Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-08-13 12:10:38

บทที่ 6

“พี่ครามของเจเก่งที่สุดแล้ว”

         เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่หญิงสาวพูดอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย

         ครามยอมผละกายออกช้า ๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากที่หน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาหอมแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างของเธอฟอดใหญ่

“หอมจัง” ครามว่าเสียงแผ่วเบาแล้วจูบริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง

“ทำไมกลับมาแล้วไม่เปิดไฟคะ เจคิดว่าโจรแอบเข้ามาดื่มไวน์พี่สะอีก”

         เจนิสว่าหลังจากที่ครามผละริมฝีปากออก ชายหนุ่มเพียงไหวไหล่เบา ๆ ก็เมื่อกี้อยากอยู่คนเดียวมืด ๆ ดื่มด่ำไปกับแอลกอฮอล์พอให้หายเครียดเลยคิดว่าแสงสว่างไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น

“คิดว่าเป็นโจรแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้ามามือเปล่าเนี่ยนะ” ครามว่าหยอกพร้อมกระชับเอวบางไว้แน่น “ตัวก็เท่านี้ถ้าโจรอุ้มเธอไป พี่จะทำไงดี”

“พี่ก็ต้องตามหาเจสิ” เจนิสรีบตอบกลับทันควันเพราะเรื่องแบบนี้ครามต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่รึไง

“หึ!”

แปะ! แปะ!

         ครามหัวเราะแผ่วในลำคอเมื่อได้ยินเสียงแหวะของแฟนสาวตอบกลับ เขายกมือหนาขึ้นเหนือศีรษะแล้วปรบเบา ๆ สองครั้ง ทำให้แสงไฟในห้องติดสว่างทันตาด้วยระบบอัตโนมัติ พอหันกลับมามองใบหน้าสวยก็พบว่าเธอกำลังจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาไม่วางตาพลางเอียงหน้าเล็กน้อยอย่างพิจารณา

“มองอะไรขนาดนั้น?” ครามเอ่ยถามอย่างทำตัวไม่ถูก ก็มองแถมขมวดคิ้วอีก

“ไม่ได้โดนต่อยใช่มั้ย?”

“ห้ะ?”

“ก็เห็นเครียด ๆ กลับมาไม่เปิดไฟแถมยังมานั่งดื่มคนเดียวอีก เจนึกว่าพี่โดนท่าประธานเล่นงานมาสะอีก”

“เธอก็รู้ว่าพี่เครียดทุกครั้งที่ไปเจอพ่อ”

“ไปกี่ครั้ง ๆ ก็เครียดกลับมาแล้วดื่มทุกครั้ง เจไม่เห็นว่าแอลกอฮอล์จะทำให้พี่หายเครียดตรงไหนเลย”

         เจนิสพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเริ่มบ่นเบา ๆ พร้อมพยักพเยิดไปยังขวดไวน์ที่วางอยู่ตรงหน้า แล้วเอื้อมมือไปหยิบขวดสีอำพันปิดฝาวางกลับไว้ที่เดิมราวกับบอกเป็นนัยว่า เลิกดื่มได้แล้ว

         ได้ยินเสียงบ่นแทนที่จะสำนึกผิด ครามกลับยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ พลางหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอ ก่อนที่ร่างสูงจะลุกจากเก้าอี้เต็มความสูงแล้วอาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กเผลอ อุ้มเธอขึ้นเหนือพื้นในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย

“กรี๊ด! พี่คราม! เจจะตกกก!!”

         เสียงหวานร้องลั่นพร้อมใบหน้าตื่นตกใจสุดขีด มือเล็กรีบคล้องคอเขาไว้แน่นราวกับกลัวจะร่วง ครามก้มมองใบหน้าสวยที่อยู่ในอ้อมแขนแล้วอมยิ้มกรุ้มกริ่ม ดวงตาคมที่เคยหม่นหมองกลับมาเปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง ราวกับความเครียดและความกลัดกลุ้มที่กดทับใจมาตลอดทั้งวันได้ละลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว

“เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรนอนดึกนะ รู้มั้ย”

