LOGIN--2 สัปดาห์ผ่านไป—
ภายในห้องผู้บริหาร อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากก้านไม้หอมที่วางอยู่ตรงมุมห้อง กลิ่นนั้นลอยอบอวลชวนให้รู้สึกผ่อนคลายหากแต่กลับสร้างบรรยากาศประหลาดชวนอึดอัดขึ้นในคราเดียวกัน
หญิงสาวในชุดกระโปรงทรงเอสีอ่อนความยาวเหนือเข่าเพียงเล็กน้อย เธอสวมเสื้อแขนตุ๊กตาสีชมพูพาสเทล ทำให้ดูสุภาพเรียบร้อยแฝงความอ่อนหวาน เส้นผมสลวยถูกรวบขึ้นเป็นทรงหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวระหงส์ที่ดึงดูดสายตาอย่างห้ามไม่ได้
ครามทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าสลับกับเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“อย่ามัดผมขึ้นแบบนี้อีก”
เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังตวัดปลายปากกาลงเอกสารแผ่นสุดท้าย ก่อนแววตาคมเข้มจะเลื่อนขึ้นจ้องหน้าเธออย่างไม่ถูกใจกับทรงผมในวันนี้ของเธอเท่าไหร่นัก
“ทำไมคะ?” เจนิสขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก็ไม่มีกฎข้อไหนห้ามให้พนักงานรวบผมขึ้นสักหน่อย
“ห้ามก็คือห้าม”
“ห้ามไม่มีเหตุผล เจไม่ใช่เด็กนะคะ”
“มันเห็นต้นคอ ไม่สวย”
ครามว่าพร้อมเบือนหน้าหนี ที่บอกว่าไม่สวยนั้นโกหกทั้งเพ บอกว่าไม่สวยแต่กลับมองจนละสายตาไปไหนไม่ได้
เหตุผลที่ห้ามก็แค่สั้น ๆ ง่าย ๆ เลยคือเขาหวง ไม่อยากให้ใครเห็นคอระหงส์ของเธอ ทั้งขาวทั้งเนียนใครเห็นก็อยากซุกอยากหอม
“สวยดีออก” เจนิสพึมพำเบา ๆ พลางหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาส่องดู ที่ครามบอกว่าไม่สวย นั่นไม่สวยตรงไหน
“ถ้าจะมัดผมก็ใส่เสื้อคอเต่า อย่าใส่เสื้อคอกว้างแบบนี้ พี่ไม่ชอบ”
“อันนี้กฎใหม่ของบริษัทเหรอคะ ฝ่าย HR ประกาศกฎมั้ยคะ เจไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
“อย่ากวนพี่นะเจนิส”
ครามขมวดคิ้วเอ็ดคนตัวเล็กเสียงแข็ง ก็ดูพูดเข้าเหมือนประชดประชันอย่างไงอย่างงั้น
“ไม่ได้กวน เจแค่อยากรู้ว่ามีกฎพนักงานห้ามรวบผมรึเปล่า”
“ไม่มี” ครามตอบเสียงเรียบเย็นพร้อมตวัดหางตาใส่ร่างบางอย่างไม่ชอบใจ “เป็นกฎของพี่นี่แหละ กฎผัวกับเมีย ไม่ใช่กฎบริษัท!”
