5/B เกาะร้างต้องคำสาป

5/B เกาะร้างต้องคำสาป

last updateHuling Na-update : 2025-09-30
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
32Mga Kabanata
766views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เมื่อดาอิและไดชิ สองพี่น้องฝาแฝด ของห้อง 5/B ถูกส่งมาทำภารกิจกำจัดเงาปีศาจร้ายที่เกาะต้องคำสาปแห่งนี้ พวกเขาจะมีชีวิตรอดกลับไปได้หรือไม่

view more

Kabanata 1

ดินแดนแห่งความเงียบงัน

On the second day of Nina Wynn and her favorite assistant, Zach Channing's "honeymoon", I wrapped up my handover work, went to HR, and completed the full resignation process.

Barely ten minutes later, a push notification popped up: "Request Approved. Nina Wynn."

"Looks like Ms. Wynn wanted him gone ages ago. Guess he finally figured it out."

"Right? Staying here was only making Ms. Wynn upset. Better to leave early. And honestly, what's he worried about? He's the CEO's husband. Even if he quit and stayed home forever, he couldn't spend all her money."

As I packed up my things, my coworkers watched me like I was the day's entertainment, their tones dripping with sour pleasure.

I was used to it.

Everyone knew Zach and I didn't get along, whereas my wife, Nina, openly favored him. She'd publicly embarrass me for his sake anytime she wanted. So they all rushed to target me, eager to win points with the beloved little assistant.

Thinking about it, a cold laugh escaped me.

"Sorry to disappoint," I said, "but I'm leaving for a better job. Another company's hiring me for double the salary. Better benefits, too."

I didn't bother staying to see their faces twist with envy. Carrying my box of belongings, I walked straight out of the office.

I hadn't even reached the front gate when my phone rang. It was Nina.

I was still considering how to explain the resignation when I answered. As soon as the call connected, she said, "I just sent you a file. Get it done within an hour."

So she didn't even know I'd quit.

I almost laughed and opened the attachment. It was the exact same major project I'd given up for Zach not long ago.

As always, Zach took the credit, and I did the work. When something went wrong, I took the blame.

At first, I tried refusing, but Nina pushed in every direction by coaxing, pressuring, and doing anything to get her way. When I stood firm, she gave me the cold shoulder and then stayed up late working on it herself, pretending she'd shoulder the burden.

I couldn't stand seeing her exhaust herself, so I finally agreed. I used to believe Nina would one day understand how much I'd done for her.

However, this time, for Zach's promotion, she'd fought with me, iced me out for three months, and not even come to the hospital when I'd been running a 104-degree fever.

Just because she wanted to force me into handing over a multimillion-dollar project I'd spent a month securing…

I realized then that something inside me had completely died.
Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
32 Kabanata
ดินแดนแห่งความเงียบงัน
ท่ามกลางสายลมยามค่ำคืนที่พัดหวีดหวิว ราวกับเสียงกระซิบจากความว่างเปล่า ดาอิ และ ไดชิ สองฝาแฝดผู้แบกรับชะตากรรมยืนอยู่เบื้องหน้าประตูมิติที่เรืองแสงเรื่อๆ สีคราม ครอบครัวของพวกเขายืนอยู่ด้านหลัง ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวลและความรักที่ไม่อาจเอ่ย ไดชิหันไปมองดาอิ ดวงตาของเขามีประกายแห่งความแน่วแน่และมุ่งมั่น ต่างจากดาอิที่แววตาเปี่ยมด้วยความลังเลเล็กน้อย แต่เพียงเสี้ยววินาที ความลังเลนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นไม่แพ้กัน เมื่อทั้งคู่สบตากัน พยักหน้าให้กันเบาๆ เป็นสัญญาณ ก่อนจะจับมือกันแน่น และก้าวเท้าเข้าไปในมิติที่บิดเบี้ยวตรงหน้าทันทีที่ก้าวผ่านพ้นธรณีประตูมิติ ร่างของพวกเขาก็ถูกเหวี่ยงเข้ามายังสถานที่แห่งหนึ่งที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ลมพัดหวีดหวิวเมื่อครู่พลันเงียบสงัดราวกับถูกดูดกลืน ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของครอบครัวเมื่อครู่พลันหายไป เหลือเพียงความมืดมิดและไอเย็นยะเยือกที่กัดกินเข้าถึงกระดูก สัมผัสแรกที่เท้าของพวกเขาเหยียบลงไปคือผืนทรายเย็นเฉียบ เม็ดทรายละเอียดแทรกซึมผ่านรองเท้าผ้าใบจนรู้สึกได้ แสงสว่างเดียวที่มีคือแสงสีเงินยวงของพระจันทร์เต็มดวงที่ลอยเด่นอยู่เหนือหัว ส่องกระทบผิวน้ำทะ
Magbasa pa
ใต้ดิน
ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!ทันใดนั้นเอง นาฬิกาอาคมบนข้อมือของดาอิก็ส่งเสียงเตือนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหน้าปัดที่แสดงผลเป็นตัวเลข "3 เมตร" และทิศทางที่ชี้ลงไปด้านล่าง"มันอยู่ใต้ดินเหรอ?" ดาอิพึมพำด้วยความประหลาดใจ"เป็นไปได้! สัญญาณมันชี้ลงไปข้างล่าง!" ไดชิหันไฟฉายส่องไปที่พื้นดินบริเวณนั้น และพบว่ามีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยรากไม้ รอยร้าวเหล่านั้นดูเหมือนจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และมีช่องว่างเล็กๆ พอให้คนลงไปได้ ช่องว่างนั้นมืดมิดจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง แต่จากช่องว่างนั้น กลับมีไอเย็นยะเยือกและกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงกว่าเดิมโชยขึ้นมา"เราต้องลงไปข้างล่างเหรอ?" ดาอิถามอย่างไม่แน่ใจ แสงจากไฟฉายส่องไม่ถึงก้นเหว ราวกับว่าเบื้องล่างคือความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด"ดูเหมือนจะเป็นทางเดียว...ถึงตอนนี้ เราคงไม่มีทางเลือกแล้ว" ไดชิถอนหายใจเฮือก เขามองลงไปในช่องว่างนั้นด้วยแววตาที่มุ่งมั่น "ระวังตัวไว้ให้ดีนะดาอิ...มันอาจจะไม่ใช่แค่เงาปีศาจธรรมดา" เขากล่าวพลางค่อยๆ หย่อนตัวลงไปในช่องว่างนั้นอย่างระมัดระวัง ดาอิรีบตามลงไปติดๆ แสงไฟฉายส่องนำทางพวกเขาลงสู่ความมืดมิดที่รออยู่เบื้องล่างพื้นด
Magbasa pa
เงามืด
ทันทีที่สองฝาแฝดพุ่งทะยานเข้าสู่ถ้ำมรณะ แสงจากไฟฉายของไดชิสาดส่องกระทบกับดวงตาสีแดงก่ำของเหล่า ร่างเงาที่สมบูรณ์แบบ ที่ยืนรายล้อมแท่นบูชา พวกมันไม่ใช่เงาเลือนรางที่เคยเจอ แต่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ราวกับหล่อหลอมขึ้นจากความมืดมิด มีกล้ามเนื้อที่บิดเบี้ยว และเล็บมือที่แหลมคมราวใบมีด พร้อมที่จะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า"กร๊าซซซซซ!" เสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้นพร้อมกันจากเงาปีศาจราวสิบกว่าตัว ร่างกายของพวกมันพุ่งเข้าใส่สองพี่น้องอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ ราวกับคมมีดที่พร้อมจะบั่นคอให้ขาดสะบั้น"ระวัง!" ไดชิตะโกนลั่น เขากระชับมีดอาคมในมือแน่น พุ่งทะยานเข้าใส่เงาปีศาจที่อยู่ใกล้ที่สุด ฟันมีดออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ปลายมีดเงินอมฟ้าเสียบเข้าที่ศีรษะของเงาปีศาจตัวหนึ่งอย่างจังแคร้ง!