تسجيل الدخول“พี่ครามของเจเก่งที่สุดแล้ว”
เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่หญิงสาวพูดอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย
ครามยอมผละกายออกช้า ๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากที่หน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาหอมแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างของเธอฟอดใหญ่
“หอมจัง” ครามว่าเสียงแผ่วเบาแล้วจูบริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง
“ทำไมกลับมาแล้วไม่เปิดไฟคะ เจคิดว่าโจรแอบเข้ามาดื่มไวน์พี่สะอีก”
เจนิสว่าหลังจากที่ครามผละริมฝีปากออก ชายหนุ่มเพียงไหวไหล่เบา ๆ ก็เมื่อกี้อยากอยู่คนเดียวมืด ๆ ดื่มด่ำไปกับแอลกอฮอล์พอให้หายเครียดเลยคิดว่าแสงสว่างไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น
“คิดว่าเป็นโจรแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้ามามือเปล่าเนี่ยนะ” ครามว่าหยอกพร้อมกระชับเอวบางไว้แน่น “ตัวก็เท่านี้ถ้าโจรอุ้มเธอไป พี่จะทำไงดี”
“พี่ก็ต้องตามหาเจสิ” เจนิสรีบตอบกลับทันควันเพราะเรื่องแบบนี้ครามต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่รึไง
“หึ!”
แปะ! แปะ!
ครามหัวเราะแผ่วในลำคอเมื่อได้ยินเสียงแหวะของแฟนสาวตอบกลับ เขายกมือหนาขึ้นเหนือศีรษะแล้วปรบเบา ๆ สองครั้ง ทำให้แสงไฟในห้องติดสว่างทันตาด้วยระบบอัตโนมัติ พอหันกลับมามองใบหน้าสวยก็พบว่าเธอกำลังจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาไม่วางตาพลางเอียงหน้าเล็กน้อยอย่างพิจารณา
“มองอะไรขนาดนั้น?” ครามเอ่ยถามอย่างทำตัวไม่ถูก ก็มองแถมขมวดคิ้วอีก
“ไม่ได้โดนต่อยใช่มั้ย?”
“ห้ะ?”
“ก็เห็นเครียด ๆ กลับมาไม่เปิดไฟแถมยังมานั่งดื่มคนเดียวอีก เจนึกว่าพี่โดนท่าประธานเล่นงานมาสะอีก”
“เธอก็รู้ว่าพี่เครียดทุกครั้งที่ไปเจอพ่อ”
“ไปกี่ครั้ง ๆ ก็เครียดกลับมาแล้วดื่มทุกครั้ง เจไม่เห็นว่าแอลกอฮอล์จะทำให้พี่หายเครียดตรงไหนเลย”
เจนิสพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเริ่มบ่นเบา ๆ พร้อมพยักพเยิดไปยังขวดไวน์ที่วางอยู่ตรงหน้า แล้วเอื้อมมือไปหยิบขวดสีอำพันปิดฝาวางกลับไว้ที่เดิมราวกับบอกเป็นนัยว่า เลิกดื่มได้แล้ว
ได้ยินเสียงบ่นแทนที่จะสำนึกผิด ครามกลับยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ พลางหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอ ก่อนที่ร่างสูงจะลุกจากเก้าอี้เต็มความสูงแล้วอาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กเผลอ อุ้มเธอขึ้นเหนือพื้นในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย
“กรี๊ด! พี่คราม! เจจะตกกก!!”
