LOGINเตียงมีเป็นหมื่นเตียง ผู้ชายมีเป็นแสนคนแล้วทำไม..ผู้ชายของใหญ่เอวดีคนนั้นถึงเป็นตัวร้ายของเรื่องนี้ได้ล่ะเนี่ย!!
View More目覚まし時計が鳴った。寝室の静寂を破る甲高い音だった。アンは暗闇に手を伸ばし、ベッドサイドテーブルを手探りで探し、親指で機械的に押して時計を止めた。たちまち、重く綿のような静寂が戻り、遠くで聞こえる居間の時計のチクタクという音だけがそれを破った。
彼女は目を開けなかった。顔を枕に埋めたまま、手足は重く、まるで新しい一日を始めることを拒否しているかのように、そこに横たわっていた。隣のシーツは冷たかった。アレクサンドルは一言も発さず、身振りもせず、ちらりと見ることもせずに起き上がった。まるでホテルの部屋を出る人のように、礼儀正しくも無関心な様子で、夫婦の寝室を後にした。
彼女は、目を開ける前から彼の不在を察知することを覚えていた。それは、他の多くのことと同じように、彼女が望んで身につけたわけではない能力だった。例えば、彼を起こさないように自分の家の中をそっと歩くこと。彼がいない時でも小声で話すこと。毎朝、何も聞かずに薬を飲むこと。
彼女は起き上がり、ベッドの端に腰掛けた。素足が冷たい寄木張りの床に触れた。木の感触に身震いした。カーペットは敷かれていない。アレクサンドルはカーペットが好きではなかった。「埃が溜まるから」と彼は言った。彼女は抗議も、提案も、議論も、もうしなくなっていた。それはずっと昔のことだった。他のあらゆるものと同じように、彼女はもはや自分の思考の静寂の中にしか存在しなくなっていた。
部屋は薄暗い灰色に包まれ、カーテンの隙間から漏れる淡い光がかろうじてそれを照らしていた。厚手のベージュのカーテンは、彼女が3年前に、今となっては理解できないほどの熱意で選んだものだった。「部屋に温かみを与えてくれるわ」と、彼女は目を輝かせながら店員に言った。アレクサンドルは肩をすくめて「お望み通りに」と答えた。あの頃からずっと。彼は最初から無関心の壁を築いていて、恋に盲目だった彼女は、それに気づかずに何度もぶつかり続けていたのだ。
彼女は起き上がり、ガウンを羽織った。それは肘までしか着ない古い綿のローブで、趣味というよりは習慣で着ていたものだった。そしてバスルームへ向かった。彼女の動きはゆっくりとしていて、まるで思考を必要としない内なるプログラムに操られているかのようだった。電気をつける。蛇口をひねる。鏡で自分の姿を見る。
จูบของพวกเขาเหมือนการเต้นรำภายใต้แสงจันทร์ ความอ่อนโยนในทุกจังหวะสะท้อนถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ทุกสิ่งอย่างมันดีงามมากเหลือเกิน ทั้งจุมพิตแสนหวานนี้ สถานที่ที่อยู่ด้านในสวนที่ดูราวกับว่าเรากำลังอยู่ในความฝัน..หากไม่มีเสียงทักทายนั้นของเสด็จพี่ที่ทักทายขึ้นมาลูตินละริมฝีปากออกจากกลีบปากแสนเย้ายวนของเอโลอีส เขาดึงรั้งเธอเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมกับผลักเธอเข้ามาเพื่อให้ใบหน้างามแนบชิดไปกับหน้าอกแกร่งของเขา และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เสด็จพี่ของเขาเห็นใบหน้าของเธอ“ลูติน..เจ้าไม่เคยกระทำเรื่องเช่นนั้นในพระราชวัง..เจ้ารู้ถึงจุดยืนของเจ้าดีว่าแกรนด์ดยุคควรปฏิบัติตนอย่างไร”ลูตินก้มหน้าลงเพื่อเป็นการขอโทษเสด็จพี่ของเขา เขาหลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อมองสตรีในอ้อมแขน หากเขามองไม่ผิด ลูตินคิดว่าเขากำลังมองเห็นรอยยิ้มของเธอที่กำลังระบายยิ้มหวานคล้ายสะใจ..หรือว่านี่คือสาเหตุที่เธอดึงใบหน้าของเขาเข้าไปจูบเพราะต้องการให้เขาถูกตำหนิอย่างนั้นหรือ? หงส์ขาวตัวน้อยในที่สุดก็เริ่มจิกกัดเขาเป็นแล้วอย่างนั้นสินะ“กระหม่อมขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่..คงเพราะว่าสตรีในอ้อมแขนของกระหม่อมนั้นพิเศษมากกว่าสตรีอื่น กระหม่
