Home / แฟนตาซี / OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14 / ตอนที่8 ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนได้ทั้งหมด

Share

ตอนที่8 ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนได้ทั้งหมด

"ใช่เสียงของจำปีหรือเปล่า" เคี้ยงพูดออกมาโดยไม่เจาะจงว่าหล่อนถามใคร

"ใช่ครับ อั๊วขอไปดูก่อน" ชัยตอบพลางลุกจากพื้น

ชายหนุ่มเดินเร็ว ๆ ออกไปยังชานตรงบันไดเรือน ที่นั่น หญิงสาวในชุดเสื้อแขนกระบอกสีน้ำเงินกับผ้าซิ่นสีเดียวกันยืนรออยู่จริงด้วยท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด

แสงสลัวจากในบ้านส่องให้เห็นใบหน้าของจำปีไม่ถนัดนัก แต่พอชัยเดินเข้าไปใกล้เขาก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของคนรักนั้นซีดเผือด ดวงตาฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด มือทั้งสองข้างบีบกันแน่นอยู่ตรงหน้าตัก

"จำปี... มีอะไรรึ มาถึงนี่" ชัยถามเสียงเบาพยายามควบคุมความรู้สึกตัวเองหลังจากเพิ่งมีปากเสียงกับพ่อเรื่องของหล่อนไปหมาด ๆ

จำปีเงยหน้าขึ้นสบตาของเขา แววตาของหล่อนสั่นระริก ก่อนจะตัดสินใจดึงแขนคนรักให้เดินลงบันไดไปสองสามขั้น เพื่อให้พ้นจากสายตาของคนที่อยู่ในตัวเรือนซึ่งอาจจะมองออกมา

"เฮีย..." จำปีเรียกเสียงสั่นเครือ น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด "ฉัน... ฉัน..." หล่อนอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาปี๋แล้วโพล่งออกมา "ฉันท้อง!"

คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจของชัย เขายืนนิ่งตัวแข็งทื่อดวงตาเบิกกว้างจ้องหน้าจำปีอย่างไม่อยากจะเชื่อ      "ล... ลื้อว่าอะไรนะ จำปี"

"ฉันท้อง!" จำปีทวนคำเสียงดังขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังคงกดเสียงให้ต่ำอยู่ "ฉันเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง" น้ำตาเริ่มคลอหน่วยดวงตาคู่งามของหล่อน

"พ่อกับแม่ฉันยังไม่รู้นะเฮีย ถ้าพวกเขารู้ก่อนที่เราจะแต่งกัน เรื่องใหญ่แน่"

ชัยรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ข่าวนี้มันหนักหน่วงเกินกว่าที่เขาจะตั้งรับได้ทัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่บ้านก็กำลังตึงเครียดอยู่แล้ว

"เฮียต้องรับผิดชอบนะ" จำปีพูดต่ออย่างร้อนรน น้ำเสียงเกือบจะเป็นขอร้อง มือของหล่อนคว้าแขนชัยไว้แน่น "เราต้องรีบแต่งงานกันให้เร็วที่สุด แล้วเรื่องที่พ่อฉันบอก... เรื่องให้เฮียไปอยู่บ้านเรา ไปช่วยงานพ่อ... เฮียต้องรีบตัดสินใจนะ ที่สำคัญ..."

จำปีสูดหายใจลึกกลั้นใจพูดสิ่งที่ยากเย็นที่สุดออกมา "พ่อบอกว่า... สินสอดต้องมีเงินสดห้าร้อยบาทกับทองอีกหนึ่งบาทด้วย... เฮียต้องรีบหามานะ ก่อนที่พ่อแม่ฉันจะรู้เรื่อง"

ห้าร้อยบาทกับทองคำอีกหนึ่งบาท! ตัวเลขนั้นตอกย้ำลงบนความรู้สึกของชัยที่กำลังมึนงงอยู่แล้วให้หนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม เขารู้สึกเหมือนกำลังจะล้มทั้งยืน

แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ทั้งเรื่องที่ต้องรับผิดชอบจำปี เรื่องที่ต้องขัดใจพ่อแม่ตัวเอง และตอนนี้คือเรื่องเงินสินสอดจำนวนมากที่เขาไม่รู้จะไปหามาจากไหนในเวลาอันสั้น

