เข้าสู่ระบบหลังจากเรียนจบ ฌาณก็เข้าทำงานที่โรงพยาบาลของตระกูลฝ่ายแม่ เป็นนายแพทย์ที่อายุน้อยที่สุดในโรงพยาบาลและเรียนจบเร็วในคณะ ตอนนี้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ดูสุขุมกว่าเมื่อก่อน ฉันย้ายไปอยู่เพนต์เฮ้าส์กับเขา ซึ่งคุณพ่อของฌาณยกให้ฉันเป็นของขวัญวันแต่งงาน หรูหราหมาเห่ามากใกล้จะถึงวันแต่งงาน ฉันเตรียมตัวอย่างดี ใช่แล้วฉันจะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด อิอิ"แก..ไปฉีดโบท๊อกกับฉันหน่อย" ฉันโทรไปชวนไอริน ซึ่งพักหลัง ๆ เฟิร์ลดูไม่ค่อยว่างเลย ไม่รู้ว่างานยุ่งหรือติดผู้ชาย(แกจะฉีดไปทำไม หน้าแกก็ไม่...)"ไม่ได้หรอก ฉันแก่กว่าฌาณตั้งสามปีนะ" ฉันแทรกพูดด้วยน้ำเสียนอยด์ ๆ ตัวเอง(โอ๊ย แกไม่ได้ดูแก่ขนาดนั้นสักหน่อย ไปบำรุงผิวก็พอ) ไอรินเพื่อนรักเอ่ยปลอบใจ"ก็ได้" ฉันก็เออออไป เพราะจริง ๆ แล้วฉันกลัวเข็ม ย้อนแย้งมั้ยล่ะอยากมีแฟนเป็นหมอ แต่กลัวเข็มกลัวเลือด(เลิกงานเจอกัน)"โอเค" พอฉันกดวางสาย เสียงโทรเข้าก็ดังขึ้นหน้าจอแสดงสายที่โทรเข้าเป็น 'สามีเด็ก' ยังไม่แต่งแต่เรียกสามีไปแล้ว"ฮัลโหล" ฉันกดรับแล้วส่งเสียงหวานเข้าไปในสาย(ทำไมไม่รับโทรศัพท์!) เสียงทุ้มดุดังเข้ามาจากลำโพงโทรศัพท์ ทำให้ฉันก็รีบเอาออกห่างจ
ตอนนี้ฉันกับไทกะอยู่บนเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังโตเกียว และเป็นที่พี่ชายของฉันก็อยู่ที่นั่น ไทกะเคยพบเจอกับพี่คาซูเอะช่วงที่เขามาฉลองวันปีใหม่ที่บ้าน ไทกะเคยบอกฉันว่า พี่คาซูเอะ ไม่ใช่คนธรรมดา ฉันไม่เข้าใจที่เขากำลังจะสื่อ แค่บอกเพียงว่า พี่คาซูเอะมีอิทธิพลในโตเกียวมาก ๆ มันจะขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันแอบขำในใจ"เสียใจไหม" ระหว่างการเดินทาง ไทกะก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม"เสียใจเรื่องอะไรคะ" จริง ๆ ฉันรู้นะ ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้"ดูเขาน่าสงสารนะ" ฉันก้มหน้าลง แล้วบีบมือตัวเองแน่น ใช่ ฉันเห็นแล้วก็สงสารเขาเช่นกัน"...." ฉันยังคงนั่งเงียบ ไม่อยากจะพูดอะไร ภายในใจรู้สึกเจ็บนิดหน่อย"เรื่องหมั้นเลื่อนไปก่อนได้นะ" พอไทกะพูดจบ ฉันก็เงยหน้ามองเขา"คิดซะว่าเรามาเที่ยว..." เขาเผยรอยยิ้มบาง ๆ"...ชวนเพื่อน ๆ ของเธอมาด้วยดีไหม" เขาคงหมายถึง เฟิร์ล กับไอริน"พี่คะ..." เป็นครั้งแรกที่ฉันเรียกเขาว่าพี่"...กระติ๊บ อยากทบทวนอะไรบางอย่าง" สิ้นเสียง ลมหายใจของไทกะก็เปล่งออกมาจนให้ได้ยิน"พี่เข้าใจ" เขาเอื้อมมากุมมือฉันไว้แน่น"พี่จะไม่โกรธกระติ๊บใช่มั้ย" เขาส่ายหน้า แล้วเปล่งเสียงออกมาเบา
