Share

ตอนที่4 ตอกกลับแบบนิ่ม ๆ

          หลินเงยหน้ามองยุ่งพร้อมฉีกยิ้มให้เด็กชายใจดีที่ดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเธอ ก่อนจะหันกลับไปมองทางม่า ซึ่งตอนนี้กำลังยื่นมือจะช่วยพยุงเด็กหัวโจกที่ยังนั่งแผละอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้น

          แต่เจ้าเด็กนั่นกลับสะบัดมือที่ยื่นมาช่วยเหลือของเคี้ยง ออกอย่างแรง "ไม่ต้องมายุ่ง!" มันตวาดเสียงห้วนท่าทางไร้มารยาทและไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่นั่นทำให้ทั้งใช้และหลินเกิดความรู้สึกอยากจะปรี่เข้าไปสั่งสอนเด็กคนนั้นซ้ำให้เข็ดหลาบ

          ใจเย็นไว้ยัยหลิน นั่น...มันเด็กนะ เราโตแล้ว) เธอสูดหายใจลึกพยายามข่มกลั้นอารมณ์เดือดในอกเอ่ยปลอบตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

           ทว่า... ยังไม่ทันที่สถานการณ์จะคลี่คลายเสียงแหลมสูงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลังของพวกเธอ ทำให้หลินและทุกคนต้องเหลียวกลับไปมอง

           "เจ้าน้อย! ลูกแม่! เอ็งเป็นอะไรไป! ใครทำอะไรลูก!" หญิงวัยราวสามสิบต้น ๆ แต่งตัวดูดีกว่าชาวบ้านทั่วไปเล็กน้อยกำลังวิ่งหน้าตื่นเข้ามา

          เด็กชายเจ้าของชื่อซึ่งก็คือเด็กหัวโจกที่โดนหลินพุ่งชน พอเห็นว่าเป็นแม่ของตนเท่านั้นก็รีบวิ่งโผเข้าหาอ้อมกอดทันที ปล่อยโฮเสียงดังยิ่งกว่าเก่าทำราวกับเจ็บปวดแสนสาหัส

          "แม่จ๋า! ฮือๆๆ ไอ้ใช้! ไอ้ใช้มันผลักหนู! มันรังแกหนู! ฮือออ..." เจ้าเด็กขี้ฟ้องชี้มือมาทางใช้ ป้ายความผิดให้ทั้งหมด

          หญิงคนนั้นกอดลูกชายพลางลูบหัวลูบหลังปลอบโยน ก่อนจะเงยหน้ามองมาทางกลุ่มของฝ่ายตรงข้าม ดวงตาของหล่อนขุ่นขวางจับจ้องไปที่ใช้ซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุดอย่างเอาเรื่อง

          "เป็นเอ็งอีกแล้วนะ... ไอ้ใช้!" หล่อนตวาดเสียงแหลมปรี๊ด ชี้หน้าใช้เต็มที่ "โตกว่าตั้งหลายปี ทำไมถึงได้มารังแกน้อง เอ็งก็รู้นี่ว่าลูกข้าเพิ่งจะอายุสิบขวบเอง หน้าตาเอ็งก็ดีไม่น่าเป็นอันธพาลเลย!"

          ใช้ถึงกับอ้าปากค้าง ชี้้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อหู (อ้าวเฮ้ย! กลายเป็นอั๊วผิดไปได้ยังไงวะเนี่ย!) ความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่แล่นริ้วขึ้นมาทันที

          "อั๊วเนี่ยนะรังแกมัน! ป้าช่วยดูให้ดี ๆ ก่อนได้ไหม ลูกป้านั่นแหละที่มารังแกไอ้ยุ่งก่อน! แถมมันยังมาว่าม๊าอั๊วอีก!" เด็กหนุ่มเผลอขึ้นเสียงด้วยความเหลืออด ปกติเขาก็ไม่ใช่คนยอมคนง่าย ๆ อยู่แล้ว ยิ่งมาโดนกล่าวหาซึ่งหน้าแบบนี้ยิ่งทำให้เลือดขึ้นหน้า

          "หนอย! แกยังจะมาเถียงอีกเหรอ! อีกอย่างข้าไม่ใช่ป้าเอ็ง ฉันอายุน้อยกว่าแม่เอ็งตั้งเยอะ" แม่ของน้อยตวาดกลับเสียงดังกว่าเดิมไม่สนใจฟังเหตุผลแม้แต่นิดเดียว "ฉันเห็นกับตาว่าลูกฉันร้องไห้ แถมยังโดนแกผลักจนล้ม! ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย พวกแกมันก็หัวโจกเหมือนกันนั่นแหละ!" หล่อนสรุปเอาเองเสร็จสรรพ