เสียงเหมือนแก้วแตกดังสนั่น ร่างของเงาปีศาจตัวนั้นสลายเป็นควันสีดำจางๆ เหลือเพียง ดวงวิญญาณสีม่วงเข้ม ที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ไดชิรีบถอยฉากออกมาเพื่อเปิดทางให้ดาอิ"ดาอิ! เร็วเข้า!" เขาสั่งเสียงเครียด ขณะที่อีกสองสามตัวพุ่งเข้ามารุมล้อมดาอิไม่รอช้า เธอชู ขวดกักเก็บดวงวิญญาณ สีแก้วใสขึ้นเหนือหัว ปากของเธอพึมพำร่ายคาถ
Magbasa pa
หนี
หลังจากที่ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะตามเงาปีศาจเข้าไปในรอยแยกเล็กๆ นั้น พวกเขาก็พบว่าทางเดินที่ทอดยาวไปเบื้องหน้ามันซับซ้อนและวกวนกว่าที่คิด รากไม้ขนาดมหึมาพันเกี่ยวกันเป็นอุโมงค์มืดมิด ไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาในอากาศเริ่มกัดกินจนรู้สึกถึงความเจ็บปวด กระดูกของพวกเขาเริ่มสั่นสะท้านจากความหนาวเหน็บทันทีที่ก้าวพ้นปากทางออก พวกเขาก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ใต้ดินอีกแห่งหนึ่ง ที่นี่เต็มไปด้วยแสงสีม่วงดำจากรอยแยกมิติขนาดใหญ่ที่กำลังสั่นสะเทือนอยู่กลางอากาศ และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือมี เงาปีศาจจำนวนมหาศาลยืนอยู่รายล้อม แท่นบูชาที่พวกเขาเคยเจอในถ้ำก่อนหน้านี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของพิธีกรรมที่เต็มไปด้วยพลังงานอันมืดมิด"โอ้...ไม่นะ" ดาอิพึมพำเสียงสั่น เธอเหลือบมองนาฬิกาอาคมบนข้อมือ ซึ่งตอนนี้หน้าปัดขึ้นเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยสีแดงอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกับตัวเลขที่ระบุจำนวนปีศาจที่ไม่อาจจะนับได้"ให้ตายสิ...มันเยอะกว่าตอนแรกเสียอีก!" ไดชิกล่าวเสียงเครียด เขากระชับมีดอาคมในมือแน่น ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ ที่ประสานกันของเหล่าเงาปีศาจที่เริ่มหันมามองพวกเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำ"กร๊าซซซซซ!"เสี
Magbasa pa
การต่อสู้ของดาอิ
หลังจากที่สองฝาแฝดหนีเข้ามาหลบภัยในถ้ำปริศนาได้สำเร็จ ไดชิก็ทรุดตัวลงพิงผนังถ้ำอย่างอ่อนแรง ใบหน้าของเขาซีดเผือดจากการเสียเลือดเล็กน้อย และความเหนื่อยล้าที่สะสมมาจากการต่อสู้อันยาวนาน แผลที่แขนของเขาถูกฉีกขาดจากการปัดป้องเงาปีศาจ ซึ่งตอนนี้เริ่มมีเลือดซึมออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน"เป็นยังไงบ้างไดชิ...เจ็บมากไหม?" ดาอิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง เธอรีบเข้าไปนั่งข้างๆ พี่ชาย พยายามใช้ผ้าพันแผลอีกผืนพันทับแผลที่แขนของเขาให้แน่นขึ้น"ไม่เป็นไร...แค่แผลถลอกนิดหน่อย" ไดชิกล่าวพร้อมกับยิ้มแห้งๆ พยายามปลอบใจน้องสาว แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงซีดเผือดและมีอาการสั่นเล็กน้อยจากความเจ็บปวดดาอิรู้ดีว่าพี่ชายกำลังโกหก เธอหันไปมองคัมภีร์เล่มเล็กที่หลุดออกมาจากกระเป๋าเป้ของเขาในระหว่างการวิ่งหนี บนหน้าปกมีสัญลักษณ์ที่คล้ายกับสัญลักษณ์บนหีบปริศนาที่พวกเขาค้นพบ เธอจึงตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาเปิดดูอย่างระมัดระวังคัมภีร์เล่มนั้นถูกทำขึ้นจากกระดาษสาโบราณที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนกลิ่นสมุนไพร บนหน้ากระดาษเต็มไปด้วยรูปวาดและอักขระโบราณที่ดาอิไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเธอค่อยๆ ไล่สายตาอ่านไปเรื่อยๆ เธอก็พบว่ามันเป็นตำราที
