1 ปีผ่านไป…
บรื๊นนน~ เอี๊ยดด!
รถสีดำทมิฬราคาสิบล้านหยุดจอดตรงหน้าสลัมแห่งหนึ่งที่มีผู้คนต่างเดินกันไปมาภายในรถเขากำลังทอดมองภายนอกที่ผู้คนต่างเดินกันรวมถึงลูกน้องคนสนิทของเขาและที่เขาต้องมาที่นี้ได้เพราะต้องมาทวงหนี้สำหรับคนที่ไม่คิดจะจ่ายเงินให้กับเขาเขาจึงต้องพาตัวเองมาถึงที่เบื้องหน้าเขาจะมีบริษัทใหญ่แต่เบื้องหลังของเขาทำหลายอย่างรวมถึงให้ผู้คนมากู้เงินกับเขาได้ วิทย์ทำการลงจากรถและไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูให้เขาได้ลงจากรถ ขายาวก้าวลงที่พื้นเขาจึงกระชับชุดสูทของเขาให้เข้าที่เขาทำการสวมแว่นตาสีดำเพราะแสงแดดสาดส่องเข้ามาในดวงตาของเขาและผู้คนต่างมองร่างสูงที่กำลังย่างก้าวเข้ามาที่สลัมรวมถึงลูกน้องและเหล่าบอร์ดี้การ์ดของเขาที่เดินมาจากด้านหลัง
“บ้านสุดาอยู่ตรงไหน”
“บ้านสุดาอยู่ตรงกลาง ๆ ครับนาย”
“อืม โอเค” เขาจึงมุ่งหน้าเดินไปที่บ้านสุดาด้วยสุขุมทุกคนต่างมองเขาเป็นสายตาเดียวและนาน ๆ ครั้งหรือแทบไม่มีเลยจะมีคนหน้าตาดีเข้ามาที่แห่งนี้เพราะส่วนตัวเขาเองเพิ่งจะได้มาครั้งแรกและส่วนใหญ่เขาจะให้ลูกน้องของตนเองมาจัดการแทนเขาแต่ครั้งนี้ที่เขาต้องลงมาเพราะบ้านนั้นเบี้ยวจ่ายของเขามาหลายงวดเขาจึงจำเป็นต้องลงมาด้วยตนเอง
“กรี๊ดด! อปป้าหล่อมากกก กรี๊ดดด!” เมื่อเขาเดินมาถึงบ้านสุดาเขาเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังกรี้ดกร้าดและกำลังเต้นตามภายในจอโทรทัศน์เมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้านของสุดาเด็กผู้หญิงคนนั้นหันมาหาพวกเขาทำให้ต้องชะงักที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาที่บ้าน
“พวกคุณเป็นใคร มาทำอะไรที่บ้านของฉันคะ” เธอคนนั้นปิดโทรทัศน์ทันทีส่วนเขาเองก็เข้ามานั่งเก่โดยที่ไม่สนใจ
“แม่ของเธอไปไหน ฉันมีธุระจะคุยกับแม่ของเธอ”
“เอ่อ…แม่ฉันไม่อยู่ ฉันต้องถามคุณมากกว่าว่าพวกคุณเป็นใครทำไมต้องการเจอแม่ของฉันด้วย”
“ฮึ เธอก็ลองไปถามแม่ของเธอดูสิว่าฉันเป็นใคร ไอ้วิทย์มึงให้คนของเราไปหาสุดาสิ”
“รับทราบครับนาย”
“ด…เดี๋ยวก่อนคุณจะไปตามแม่ฉันทำไม ฉันบอกแล้วไงแม่ของฉันไม่อยู่ไง ไม่เข้าใจรึยังไง”
“หุบปาก! ถ้าเอ็งไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูด ไปเว้ย!” บอร์ดี้การ์ดของเขาต่างออกเสียงทุกคนเพื่อไปตามหาสุดาจนทำให้ลิตาต้องนั่งเงียบทันทีส่วนเขาเองกับไม่สนใจอะไรและหยิบบุหรี่มาจุดสูบเพื่อนำนิโคตินเข้าสู่ร่างกายของตนเอง
10 นาทีต่อมา…
“นี่! ปล่อยฉันนะจะมาจับฉันทำไมวะ บอกให้ปล่อยไง!” เสียงโวยวายของสุดาดังมาแต่ไกลจนลิตาต้องรีบลุกขึ้นไปดูแม่ของเธอ
“แม่!” เมื่อลิตาเรียกสุดาจนสุดาวิ่งเข้ามาและมาเห็นเขานั่งรออยู่