         เสียงทุ้มเอ่ยบอกทันทีที่เข้ามาอยู่ในลิฟต์ ร่างสูงค่อย ๆ วางหญิงสาวลงอย่างทะนุถนอมก่อนจะหันมากดปุ่มชั้น 3 ซึ่งทั้งชั้นจะเป็นห้องนอนและห้องแต่งตัวนั่นหมายความว่า ชั้น 3 เป็นพื้นที่ส่วนตัวมีเพียงแค่ครามและเจนิสเท่านั้นที่สามารถเข้า-ออกได้ รอไม่นานเสียงสัญญาณก็ดังขึ้นบ่งบอกว่ามาถึงชั้นที่หมายแล้ว

         เจนิสย่นจมูกใส่ชายหนุ่มขี้แกล้งแล้วรีบเดินออกลิฟต์ทันที ก่อนจะเดินกลับมาหาครามพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่แล้วยืนให้เขาที่พึ่งเดินออกจากลิฟต์ได้ไม่กี่ก้าว

“ไปอาบน้ำนอนได้แล้วค่ะ กลิ่นตัวเหม็นหึ่งไม่น่าซุกน่ากอดเลย” เจนิสว่าพร้อมสูดจมูกฟุดฟิดบริเวณอกแกร่งของคนตัวสูงก่อนจะผละออกแล้วยกมือขึ้นปิดจมูกทันที

“แต่น่าเย็บนะ”

         ครามโน้มกายลงกระซิบเสียงแหบที่ข้างหูด้วยวาจาทะลึ่งชวนคิดไปไกลก่อนจะงับใบหูเธอเบา ๆ แล้วเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้คนตัวเล็กอ้าปากพะงาบ ๆ อยากจะด่าก็ด่าไม่ออก วัน ๆ เอาแต่คิดเรื่องบนเตียง

         อยู่ที่ทำงานเป็นอีกคน กลับมาบ้านก็เป็นอีกคน ทุกวันนี้ต้องคอยลุ้นว่าจะเจอครามในร่างไหนระหว่างร่างท่านรองประธาน กับ ร่างผัวทะลึ่ง

         ผ่านไปหลายนาที ครามที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาก็เห็นร่างบางนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคิงไซซ์ เขาเดินเข้ามาสอดกายใต้ผ้าห่มอย่างระมัดระวังราวกลัวว่าเธอตื่น ก่อนจะตวัดแขนแกร่งโอบเธอเข้ามาในอ้อมอกเช่นทุกคืน ริมฝีปากหยักแตะจูบลงบนกลุ่มผมสลวยเบา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

         ทว่าแรงขยับเพียงเล็กน้อยกลับทำให้ร่างบางในอ้อมแขนขยับตัวตาม เธอครางเสียงเบาอย่างงัวเงีย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ ใบหน้าหวานซบอยู่บนแผงอกกว้างอุ่นร้อน ดวงตาเรียวที่ปรือจากความง่วงเงยมองเขาอย่างเลื่อนลอย

“พี่คราม~”

“เธอจำไอ้คเชนทร์ที่พี่เคยเล่าให้ฟังได้มั้ย?” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนในอ้อมกอดพร้อมยกมือหนาขึ้นเกลี่ยไลผมที่ปกคลุมใบหน้าสวย

“คุณคเชนทร์ พี่น้องคนละแม่ของพี่นะเหรอ?”

“ก็ใช่ แต่พี่ไม่อยากนับว่ามันเป็นพี่น้องหรอก”

“ทำไมเหรอคะ?”

“มันจะเข้ามาดูและงานบริหารหลังการขายอาทิตย์หน้าน่ะ”

“อ๋ออ” เจนิสพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจทว่าลึก ๆ แล้วก็แอบกังวลอยู่ไม่น้อยกลัวบริษัทจะลุกเป็นไฟ เพราะทุกเรื่องของครามเจนิสรู้ทั้งหมด ครามเล่าให้เธอฟังแบบไม่มีความลับใด ๆ ทั้งสิ้น “ก็ไม่เป็นไรนิคะ มีคนมาช่วยงานก็ยังดีกว่าตำแหน่งนั้นว่างแล้วทุกอย่างจะมาหนักที่พี่นะ”