เสียงหวานร้องลั่นพร้อมใบหน้าตื่นตกใจสุดขีด มือเล็กรีบคล้องคอเขาไว้แน่นราวกับกลัวจะร่วง ครามก้มมองใบหน้าสวยที่อยู่ในอ้อมแขนแล้วอมยิ้มกรุ้มกริ่ม ดวงตาคมที่เคยหม่นหมองกลับมาเปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง ราวกับความเครียดและความกลัดกลุ้มที่กดทับใจมาตลอดทั้งวันได้ละลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
“เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรนอนดึกนะ รู้มั้ย”
เสียงทุ้มเอ่ยบอกทันทีที่เข้ามาอยู่ในลิฟต์ ร่างสูงค่อย ๆ วางหญิงสาวลงอย่างทะนุถนอมก่อนจะหันมากดปุ่มชั้น 3 ซึ่งทั้งชั้นจะเป็นห้องนอนและห้องแต่งตัวนั่นหมายความว่า ชั้น 3 เป็นพื้นที่ส่วนตัวมีเพียงแค่ครามและเจนิสเท่านั้นที่สามารถเข้า-ออกได้ รอไม่นานเสียงสัญญาณก็ดังขึ้นบ่งบอกว่ามาถึงชั้นที่หมายแล้ว
เจนิสย่นจมูกใส่ชายหนุ่มขี้แกล้งแล้วรีบเดินออกลิฟต์ทันที ก่อนจะเดินกลับมาหาครามพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่แล้วยืนให้เขาที่พึ่งเดินออกจากลิฟต์ได้ไม่กี่ก้าว
“ไปอาบน้ำนอนได้แล้วค่ะ กลิ่นตัวเหม็นหึ่งไม่น่าซุกน่ากอดเลย” เจนิสว่าพร้อมสูดจมูกฟุดฟิดบริเวณอกแกร่งของคนตัวสูงก่อนจะผละออกแล้วยกมือขึ้นปิดจมูกทันที
“แต่น่าเย็บนะ”
ครามโน้มกายลงกระซิบเสียงแหบที่ข้างหูด้วยวาจาทะลึ่งชวนคิดไปไกลก่อนจะงับใบหูเธอเบา ๆ แล้วเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้คนตัวเล็กอ้าปากพะงาบ ๆ อยากจะด่าก็ด่าไม่ออก วัน ๆ เอาแต่คิดเรื่องบนเตียง
อยู่ที่ทำงานเป็นอีกคน กลับมาบ้านก็เป็นอีกคน ทุกวันนี้ต้องคอยลุ้นว่าจะเจอครามในร่างไหนระหว่างร่างท่านรองประธาน กับ ร่างผัวทะลึ่ง
ผ่านไปหลายนาที ครามที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาก็เห็นร่างบางนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคิงไซซ์ เขาเดินเข้ามาสอดกายใต้ผ้าห่มอย่างระมัดระวังราวกลัวว่าเธอตื่น ก่อนจะตวัดแขนแกร่งโอบเธอเข้ามาในอ้อมอกเช่นทุกคืน ริมฝีปากหยักแตะจูบลงบนกลุ่มผมสลวยเบา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทว่าแรงขยับเพียงเล็กน้อยกลับทำให้ร่างบางในอ้อมแขนขยับตัวตาม เธอครางเสียงเบาอย่างงัวเงีย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ ใบหน้าหวานซบอยู่บนแผงอกกว้างอุ่นร้อน ดวงตาเรียวที่ปรือจากความง่วงเงยมองเขาอย่างเลื่อนลอย
“พี่คราม~”
“เธอจำไอ้คเชนทร์ที่พี่เคยเล่าให้ฟังได้มั้ย?” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนในอ้อมกอดพร้อมยกมือหนาขึ้นเกลี่ยไลผมที่ปกคลุมใบหน้าสวย
“คุณคเชนทร์ พี่น้องคนละแม่ของพี่นะเหรอ?”
“ก็ใช่ แต่พี่ไม่อยากนับว่ามันเป็นพี่น้องหรอก”
“ทำไมเหรอคะ?”