“อ้าว”
“อย่าให้เห็นว่าใส่เสื้อคอกว้างแล้วรวบผมขึ้นแบบนี้อีกนะ” สุ้มเสียงทุ้มดุดันพร้อมชี้นิ้วออกคำสั่งเธอทันที ก่อนจะหันไปหยิบผ้าพันคอในลิ้นชักของตัวเองแล้วยื่นให้เธอทันที “ทำยังไงก็ได้ห้ามให้เห็นคอ”
“พี่คราม! เจไม่ใช่เต่านะคะ” เจนิสขมวดคิ้วเอ็ดชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง
“จะพันเองหรือจะให้พี่ทำให้”
ครามเอ่ยเสียงเข้ม พลางหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะก้าวอ้อมมาหาเธอทันที เขาโน้มกายอุ้มเจนิสขึ้นวางบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะขยับเข้าใกล้จนสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
“พี่ครามม”
เจนิสรีบดันร่างสูงให้ออกห่างพร้อมกวาดสายตามองรอบ ๆ ห้องเพื่อดูว่าเขาปิดห้องสนิทรึยัง ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ครามไม่เคยลืม
“ถ้าพี่พันให้จะปิดถึงคางเลยนะ” ครามไม่ได้สนใจแต่กลับจับผ้าพันคอแล้วสะบัดไปมาให้เวลาเธอคิด
ซึ่งแน่นอนว่าเจนิสเลือกที่จะทำเอง ก็เขาจะพันให้ถึงคางกะเอาให้เธอหายใจไม่ออกเลยรึไงกัน
“ขี้หวงไม่เข้าเรื่อง ใครมันจะมามองคอเจล่ะนอกจากพี่เนี่ย” ทำไปก็บ่นไป
“ไม่ต้องตั้งใจมองก็เห็น ช่วงนี้ไอ้คเชนทร์อยู่บริษัทแต่งตัวอะไรก็เอาให้พอดีพองาม ไม่ต้องสวยมากก็ได้”
“อ้ออ...อาการขี้หวงกำเริบเพราะคุณคเชนทร์นี่เอง ถึงว่าปกติพี่ไม่ขี้หวงขนาดนี้”
“ไอ้คเชนทร์มันเสือผู้หญิง ถ้ามันชวนคุยด้วยก็บอกไปว่าผัวหนึ่งลูกสาม”
“คุณคเชนทร์เค้าไม่สนใจเจหรอกค่ะ”
“รู้ได้ไงว่ามันไม่สน...ระวังตัวหน่อยก็ดี อย่าเข้าใกล้มันมาก 2 เมตรถือว่าระยะปลอดภัย”
“แล้วถ้าต้องคุยงานละคะ”
“ให้คนอื่นไปคุย”
“...”
“เลี่ยงได้ก็เลี่ยง มันไม่ใช่คนดี”
“พี่ก็ไม่ใช่คนดี”
“แต่ก็ดีกว่ามันก็แล้วกัน”
เจนิสส่ายศีรษะพลันอย่างเอือมระอา เรื่องแบบนี้จะเอาชนะเธอให้ได้เลยว่างั้นเถอะ
“ปิดแบบนี้ โอเคมั้ยคะ?”
เธอถามหลังจากที่จัดผ้าพันคอเรียบร้อย ครามเห็นก็พยักหน้าเบา ๆ แม้จะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่แต่ก็พอได้อยู่...กลัวเธอจะร้อนแล้วเป็นลมขึ้นมา
“เย็นนี้อยากกินอะไร พี่จะได้จองร้าน”
เสียงทุ้มว่าขึ้นใช้แขนทั้งสองข้างเท้าดันขอบโต๊ะเอาไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหน
“เย็นนี้เจจะไปกินเลี้ยงค่ะ”
“กินเลี้ยงอะไร?”
“เลี้ยงส่งน้องนักศึกษาฝึกงานแผนกขาย น้อง ๆ มาทำงานวันนี้วันสุดท้ายแล้ว”
“เหรอ...” ครามตอบเพียงแค่นั้นแล้วหยัดกายขึ้นตรงเต็มความสูงพลางทำท่าครุ่นคิดบางอย่าง “งั้นพี่ไปด้วย”
“ไม่ได้!!”
เจนิสตอบแทบจะทันทีแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา จนครามแอบตกใจเล็กน้อย ตอบไวแถมยังขึ้นเสียงใส่อีก แค่บอกว่าจะไปด้วยมันน่าแปลกใจตรงไหน
“ทำไม?”
“ถ้าพี่ไปจะไม่สนุก”
“นี่เธอหาว่าพี่จะทำให้งานกร่อยงั้นเหรอ?!” ครามเอ็ดเสียงแข็งแล้วกอดอกอย่างเอาเรื่อง เธอชักจะตัดสินเขาเหมือนคนอื่นมากเกินไปแล้วนะ
“พี่ก็รู้ว่าทุกคนเกรงใจพี่อะ ผู้บริหารไปร่วมปาร์ตี้ด้วยใครกันจะกล้าสนุกอย่างเต็มที่”
“แล้วไง พี่ไม่ถือสาสักหน่อย”
“แต่ทุกคนถือสาไง”
ครามไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง แค่เป็นคนตรง ๆ เนียบ ๆ เวลางานก็คืองานแต่ถ้าหลังเลิกงานเขาก็แค่คนธรรมดาที่สามารถไปสังสรรค์ร่วมกับพนักงานได้ แต่ทว่าพนักงานไม่กล้าที่จะเข้าหาครามเท่าไหร่นักเพราะภาพตอนครามทำงานมันติดตราตรึงใจ
“แล้วจะกลับกี่โมง?” ในเมื่อไม่มีใครอยากให้ไปก็ไม่ไปก็ได้เว้ย
“ไม่แน่ใจค่ะ”
“ห้าทุ่ม?”
