนีไปทางอื่นหากแต่หางตาเขากลับเห็นปืนของซาร่าที่จ







