แชร์

บทที่ 8

last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-15 21:03:22

บทที่ 8

--ร้านคาราโอเกะ XXX—

         ภายในห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ที่ถูกจองเป็นห้องพิเศษ รองรับคนได้ถึง 30 คน เสียงเพลงดังก้องพร้อมไฟแทคสลับกับเสียงชนแก้วของนักดื่ม ทำให้เจนิสที่ไม่ได้ดื่มต้องนั่งมองตาปริบ ๆ พร้อมหยิบของแกล้มอย่างเอ็นไก่ทอดเข้าปากไปพลาง ๆ

         ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้คนรอบตัวที่กำลังสนุกสนานไปกับเสียงเพลง เสียงหัวเราะดังปะปนกันอย่างเป็นกันเอง จนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ เจนิสชอบบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศที่ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่

         ทว่าในจังหวะนั้นเอง เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้อง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหยุดชะงักก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ

         เขานั่งอยู่ตรงมุมห้อง ในมือถือแก้วบรั่นดีที่หมุนวนช้า ๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างนิ่งงันไม่ละสายตา เจนิสเห็นแบบนั้นก็รีบหลบสายตาลงทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหวาดระแวงแล่นวาบขึ้นมาจนเธอต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่

         หากสายตาคู่นั้นเป็นของใครอื่น เธออาจไม่รู้สึกกลัวเลยแต่เพราะมันเป็นสายตาของ คเชนทร์ และในห้วงความคิดนั้นเอง คำพูดของครามที่เคยเอ่ยไว้ก็ดังก้องขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน“ไอ้คเชนทร์มันไม่ใช่คนดี”

         เมื่อรู้สึกไม่ค่อยดีเจนิสจึงตัดสินใจปลีกตัวออกจากห้องนั้นทันที เพราะยังสัมผัสได้ว่าสายตาของคเชนทร์ไม่ละไปจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว เธอไม่อยากเผชิญกับแววตาเย็นเฉียบที่อ่านไม่ออกคู่นั้น จึงเลือกออกมานั่งข้างนอกเพื่อหลบเลี่ยงให้พ้นจากความอึดอัด

         เจนิสเลือกนั่งที่บาร์ด้านนอก เธอสั่งเพียงน้ำเปล่ามาดื่มเงียบ ๆ คนเดียว พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติแม้ในใจจะยังเต้นแรงไม่หายก็ตาม

“สงสัยต้องกลับแล้วมั้งเนี่ย” เจนิสพึมพำกับตัวเองพร้อมเหลือบสายตามองเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์ซึ่งบ่งบอกว่าตอนนี้เพิ่งสี่ทุ่ม

“สวัสดีครับคนสวย ขอนั่งด้วยได้มั้ยครับ?”

         ขณะที่หญิงสาวกำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบอยู่นั้น จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงแรงสะกิดเบา ๆ ที่ต้นแขน ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้ข้างหูจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นรินผ่านแก้ม เธอสะดุ้งเฮือกรีบผละตัวออกแทบจะทันทีแล้วหันขวับไปมองต้นเสียงด้วยแววตาตื่นตกใจเต็มที่

“พะ..พี่ เอ้ย! คุณคราม!”

         เสียงเล็กเผลออุทานขึ้นเมื่อเห็นคนตรงหน้ายิ้มร่าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เจนิสรีบกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างมีพิรุธ ก็สิ่งที่ครามทำเมื่อครู่มันใกล้ชิดเกินกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง หากใครผ่านมาเห็นเข้าความลับที่ว่าทั้งคู่แอบคบกันคงแตกกันพอดี

“มาได้ไงคะเนี่ย!”

“ก็...” ครามว่าแค่นั้นแล้วเดินมานั่งข้าง ๆ เธอ ก่อนจะเรียกพนักงานเพื่อสั่งเครื่องดื่มทันที “มากินข้าวร้านนี้พอดี”

         เจนิสรี่ตามองอย่างจ้องจับผิด นี่ไม่ใช่ร้านอาหารนะ จะมาทานข้าวที่นี่ทำไม

“จะบอกว่าบังเอิญงั้นเหรอคะ?” เจนิสแกล้งถามแม้จะรู้อยู่แล้วว่าครามตั้งใจมาที่นี่เพื่อมาหาเธอ

“ใช่” ใบหน้าหล่อพยักเบา ๆ พร้อมยกเครื่องดื่มที่พึ่งถูกเสิร์ฟกระดกลงคอทันที “มองทำไม?”

         ครามเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวข้างกายเอาแต่มองเขาไม่ละสายตา ทำอย่างกับว่าเขาไปทำความผิดมาอย่างไรอย่างงั้น

“มากินข้าวที่นี่จริง ๆ เหรอคะ?” เจนิสว่าพร้อมขยับเข้าใกล้กดดันอีกฝ่าย “ไม่ใช่ว่าแอบมาส่องเจหรอกเหรอ?”

“พี่จะส่งเธอทำไม?”

“ก็คงจะกลัวเจมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่นมั้งคะ” เจนิสยืดหลังตรงเอ่ยขึ้นพร้อมเชิดใบหน้าอย่างมั่นใจ

         เพราะเธอรู้ดีว่าครามเป็นคนขี้หึง แม้กระทั่งในสถานการณ์ที่ไม่มีอะไรต้องหึงแต่เขาก็สรรหาเหตุผลมาหึงเธอให้ได้

         อย่างเช่นตอนนี้บอกใคร ใครจะเชื่อว่าตั้งใจมาทานข้าวที่ร้านคาราโอเกะกึ่งบรา...เมนูอาหารที่นี่ก็มีน้อยนิด ส่วนมากมีแต่กับแกล้ม สู้ไปทานร้านอาหารตามสั่งข้างทางไม่ดีกว่ารึไง

“ก็แค่อยากมาในร้านที่เธอเสียตัวให้พี่ครั้งแรก”

“!!”

“จำได้มั้ย ว่าร้านนี้...คือจุดเริ่มต้นรักของเรา”

--ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อน—

@ร้านคาราโอเกะ XXX

         ร้านคาราโอเกะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและของตกแต่งในธีมคริสต์มาส บรรยากาศอบอวลไปด้วยความครึกครื้นและเสียงหัวเราะของผู้คนที่กำลังเฉลิมฉลอง เนื่องจากวันนี้คือวันที่ 31 ธันวาคม คืนส่งท้ายปีเก่าที่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่

         แน่นอนว่า บริษัท BMG ได้จองสถานที่แห่งนี้ไว้ล่วงหน้าเพื่อจัดงานเลี้ยงประจำปี บรรดาพนักงานที่คุ้นหน้าคุ้นตากันต่างทยอยมาร่วมงาน ทว่าในค่ำคืนนี้ทุกคนดูเปล่งประกายกว่าทุกวัน ทั้งเครื่องหน้า เผ้าผมถูกจัดแต่งอย่างประณีต เสื้อผ้าแต่ละชุดดูดีจนแทบจำไม่ได้ว่านี่คือเพื่อนร่วมงาน

         ท่ามกลางแสงไฟและเสียงเพลง มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ เจนิส ในชุดเดรสสั้นสีแดงกำมะหยี่แนบชิดไปกับเรือนร่าง ดวงตากลมโตปรือเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แก้มขาวเนียนขึ้นสีชมพูระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มเผยอเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ฟุบใบหน้าลงที่บราสูงอย่างไม่อาจต้านความมึนเมานี้ได้

“เมาแล้วนี่”

         ทว่าฟุบหน้าลงไปถึงนาทีก็ได้ยินเสียงทุ้มดังคลอมาแผ่วเบา เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองก็พบชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลายืนกอดอกมองเธอนิ่งด้วยแววตายากที่จะอ่านออก

“คุณครามม!”

         หญิงสาวรีบลุกขึ้นยืนแม้จะโอนเอนแต่โชคดีที่จับเก้าอี้ตัวสูงไว้ทัน ไม่งั้นคงล้นหงายหลังไปกับพื้นแน่ ๆ

         ถึงเธอจะเมาแต่ก็ยังพอมีสติรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าคือรองกรรมการประธานบริษัทที่พึ่งเข้ามาดูแลสาขาได้ไม่ถึงปี ทุกคนเกรงกลัวเขามากเธอเองก็เช่นกัน

“ถ้าเมาคุณก็ควรกลับ ไม่ใช่มานั่งฟุบคนเดียวแบบนี้”

         ครามว่าเสียงทุ้มออกแววดุหญิงสาว ก็เป็นสาวเป็นนางไม่ควรนั่งหลับคนเดียวในสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่านแบบนี้ มันอันตรายไม่รู้เลยหรือไงกัน

“เดี๋ยวรอกลับพร้อมพี่นุชค่ะ”

         เจนิสว่าพร้อมเบิกตาขึ้น พยายามเรียกสติตัวเองเพื่อแสดงให้ชายหนุ่มได้เห็นว่าเธอไม่ได้เมาขนาดนั้น

         ครามมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยสายตานิ่งเรียบ หากพูดตามตรงคนในตำแหน่งอย่างเขาแทบไม่จำเป็นต้องมายืนพูดคุยกับพนักงานที่กำลังเมามายก็ได้ แค่ทำเป็นมองข้ามก็จบเรื่องแล้วแต่กับเจนิส…มันต่างออกไป เธอคือคนที่ครามคุ้นเคยและสนิทที่สุดในบริษัท เพราะอย่าลืมว่าเขาเพิ่งย้ายมารับช่วงต่อในการดูแลสาขานี้ และคนที่คอยช่วยเหลือ แนะนำเขา ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงรายละเอียดที่คนอื่นมองข้าม ก็คือเจนิสกับ เลขาคนสนิท (นุช) ของเขานั่นเอง

“เดี๋ยวผมไปส่ง”

         เมื่อหันไปมองนุชเลขาคนสนิทของตัวเองก็ถึงกับถอนหายใจ สภาพของนุชก็ไม่ต่างอะไรกับเจนิสเลย เมาทั้งคู่แล้วจะพึ่งพากันยังไง

“ไม่ดีกว่าค่ะ ดิฉันเกรงใจ”

“แล้วจะนั่งหลับตรงนี้เหรอ? ...กลับเลย เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณนุชด้วย”

         ว่าแล้วก็รีบเดินเข้าไปหาเลขาตัวเองก่อนจะลากเธอกับมาหาเจนิสที่มองทั้งสองพากันออกมาอย่างทุลักทุเล

“น้องเจนิสสส กลับกันนน คุณครามท่านรองประธานของเราจะไปส่งจ้า~~”

         นุชพูดเสียงยานคาง ใบหน้าแดงซ่านด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำเอาเจนิสนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ มองสลับระหว่างนุชกับครามไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา คนเรียบร้อยขี้เกรงใจอย่างนุช กล้ายกมือขึ้นตบไหล่เจ้านายหนุ่มอย่างสนิทสนมแบบนั้นได้ยังไง

         เจนิสได้แต่กลืนน้ำลายอย่างเกร็ง ๆ ความเมาของตัวเองเหมือนหายเป็นปลิดทิ้ง

“พอเห็นพี่นุชเมาแบบนี้ ฉันไม่กล้าเมาเลยแฮะ…เกรงใจคุณครามจัง” เธอบ่นงึมงำกับตัวเองเบา ๆ

         สุดท้ายทั้งสามก็พากันออกจากร้าน ทันทีที่ร่างทั้งสองถึงเบาะรถก็พากันหลับสนิท ครามมองภาพนั้นแล้วยกยิ้มบาง ก่อนหลุดหัวเราะในลำคออย่างอดไม่ได้ คนหนึ่งเมาจนพูดไม่รู้เรื่อง อีกคนก็เกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ…ชีวิตเขาช่วงนี้ดูวุ่นวายดีเหมือนกัน

“หึ! พนักงานกูขี้เมาชิบ!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 10

    บทที่ 10“ห้องเก็บเสียงมั้ย?” ในขณะที่กำลังจูบซับบริเวณเนินอกอวบสุ้มเสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้นพลางเลื่อนมือหนาจับเอวคอดไว้แน่น เจนิสส่ายใบหน้าพลันเป็นคำตอบพร้อมเม้มริมฝีปากแน่น ก็หอพักเดือนไม่ถึงหมื่นจะเป็นห้องเก็บเสียงได้ไงพรึ่บ!! เมื่อได้คำตอบดังนั้นครามจึงผละกายขึ้นพร้อมดึงเรียวแขนเล็กให้ลุกขึ้น ก่อนจะอุ้มร่างบางในท่าลิงอุ้มแตงแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที“แล้วในห้องน้ำเก็บเสียงมั้ย?” ครามว่าขณะที่วางร่างบางบนเคาน์เตอร์พร้อมซุกไซร้ใบหน้าหล่อที่ซอกคอระหงส์พลางดูดเม้มเบา ๆ จนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ“อื้ออ...ดิฉันไม่รู้ค่ะ อ้ะ!”“แทนตัวเองด้วยชื่อ พูดแบบนี้มันดูท่างเหิน”“อะ..เอ่อ” เจนิสมองชายหนุ่มอย่างไม่มั่นใจก่อนจะก้มมองเรือนร่างตัวเองที่มีเพียงชุดชั้นในปกปิดของสงวนเอาไว้ หากเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วปลดตะขอก็คงเผยให้เห็นหน้าอกอวบซ่อนรูป “แบบนี้จะดีเหรอคะ?” อยู่ ๆ ก็เกิดอาการกลัวขึ้นมาสะอย่างงั้น ทำเอาครามขมวดคิ้วแน่นก็จูบแลกลิ้นกันขนาดนี้ เปลือยกายกันทั้งคู่แบบนี้ยังจะมาถามอีกว่าดีมั้ย...ถึงจะไม่ดีก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือแล้ว“ดี...คิดสะว่าหาอะไรทำฆ่าเวลาตอนรอไฟติด”“อ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 9