ไทกะเข้ามาที่บ้านเพื่อพูดคุยเรื่องหมั้นของเราสองคน คุณพ่อ คุณแม่ ต่างก็แสดงความยินดี คงอยากจะให้ฉันออกเรือนไปเร็ว ๆ เพราะอายุอานามฉันก็ไม่น้อยแล้วครอบครัวของไทกะอยู่ที่ญี่ปุ่น เขาจึงจะไปรับพวกเขามาเจรจา และปรึกษาหารืออีกครั้งอย่างเป็นทางการ ทางฝ่ายฉันก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร หลังจากพูดคุยกันเรียบร้อย ไทกะก็พาครอบครัวฉันไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่ง เฟิร์ล ไอริน และไคโตะ ก็ตามมาด้วยจริง ๆ แล้วน้องชายตัวแสบของฉันไม่ได้อยากมาด้วยหรอก แต่โดนคุณพ่อบังคับให้มาทำความรู้จักกับพี่เขยไว้ แม้ว่าไคโตะกับไทกะจะเคยพบเจอกันบ่อย ๆ เวลาเขาไปที่บ้าน แต่ทั้งสองก็ไม่ค่อยจะได้พูดคุยกันสักเท่าไหร่ แต่ไม่ถึงกับไม่ชอบขี้หน้ากันนะ"อยากทานอะไรสั่งเต็มที่เลยนะ" ไทกะกล่าวกับทุกคนอย่างสุภาพ"ขอจัดเต็มเลยนะ" เฟิร์ลเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ"แก ๆ ..." ไอรินที่นั่งข้าง ๆ สะกิดแขนฉันแล้วพูดเบา ๆ"...เดือนหน้าแกจะไปญี่ปุ่นเหรอ" ฉันผงกหัว ทั้งเฟิร์ล และไอรินคงไม่รู้ว่าฉันกับไทกะจะไปหมั้นกันที่ญี่ปุ่นเป็นประเพณีทางฝ่ายนั้น และถือโอกาสรับคุณพ่อคุณแม่ และญาติ ๆ ของไทกะมาด้วย"ได้ข่าวเอ่อ....ฌาณบ้างมั้ย" ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ เฟิร์
หลังเลิกงาน ฉันกดเบอร์โทรหาฌาณ นัดเขามาต่อว่า และจะพูดคุยให้ชัดเจน เพราะตอนนี้ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว เขายังจะมาวุ่นวายกับฉันไม่เลิก ถึงขนาดทำใบตรวจร่างกายปลอมไปหลอกถามเพื่อนฉันอีกตรืดดดด ตรืดดดด(ฮัลโหล) เสียงทุ้มดังเข้ามาในลำโพงของโทรศัพท์"ฉันเองนะ เจอกันหน่อยมั้ย" ฉันพูดเข้าไปในสายด้วยน้ำเสียงเรียบแฝงความดุดัน(ได้สิครับ ที่ไหนดี...) ฉันกำลังครุ่นคิด ทว่าฌาณก็พูดขึ้นมาซะก่อน(...คอนโดผมดีมั้ย) สิ้นเสียง หัวใจไม่รักดีเกิดอาการเต้นแรงขึ้นมาซะงั้น พอนึกถึงคอนโดอดีตแฟนเด็ก ความทรงจำเก่า ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว ทุก ๆ สิ่ง ทุกอย่างที่เราสองคนกระทำ รวมถึงเรื่องบนเตียง ช่วงเวลานั้นฉันรู้สึกมีความสุขมาก(ว่าไงครับ หรือจะให้ผมไปคอนโดพี่) อาจจะเป็นเพราะฉันเงียบไป เขาจึงพูดขึ้นพร้อมกับแนะนำสถานที่อีกแห่ง"ทำไมต้องเจาะจงที่คอนโด" ฉันกัดกรามพูดอย่างโมโห เจตนาเขาต้องไม่ดีแน่ ๆ(ถ้าไม่ไปคอนโด งั้นไปโรงแรม?) ไอ้เด็กบ้านี่คิดไม่ซื่อกับฉันจริง ๆ ด้วย"ฉันไม่ไป และจะไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้นแล้ว!" ฉันตวาดใส่ด้วยความโกรธ(ถ้าไม่ไป ผมจะเอาใบตรวจร่างกายของพี่ไปให้ไอ้ไทกะดู หึหึ) กรี๊ดดดด ฉันอยากจะกรีดร้