“เวลากำลังสนุกเลยนะคะ” ดวงตากลมสวยกะพริบปริบ ๆ ออดอ้อนชายหนุ่ม
“ขับรถไปเองดื่มได้ด้วยเหรอ?” ครามเอ่ยถามเสียงเรียบราวกับตั้งใจบอกเป็นนัยว่า ห้ามดื่มเด็ดขาด
“ไม่ได้ค่ะ”
“ดื่มไม่ได้ ห้าทุ่มก็กลับได้แล้วพี่จะรอที่บ้าน”
“ค่ะ”
“แล้วไปร้านไหน?”
“ร้านคาราโอเกะXXX ใกล้บริษัทค่ะ”
“อืม ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย อย่าให้รู้ว่านัดผู้ชายเอาไว้”
“นัดอะไร?”
“ใครจะรู้ เธอปฏิเสธพี่เร็วขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าแอบมีกิ๊กหรอกเรอะ?”
“แฟนทั้งหล่อ ทั้งรวยขนาดนี้จะไปมีกิ๊กให้ปวดหัวทำไมละคะ”
เจนิสย่นจมูกใส่คนขี้หวงพร้อมเลื่อนมือบางประคองใบหน้าหล่อเหลาพร้อมส่ายไปมาอย่างหยอกล้อจนทำให้ครามเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ก็ดูเถอะ...น่ารักปากหวานขนาดนี้จะไม่ให้รักให้หลงได้ไงล่ะ
บทที่ 46 END ซ่า ซ่า~ เสียงหยดน้ำจากฝักบัวตกกระทบลงบนเรือนร่างอรชรอย่างเป็นจังหวะ ผิวเนียนละเอียดเปียกชื้นเป็นประกายภายใต้ละอองไอน้ำร้อนที่ลอยอวลอยู่ในห้องอาบน้ำกระจกใส เช้าวันนี้เธอเกล้าผมยาวขึ้นเป็นทรงดังโงะสูงแบบลวก ๆ มีปอยผมบางเส้นหลุดระลงมาปราดอยู่ข้างแก้ม ทำให้ใบหน้าสวยดูหวานปนเซ็กซี่ในสายตาของใครบางคนที่แอบยืนมองอยู่นาน ไม่นานประตูกระจกก็ถูกเลื่อนเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้ามาภายในห้องน้ำอย่างเงียบ ๆ เจนิสที่หลับตาพริ้มปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านแผ่นหลัง ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่ามีเงาบาง ๆ ยืนอยู่ด้านหลัง ทว่าทันทีที่ดวงตาคู่สวยเปิดขึ้น สองแขนแกร่งของคนด้านหลังก็สอดเข้ามากอดเอวบางอย่างรวดเร็ว ทำเอาเจนิสสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจ เธอหันขวับไปมองทันทีก็พบว่าคนที่แอบย่องเข้ามาในห้องน้ำไม่ใช่ใครอื่น“อาบน้ำนานไปแล้วนะ” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาชิดใบหูก่อนจะกดจมูกโด่งฝังลงแก้วนวลของหญิงสาวด้วยความหลงใหล เจนิสเอนกายหลบเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วแน่น มือเล็กก็เลื่อนไปปิดก๊อกน้ำก่อนจะเอ็ดคนตัวสูงเสียงแข็ง“ออกไปเลยย เจอาบน้ำอยู่”“ขออาบด้วย”“พี่อาบแล้
บทที่ 45“ไอ้พี่คราม!!!” เจนิสแผดเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจ ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นเข้าหากันก่อนจะจ้องเขม็งมองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง ดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำใสฉายแววดื้อรั้นปนโกรธจัดอย่างไม่ปิดบัง ทันใดนั้นมือเล็กก็เอื้อมไปดึงเส้นผมครามอย่างแรงโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ทำเอาเจ้าตัวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บพร้อมอุทานออกมาเสียงดัง“โอ๊ย! จะ…เจ็บ ๆ” ครามร้องเสียงหลงอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนารีบยกขึ้นไปแตะข้อมือเล็กที่กำลังดึงผมเขาไว้แน่น พยายามขอให้เธอผ่อนแรงลงอย่างวิงวอนทั้งที่สีหน้ายังเหยเกด้วยความเจ็บ“หึ่ย!” เมื่อเห็นว่าอีกคนแสดงท่าทีเจ็บปวดอย่างจริงจัง ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี โกรธก็โกรธ กลัวเขาเจ็บก็กลัว ชายหนุ่มที่เป็นอิสระแล้วได้แต่ยกมือลูบศีรษะตัวเองปอย ๆ ก่อนจะช้อนดวงตาคมเข้มขึ้นมองใบหน้าสวยตรงหน้า ทว่าหญิงสาวกลับเบือนหน้าหนี ไม่ยอมแม้แต่จะหันมาสบตากับเขา ท่าทีเมินเฉยนั้นเหมือนมีบางอย่างมาบีบแน่นอยู่กลางอกคราม ความเจ็บจากการถูกดึงผมเมื่อครู่ยังไม่เจ็บเท่าความรู้สึกผิดที่กำลังก่อตัวในใจเลย เขาเม้มริมฝีปากแน่น มีเรื่องจะพูดเยอะแยะม
บทที่ 44สวบบ เวลาตีสามซึ่งเป็นเวลาหลับนอนของใครหลาย ๆ คน แต่กับบางคนกลับเป็นเวลาที่เพิ่งเข้าห้องได้ ร่างแกร่งสอดกายเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมเหลือบมองร่างบางที่นอนตะแคงหันหลังให้ราวกับบอกเป็นนัยว่ากำลังโกรธเขาเต็มประดา ครามค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบแนบแผ่นหลังบาง ก่อนจะชะโงกมองใบหน้าสวยที่หลับพริ้ม ก็พบคิ้วเรียวขมวดแน่นในยามที่หลับใหลแม้จะมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องต้องแต่ก็ยังเห็นสีหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน คนอะไรขนาดหลับยังขมวดคิ้วเป็นปม มือหนาเลื่อนขึ้นอย่างแผ่วเบา ปัดไลผมสลวยที่ปกปิดกรอบหน้าอันงดงามออกอย่างทะถนุถนอมแล้วโน้มลงหอมแก้มนวลเนียนอย่างหวงแหน“พี่รู้ว่าเธอยังไม่หลับ” เสียงแหบทุ้มดังชิดข้างหูอย่างแผ่วเบาแล้วกระชับวงแขนแกร่งกอดร่างบางไว้แน่น“หลับแล้ว!” คนแง่งอนรีบตอบกลับอย่างลืมตัวพลางดิ้นหวังจะสลัดร่างหนาออกให้พ้นตัวแต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด“หึ้อ! ถ้าหลับแล้วจะตอบพี่ได้ไง?” ครามกระตุกยิ้มพร้อมครางในลำคอเสียงหลงเมื่อได้ยินคำตอบ “พี่ขอโทษ”“...”“พี่ผิดเอง พี่ขอโทษ” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยออกมาด้วยควา
บทที่ 43 หลังจากที่กลับจากไนต์คลับ ครามก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เดินอาด ๆ เข้าห้องน้ำชั้นหนึ่งทันที ไม่แม้แต่จะหันมาคุยกับเธอเลยสักนิด ทั้งที่เธอเองก็ไม่ใช่คนผิด ทำเอาหญิงสาวแอบรู้สึกกังวลเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าที่เขาเอาแต่เงียบนั้นเพราะโกรธเธอหรือกำลังจัดการอารมณ์เดือดดาลของตัวเอง เจนิสที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จกวาดสายตามองรอบ ๆ หวังว่าจะเจอชายหนุ่มนั่งรอบนเตียงอย่างทุกวัน ทว่าวันนี้กลับไม่พบแม้แต่เงา คิ้วเรียวขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย ใจหนึ่งก็อยากตามหาอีกใจก็ขี้เกียจ เพราะวันนี้เธอเองก็ดื่มถึงจะไม่เมาแต่ก็ยังรู้สึกมึน ๆ เธอเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรหาครามทันที ไม่นานอีกฝ่ายก็รับสาย“พี่อยู่ไหน?”(ข้างล่าง) ครามตอบมาแค่นั้นแต่กลับทำให้คิ้วเรียวขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิมเพราะได้ยินเสียงหอบหายใจของเขา“อาบน้ำเสร็จก็รีบขึ้นมานอนได้แล้ว เที่ยงคืนแล้วเนี่ย” เจนิสว่าเสียงดุแฟนหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว(ยังไม่ได้อาบ) น้ำเสียงเรียบนิ่งทำเอาเจนิสชะงักทันที นี่อย่าบอกนะว่าที่ไม่ยอมขึ้นมานอนเพราะโกรธเธออยู่น่ะ...“ก็เจเห็นพี่เดินเข้าห้องน้ำนึกว่าอาบน้ำที่ชั้นหนึ่ง