ชัยได้แต่ยืนนิ่งหน้าซีดเผือดพูดอะไรไม่ออกมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของคนรักด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกนี้เขาควรจะทำเช่นไร

ในขณะที่ชัยยังคงยืนนิ่งตัวแข็งทื่อรับมือกับข่าวร้ายและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาไม่ไหวอยู่นั้น ห่างออกไปไม่ไกลนัก       ตรงมุมมืดของชานเรือนก่อนถึงบันไดขั้นสุดท้าย ร่างผอมบางของใช้ที่แอบย่องตามลงมาดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็ปรากฏขึ้น

เด็กชายซ่อนตัวอยู่หลังเสาไม้ต้นใหญ่เงี่ยหูฟังบทสนทนาเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดของพี่ชายกับคนรัก  แม้จะได้ยินไม่ครบทุกคำแต่คำสำคัญอย่างท้องและพ่อแม่ยังไม่รู้ รวมถึงคำว่าต้องรับผิดชอบและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินสอดห้าร้อย... ทองหนึ่งบาทนั้นดังชัดเจนเข้าหูของใช้เต็ม ๆ ดวงตาของเด็กชายเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนตื่นเต้น เรื่องใหญ่ขนาดนี้!

เมื่อเห็นว่าจำปีเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นและชัยยังคงยืนนิ่งเหมือนคนสติหลุด ใช้ก็รีบหมุนตัวย่องกลับขึ้นเรือนไปอย่างเงียบเชียบที่สุด เขารีบตรงไปยังจุดที่พ่อกับแม่นั่งอยู่ทันที ลืมเรื่องที่ตัวเองโดนพ่อดุไปเสียสนิท

"ป๊า! ม๊า!" ใช้ พยายามกระซิบเสียงเบาเรียกพ่อกับแม่ก่อนจะแสดงสีหน้าตื่นตระหนก "แย่แล้ว! เฮียชัย..."

ตงกับเคี้ยงหันมามองลูกชายคนเล็กพร้อมกันด้วยความสงสัย "อะไรของลื้ออาตี๋" ป๊าทำสีหน้าคล้ายรำคาญ

"อั๊วแอบได้ยินเฮียคุยกับพี่จำปี!" ใช้รายงานเสียงสั่น "หล่อน... บอกว่าตัวเองท้อง! แล้วพ่อของหล่อน... พ่อของหล่อนต้องการเรียกสินสอดตั้งห้าร้อยบาทกับทองอีกบาทนึงแน่ะ!"

สิ้นเสียงของใช้ป๊าของเขาก็ตบเข่าตัวเองดังฉาด! ลุกพรวดขึ้นยืนทันที ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำด้วยความโกรธจัด          เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับ

"อั๊วว่าแล้ว! ไม่ผิดจริง ๆ! ไอ้ลูกเวรตะไลคนนี้!" เสียงของชายวัยกลางคนดังลั่นไปทั่วบ้านจนหลินสะดุ้งสุดตัว "อั๊วเตือนมันกี่ครั้งกี่หนแล้ว! เรื่องผู้หญิงคนนี้! บอกให้มันยับยั้งชั่งใจรู้จักป้องกันตัวเอง! ไม่เคยจะฟังกันเลย!"

ป๊าของสองพี่น้องกำหมัดแน่นเดินวนไปมาเหมือนเสือ ติดจั่น "หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ครอบครัวจนได้! ทำผู้หญิงท้องก่อนแต่ง! แล้วดูสินสอดที่มันเรียกมา! ห้าร้อย! ทองอีกบาท! นี่มันไม่เรียกว่าปล้นกันหรอกเหรอ"

ทางด้านเคี้ยงพอได้ยินข่าวร้ายนี้หล่อนก็หน้าซีดเผือด  ยกมือขึ้นทาบอกอย่างคนหัวใจจะวาย น้ำตาไหลพรากออกมาทันที "ตายแล้ว... ตายแล้วจริงๆ อาชัย... ทำไมทำเรื่องแบบนี้... แล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน... อีกทั้งสินสอดตั้งมากมายขนาดนั้น เราจะไปหามาจากไหนกัน" นางเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ กลัดกลุ้ม และอับอาย