Magbasa pa
บทเพลงแห่งแสง
ลมยามค่ำคืนที่เคยสงบสุขกลับแปรเปลี่ยนเป็นพายุที่บ้าคลั่ง เสียงหวีดหวิวของมันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงร้องครวญครางของปีศาจนับล้านตัว เมฆดำขนาดมหึมาที่ปกคลุมท้องฟ้าอย่างรวดเร็วเริ่มสั่นสะเทือน เปล่งแสงสีม่วงดำที่น่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างรุนแรง และแล้ว...พวกมันก็ปรากฏตัวขึ้นเหล่า เงาปีศาจ นับพันตัวพุ่งออกมาจากเมฆดำก้อนนั้นราวกับสายน้ำที่บ้าคลั่ง ร่างกายของพวกมันไม่ได้มีเพียงแค่ความมืดมิด แต่กลับมีประกายแสงสีม่วงดำเรืองรองราวกับลาวาที่กำลังจะระเบิด พวกมันกระจายตัวไปทั่วท้องฟ้า ปกคลุมดวงจันทร์จนเหลือเพียงแสงสลัวๆ ที่ส่องกระทบผืนดินที่ตอนนี้กลายเป็นสมรภูมิแห่งความมืด"ไม่จริงน่า..." ดาอิพึมพำด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด นาฬิกาอาคมบนข้อมือของเธอส่งเสียงเตือนระดับสูงสุด ตัวเลขบนหน้าปัดกระพริบอย่างบ้าคลั่งจนไม่อาจจะนับจำนวนของปีศาจที่กำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขาได้"เราต้องสู้!" ไดชิกล่าวเสียงดัง เขากำดาบอาคมในมือแน่น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ "ไม่ว่ามันจะมามากแค่ไหน เราก็จะจัดการมันให้หมด!"ไดชิพุ่งเข้าใส่เงาปีศาจกลุ่มแรกที่รุกเข้ามาอย่างไม่ลังเล เขาฟัน
Magbasa pa
รวมพลัง
เมื่อสองฝาแฝดก้าวเข้าไปในห้องโถงที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ พวกเขาก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในสถานที่ที่ดูเหมือนเป็นวิหารโบราณ ที่ใจกลางห้องโถงมี หินแกะสลักรูปปีกนก ขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงเรืองรองอยู่ หินแกะสลักนั้นมีลักษณะเหมือนกับเครื่องรางที่ครอบครัวของพวกเขาให้มาไม่มีผิดเพี้ยน บนผนังถ้ำเต็มไปด้วยภาพวาดโบราณที่สลักเสลาอย่างประณีต และมีข้อความโบราณมากมายที่ดาอิไม่คุ้นเคย"ที่นี่มัน...อะไรกันแน่" ดาอิพึมพำด้วยความทึ่ง เธอเดินเข้าไปสำรวจภาพวาดเหล่านั้นอย่างใกล้ชิด และพบว่ามันเล่าเรื่องราวของ ชนเผ่าโบราณ ที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน ชนเผ่านี้เป็นผู้พิทักษ์ของประตูมิติ ที่เชื่อมต่อระหว่างโลกของพวกเขากับโลกของปีศาจ แต่แล้ว...ความมืดมิดก็เริ่มเข้ามาครอบงำชนเผ่านี้ ทำให้พวกเขาต้องผนึกประตูมิติด้วยหีบปริศนา และด้วยพลังของหินแกะสลักรูปปีกนกที่เรียกว่า 'ศิลาแห่งแสง'"ศิลาแห่งแสง..." ไดชิพึมพำด้วยความประหลาดใจ เขามองไปที่หินแกะสลักนั้นอีกครั้ง และรู้สึกถึงพลังงานที่บริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากมันอย่างรุนแรง"แล้วเครื่องรางของนายล่ะ?" ดาอิถามอย่างสงสัย"มันเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ ของศิลาแห่งแสง" ไดชิกล่าว
Magbasa pa
ผู้คนปริศนา
แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณส่องประกายเรืองรองบนผืนทะเลสีครามที่เคยสงบเงียบ ไดชิและดาอิยืนอยู่เบื้องหน้าประตูมิติที่เรืองแสงสีครามอยู่ตรงหน้า ประตูมิติที่เคยนำพาพวกเขาสู่เกาะมรณะแห่งนี้ กำลังจะนำพวกเขากลับสู่บ้านที่แสนปลอดภัยอีกครั้ง"ในที่สุด..." ดาอิพึมพำด้วยความโล่งใจ เธอเหลือบมองไปที่ขวดกักเก็บดวงวิญญาณปีศาจที่เหน็บอยู่ข้างเอว และรอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ "เราทำภารกิจสำเร็จแล้วนะไดชิ""อืม...สำเร็จแล้ว" ไดชิกล่าวพร้อมกับพยักหน้าให้เธอ เขากำดาบอาคมในมือแน่น ก่อนที่จะเก็บมันเข้าในฝักอย่างระมัดระวังทั้งสองจับมือกันแน่น และเตรียมที่จะก้าวผ่านประตูมิติ แต่ทันใดนั้นเอง...ก็มีแรงมหาศาลผลักพวกเขาให้กระเด็นออกไปจากประตูมิติอย่างรุนแรง ราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นมาขวางกั้นเอาไว้"โอ๊ย!" ดาอิร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอล้มลงไปกองกับพื้นหิน ไดชิเองก็ล้มลงไปข้างๆ เธอด้วยความไม่เข้าใจ"เกิดอะไรขึ้น?!" ไดชิกล่าวอย่างงุนงง "ทำไมประตูมิติถึงสะท้อนเรากลับมา?"ทันใดนั้น...เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากภายในประตูมิติ"พวกเจ้าอย่าลืมภารกิจที่แท้จริง!" เสียงของ คุณลุงภารโรง ตะโกนก้องกังวานมาจากภายใ
