Se connecterเมื่อเพื่อนขอร้องมาว่าอยากให้แต่งงานกับมันในฐานะไม้กันหมา แลกกับเงินก้อนโต มีหรือคนหน้าเงินอย่างศศินโอเมก้าตัวน้อยที่หลอกคนทั้งโลกว่าเป็นอัลฟ่าจะไม่ยอมตกลง เอาก็เอาวะเพื่อเงิน...เอ๊ยเพื่อเพื่อนที่รัก
Voir plusมาถึงตรงนี้ศศินจึงพูดขึ้นมาว่า “แกต้องกินอะไรหน่อยนะแดน ไม่งั้นแกได้ช็อกเพราะร่างกายขาดน้ำแน่ๆ ” พูดจบชายหนุ่มก็ถือถ้วยกระเบื้องเคลือบเข้าไปใกล้ดีแลนที่ได้รับกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ส่ายศีรษะไปมาอย่างหมดกำลัง เขาจึงช้อนสายตาเลยมองเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นมารดาอีกครั้งจึงทำให้คุณหญิงอารียาอดไม่ได้
จึงทำให้คุณหญิงอารียาที่เห็นท่าทางเช่นนี้อดไม่ได้ที่จะร้องออกมาว่า “ตายแล้วตาแดนไหวไหมลูก” พูดได้เพียงแค่นั้นหล่อนก็รีบลุกขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าไปหาบุตรชายของตัวเองที่โก่งคออาเจียนอยู่ตรงชักโครกทันใดฝ่ามือเรียวบางของผู้เป็นมารดาลูบไล้แผ่นหลังของดีแลนอย่างแผ่วเบาพร้อมกับพูดออกมาว่า “เป็นยังไงบ้างดีขึ้นบ
หลังจากที่หมอเข้ามาตรวจร่างกายของดีแลนจนแล้วเสร็จ ก็พบว่าร่างกายของเขานั้นไม่มีส่วนใดที่ผิดปกติ ศศินจึงโค้งศีรษะลงเล็กน้อยพอเป็นพิธี พร้อมกับพูดออกไปว่า “ขอบคุณมากนะครับที่สละเวลามาตรวจสามีของผม” ว่าจบก็หันหน้าไปทางพ่อบ้านที่ยืนอยู่ไม่ห่าง แล้วพยักหน้าลงเล็กน้อยเพื่อบอกอีกฝ่ายให้ไปส่งอาคันตุกะคนนี้ใ
ตอนพิเศษ2แพ้ท้องหลายวันผ่านไปไวเหมือนโกหกจากหนึ่งวันแปรเปลี่ยนเป็นหนึ่งอาทิตย์ สุดท้ายก็กลายเป็นหลายเดือนที่ตัวเองได้เหยียบย่างเข้ามาอยู่เป็นครอบครัวใหญ่แม้ความกดดันที่เกิดจากคนในครอบครัวของดีแลนจะหายไปแปรเปลี่ยนมาเป็นการเอาอกเอาใจเขาเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่เท่ากับความผิดปกติที่ตัวเองนั้นเผลอฮีททุกๆ
ดีแลนจึงฉีกยิ้มแหยส่งกลับไปให้ หลังจากได้ยินสิ่งที่ศศินพูดออกมา แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ อย่างไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำสักเท่าไรว่า “มันจริงของแก ว่าที่นี่มันเป็นห้องส่วนตัว คงไม่มีใครเจ้ากี้เจ้าการในนี้แน่”เพราะตัวเขานั้นไม่อยากปล่อยคนที่ตัวเล็กกว่า ซึ่งตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนได้จริงๆ ก่อนเจ
สิ้นเสียงดังกล่าวนาเดียร์ก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดาที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน ก่อนจะมีเสียงลอดไรฟันถูกพ่นออกมาเบาๆ ว่า “ฉันยังไม่แก่นะยะ”ส่งผลให้คนที่ถูกรังสีสังหารอย่างนาเดียร์ถึงกับหัวคิ้วกระตุกอยู่หลายที แล้วรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติเฉกเช่นดังเก่า ก่อนจะหันไปถลึงตามองโ
จึงทำให้ดีแลนเบิกตากว้างอย่างตกใจ เขาจึงโพล่งออกไปว่า “เฮ้ย...เดี๋ยวก่อนศิน” แล้วหันไปหมายจะคว้าร่างผอมบางเอาไว้ แต่สุดท้ายก็คว้าไว้ไม่ทันเพราะศศินนั้นเดินไปไกลจนเกือบเลี้ยวหายไปจากสายตาศศินสาวเท้าเข้าไปด้านใน ที่คิดว่าเป็นห้องครัว โดยการเดินมาตามกลิ่นหอมๆ ของอาหารมากมายที่ลอยฟุ้งหลอกล่อสติสัมปชัญญ
หลังจากที่ศศินพูดค่อนขอดออกมา ริมฝีปากบางบนใบหน้าหล่อเหลาก็ขยับยิ้มเล็กน้อยอย่างชอบใจ แล้วใช้สายตาอ่อนโยนจับจ้องมองใบหน้าของศศินที่กำลังย่นจมูกส่งมาให้จากนั้นเจ้าตัวก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวเสียงเย้าออกไปว่า “แกบอกว่าแกไม่ใช่เด็กสองขวบ งั้นแกก็เป็นเด็กสามขวบแทนก็แล้วกัน”ส่งผลให้คนที่ได้ฟังคำพูดของดีแลน