          "ไม่ใช่นะจ๊ะ..." เคี้ยงรีบก้าวออกมาข้างหน้ายกมือไหว้หญิงตรงหน้าอย่างนอบน้อมพยายามพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็นที่สุด แม้ในใจจะร้อนรุ่มไม่แพ้ลูกชาย

          "คือว่า... พวกอาน้อยเขาล้อเลียนอายุ่งก่อนจ้ะ แล้วพออั๊วห้าม เขาก็..." ม่าเคี้ยงชะงักเล็กน้อยไม่อยากพูดคำดูถูกนั้นออกมาตรง ๆ "...เขาก็พูดจาไม่ดี อั๊วไม่ได้อยากให้มีเรื่องเลยจ้ะ" น้ำเสียงแปร่งหูของเคี้ยงพยายามสื่อสารให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

          แม่ของน้อยตวัดสายตาขุ่นขวางมองเคี้ยงตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูแคลน "หึ! แล้วจะทำไม! ลูกฉันจะพูดอะไรมันก็เรื่องของเขา แกเป็นแค่คนอาศัยแม้แต่บ้านก็ยังไม่มีอยู่ยังกล้าที่จะรังแกคนพื้นที่อีก" หล่อนเชิดหน้าพูดอย่างไม่เกรงใจ "ฉันจะบอกเถ้าแก่เม้งให้ไล่พวกแกออกไปอยู่ที่อื่นซะเลยดีไหม พวกเจ๊กอพยพทำตัววุ่นวาย!"

          คำพูดร้ายกาจและเต็มไปด้วยอคติของแม่น้อยทำให้ใบหน้าของเคี้ยงซีดเผือดลงทันที สองมือกำแน่นจนสั่นแต่หล่อนก็ยังพยายามอดกลั้นเอาไว้เพราะรู้ดีว่าสถานะของครอบครัวตนเองเป็นรอง

          ส่วนใช้พอได้ยินแม่ตัวเองโดนดูถูกซึ่ง ๆ หน้าแบบนั้นอีกครั้งความโกรธก็พุ่งขึ้นจนแทบจะระเบิดออก เขากำหมัดแน่นเตรียมจะโต้กลับอย่างไม่กลัวเกรง

          ขณะที่หลินซึ่งยืนฟังอยู่ข้างย่า ดวงตาที่จ้องมองแม่ของน้อย บัดนี้ไม่ได้มีเพียงความโกรธอย่างเดียวเพราะมันได้ฉายแววเย็นเยียบออกมาด้วย

          (คนแบบนี้นี่เองสินะ ที่ทำให้ครอบครัวเราต้องเจอเรื่อง แย่ ๆ ไม่ใช่แค่เด็ก แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ใจแคบและเต็มไปด้วยอคติไม่ต่างกัน) ในระหว่างที่หลินกำลังคิดว่าควรจะทำอย่างไรฉับพลันเสียงของใช้พลันดังขึ้น

          "หุบปากนะ!" ใช้ตวาดลั่น ความอดทนสิ้นสุดลงแล้ว เขาไม่สนอีกต่อไปว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นแม่ของใคร การที่แม่ของตนถูกหยามซึ่งหน้าทำให้เด็กหนุ่มเลือดร้อนลืมสิ้นทุกสิ่ง เขาก้าวพรวดไปข้างหน้าเตรียมจะสั่งสอนผู้หญิงปากร้ายคนนั้นให้รู้สำนึก

          "อาใช้! อย่า!" เคี้ยงร้องห้ามเสียงหลง รีบคว้าแขนลูกชายไว้แน่น เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามไรผม ถึงจะโกรธและเจ็บปวดแค่ไหนแต่หล่อนรู้ดีว่าการใช้กำลังกับผู้หญิงโดยเฉพาะกับคนที่เป็นเหมือนหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของเถ้าแก่ย่อมนำมาซึ่งปัญหาที่ใหญ่มากกว่าเดิมแน่

          "ใจเย็น ๆ อาตี๋! อย่ามีเรื่องเลย! กลับบ้านเรา!"