“ค…คุณพยัคฆ์…” เขาลุกขึ้นและเดินมาตรงหน้าแม่ลูกทั้งสองคนจนสองแม่ลูกต่างนั่งลงกับพื้น
“ฮึ มาได้สักทีสินะ…”
“ค…คุณพยัคฆ์อย่าทำอะไรพวกเราเลยนะคะ ตอนนี้ฉันไม่มีเงินจริง ๆ ค่ะได้โปรด…”
“ฮึ กี่ครั้งแล้วที่พูดออกมาแบบนี้และไม่มีเงินมาจ่าย ผมให้ลูกน้องมาทวงแต่กับไม่ได้เงินคืนมาสักบาท”
“ช่วงที่ผมไปตามสุดาผมเห็นมันกำลังเล่นไพ่อยู่ครับนาย…” บอร์ดี้การ์ดของขารายงานให้เขาฟังจนเขาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ
“ฮึ มีเงินเล่นไพ่ได้ แต่ไม่มีเงินมาจ่ายให้ผมเนี่ยนะ ผมจะต้องทำยังไงกับพวกคุณดีน้า~ หรือจะยึดบ้านหลังนี้ดี…” เขาตอบด้วยน้ำเสียงกวนจนทำให้แม่ลูกต่างเบิกตากว้างเพราะเขาสามารถยึดบ้านสองแม่ลูกได้ทันที
“อย่านะคะ! คุณพยัคฆ์ถ้าคุณยึดบ้านพวกฉันไปแล้วพวกฉันจะไปนอนที่ไหน”
“นอนบนถนนไง ถ้าไม่อยากไร้บ้านก็เอาเงินมาจ่ายซะ อย่าให้ผมพูดอีกรอบถ้าวันนี้ผมไม่ได้เงินผมจะยึดของทั้งหมดภายในบ้านหลังนี้” สองแม่ลูกต่างเหงื่อตกที่ตอนนี้กำลังถูกกดดันจากเขาและตอนนี้สุดาไม่มีเงินจ่ายสักบาทหลังจากไปเล่นไพ่กับไม่ได้เงินมาจนไม่นานสุดาเริ่มคิดอะไรออกขึ้นมาทันที
“ม…ไม่ได้นะคะ! ฉ…ฉันมีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง เอานางนั้นไปได้ไหมคะ”
“ฮึ ถึงขั้นเอาลูกสาวมาขัดดอกกับผมเลยเหรอ มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอครับ…”
“มันไม่ใช่ลูกสาวแท้ของฉันหรอกค่ะ ถ้าคุณพยัคฆ์อยากได้มันฉันจะส่งมันไปอยู่กับคุณถ้าคุณตอบรับสิ่งนี้” สุดาถามเขาจนเขาครุ่นคิดเพราะเขาเองไม่เคยเห็นคนประเภทนี้เอาลูกสาวมาขัดดอกกับตนเอง
“อืม… โอเค งั้นพรุ่งนี้ก็เอาลูกสาวมาให้ผมที่บ้านตอนเช้า แต่ถึงผมจะเอาลูกสาวของพวกเธอไปแล้วพวกคุณก็ต้องเอาเงินมาจ่ายหนี้เหมือนเดิมเพราะสิ่งที่พวกเธอให้ผมมันคือดอกเบี้ย กลับ…” เขาตอบตกลงกับสุดาและเดินออกจากบ้านสุดาไปทันทีจนสุดายังไม่ทันได้พูดอะไรหลังจากนี้
“ด…เดี๋ยวก่อน…” สุดาเรียกเขาจนเขาไม่แลมองมาทางสุดาทำให้ตอนนี้เหลือสองคนแม่ลูกที่กำลังจะเจอชะตากรรมครั้งนี้
“แม่ จะเอาไอ้อิมให้พวกเขาเหรอ แต่มันทำงานมันก็ให้เงินเรานะแม่”
“ทุกวันนี้มันแทบไม่ให้เงินแม่แล้วด้วยซ้ำ ฉันถึงต้องใช้วิธีนี้ไงให้มันออกจากบ้านไปอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์เงินที่มันให้ฉันแค่เศษด้วยซ้ำ เพราะมันเองก็ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉัน”
“ถ้าแม่คิดแบบนี้ฉันก็ตามที่แม่คิดก็ได้ แล้วเราจะบอกมันยังไงดี”
“แม่มีวิธี แกเองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้คิดซะว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เกิดขึ้น…”