หลินนั่งตัวลีบมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ถึงกระนั้นด้วยความที่เธอคือผู้ใหญ่ที่อยู่ในร่างของเด็กน้อยเจ้าตัวก็พยายามตั้งสติและคิดหาทางออกให้กับครอบครัวของตนในตอนนี้

"อาม่า! อากง! หนูคิดว่าทุกคนควรจะใจเย็นก่อนนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ก็จริง ทว่าในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมีทางเดียวคือเราต้องรีบหาทางแก้ไข" เสียงเล็กใสแต่แฝงความหนักแน่นของหลินดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด

ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่กำลังตกอยู่ในอารมณ์โกรธและเสียใจชะงักไปเล็กน้อยหันมามองเด็กหญิงเป็นตาเดียว หลินสูดหายใจเข้าปอดลึกพยายามรวบรวมความกล้า

"หนูว่า อาม่าลองไปเรียกเฮียชัยกับพี่จำปีขึ้นมาคุยกันดี ๆ ก่อนดีไหมคะ บางทีเรื่องสินสอดอาจจะพอคุยกันได้"

เคี้ยงมองหน้าหลานสาวด้วยแววตาประหลาดใจระคนทึ่งก่อนจะหันไปสบตากับสามี อากงตงยังคงมีสีหน้าบึ้งตึงแต่ก็พยักหน้าอนุญาตเพราะอย่างไรเสียก็ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอยู่ดี เคี้ยงจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินไปยังบันไดบ้านแล้วส่งเสียงเรียกคนทั้งคู่

"อาชัย อาจำปี ขึ้นมาคุยกันบนบ้านก่อนลูก"

ครู่ต่อมาชัยกับจำปีก็เดินขึ้นมาบนเรือน ทั้งคู่หน้าซีดเผือด จำปียังมีคราบน้ำตาเปรอะแก้ม เธอหลบสายตาเกรี้ยวกราดของอากงก้มหน้างุดยืนอยู่ข้างชัยพยายามทำตัวลีบเล็ก

"นั่งก่อนสิ" อาม่าเอ่ยขึ้นเสียงเบาพยายามทำให้น้ำเสียงเป็นปกติที่สุด

เมื่อทั้งคู่นั่งลงแล้ว อาม่าก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้

"อาจำปี... เรื่องสินสอดที่พ่อหนูเรียกมา... ห้าร้อยกับทองบาทนึงน่ะลูก..." นางเว้นช่วง กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก          "มัน... มันก็หนักหนาเอาการอยู่สำหรับบ้านเรา หนูพอจะมีทางพูดคุยกับพ่อแม่หนูขอลดหย่อนลงบ้างได้ไหมจ๊ะ" เคี้ยงพยายามนึกคำที่ตัวเองนึกออกพูดออกมาอย่างช้าชัดเท่าที่จะทำได้

จำปีส่ายหน้าด้วยน้ำตาคลอหน่วย "หนู... หนูไม่กล้าพูดหรอกค่ะม๊า พ่อหนูเขาเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้าเขารู้ว่าหนูท้องก่อนแต่งแบบนี้แล้วเรายังไปต่อรองอีก เขา..เขาต้องโกรธมากแน่ ๆ ค่ะ" เสียงของหล่อนสั่นเครือ

คำตอบนั้นทำให้อาม่าหน้าเสียลงไปอีก อากงถอนหายใจอย่างแรงด้วยความขัดใจเมื่อเห็นว่าการเจรจาเรื่องสินสอดไม่เป็นผล และบรรยากาศก็กดดันจนน่าอึดอัด จำปีจึงรีบยกมือไหว้ลา

"เอ่อ... งั้น... หนูขอกลับก่อนนะคะม๊า ป๊า" หล่อนแทบจะไม่ได้รอคำตอบรีบหันหลังเดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว ชัยมองตามด้วยแววตาที่สับสนก่อนจะเดินตามลงไปส่งคนรักแค่ที่เชิงบันไดแล้วกลับขึ้นมาบนเรือนอย่างเงียบงัน