          แม่ของน้อยเห็นใช้ทำท่าจะเอาเรื่องก็มีท่าทีตกใจเล็กน้อย แต่พอเห็นเคี้ยงรั้งตัวลูกชายไว้ได้หล่อนก็กลับมาทำท่ากร่างเหมือนเดิมชี้นิ้วมาที่หน้าเคี้ยงอีกทั้งยังพูดเหน็บขึ้นมาอีก

          "เห็นไหม ขนาดลูกยังเป็นอันธพาล แม่ก็คงไม่ต่างกัน! ดีแต่สร้างเรื่อง! พวกแกไสหัวไปให้พ้นทางเลยนะ อย่ามาเกะกะ!"

          ในขณะที่ใช้กำลังยื้อยุดกับแม่ตัวเองซึ่งพยายามดึงให้เขากลับบ้าน และแม่ของน้อยก็ยังคงตวาดไม่หยุดนั้นเอง...

          "คุณป้าคะ" เสียงเล็กใสแต่ชัดเจนของหลินดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดนั้นลงชั่วขณะ ทุกสายตาไม่เว้นแม้แต่  เพื่อน ๆ ของน้อยที่ยังยืนอึ้งอยู่หันมามองเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างยุ่งอย่างพร้อมเพรียง

          หลินเงยหน้าขึ้นสบตาแม่ของน้อยอย่างตรงไปตรงมาดวงตากลมโตของเธอไม่มีแววหวาดกลัวมีแต่ความนิ่งสงบผิดกับเด็กวัยเดียวกัน ผมสั้น ๆ ของเธอดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการพุ่งชนผู้ที่เข้ามาหาเรื่องเมื่อครู่

          "คุณป้าบอกว่าพี่น้อยอายุสิบขวบ..." หลินเริ่มพูดเสียงเล็กใสแต่ชัดถ้อยชัดคำ "แล้วเพื่อน ๆ พี่น้อยอีกสามคนก็คงอายุพอ ๆ กันใช่ไหมคะ"

          แม่ของน้อยขมวดคิ้วมองเด็กหญิงอย่างแปลกใจระคนรำคาญ ไม่เข้าใจว่าเด็กนี่จะพูดอะไรแต่ก็ยังไม่ได้พูดขัด

          หลินพูดต่อดวงตายังคงจ้องมองอย่างไม่หลบเลี่ยง "แต่เจ็ก อะ..แฮ่มพี่ยุ่งคนที่พวกพี่น้อยรุมล้อเมื่อกี้นี้เขาอยู่คนเดียวนะคะ หนูเห็นกับตาว่าเขาไม่ได้ทำอะไรให้ใครก่อนเลย"

          เธอกวาดตามองไปยังเด็กชายอีกสามคนที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังแม่ของน้อย "เด็กตั้งสี่คนมารุมล้อเลียน รุมผลักคนที่อยู่คนเดียว หนูว่า... แบบนี้มันไม่ค่อยยุติธรรมเลยค่ะ"

           น้ำเสียงของหลินเรียบง่ายแต่คำพูดนั้นกลับทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบลงไปอีก แม่ของน้อยเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจมากขึ้น

          "แล้วเมื่อกี้..." หลินหันกลับมาสบตาแม่ของน้อยอีกครั้ง "ตอนที่พี่น้อยล้ม ม่าของหนูกำลังจะเข้าไปช่วยแท้ ๆ แต่พี่น้อยกลับปัดมือของม่าออกอีกทั้งยังเอ่ยออกมาแบบไม่ให้ความเคารพ แล้วตัวคุณป้าเองก็ยังมาว่าม่าของหนูเสีย ๆ หาย ๆ อีก" เธอเอียงคอเล็กน้อยทำหน้าเหมือนสงสัยเต็มประดา

          "หนูอยากรู้ว่าแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าอันธพาลหรอกหรือคะ คนมากรังแกคนน้อยอีกทั้งยังไร้ซึ่งทางสู้"

         คำถามที่เหมือนจะซื่อแต่แท้จริงแฝงไปด้วยตรรกะและความถูกต้องตรงไปตรงมานั้นทำให้แม่ของน้อยถึงกับสะอึกไปชั่วขณะ

          หล่อนอ้าปากเหมือนจะเถียงแต่กลับไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอายระคนกัน ไม่คิดว่าจะโดนเด็กตัวแค่นี้พูดยอกย้อนจนจุกอกได้