“มันจะเข้ามาดูและงานบริหารหลังการขายอาทิตย์หน้าน่ะ”
“อ๋ออ” เจนิสพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจทว่าลึก ๆ แล้วก็แอบกังวลอยู่ไม่น้อยกลัวบริษัทจะลุกเป็นไฟ เพราะทุกเรื่องของครามเจนิสรู้ทั้งหมด ครามเล่าให้เธอฟังแบบไม่มีความลับใด ๆ ทั้งสิ้น “ก็ไม่เป็นไรนิคะ มีคนมาช่วยงานก็ยังดีกว่าตำแหน่งนั้นว่างแล้วทุกอย่างจะมาหนักที่พี่นะ”
แม้จะกังวลไม่น้อยแต่ก็พยายามมองในแง่ดี เพราะในมุมมองการทำงานมีคนช่วยก็ยังดีกว่าไม่มี ถึงจะช่วยได้น้อยก็ยังถือว่าได้ช่วยแบ่งเบาภาระแล้ว อีกอย่างชื่อเสียงของคเชนทร์นั่นเลื่องลือไปทั่วว่าเขาเก่งเรื่องคุมคนและงานช่าง ถ้าได้คนเด็ดขาดแบบคเชนทร์มาช่วยดูแลสาขาอีกแรง ครามก็คงจะมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
“เธอคิดว่าดีงั้นเหรอ?” ครามเลิกคิ้วเอ่ยถาม เพราะสำหรับเขาแค่ได้ยินคำว่า คเชนทร์มันก็แสลงหูเต็มที
“ดีสิคะ...เจรู้ว่าพี่แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้อยู่แล้ว ใช่มั้ยคะ?”
“อืม”
ครามตอบกลับเสียงในลำคอ ก็จริงอย่างที่เธอบอกว่าเขานั้นมืออาชีพพอ งานคืองาน เกลียดชังส่วนตัวนั่นก็คืออีกเรื่อง แต่อย่าพลาดให้เขาเห็นเชียว จะขยี้ให้แหลก จะกัดไม่ปล่อยและเหยียบซ้ำเอาให้อายพนักงานทุกคนจนขอลาออกด้วยตัวเองเลย คอยดู
บทที่ 46 END ซ่า ซ่า~ เสียงหยดน้ำจากฝักบัวตกกระทบลงบนเรือนร่างอรชรอย่างเป็นจังหวะ ผิวเนียนละเอียดเปียกชื้นเป็นประกายภายใต้ละอองไอน้ำร้อนที่ลอยอวลอยู่ในห้องอาบน้ำกระจกใส เช้าวันนี้เธอเกล้าผมยาวขึ้นเป็นทรงดังโงะสูงแบบลวก ๆ มีปอยผมบางเส้นหลุดระลงมาปราดอยู่ข้างแก้ม ทำให้ใบหน้าสวยดูหวานปนเซ็กซี่ในสายตาของใครบางคนที่แอบยืนมองอยู่นาน ไม่นานประตูกระจกก็ถูกเลื่อนเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้ามาภายในห้องน้ำอย่างเงียบ ๆ เจนิสที่หลับตาพริ้มปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านแผ่นหลัง ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่ามีเงาบาง ๆ ยืนอยู่ด้านหลัง ทว่าทันทีที่ดวงตาคู่สวยเปิดขึ้น สองแขนแกร่งของคนด้านหลังก็สอดเข้ามากอดเอวบางอย่างรวดเร็ว ทำเอาเจนิสสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจ เธอหันขวับไปมองทันทีก็พบว่าคนที่แอบย่องเข้ามาในห้องน้ำไม่ใช่ใครอื่น“อาบน้ำนานไปแล้วนะ” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาชิดใบหูก่อนจะกดจมูกโด่งฝังลงแก้วนวลของหญิงสาวด้วยความหลงใหล เจนิสเอนกายหลบเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วแน่น มือเล็กก็เลื่อนไปปิดก๊อกน้ำก่อนจะเอ็ดคนตัวสูงเสียงแข็ง“ออกไปเลยย เจอาบน้ำอยู่”“ขออาบด้วย”“พี่อาบแล้
บทที่ 45“ไอ้พี่คราม!!!” เจนิสแผดเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจ ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นเข้าหากันก่อนจะจ้องเขม็งมองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง ดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำใสฉายแววดื้อรั้นปนโกรธจัดอย่างไม่ปิดบัง ทันใดนั้นมือเล็กก็เอื้อมไปดึงเส้นผมครามอย่างแรงโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ทำเอาเจ้าตัวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บพร้อมอุทานออกมาเสียงดัง“โอ๊ย! จะ…เจ็บ ๆ” ครามร้องเสียงหลงอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนารีบยกขึ้นไปแตะข้อมือเล็กที่กำลังดึงผมเขาไว้แน่น พยายามขอให้เธอผ่อนแรงลงอย่างวิงวอนทั้งที่สีหน้ายังเหยเกด้วยความเจ็บ“หึ่ย!” เมื่อเห็นว่าอีกคนแสดงท่าทีเจ็บปวดอย่างจริงจัง ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี โกรธก็โกรธ กลัวเขาเจ็บก็กลัว ชายหนุ่มที่เป็นอิสระแล้วได้แต่ยกมือลูบศีรษะตัวเองปอย ๆ ก่อนจะช้อนดวงตาคมเข้มขึ้นมองใบหน้าสวยตรงหน้า ทว่าหญิงสาวกลับเบือนหน้าหนี ไม่ยอมแม้แต่จะหันมาสบตากับเขา ท่าทีเมินเฉยนั้นเหมือนมีบางอย่างมาบีบแน่นอยู่กลางอกคราม ความเจ็บจากการถูกดึงผมเมื่อครู่ยังไม่เจ็บเท่าความรู้สึกผิดที่กำลังก่อตัวในใจเลย เขาเม้มริมฝีปากแน่น มีเรื่องจะพูดเยอะแยะม
บทที่ 44สวบบ เวลาตีสามซึ่งเป็นเวลาหลับนอนของใครหลาย ๆ คน แต่กับบางคนกลับเป็นเวลาที่เพิ่งเข้าห้องได้ ร่างแกร่งสอดกายเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมเหลือบมองร่างบางที่นอนตะแคงหันหลังให้ราวกับบอกเป็นนัยว่ากำลังโกรธเขาเต็มประดา ครามค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบแนบแผ่นหลังบาง ก่อนจะชะโงกมองใบหน้าสวยที่หลับพริ้ม ก็พบคิ้วเรียวขมวดแน่นในยามที่หลับใหลแม้จะมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องต้องแต่ก็ยังเห็นสีหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน คนอะไรขนาดหลับยังขมวดคิ้วเป็นปม มือหนาเลื่อนขึ้นอย่างแผ่วเบา ปัดไลผมสลวยที่ปกปิดกรอบหน้าอันงดงามออกอย่างทะถนุถนอมแล้วโน้มลงหอมแก้มนวลเนียนอย่างหวงแหน“พี่รู้ว่าเธอยังไม่หลับ” เสียงแหบทุ้มดังชิดข้างหูอย่างแผ่วเบาแล้วกระชับวงแขนแกร่งกอดร่างบางไว้แน่น“หลับแล้ว!” คนแง่งอนรีบตอบกลับอย่างลืมตัวพลางดิ้นหวังจะสลัดร่างหนาออกให้พ้นตัวแต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด“หึ้อ! ถ้าหลับแล้วจะตอบพี่ได้ไง?” ครามกระตุกยิ้มพร้อมครางในลำคอเสียงหลงเมื่อได้ยินคำตอบ “พี่ขอโทษ”“...”“พี่ผิดเอง พี่ขอโทษ” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยออกมาด้วยควา
บทที่ 43 หลังจากที่กลับจากไนต์คลับ ครามก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เดินอาด ๆ เข้าห้องน้ำชั้นหนึ่งทันที ไม่แม้แต่จะหันมาคุยกับเธอเลยสักนิด ทั้งที่เธอเองก็ไม่ใช่คนผิด ทำเอาหญิงสาวแอบรู้สึกกังวลเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าที่เขาเอาแต่เงียบนั้นเพราะโกรธเธอหรือกำลังจัดการอารมณ์เดือดดาลของตัวเอง เจนิสที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จกวาดสายตามองรอบ ๆ หวังว่าจะเจอชายหนุ่มนั่งรอบนเตียงอย่างทุกวัน ทว่าวันนี้กลับไม่พบแม้แต่เงา คิ้วเรียวขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย ใจหนึ่งก็อยากตามหาอีกใจก็ขี้เกียจ เพราะวันนี้เธอเองก็ดื่มถึงจะไม่เมาแต่ก็ยังรู้สึกมึน ๆ เธอเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรหาครามทันที ไม่นานอีกฝ่ายก็รับสาย“พี่อยู่ไหน?”(ข้างล่าง) ครามตอบมาแค่นั้นแต่กลับทำให้คิ้วเรียวขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิมเพราะได้ยินเสียงหอบหายใจของเขา“อาบน้ำเสร็จก็รีบขึ้นมานอนได้แล้ว เที่ยงคืนแล้วเนี่ย” เจนิสว่าเสียงดุแฟนหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว(ยังไม่ได้อาบ) น้ำเสียงเรียบนิ่งทำเอาเจนิสชะงักทันที นี่อย่าบอกนะว่าที่ไม่ยอมขึ้นมานอนเพราะโกรธเธออยู่น่ะ...“ก็เจเห็นพี่เดินเข้าห้องน้ำนึกว่าอาบน้ำที่ชั้นหนึ่ง