หลินมองใบหน้าของทุกคนด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูกเพราะก่อนหน้านี้เธอกำลังจะบอกความจริงเรื่องของพ่อจำปีอยู่ทว่าเหตุการณ์ในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องปล่อยให้ชะตาของแปะเป็นไปตามเดิม

(บางครั้งโชคชะตาของใครก็คงเป็นของคนนั้นเราคงไม่สามารถเปลี่ยนได้ทั้งหมด ทว่ามีทางเดียวคือต้องคอยดูและรับมือตามสถานการณ์) เธอคิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่9 ความอึดอัด

    เมื่อสถานการณ์เฉพาะหน้าคลี่คลายแต่ปัญหายังคงอยู่ หลินจึงขยับเข้าไปใกล้อาม่าที่นั่งหน้าเศร้าด้วยความเห็นใจ "อา ม่าคะ..." เธอเอ่ยเรียกเสียงเบา"หนูขอถามตามตรงได้ไหมคะ ที่บ้านเราพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างรึเปล่าคะ หนูรู้มาว่าอากงกับอาม่าก็ขยันทำงาน เฮียชัยเองก็ช่วยทำงานมาตลอด ก็น่าจะพอมีเก็บอยู่บ้างใช่ไหมคะ"เคี้ยงมองหน้าหลานสาวอย่างชั่งใจครู่หนึ่งแม้จะกังขากับคำว่าพอรู้มาบ้างของเธอ กระนั้นด้วยไม่มีอารมณ์ซักถามให้มากความเธอจึงได้ปล่อยผ่าน ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้าลงอย่างช้า ๆ"มีสิลูก..." นางตอบเสียงแผ่ว "ตั้งแต่กงกับม่าอพยพมาจากเมืองจีน เราก็ทำงานเก็บหอมรอมริบมาตลอด ตอนนี้... ก็พอมีอยู่ประมาณสองพันบาท"หลินตาโตเนื่องจากต้องรู้ว่ายุคนี้เงินสองพันนั้นถือว่าไม่น้อยเลยพวกเขาต้องประหยัดกันมากขนาดไหนกว่าจะได้เงินจำนวนนี้"แล้วก็มี... ทองคำกับหยกที่ติดตัวมาจากเมืองจีนอยู่นิดหน่อย ม่าเก็บซ่อนไว้อย่างดี" อาม่าพูดต่อ "เงินกับของพวกนี้ทั้งหมดน่ะ ม่ากับกงตั้งใจเก็บเอาไว้ซื้อที่ดินผืนเล็กสักผืนเพื่อทำสวน ปลูกบ้านดี ๆ ของเราเอง จะได้ไม่ต้องอาศัยบ้านเถ้าแก่เม้งอยู่

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่7 ขอแยกบ้าน

    ในขณะที่แสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ โรยตัวลงหลังแนวไม้ไผ่ห่างออกไปไม่ไกลท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงไล่เฉดจนเข้มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมลมเย็นที่พัดผ่านใบไม้ให้สั่นไหวแผ่วเบา เป็นความสบายที่แตกต่างจากอากาศร้อนอบอ้าวของช่วงกลางวันโดยสิ้นเชิงม่าเคี้ยงเดินนำหลินลงมายังท่าน้ำหลังบ้านริมคลองสายเล็กที่ไหลเอื่อย มีเพียงแผ่นไม้ไม่กี่แผ่นปูต่อกันยื่นออกไปพอให้ยืนเหยียบได้พอดี บันไดไม้เล็ก ๆ นำทางลงสู่ผืนน้ำขุ่นข้นที่มีกลิ่นดินเฉพาะตัวในมืออาม่ามีขันอะลูมิเนียมใบเล็กกับสบู่สมุนไพรสีเขียวเข้ม กลิ่นหอมจาง ๆ แบบไทยแท้โชยออกมา หลินอยู่ในผ้าถุงลายดอกสีซีดกระโจมอกตามแบบฉบับของหญิงสาวยุคก่อนที่อาม่าเป็นคนช่วยนุ่งให้เรียบร้อยมันทั้งแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น ความรู้สึกโล่ง ๆ วูบวาบที่เธอไม่เคยชินในชีวิตประจำวันที่ต้องมาอาบน้ำในที่โล่งแจ้งพลันเกิดขึ้น“ลงมาสิอาหมวย น้ำกำลังเย็นสบายเลย” เสียงอาม่าที่ลงไปยืนอยู่ในน้ำระดับเอวแล้วเอ่ยเรียกพร้อมกับกวักมือส่งยิ้มมาอย่างอ่อนโยนหลินสูดลมหายใจลึกก่อนจะค่อย ๆ ย่ำบันไดไม้ลงไปทีละขั้น เมื่อฝ่าเท้าแตะกับผิวน้ำความเย็นวาบแล