          ส่วนใช้และเคี้ยงมองหลินด้วยความทึ่งปนประหลาดใจ ไม่คาดคิดว่าเด็กน้อยที่เพิ่งเจอกันและดูเหมือนขี้แยจะพูดจาฉะฉานและมีเหตุผลได้ขนาดนี้

          มีเพียงยุ่งเท่านั้นที่ยังคงมองหลินตาแป๋ว ไม่ได้เข้าใจความหมายลึกซึ้งทั้งหมดแต่สัมผัสได้ว่าเด็กหญิงกำลังปกป้องพวกเขาอยู่

          เมื่อสายแม่ของน้อยเห็นว่าตัวเองไม่สามารถโต้แย้งเด็กคนนี้ได้ ดังนั้นเธอจึงได้คว้าแขนบุตรชายของตนแล้วรีบก้าวเท้าเดินฉับ ๆ จากไปอย่างรวดเร็ว

          "ไอ้เปี๊ยก ลื้อเจ๋งสุด ๆ ไปเลย ไป ๆ เดี๋ยวอั๊วพาไปกินหวานเย็น" ใช้ไม่พูดเปล่าเจ้าตัวรีบดึงข้อมือของเด็กหญิงไปกับตัวเองทันทีโดยมียุ่งวิ่งตามติดมาด้วยท่ามกลางสายตาเคี้ยงที่ยังคงยืนมองอยู่ที่เดิมด้วยสายตาครุ่นคิดระคนซับซ้อนจากคำดูถูกที่ตนเพิ่งได้รับมา 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่9 ความอึดอัด

    เมื่อสถานการณ์เฉพาะหน้าคลี่คลายแต่ปัญหายังคงอยู่ หลินจึงขยับเข้าไปใกล้อาม่าที่นั่งหน้าเศร้าด้วยความเห็นใจ "อา ม่าคะ..." เธอเอ่ยเรียกเสียงเบา"หนูขอถามตามตรงได้ไหมคะ ที่บ้านเราพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างรึเปล่าคะ หนูรู้มาว่าอากงกับอาม่าก็ขยันทำงาน เฮียชัยเองก็ช่วยทำงานมาตลอด ก็น่าจะพอมีเก็บอยู่บ้างใช่ไหมคะ"เคี้ยงมองหน้าหลานสาวอย่างชั่งใจครู่หนึ่งแม้จะกังขากับคำว่าพอรู้มาบ้างของเธอ กระนั้นด้วยไม่มีอารมณ์ซักถามให้มากความเธอจึงได้ปล่อยผ่าน ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้าลงอย่างช้า ๆ"มีสิลูก..." นางตอบเสียงแผ่ว "ตั้งแต่กงกับม่าอพยพมาจากเมืองจีน เราก็ทำงานเก็บหอมรอมริบมาตลอด ตอนนี้... ก็พอมีอยู่ประมาณสองพันบาท"หลินตาโตเนื่องจากต้องรู้ว่ายุคนี้เงินสองพันนั้นถือว่าไม่น้อยเลยพวกเขาต้องประหยัดกันมากขนาดไหนกว่าจะได้เงินจำนวนนี้"แล้วก็มี... ทองคำกับหยกที่ติดตัวมาจากเมืองจีนอยู่นิดหน่อย ม่าเก็บซ่อนไว้อย่างดี" อาม่าพูดต่อ "เงินกับของพวกนี้ทั้งหมดน่ะ ม่ากับกงตั้งใจเก็บเอาไว้ซื้อที่ดินผืนเล็กสักผืนเพื่อทำสวน ปลูกบ้านดี ๆ ของเราเอง จะได้ไม่ต้องอาศัยบ้านเถ้าแก่เม้งอยู่