บทที่ 42--หลายเดือนผ่านไป--@ไนต์คลับ Xxer.S ภายในไนต์คลับสว่างวาบไปด้วยแสงไฟหลากสีที่สาดส่องสลับกันไปมาตามจังหวะดนตรี เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำดังกระแทกโสตประสาทจนหัวใจเต้นตามจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งปะปนไปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง อีกทั้งเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงชนแก้วก็ดังประสานกันอย่างวุ่นวาย ต่างจากในห้องโซน VIP ชั้นสองที่ถูกแบ่งแยกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน มีเพียงเสียงดนตรีคลอเบา ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายหู ทว่าในความสงบนั้นกลับสามารถมองเห็นความคึกคักวุ่นวายของโซนด้านล่างได้อย่างชัดเจน“ไอ้เชนทร์ไปไหน?” เสียงทุ้มของครามเอ่ยถามเจ้าของไนต์คลับอย่างเวกัสเพื่อนรักเพื่อนร้าย“เดี๋ยวนี้ถามถึงแต่มัน มึงโดนมันเล่นของใส่รึไง?” เวกัสกลอกตาขึ้นมองบนพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันทีที่ได้ยินคำถามของคราม ช่วงหลังมานี้ครามแทบจะตัวติดกับคเชนทร์ยิ่งกว่าผัวเมียเสียอีก หลังจากทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันและคลี่คลายปมลึกในใจกันได้สำเร็จก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เรียกได้ว่าเห็นครามอยู่ที่ไหนมักจะต้องเห็นคเชนทร์อยู่ที่นั่นเสมอ“ก็มันบอกว่าจะมาหามึง” ครามตอบเส
บทที่ 41“จะให้พี่แต่งกับใคร…” ครามกระซิบเสียงแผ่ว พลางเอื้อมมือไปประคองแก้มเธอไว้ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบา ๆ อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนริมฝีปากหยักก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นจนทำให้คนนิ่งอึ้งใบหน้าร้อนผ่าวจนทำอะไรไม่ถูก “ก็แต่งกับเธอไง” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังแต่กลับซึมลึกลงไปถึงหัวใจของเจนิส ถ้อยคำนั้นทำให้โลกทั้งใบของเธอเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นแรงระรัวราวกับกองสะบัดชัย“พี่อยากแต่งงานกับเธอ” ครามไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยังพูดต่อพร้อมจูบลงหนัก ๆ ที่ซอกคอขาวเนียนแล้วกระชับวงแขนแกร่งกอดเธอไว้แน่นอย่างกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน“ตะ...แต่งได้เหรอคะ?” เจนิสเอ่ยถามน้ำเสียงขาดห้วงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากแต่งงานมีครอบครัวเหมือนคนทั่วไป ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เธออยากแต่งงานด้วยก็คือคราม... แต่ที่นิ่งอึ้งจนทำอะไรไม่ถูกอยู่พักใหญ่เพราะไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้“อ้าว พูดงี้หมายความว่าไง?” ครามผละออกเล็กน้อยเลื่อนมาสบดวงตากลมโตอย่างไม่เข้าใจ “เธอจะไม่แต่งกันพี่งั้นเหรอ?”“เปล่าสะหน่อย”