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่10 ฝัน

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดความอ่อนเพลียก็เริ่มดึงสติของเด็กหญิงให้เลือนรางลง เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ ปิดสนิทแต่แทนที่จะจมดิ่งสู่ความมืดมิดเธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยไปยังสถานที่แห่งหนึ่งรอบกายของหลินไม่ใช่ห้องไม้สลัว ๆ อีกต่อไป แต่เป็นสวนกว้างที่ดูคุ้นตาคล้ายกับสวนที่เธอเดินผ่านมาเมื่อตอนกลางวัน แต่ทว่ามันดูสวยงามและสงบสุขกว่ามาก มีแสงสีทองอ่อนสาดส่องลงมา อากาศเย็นสบายบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ไม่รู้จักลอยมาตามลม ทุกอย่างดูเหมือนจริงแต่ก็รู้สึกคล้ายความฝันเด็กหญิงมองไปรอบ ๆ อย่างงุนงงก่อนจะสะดุดตากับร่างของหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ หญิงคนนั้นสวมเสื้อผ้าแบบจีนโบราณสีอ่อนสะอาดตา ""อาม่า..." คำเรียกนั้นหลุดออกจากปากของหลินระคนดีใจหญิงวัยกลางคนส่งยิ้มกว้างให้เธอ "อยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างอาหมวยน้อยของอาม่า" น้ำเสียงของท่านทุ้มนุ่มและอบอุ่นอย่างประหลาด"อาม่าหมายถึงบ้านของป๊าหรือคะ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยค่ะ" หลินตอบตามตรงพร้อมกับถอนหายใจออกมา"ม่ารู้ว่ามันไม่ง่าย แต่อาหมวย ม่ารู้ว่าหนูจะเป

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่6 ปรับตัว

    ยุ่งเองก็หยุดเดินมองตามใช้ไปด้วยแววตาระคนคุ้นเคยฉายชัด เขารู้ดีว่าคนที่ใช้กำลังวิ่งไปหาคือใคร ก่อนที่หลินจะก้าวเดินต่อช้า ๆ เคียงข้างยุ่ง สายตาจับจ้องไปยังร่างของผู้ชายสองคนที่ยืนหันหลังอยู่ไม่ไกลนัก คนหนึ่งดูสูงใหญ่กว่าเล็กน้อย ส่วนอีกคนมีรูปร่างใกล้เคียงกับใช้ในตอนนี้ แต่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าพวกเขาทั้งคู่สวมเสื้อกุยเฮงแขนยาวถูกพับทบขึ้นมาเกือบถึงข้อศอก เสื้อสีเข้มที่น่าจะเป็นสีกรมท่าหรือสีดำนั้นดูซีดจางและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นและรอยด่างจากเหงื่อไคลแตกต่างจากเสื้อนักเรียนของใช้ที่ยังดูสะอาดสะอ้านกว่ามากแผ่นหลังกว้างของทั้งคู่ดูแข็งแรงสมกับเป็นคนทำงานหนัก ผิวบริเวณต้นคอและแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อที่พับขึ้นนั้นคล้ำแดดจัดเมื่อใช้วิ่งไปถึง ชายร่างสันทัดกว่าที่หลินเดาว่าน่าจะเป็น อากงของเธอก็หันมาพอดี ดวงตาเรียวคมภายใต้คิ้วที่ขมวดเล็กน้อยมองลูกชายคนที่สอง"อ้าว อาใช้ ลื้อไปไหนมาเย็นป่านนี้แล้วยังไม่เปลี่ยนชุดนักเรียนอีก" เสียงทุ้มที่ฟังดูอบอุ่นแต่แฝงความเข้มงวดเล็กน้อยดังขึ้น"ไปกินหวานเย็นร้านอาแปะมาป๊า" ใช้ตอบเสียงใสหันไปยิ้มให้พี่ชายที่ยืนอยู่ข้างกั