กับท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมน เอโลอีสเคยเห็นใบหน้าของทั้งสองท่านมาแล้ว เรื่องรูปลักษณ์ของพวกเขา..ต้องยอมรับเลยว่าทั้งสองท่านมีความหล่อเหลาที่โดดเด่นมากกว่าบุรุษผู้อื่นมากทีเดียว นั่นคงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมนถึงได้ใช้ชีวิตเสเพล เป็นคุณชายที่ผลัดเปลี่ยนสตรีไม่ซ้ำหน้า..เธอก้มหน้าเล็กน้อยเมื่อท่านเคาน์มาเอลส่งยิ้มให้เธอ เขาเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในงานเลี้ยงแห่งนี้ โดยที่ด้านหลังของท่านเคาน์คือท่านซีโมนที่กำลังยกมือเพื่อทักทายสตรีที่กำลังมองมาทางเขา..การปรากฏตัวของทั้งสองท่านนั้นสร้างความฮือฮาให้กับงานเลี้ยงมากพอสมควร..เพราะพวกเขาทำให้สายตาของสตรีทุกคู่ในงานเลี้ยงจับจ้องไปที่ใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง“ท่านแกรนด์ดยุคมาแล้ว!!”บุรุษที่ตามมาเป็นท่านสุดท้ายคือแกรนด์ดยุคอองดรีซึ่งเป็นผู้ได้ชื่อว่าเป็นตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้..เขาเดินเข้ามาในงานเลี้ยงพร้อมกับปรายสายตาไปรอบๆ ราวกับว่าท่านแกรนด์ดยุคกำลังมองหาผู้ใดอยู่ยังไงอย่างนั้นและในวินาทีที่เขามองเห็นเจ้าของเรือนผมที่ทองที่มีความสามารถในการปั่นหัวเขาเล่นอยู่หลายวัน สายตาของแกรนด์ดยุคก็จ้องมองมายังที่เอโลอีสที่กำลังยืนตัว
“เรื่องนั้นข้าไม่รีบร้อน และข้าเองก็เชื่อว่าบุตรีของข้าก็ไม่รีบร้อนเช่นเดียวกัน”ท่านเคาน์อแลงกล่าวคำปฏิเสธออกมาอย่างชัดเจน เขามีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาไม่มีความคิดที่จะบังคับให้เอโลอีสแต่งงานเลยด้วย ตระกูลอแลงมิได้ขัดสนเรื่องเงินหรือว่าอยากได้ใคร่ดีกับอำนาจของผู้อื่นเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นแล้วท่านเคาน์อแลงจึงตามใจเอโลอีสในเรื่องของคู่ครองยิ่งนัก“ข้าเองก็ไม่ได้รีบร้อนเช่นเดียวกัน ข้าเพียงเห็นว่าเอโลอีสและดิโอเป็นเพื่อนเล่นกันมานาน ทั้งสองคนย่อมมีความสนิทสนมกันมาก และนั่นคือพื้นฐานที่ดีของชีวิตคู่..แค่ท่านเคาน์รับรู้เจตนาของข้าและดิโอ เพียงเท่านั้นข้าก็ดีใจมากๆ แล้วครับ”บิดาและมารดาของดิโอทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มแห้งๆให้กับท่าน เคาน์ผู้ยืนยันหนักแน่นถึงการเคารพการตัดสินใจของบุตรี“..ข้าจะยินยอมให้เอโลอีสแต่งงานกับบุรุษที่นางมาบอกกล่าวกับข้าเอง ว่านางอยากจะแต่งงานกับชายผู้นั้น เรื่องความรักข้าไม่คำนึงถึงฐานะอันใดหรอกนะครับ ข้าสนใจเพียงแค่ว่าชายผู้นั้นจะทำให้ลูกสาวของข้ามีความสุขจริงๆ รึเปล่า”เงื่อนไขแสนธรรมดาที่บ่งบอกได้ว่าท่านเคาน์อแลงนั้นรักลูกสาวของเขาอย่างสุดหัวใจเพราะฉะนั้นบ