บทที่ 42--หลายเดือนผ่านไป--@ไนต์คลับ Xxer.S ภายในไนต์คลับสว่างวาบไปด้วยแสงไฟหลากสีที่สาดส่องสลับกันไปมาตามจังหวะดนตรี เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำดังกระแทกโสตประสาทจนหัวใจเต้นตามจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งปะปนไปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง อีกทั้งเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงชนแก้วก็ดังประสานกันอย่างวุ่นวาย ต่างจากในห้องโซน VIP ชั้นสองที่ถูกแบ่งแยกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน มีเพียงเสียงดนตรีคลอเบา ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายหู ทว่าในความสงบนั้นกลับสามารถมองเห็นความคึกคักวุ่นวายของโซนด้านล่างได้อย่างชัดเจน“ไอ้เชนทร์ไปไหน?” เสียงทุ้มของครามเอ่ยถามเจ้าของไนต์คลับอย่างเวกัสเพื่อนรักเพื่อนร้าย“เดี๋ยวนี้ถามถึงแต่มัน มึงโดนมันเล่นของใส่รึไง?” เวกัสกลอกตาขึ้นมองบนพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันทีที่ได้ยินคำถามของคราม ช่วงหลังมานี้ครามแทบจะตัวติดกับคเชนทร์ยิ่งกว่าผัวเมียเสียอีก หลังจากทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันและคลี่คลายปมลึกในใจกันได้สำเร็จก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เรียกได้ว่าเห็นครามอยู่ที่ไหนมักจะต้องเห็นคเชนทร์อยู่ที่นั่นเสมอ“ก็มันบอกว่าจะมาหามึง” ครามตอบเส
บทที่ 41“จะให้พี่แต่งกับใคร…” ครามกระซิบเสียงแผ่ว พลางเอื้อมมือไปประคองแก้มเธอไว้ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบา ๆ อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนริมฝีปากหยักก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นจนทำให้คนนิ่งอึ้งใบหน้าร้อนผ่าวจนทำอะไรไม่ถูก “ก็แต่งกับเธอไง” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังแต่กลับซึมลึกลงไปถึงหัวใจของเจนิส ถ้อยคำนั้นทำให้โลกทั้งใบของเธอเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นแรงระรัวราวกับกองสะบัดชัย“พี่อยากแต่งงานกับเธอ” ครามไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยังพูดต่อพร้อมจูบลงหนัก ๆ ที่ซอกคอขาวเนียนแล้วกระชับวงแขนแกร่งกอดเธอไว้แน่นอย่างกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน“ตะ...แต่งได้เหรอคะ?” เจนิสเอ่ยถามน้ำเสียงขาดห้วงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากแต่งงานมีครอบครัวเหมือนคนทั่วไป ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เธออยากแต่งงานด้วยก็คือคราม... แต่ที่นิ่งอึ้งจนทำอะไรไม่ถูกอยู่พักใหญ่เพราะไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้“อ้าว พูดงี้หมายความว่าไง?” ครามผละออกเล็กน้อยเลื่อนมาสบดวงตากลมโตอย่างไม่เข้าใจ “เธอจะไม่แต่งกันพี่งั้นเหรอ?”“เปล่าสะหน่อย”