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่7 ขอแยกบ้าน

    ในขณะที่แสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ โรยตัวลงหลังแนวไม้ไผ่ห่างออกไปไม่ไกลท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงไล่เฉดจนเข้มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมลมเย็นที่พัดผ่านใบไม้ให้สั่นไหวแผ่วเบา เป็นความสบายที่แตกต่างจากอากาศร้อนอบอ้าวของช่วงกลางวันโดยสิ้นเชิงม่าเคี้ยงเดินนำหลินลงมายังท่าน้ำหลังบ้านริมคลองสายเล็กที่ไหลเอื่อย มีเพียงแผ่นไม้ไม่กี่แผ่นปูต่อกันยื่นออกไปพอให้ยืนเหยียบได้พอดี บันไดไม้เล็ก ๆ นำทางลงสู่ผืนน้ำขุ่นข้นที่มีกลิ่นดินเฉพาะตัวในมืออาม่ามีขันอะลูมิเนียมใบเล็กกับสบู่สมุนไพรสีเขียวเข้ม กลิ่นหอมจาง ๆ แบบไทยแท้โชยออกมา หลินอยู่ในผ้าถุงลายดอกสีซีดกระโจมอกตามแบบฉบับของหญิงสาวยุคก่อนที่อาม่าเป็นคนช่วยนุ่งให้เรียบร้อยมันทั้งแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น ความรู้สึกโล่ง ๆ วูบวาบที่เธอไม่เคยชินในชีวิตประจำวันที่ต้องมาอาบน้ำในที่โล่งแจ้งพลันเกิดขึ้น“ลงมาสิอาหมวย น้ำกำลังเย็นสบายเลย” เสียงอาม่าที่ลงไปยืนอยู่ในน้ำระดับเอวแล้วเอ่ยเรียกพร้อมกับกวักมือส่งยิ้มมาอย่างอ่อนโยนหลินสูดลมหายใจลึกก่อนจะค่อย ๆ ย่ำบันไดไม้ลงไปทีละขั้น เมื่อฝ่าเท้าแตะกับผิวน้ำความเย็นวาบแล

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่10 ฝัน

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดความอ่อนเพลียก็เริ่มดึงสติของเด็กหญิงให้เลือนรางลง เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ ปิดสนิทแต่แทนที่จะจมดิ่งสู่ความมืดมิดเธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยไปยังสถานที่แห่งหนึ่งรอบกายของหลินไม่ใช่ห้องไม้สลัว ๆ อีกต่อไป แต่เป็นสวนกว้างที่ดูคุ้นตาคล้ายกับสวนที่เธอเดินผ่านมาเมื่อตอนกลางวัน แต่ทว่ามันดูสวยงามและสงบสุขกว่ามาก มีแสงสีทองอ่อนสาดส่องลงมา อากาศเย็นสบายบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ไม่รู้จักลอยมาตามลม ทุกอย่างดูเหมือนจริงแต่ก็รู้สึกคล้ายความฝันเด็กหญิงมองไปรอบ ๆ อย่างงุนงงก่อนจะสะดุดตากับร่างของหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ หญิงคนนั้นสวมเสื้อผ้าแบบจีนโบราณสีอ่อนสะอาดตา ""อาม่า..." คำเรียกนั้นหลุดออกจากปากของหลินระคนดีใจหญิงวัยกลางคนส่งยิ้มกว้างให้เธอ "อยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างอาหมวยน้อยของอาม่า" น้ำเสียงของท่านทุ้มนุ่มและอบอุ่นอย่างประหลาด"อาม่าหมายถึงบ้านของป๊าหรือคะ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยค่ะ" หลินตอบตามตรงพร้อมกับถอนหายใจออกมา"ม่ารู้ว่ามันไม่ง่าย แต่อาหมวย ม่ารู้ว่าหนูจะเป

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่6 ปรับตัว

    ยุ่งเองก็หยุดเดินมองตามใช้ไปด้วยแววตาระคนคุ้นเคยฉายชัด เขารู้ดีว่าคนที่ใช้กำลังวิ่งไปหาคือใคร ก่อนที่หลินจะก้าวเดินต่อช้า ๆ เคียงข้างยุ่ง สายตาจับจ้องไปยังร่างของผู้ชายสองคนที่ยืนหันหลังอยู่ไม่ไกลนัก คนหนึ่งดูสูงใหญ่กว่าเล็กน้อย ส่วนอีกคนมีรูปร่างใกล้เคียงกับใช้ในตอนนี้ แต่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าพวกเขาทั้งคู่สวมเสื้อกุยเฮงแขนยาวถูกพับทบขึ้นมาเกือบถึงข้อศอก เสื้อสีเข้มที่น่าจะเป็นสีกรมท่าหรือสีดำนั้นดูซีดจางและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นและรอยด่างจากเหงื่อไคลแตกต่างจากเสื้อนักเรียนของใช้ที่ยังดูสะอาดสะอ้านกว่ามากแผ่นหลังกว้างของทั้งคู่ดูแข็งแรงสมกับเป็นคนทำงานหนัก ผิวบริเวณต้นคอและแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อที่พับขึ้นนั้นคล้ำแดดจัดเมื่อใช้วิ่งไปถึง ชายร่างสันทัดกว่าที่หลินเดาว่าน่าจะเป็น อากงของเธอก็หันมาพอดี ดวงตาเรียวคมภายใต้คิ้วที่ขมวดเล็กน้อยมองลูกชายคนที่สอง"อ้าว อาใช้ ลื้อไปไหนมาเย็นป่านนี้แล้วยังไม่เปลี่ยนชุดนักเรียนอีก" เสียงทุ้มที่ฟังดูอบอุ่นแต่แฝงความเข้มงวดเล็กน้อยดังขึ้น"ไปกินหวานเย็นร้านอาแปะมาป๊า" ใช้ตอบเสียงใสหันไปยิ้มให้พี่ชายที่ยืนอยู่ข้างกั