Magbasa pa
พลังแห่งความมืดที่กลืนกินแสงสว่าง
แสงสลัวจากกองไฟเต้นระริกไปตามผนังถ้ำ ทำให้ใบหน้าของรูฟดูเศร้าหมองลงไปกว่าเดิม เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ราวกับจะรวบรวมความกล้าที่จะย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวที่น่าเศร้าของชนเผ่าของเขาให้สองฝาแฝดฟัง ไดชิและดาอิเงียบฟังอย่างตั้งใจ ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยของความเห็นใจและตั้งใจที่จะรับฟังเรื่องราวทั้งหมด"เมื่อก่อน...เกาะแห่งนี้เคยเป็นเหมือนสวรรค์บนดิน" รูฟเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่ชัดเจน "ผืนดินของเราอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้และพืชพรรณนานาชนิดเติบโตอย่างงดงาม สัตว์ป่าอยู่ร่วมกับเราอย่างสงบสุข เราไม่เคยมีศัตรู...และไม่เคยรู้จักคำว่าความหวาดกลัว""ชนเผ่าอายาเป็นผู้พิทักษ์ของผืนป่าและทะเล เรามีหน้าที่ในการดูแลรักษาสมดุลของธรรมชาติ และสืบทอดความรู้โบราณจากบรรพบุรุษของเรา" รูฟกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่สัญลักษณ์รูปปีกนกที่ถูกแกะสลักอยู่บนผนังถ้ำ "เราเชื่อว่าวันหนึ่งจะมีผู้ถูกเลือกที่จะมาเป็นผู้พิทักษ์คนใหม่...เพื่อรับผิดชอบหน้าที่ในการปกป้องโลกใบนี้""แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ?" ไดชิถามอย่างสงสัย"ความโลภของมนุษย์..." รูฟตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้า "เมื่อนานมาแล้ว มีเรือลำหนึ่งมาขึ้นฝั่งบนเกาะของเรา พ
Magbasa pa
การฝึกฝน
หลังจากที่รูฟเล่าเรื่องราวทั้งหมดจบลง บรรยากาศภายในถ้ำก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจ ไดชิและดาอิรับรู้ถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่อยู่บนบ่าของพวกเขา พวกเขารู้ว่าการเดินทางที่กำลังจะเริ่มต้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตามล่าปีศาจ แต่เป็นการกอบกู้บ้านเกิดของผู้คนบนเกาะแห่งนี้ให้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง"เราจะทำมันให้สำเร็จ" ไดชิกล่าวพร้อมกับลูบเบาๆ ที่ดาบอาคมในมือ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว"ใช่...เราจะทำมันให้สำเร็จ" ดาอิกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน เธอเองก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้าในเช้าวันรุ่งขึ้น...ก่อนที่แสงอาทิตย์จะสาดส่องลงมาบนผืนโลก ไดชิและดาอิก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยเสียงของคุณปู่เฒ่าดาฟ พวกเขาออกมาจากถ้ำและพบว่ามีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนรอพวกเขาอยู่ ทุกคนมีสีหน้าจริงจังและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ"พวกเจ้า...วันนี้เราจะมาเริ่มต้นการฝึกฝนกัน" คุณปู่เฒ่าดาฟกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง "เพื่อที่พวกเจ้าจะพร้อมสำหรับการเดินทางที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น""แต่ว่า...พวกเราจะฝึกอะไรกันครับ?" ไดชิถามอย่างสงสัย"เราจะฝึกวิชาอาคมของชนเผ่าอายา" ชายวัยกลางค
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status