    บทที่ 9“จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นหลังจากที่หลับเต็มอิ่มตอนที่ครามลงไปส่งนุชให้กับสามีในบ้าน เจนิสรีบปลดสายเบลท์ทำท่าพร้อมจะลงรถ“คุณพักอยู่ตึกไหน?” ครามเอ่ยถามพร้อมหันมองรอบ ๆ ที่มีตึกเรียงกันเป็นแถวในสภาพที่ไม่น่าอยู่มากนัก เจนิสรีบชี้ตึกหอพักตัวเองซึ่งแน่นอนว่าหากมองจากภายนอกอาจจะไม่ได้สวยงามน่าอยู่มากนัก แต่การตกแต่งภายในตึกสำหรับเธอแล้วก็ถือว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น“ปลอดภัยเหรอ?” ครามหันมาถามพร้อมจอดรถเทียบฟุตบาททันทีก่อนจะหันกลับไปมองตึกที่เธอชี้ “เดี๋ยวผมลงไปส่งที่ห้องดีกว่า”“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว”“งั้นก็บอกให้แฟนลงมารับ เธอเมาอยู่นะ”“ดิฉันไม่มีแฟนค่ะ อยู่คนเดียว...เดินไปเองได้ค่ะ” เจนิสระบายยิ้มแหยะ ๆ แล้วใช้มือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้สร่างเมา“....งั้นผมไปส่งดีกว่า” ไม่รอคำตอบใด ๆ จากหญิงสาว ครามรีบลงจากรถทันทีก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ การกระทำของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อยู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก็ใครจะไปคิดว่ารองประธานบริษัทที่ดุและเข้มงวดอย่างเขาจะสุภาพบุรุษและอ่อนโยนกับเธอ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 8

    บทที่ 8--ร้านคาราโอเกะ XXX— ภายในห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ที่ถูกจองเป็นห้องพิเศษ รองรับคนได้ถึง 30 คน เสียงเพลงดังก้องพร้อมไฟแทคสลับกับเสียงชนแก้วของนักดื่ม ทำให้เจนิสที่ไม่ได้ดื่มต้องนั่งมองตาปริบ ๆ พร้อมหยิบของแกล้มอย่างเอ็นไก่ทอดเข้าปากไปพลาง ๆ ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้คนรอบตัวที่กำลังสนุกสนานไปกับเสียงเพลง เสียงหัวเราะดังปะปนกันอย่างเป็นกันเอง จนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ เจนิสชอบบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศที่ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้อง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหยุดชะงักก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เขานั่งอยู่ตรงมุมห้อง ในมือถือแก้วบรั่นดีที่หมุนวนช้า ๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างนิ่งงันไม่ละสายตา เจนิสเห็นแบบนั้นก็รีบหลบสายตาลงทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหวาดระแวงแล่นวาบขึ้นมาจนเธอต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หากสายตาคู่นั้นเป็นของใครอื่น เธออาจไม่รู้สึกกลัวเลยแต่เพราะมันเป็นสายตาของ คเชนทร์ และในห้วงความคิดนั้นเอง คำพ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 7

    บทที่ 7--2 สัปดาห์ผ่านไป— ภายในห้องผู้บริหาร อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากก้านไม้หอมที่วางอยู่ตรงมุมห้อง กลิ่นนั้นลอยอบอวลชวนให้รู้สึกผ่อนคลายหากแต่กลับสร้างบรรยากาศประหลาดชวนอึดอัดขึ้นในคราเดียวกัน หญิงสาวในชุดกระโปรงทรงเอสีอ่อนความยาวเหนือเข่าเพียงเล็กน้อย เธอสวมเสื้อแขนตุ๊กตาสีชมพูพาสเทล ทำให้ดูสุภาพเรียบร้อยแฝงความอ่อนหวาน เส้นผมสลวยถูกรวบขึ้นเป็นทรงหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวระหงส์ที่ดึงดูดสายตาอย่างห้ามไม่ได้ ครามทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าสลับกับเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“อย่ามัดผมขึ้นแบบนี้อีก” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังตวัดปลายปากกาลงเอกสารแผ่นสุดท้าย ก่อนแววตาคมเข้มจะเลื่อนขึ้นจ้องหน้าเธออย่างไม่ถูกใจกับทรงผมในวันนี้ของเธอเท่าไหร่นัก“ทำไมคะ?” เจนิสขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก็ไม่มีกฎข้อไหนห้ามให้พนักงานรวบผมขึ้นสักหน่อย“ห้ามก็คือห้าม”“ห้ามไม่มีเหตุผล เจไม่ใช่เด็กนะคะ”“มันเห็นต้นคอ ไม่สวย” ครามว่าพร้อมเบือนหน้าหนี ที่บอกว่าไม่สวยนั้นโกหกทั้งเพ บอกว่าไม่สวยแต่กลับมองจนละสา