ถ้อยคำที่เคาน์มาเอลทิ้งท้ายเอาไว้ ทำให้ซีโมนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก“ซีโมน..เท่าที่ข้ารู้ครอบครัวของมาเอลล้มหายตายจากไปแล้วใช่หรือไม่ ทั้งมารดา บิดาและญาติพี่น้องล้วนแล้วแต่เสียชีวิตไปหมดแล้วทั้งสิ้น..”ลูตินเอ่ยถามด้วยแววตาเย็นยะเยือก และนั่นทำให้ซีโมนยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อเบาๆ“เรื่องนั้นมันก็ใช่..”“เช่นนั้นหากหมอนั่นตายไปอีกคนเขาก็จะได้พบเจอกับครอบครัวใช่หรือไม่ ข้าควร..ทำให้เพื่อนรักได้พบเจอครอบครัวในเร็ววันอย่างนั้นสินะ”ซีโมนส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับลูติน เขาอยากจะบอกกล่าวออกไปเหลือเกินว่านั่นเพื่อนนะโว้ย แค่สตรีนางเดียวถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยงั้นเรอะ!!“ลูติน..มาเอลก็แค่ล้อเล่น เจ้าอย่าไปถือสาเขาเลยน่า..ตอนนี้หากเจ้าอยากจะเข้าหาเลดี้อแลงจริงๆ คนที่เจ้าควรกังวลคือเซอร์ลาเบนผู้นั้นต่างหาก”เมื่อลูตินได้ยินเช่นนั้นเขาก็ปรายสายตาไปมองที่เอโลอีส สิ่งที่เขาพบเห็นคือเธอกำลังแย้มยิ้ม..เป็นรอยยิ้มละมุนละไมชวนให้หัวใจรู้สึกอบอุ่น และบุรุษที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ เธอคือเซอร์ลาเบน..เพื่อนวัยเด็กนี่มันช่างน่ารำคาญชะมัดเลยโว้ย!!หรือว่าเซอร์ลาเบนคือสามีในอนาคตของเอโลอีส ส่วนเขา..เ
ซีโมนและเคาน์มาเอลมองหน้ากันไปมาเมื่อพวกเขาได้ยินคำกล่าวห้ามที่มันแปลกประหลาดเล็กน้อย แต่ไหนแต่ไรเราไม่เคยมีปัญหาเรื่องสตรีกันและไม่เคยแย่งสตรีกันด้วยแล้วทำไมวันนี้..“ลูติน หากเจ้าจะเข้าไปทำความรู้จักกับเลดี้อแลงเราทั้งคู่ก็ไม่ได้จะขัดขวางหรือต่อว่าอะไรหรอกนะ หากเจ้าถูกใจสตรีผู้นั้นเราทั้งคู่ยินยอ
เอโลอีสยกมือขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ก่อนที่เธอจะกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนอนด้วยความรู้สึกอยากจะกรีดร้องออกมาให้ดังๆจูบไปแล้ว..เธอและท่านลูเซียนจูบกันไปแล้ว! ให้ตายสินั่นคือจูบแรกและมันดีมากกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย เขาอ่อนโยนแถมยังอบอุ่นมากๆอีกต่างหาก คืนนี้คงเป็นคืนแรกที่เธอบอกตามตรงว่าเธอไม
มันอาจจะมีเส้นขั้นบางๆ ระหว่างคำว่าใจดีกับโง่งม และเส้นบางๆ ที่ว่านั่นมันทำให้เขาคิดไปในทางโง่งมมากกว่า..จะมีสตรีที่ไหนใจดีถึงเพียงนั้น..หรือในบางทีเจตนาของเอโลอีสอาจเป็นการซื้อตัวเขาเพื่อนอนกับนางก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นมิใช่ว่าจุดประสงค์ของเราทั้งคู่นั้นกำลังตรงกัน เธอและเขาต่างกำลังวาดฝันถึงท่
จากหัวใจที่เหี่ยวแห้งละไร้ความหวัง แต่ทว่าในยามที่เธอมองเห็นใบหน้าของเขามันกลับทำให้เอโลอีสรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อครู่หากเธอได้ยินไม่ผิดเขากล่าวว่าที่มาช้าเพราะเขาต้องทำงานล่วงเวลาอย่างนั้นหรือ“มะ..ไม่เป็นไรค่ะข้ารอได้ ว่าแต่ท่านทานอะไรมารึยังคะ”ลูตินขบเม้มริมฝีปากไปมาก่อนที่เขาจะส่ายหน