ฉันกับไทกะอยู่ที่บ่อปลานานพอสมควรแล้ว จึงพากันเข้าไปในห้องอาหารวีไอพี ประจวบเหมาะที่ทุกคนก็ต่างเตรียมตัวกลับบริษัท ระหว่างที่ฉันเดินมาขึ้นรถกับไทกะ ก็สวนกับชายหญิงคู่หนึ่ง ฉันชะงักฝีเท้าครู่นึง ในขณะที่ชายหนุ่มก็หยุดเดินแล้วจ้องมาที่ฉัน"ใครเหรอครับ" ไทกะคงจะสังเกตเห็นชายหนุ่มอีกฝ่ายยืนจ้องมองฉันไม่ละสายตา"คนเคยรู้จักน่ะ อย่าไปสนใจเลย" ไทกะผงกหัวรับ แล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ฉันนั่งตรงฝั่งโดยสาร ส่วนเขาก็ไปนั่งประจำที่คนขับ รถเคลื่อนที่ออกมาฌาณก็ยังคงยืนมองอยู่ไม่ขยับไปไหนจนลับตาพอมาถึงบริษัทนั่งลงได้ไม่นาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ฉันรีบกดรับสายเพราะโชว์เบอร์ของเพื่อนสนิทฉันเอง"ฮัลโหล ไอรินเป็นยังไงบ้าง" ฉันกล่าวถามอาการคนป่วยด้วยความเป็นห่วง ช่วงเช้าฉันยุ่งมากจึงไม่ได้โทรไปถามไถ่อาการเพื่อนเลย(ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ตอนนี้หลับอยู่) เฟิร์ลตอบกลับมาน้ำเสียงแจ่มใส"อืม" ฉันขานรับอย่างโล่งใจ(แก ฉันมีเรื่องจะเม้าท์) พอได้ยินแบบนี้ฉันนี่หูผึ่งขึ้นมาทันที"เล่ามา ๆ"(เอ่อ เรื่องแฟนเก่าแกนะ ไอ้เด็กเวรนั่นนะ) ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตอบกลับไป"เล่ามาเถอะ" ถึงแม้จะไม่รู้สึกหวั่นไหวเหมือนแต่ก่อน แต่ฉ
ประตูห้องผ่าตัดเปิดพร้อมกับคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงแขนข้างหนึ่งมีสายน้ำเกลือระโยงระยางโดยบุรุษพยาบาล และพยาบาลสาวพากันเข็นออกมา ฉันกับเฟิร์ลวิ่งเข้าไปกล่าวถามทันที"เป็นยังไงบ้างคะ""ปลอดภัยแล้วค่ะ เดี๋ยวจะพาไปห้องพักฟื้นนะคะ" พยาบาลสาวตอบกลับอย่างสุภาพ ฉันกับเฟิร์ลเผยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ แล้วเดินตามไปติด ๆ เฟิร์ลได้จองห้องพักวิไอพีไว้ล่วงหน้าแล้ว พอพยาบาลนำคนป่วยขึ้นเตียงจัดแจงอะไรเรียบร้อยก็เอ่ยบอกกับพวกเรา"เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาดูอาการหลังผ่าตัดอีกทีนะคะ" พอสิ้นเสียงก็เดินออกไปจากห้องฉันกับเฟิร์ลยืนมองเพื่อนรักที่ยังนอนนิ่งเพราะฤทธิ์ยาสลบด้วยความสงสาร และเป็นห่วง เห็นเพื่อนเจ็บแบบนี้ดวงตาก็แดงก่ำน้ำตาคลอเบ้า"จะกินอะไรมั้ย เดี๋ยวจะลงไปซื้อให้" ฉันถามเฟิร์ลที่นั่งลงแล้วคว้ามือไอรินมากุมไว้ สีหน้าเศร้ามาก"ฉันอยากรอให้ไอรินฟื้นก่อน" ฉันลอบหายใจเบา ๆ เพราะฉันเองก็ไม่อยากกินอะไรในตอนนี้เช่นกัน"อืม" ฉันตอบรับสั้น ๆ แล้วพาตัวเองไปนั่งเงียบ ๆ ที่โซฟาริมห้องผ่านไปร่วมสองชั่วโมง ไอรินก็ฟื้น ฉันก็ลุกขึ้นเดินไปหา แล้วถามคำถามเดียวกับเฟิร์ล"เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนมั้ย" ไอรินคลี่ยิ้มบาง ๆ



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