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 6

    บทที่ 6“พี่ครามของเจเก่งที่สุดแล้ว” เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่หญิงสาวพูดอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ครามยอมผละกายออกช้า ๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากที่หน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาหอมแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างของเธอฟอดใหญ่“หอมจัง” ครามว่าเสียงแผ่วเบาแล้วจูบริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง“ทำไมกลับมาแล้วไม่เปิดไฟคะ เจคิดว่าโจรแอบเข้ามาดื่มไวน์พี่สะอีก” เจนิสว่าหลังจากที่ครามผละริมฝีปากออก ชายหนุ่มเพียงไหวไหล่เบา ๆ ก็เมื่อกี้อยากอยู่คนเดียวมืด ๆ ดื่มด่ำไปกับแอลกอฮอล์พอให้หายเครียดเลยคิดว่าแสงสว่างไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น“คิดว่าเป็นโจรแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้ามามือเปล่าเนี่ยนะ” ครามว่าหยอกพร้อมกระชับเอวบางไว้แน่น “ตัวก็เท่านี้ถ้าโจรอุ้มเธอไป พี่จะทำไงดี”“พี่ก็ต้องตามหาเจสิ” เจนิสรีบตอบกลับทันควันเพราะเรื่องแบบนี้ครามต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่รึไง“หึ!”แปะ! แปะ! ครามหัวเราะแผ่วในลำคอเมื่อได้ยินเสียงแหวะของแฟนสาวตอบกลับ เขายกมือหนาขึ้นเหนือศีรษะแล้วปรบเบา ๆ สองครั้ง ทำให้แสงไฟในห้องติดสว่างทันตาด้วยระบบอัตโนมัติ พอหันกลับมามองใบหน้าสวยก็พบว่าเธอกำลังจ้องมอง

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 5

    บทที่ 5 ครามไม่แน่ใจเลยว่าความเห็นแก่ตัวของมนุษย์จะสิ้นสุดลงตรงไหน…จะต้องแลกด้วยความเจ็บของใครอีกกี่คนถึงจะรู้สึกได้บ้างว่ามันมากเกินไปแล้ว คำถามนี้ฝังอยู่ในใจเขาเสมอโดยเฉพาะในวันที่ความทรงจำบางอย่างย้อนกลับมาแทงกลางใจเขาซ้ำไม่รู้จบ--ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน— ในวันที่สายฝนกระหน่ำราวกับมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน ท้องฟ้าครึ้มเทาไม่ต่างจากหัวใจของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่กำลังแตกสลาย เขานั่งนิ่งมองรูปถ่ายของผู้เป็นแม่ด้วยดวงตาเอ่อคลอ พวงแก้มยังเปื้อนคราบน้ำตาที่ไม่ยอมแห้ง ทั้งที่ความจริงควรจะยอมรับได้แล้วว่า…แม่ได้จากไปแล้ว เขาคงไม่รู้สึกเจ็บปวดมากถึงเพียงนี้…ถ้าหากผู้เป็นพ่อไม่พาผู้หญิงอีกคนเข้ามาในบ้าน แล้วยังมีหน้าบอกให้เขาเรียกเธอคนนั้นว่า แม่ มันช่างเป็นตลกร้ายสิ้นดี เมียตายได้ไม่ถึงปีแต่กลับพาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาพร้อมกับลูกที่ตัวเองไป “ไข่ทิ้งไว้” อย่างไม่รู้สึกผิด ครามอยากรู้เหลือเกินว่าพ่อเคยรู้สึกเสียใจบ้างไหมกับการสูญเสียผู้หญิงที่ตัวเองใช้ชีวิตร่วมทุกร่วมสุขมาด้วยกันเกือบยี่สิบปี ทำให้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…เด็กหนุ่มที่เคยอ่อนโยนและยิ้มให้กับท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status