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่8 ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนได้ทั้งหมด

    "ใช่เสียงของจำปีหรือเปล่า" เคี้ยงพูดออกมาโดยไม่เจาะจงว่าหล่อนถามใคร"ใช่ครับ อั๊วขอไปดูก่อน" ชัยตอบพลางลุกจากพื้นชายหนุ่มเดินเร็ว ๆ ออกไปยังชานตรงบันไดเรือน ที่นั่น หญิงสาวในชุดเสื้อแขนกระบอกสีน้ำเงินกับผ้าซิ่นสีเดียวกันยืนรออยู่จริงด้วยท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัดแสงสลัวจากในบ้านส่องให้เห็นใบหน้าของจำปีไม่ถนัดนัก แต่พอชัยเดินเข้าไปใกล้เขาก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของคนรักนั้นซีดเผือด ดวงตาฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด มือทั้งสองข้างบีบกันแน่นอยู่ตรงหน้าตัก"จำปี... มีอะไรรึ มาถึงนี่" ชัยถามเสียงเบาพยายามควบคุมความรู้สึกตัวเองหลังจากเพิ่งมีปากเสียงกับพ่อเรื่องของหล่อนไปหมาด ๆจำปีเงยหน้าขึ้นสบตาของเขา แววตาของหล่อนสั่นระริก ก่อนจะตัดสินใจดึงแขนคนรักให้เดินลงบันไดไปสองสามขั้น เพื่อให้พ้นจากสายตาของคนที่อยู่ในตัวเรือนซึ่งอาจจะมองออกมา"เฮีย..." จำปีเรียกเสียงสั่นเครือ น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด "ฉัน... ฉัน..." หล่อนอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาปี๋แล้วโพล่งออกมา "ฉันท้อง!"คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจของชัย เขายืนนิ่

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่5 อากงกับแปะ

    ใช้จูงมือหลินโดยมียุ่งเดินตามลัดเลาะไปตามทางเดินแคบ ๆ ในสวนที่มีทั้งมะพร้าวและส้มโอ ในขณะที่แสงแดดยามบ่ายส่องลอดใบไม้เหล่านั้นลงมาเป็นจุด ๆ อากาศในตอนนี้แม้ว่าจะเริ่มเย็นทว่าก็ค่อนข้างอบอ้าว โชคดีที่ยังพอมีลมพัดเอื่อยให้คลายร้อนได้บ้าง"ป๊า! ในนี้จะมีร้านขายหวานเย็นด้วยเหรอ" หลินเงยหน้าถามเจ้าของมือใหญ่กว่าตน พลางกวาดตามองไปรอบสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้และร่องน้ำเล็กที่มีผักตบชวาลอยอยู่ประปราย เธอไม่เห็นวี่แววของร้านค้าเลยด้วยซ้ำ"เปี๊ยก ลื้อเรียกอั๊วว่าเฮียดีไหม แม้แต่แฟนอั๊วยังไม่มีจะมีลูกตัวโตขนาดลื้อได้ยังไง" ใช้พูดเสียงห้วนด้วยความไม่ชอบใจต่อคำเรียกขานของเจ้าตัวเล็กเฮ้อ...!! หลินระบายลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา เนื่องจากรูปร่างหน้าตาของป๊าในตอนนี้ดูสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาดหมดจด จมูกโด่งเป็นสันรับกับดวงตาเรียวเล็กที่ฉายแววขี้เล่นอย่างที่เธอคุ้นเคย หากแต่ทุกอย่างกลับดูแปลกตาเมื่ออยู่บนร่างกายของเด็กหนุ่มวัยรุ่นตรงหน้า(นี่คือป๊าในวัยสิบสี่...) ความรู้สึกประหลาดแล่นริ้วในอก มันทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่จนเธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status