         แม้จะกังวลไม่น้อยแต่ก็พยายามมองในแง่ดี เพราะในมุมมองการทำงานมีคนช่วยก็ยังดีกว่าไม่มี ถึงจะช่วยได้น้อยก็ยังถือว่าได้ช่วยแบ่งเบาภาระแล้ว อีกอย่างชื่อเสียงของคเชนทร์นั่นเลื่องลือไปทั่วว่าเขาเก่งเรื่องคุมคนและงานช่าง ถ้าได้คนเด็ดขาดแบบคเชนทร์มาช่วยดูแลสาขาอีกแรง ครามก็คงจะมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น

“เธอคิดว่าดีงั้นเหรอ?” ครามเลิกคิ้วเอ่ยถาม เพราะสำหรับเขาแค่ได้ยินคำว่า คเชนทร์มันก็แสลงหูเต็มที

“ดีสิคะ...เจรู้ว่าพี่แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้อยู่แล้ว ใช่มั้ยคะ?”

“อืม”

         ครามตอบกลับเสียงในลำคอ ก็จริงอย่างที่เธอบอกว่าเขานั้นมืออาชีพพอ งานคืองาน เกลียดชังส่วนตัวนั่นก็คืออีกเรื่อง แต่อย่าพลาดให้เขาเห็นเชียว จะขยี้ให้แหลก จะกัดไม่ปล่อยและเหยียบซ้ำเอาให้อายพนักงานทุกคนจนขอลาออกด้วยตัวเองเลย คอยดู

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 10

    บทที่ 10“ห้องเก็บเสียงมั้ย?” ในขณะที่กำลังจูบซับบริเวณเนินอกอวบสุ้มเสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้นพลางเลื่อนมือหนาจับเอวคอดไว้แน่น เจนิสส่ายใบหน้าพลันเป็นคำตอบพร้อมเม้มริมฝีปากแน่น ก็หอพักเดือนไม่ถึงหมื่นจะเป็นห้องเก็บเสียงได้ไงพรึ่บ!! เมื่อได้คำตอบดังนั้นครามจึงผละกายขึ้นพร้อมดึงเรียวแขนเล็กให้ลุกขึ้น ก่อนจะอุ้มร่างบางในท่าลิงอุ้มแตงแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที“แล้วในห้องน้ำเก็บเสียงมั้ย?” ครามว่าขณะที่วางร่างบางบนเคาน์เตอร์พร้อมซุกไซร้ใบหน้าหล่อที่ซอกคอระหงส์พลางดูดเม้มเบา ๆ จนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ“อื้ออ...ดิฉันไม่รู้ค่ะ อ้ะ!”“แทนตัวเองด้วยชื่อ พูดแบบนี้มันดูท่างเหิน”“อะ..เอ่อ” เจนิสมองชายหนุ่มอย่างไม่มั่นใจก่อนจะก้มมองเรือนร่างตัวเองที่มีเพียงชุดชั้นในปกปิดของสงวนเอาไว้ หากเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วปลดตะขอก็คงเผยให้เห็นหน้าอกอวบซ่อนรูป “แบบนี้จะดีเหรอคะ?” อยู่ ๆ ก็เกิดอาการกลัวขึ้นมาสะอย่างงั้น ทำเอาครามขมวดคิ้วแน่นก็จูบแลกลิ้นกันขนาดนี้ เปลือยกายกันทั้งคู่แบบนี้ยังจะมาถามอีกว่าดีมั้ย...ถึงจะไม่ดีก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือแล้ว“ดี...คิดสะว่าหาอะไรทำฆ่าเวลาตอนรอไฟติด”“อ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 9