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่8 ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนได้ทั้งหมด

    "ใช่เสียงของจำปีหรือเปล่า" เคี้ยงพูดออกมาโดยไม่เจาะจงว่าหล่อนถามใคร"ใช่ครับ อั๊วขอไปดูก่อน" ชัยตอบพลางลุกจากพื้นชายหนุ่มเดินเร็ว ๆ ออกไปยังชานตรงบันไดเรือน ที่นั่น หญิงสาวในชุดเสื้อแขนกระบอกสีน้ำเงินกับผ้าซิ่นสีเดียวกันยืนรออยู่จริงด้วยท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัดแสงสลัวจากในบ้านส่องให้เห็นใบหน้าของจำปีไม่ถนัดนัก แต่พอชัยเดินเข้าไปใกล้เขาก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของคนรักนั้นซีดเผือด ดวงตาฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด มือทั้งสองข้างบีบกันแน่นอยู่ตรงหน้าตัก"จำปี... มีอะไรรึ มาถึงนี่" ชัยถามเสียงเบาพยายามควบคุมความรู้สึกตัวเองหลังจากเพิ่งมีปากเสียงกับพ่อเรื่องของหล่อนไปหมาด ๆจำปีเงยหน้าขึ้นสบตาของเขา แววตาของหล่อนสั่นระริก ก่อนจะตัดสินใจดึงแขนคนรักให้เดินลงบันไดไปสองสามขั้น เพื่อให้พ้นจากสายตาของคนที่อยู่ในตัวเรือนซึ่งอาจจะมองออกมา"เฮีย..." จำปีเรียกเสียงสั่นเครือ น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด "ฉัน... ฉัน..." หล่อนอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาปี๋แล้วโพล่งออกมา "ฉันท้อง!"คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจของชัย เขายืนนิ่

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    ตอนที่5 อากงกับแปะ

    ใช้จูงมือหลินโดยมียุ่งเดินตามลัดเลาะไปตามทางเดินแคบ ๆ ในสวนที่มีทั้งมะพร้าวและส้มโอ ในขณะที่แสงแดดยามบ่ายส่องลอดใบไม้เหล่านั้นลงมาเป็นจุด ๆ อากาศในตอนนี้แม้ว่าจะเริ่มเย็นทว่าก็ค่อนข้างอบอ้าว โชคดีที่ยังพอมีลมพัดเอื่อยให้คลายร้อนได้บ้าง"ป๊า! ในนี้จะมีร้านขายหวานเย็นด้วยเหรอ" หลินเงยหน้าถามเจ้าของมือใหญ่กว่าตน พลางกวาดตามองไปรอบสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้และร่องน้ำเล็กที่มีผักตบชวาลอยอยู่ประปราย เธอไม่เห็นวี่แววของร้านค้าเลยด้วยซ้ำ"เปี๊ยก ลื้อเรียกอั๊วว่าเฮียดีไหม แม้แต่แฟนอั๊วยังไม่มีจะมีลูกตัวโตขนาดลื้อได้ยังไง" ใช้พูดเสียงห้วนด้วยความไม่ชอบใจต่อคำเรียกขานของเจ้าตัวเล็กเฮ้อ...!! หลินระบายลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา เนื่องจากรูปร่างหน้าตาของป๊าในตอนนี้ดูสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาดหมดจด จมูกโด่งเป็นสันรับกับดวงตาเรียวเล็กที่ฉายแววขี้เล่นอย่างที่เธอคุ้นเคย หากแต่ทุกอย่างกลับดูแปลกตาเมื่ออยู่บนร่างกายของเด็กหนุ่มวัยรุ่นตรงหน้า(นี่คือป๊าในวัยสิบสี่...) ความรู้สึกประหลาดแล่นริ้วในอก มันทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่จนเธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status