    บทที่ 9“จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นหลังจากที่หลับเต็มอิ่มตอนที่ครามลงไปส่งนุชให้กับสามีในบ้าน เจนิสรีบปลดสายเบลท์ทำท่าพร้อมจะลงรถ“คุณพักอยู่ตึกไหน?” ครามเอ่ยถามพร้อมหันมองรอบ ๆ ที่มีตึกเรียงกันเป็นแถวในสภาพที่ไม่น่าอยู่มากนัก เจนิสรีบชี้ตึกหอพักตัวเองซึ่งแน่นอนว่าหากมองจากภายนอกอาจจะไม่ได้สวยงามน่าอยู่มากนัก แต่การตกแต่งภายในตึกสำหรับเธอแล้วก็ถือว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น“ปลอดภัยเหรอ?” ครามหันมาถามพร้อมจอดรถเทียบฟุตบาททันทีก่อนจะหันกลับไปมองตึกที่เธอชี้ “เดี๋ยวผมลงไปส่งที่ห้องดีกว่า”“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว”“งั้นก็บอกให้แฟนลงมารับ เธอเมาอยู่นะ”“ดิฉันไม่มีแฟนค่ะ อยู่คนเดียว...เดินไปเองได้ค่ะ” เจนิสระบายยิ้มแหยะ ๆ แล้วใช้มือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้สร่างเมา“....งั้นผมไปส่งดีกว่า” ไม่รอคำตอบใด ๆ จากหญิงสาว ครามรีบลงจากรถทันทีก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ การกระทำของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อยู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก็ใครจะไปคิดว่ารองประธานบริษัทที่ดุและเข้มงวดอย่างเขาจะสุภาพบุรุษและอ่อนโยนกับเธอ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 8

    บทที่ 8--ร้านคาราโอเกะ XXX— ภายในห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ที่ถูกจองเป็นห้องพิเศษ รองรับคนได้ถึง 30 คน เสียงเพลงดังก้องพร้อมไฟแทคสลับกับเสียงชนแก้วของนักดื่ม ทำให้เจนิสที่ไม่ได้ดื่มต้องนั่งมองตาปริบ ๆ พร้อมหยิบของแกล้มอย่างเอ็นไก่ทอดเข้าปากไปพลาง ๆ ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้คนรอบตัวที่กำลังสนุกสนานไปกับเสียงเพลง เสียงหัวเราะดังปะปนกันอย่างเป็นกันเอง จนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ เจนิสชอบบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศที่ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้อง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหยุดชะงักก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เขานั่งอยู่ตรงมุมห้อง ในมือถือแก้วบรั่นดีที่หมุนวนช้า ๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างนิ่งงันไม่ละสายตา เจนิสเห็นแบบนั้นก็รีบหลบสายตาลงทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหวาดระแวงแล่นวาบขึ้นมาจนเธอต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หากสายตาคู่นั้นเป็นของใครอื่น เธออาจไม่รู้สึกกลัวเลยแต่เพราะมันเป็นสายตาของ คเชนทร์ และในห้วงความคิดนั้นเอง คำพ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 7

    บทที่ 7--2 สัปดาห์ผ่านไป— ภายในห้องผู้บริหาร อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากก้านไม้หอมที่วางอยู่ตรงมุมห้อง กลิ่นนั้นลอยอบอวลชวนให้รู้สึกผ่อนคลายหากแต่กลับสร้างบรรยากาศประหลาดชวนอึดอัดขึ้นในคราเดียวกัน หญิงสาวในชุดกระโปรงทรงเอสีอ่อนความยาวเหนือเข่าเพียงเล็กน้อย เธอสวมเสื้อแขนตุ๊กตาสีชมพูพาสเทล ทำให้ดูสุภาพเรียบร้อยแฝงความอ่อนหวาน เส้นผมสลวยถูกรวบขึ้นเป็นทรงหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวระหงส์ที่ดึงดูดสายตาอย่างห้ามไม่ได้ ครามทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าสลับกับเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“อย่ามัดผมขึ้นแบบนี้อีก” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังตวัดปลายปากกาลงเอกสารแผ่นสุดท้าย ก่อนแววตาคมเข้มจะเลื่อนขึ้นจ้องหน้าเธออย่างไม่ถูกใจกับทรงผมในวันนี้ของเธอเท่าไหร่นัก“ทำไมคะ?” เจนิสขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก็ไม่มีกฎข้อไหนห้ามให้พนักงานรวบผมขึ้นสักหน่อย“ห้ามก็คือห้าม”“ห้ามไม่มีเหตุผล เจไม่ใช่เด็กนะคะ”“มันเห็นต้นคอ ไม่สวย” ครามว่าพร้อมเบือนหน้าหนี ที่บอกว่าไม่สวยนั้นโกหกทั้งเพ บอกว่าไม่สวยแต่กลับมองจนละสา

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 6

    บทที่ 6“พี่ครามของเจเก่งที่สุดแล้ว” เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่หญิงสาวพูดอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ครามยอมผละกายออกช้า ๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากที่หน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาหอมแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างของเธอฟอดใหญ่“หอมจัง” ครามว่าเสียงแผ่วเบาแล้วจูบริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง“ทำไมกลับมาแล้วไม่เปิดไฟคะ เจคิดว่าโจรแอบเข้ามาดื่มไวน์พี่สะอีก” เจนิสว่าหลังจากที่ครามผละริมฝีปากออก ชายหนุ่มเพียงไหวไหล่เบา ๆ ก็เมื่อกี้อยากอยู่คนเดียวมืด ๆ ดื่มด่ำไปกับแอลกอฮอล์พอให้หายเครียดเลยคิดว่าแสงสว่างไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น“คิดว่าเป็นโจรแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้ามามือเปล่าเนี่ยนะ” ครามว่าหยอกพร้อมกระชับเอวบางไว้แน่น “ตัวก็เท่านี้ถ้าโจรอุ้มเธอไป พี่จะทำไงดี”“พี่ก็ต้องตามหาเจสิ” เจนิสรีบตอบกลับทันควันเพราะเรื่องแบบนี้ครามต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่รึไง“หึ!”แปะ! แปะ! ครามหัวเราะแผ่วในลำคอเมื่อได้ยินเสียงแหวะของแฟนสาวตอบกลับ เขายกมือหนาขึ้นเหนือศีรษะแล้วปรบเบา ๆ สองครั้ง ทำให้แสงไฟในห้องติดสว่างทันตาด้วยระบบอัตโนมัติ พอหันกลับมามองใบหน้าสวยก็พบว่าเธอกำลังจ้องมอง

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 5

    บทที่ 5 ครามไม่แน่ใจเลยว่าความเห็นแก่ตัวของมนุษย์จะสิ้นสุดลงตรงไหน…จะต้องแลกด้วยความเจ็บของใครอีกกี่คนถึงจะรู้สึกได้บ้างว่ามันมากเกินไปแล้ว คำถามนี้ฝังอยู่ในใจเขาเสมอโดยเฉพาะในวันที่ความทรงจำบางอย่างย้อนกลับมาแทงกลางใจเขาซ้ำไม่รู้จบ--ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน— ในวันที่สายฝนกระหน่ำราวกับมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน ท้องฟ้าครึ้มเทาไม่ต่างจากหัวใจของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่กำลังแตกสลาย เขานั่งนิ่งมองรูปถ่ายของผู้เป็นแม่ด้วยดวงตาเอ่อคลอ พวงแก้มยังเปื้อนคราบน้ำตาที่ไม่ยอมแห้ง ทั้งที่ความจริงควรจะยอมรับได้แล้วว่า…แม่ได้จากไปแล้ว เขาคงไม่รู้สึกเจ็บปวดมากถึงเพียงนี้…ถ้าหากผู้เป็นพ่อไม่พาผู้หญิงอีกคนเข้ามาในบ้าน แล้วยังมีหน้าบอกให้เขาเรียกเธอคนนั้นว่า แม่ มันช่างเป็นตลกร้ายสิ้นดี เมียตายได้ไม่ถึงปีแต่กลับพาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาพร้อมกับลูกที่ตัวเองไป “ไข่ทิ้งไว้” อย่างไม่รู้สึกผิด ครามอยากรู้เหลือเกินว่าพ่อเคยรู้สึกเสียใจบ้างไหมกับการสูญเสียผู้หญิงที่ตัวเองใช้ชีวิตร่วมทุกร่วมสุขมาด้วยกันเกือบยี่สิบปี ทำให้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…เด็กหนุ่มที่เคยอ่อนโยนและยิ้มให้กับท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status