“จ่ะแม่…”
ช่วงเย็นต่อมา…
“อิมกลับมาแล้วจ่ะ” เธอเดินเข้ามาบ้านและสุดากับลิตาซึ่งอยู่ภายในบ้านต่างมองมาที่เธอและเธอเองก็ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดขึ้นอะไรกับบ้านของเธอตอนนี้
“มาก็ดีละ พรุ่งนี้มึงไปธุระกับกูข้างนอกเป็นเพื่อนช่วงเช้าหน่อยนะ” สุดาเอ่ยบอกเธอจนเธอเองขมวดคิ้วสงสัย
“แม่จะไปไหนเหรอจ้ะ พรุ่งนี้อิมทำงานด้วยให้ลิตาไปแทนได้ไหมจ้ะ”
“อ่าวนังนี่ แม่ฉันบอกให้แกไปแกจะมาให้ฉันไปทำไม แกนั้นแหละที่ต้องไป” ลิตาฉอดกับเธอจนทำให้ลิตาไม่พอใจ
“งานของมึงไม่ทำวันเดียวมันไม่ตายหรอก งานของมึงเขาก็มีคนอยู่แล้วมึงเองก็โทรไปลาเขาซะและพรุ่งนี้ไปธุระกับกู”
“โอเคจ่ะ งั้นอิมขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะ” เธอบอกสุดาและเดินขึ้นไปบนห้องจนลิตาเดินเข้ามาหาสุดา
“แม่ เราทำแบบนี้ถูกแล้วใช่ไหมที่จะเอามันไปให้คุณพยัคฆ์เขานะ”
“ฉันคิดมาดีแล้ว ดีซะอีกมันจะได้ไม่ต้องมาอยู่กับเราฉันนะไม่อยากเลี้ยงมันหรอกถ้าพ่อมันไม่สั่งนะ”
“แล้วถ้านางมันรู้ว่าเราเอานางไปให้คุณพยัคฆ์นางจะโกรธพวกเราไหม”
“จะโกรธหรือไม่โกรธก็เรื่องของมันไปเพราะวิธีนี้มันดีที่สุดแล้วอีกอย่างเราสองคนก็ไม่ได้ต้องการมันอยู่แล้วหรือแกต้องการมัน”
“เปล่าเลยแม่~ ฉันจะต้องการมันไปทำไมล่ะอีกอย่างให้มันไปนะดีแล้วอยู่ที่นี้รกหูรกตาฉันด้วย”
“ฮึ แล้วแกเองก็อย่ากระโตกกระตากแล้วกัน เดี๋ยวมันจะรู้แผนของเรา”
“จ่ะแม่…”
หลังจากที่เธออาบน้ำเรียบร้อยเธอจึงโทรหาไปที่ผู้จัดการร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งซึ่งเธอเองได้เรียนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้วและทำงานพาร์ทไทม์ร้านคาเฟ่ก่อนที่เธอจะรอทางบริษัทต่าง ๆ ที่เธอสมัครงานไปเพื่อเรียกเธอสัมภาษณ์จนเธอหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าเพื่อที่จะโทรหาผู้จัดการร้าน
[ฮัลโหลว่าไงอิม โทรมาดึกเชียว]
“ฮัลโหลค่ะพี่ตาล อิมขอโทษที่โทรมารบกวนพี่ช่วงดึกนะคะ พรุ่งนี้อิมขอลางานหนึ่งวันเพราะต้องไปทำธุระกับแม่ตอนเช้าด้วยค่ะ”
[อ๋อ ได้สิ แต่พรุ่งนี่อิมอยู่คู่กับแป้งใช่ไหม?]
“ใช่ค่ะ อิมเองกลัวว่าจะไม่มีใครแทนอิมและช่วงนี้ร้านคนเข้าเยอะด้วยค่ะ”
[ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จัดการให้เพราะที่นี้เรามีพนักงานหลายคนอยู่ไม่ต้องห่วงนะ]
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่ตาล”
[จ้า พี่วางสายก่อนน้า ฝันดีนะจ้ะ…] หลังจากเธอวางสายพี่ตาลผู้จัดการร้านคาเฟ่ไปแล้วเธอเองจึงต้องจำยอมไปธุระกับสุดาแม่เลี้ยงของเธอในตอนเช้า
คฤหาสน์อัศวภัชรกุล เช้าวันต่อมา…
เธอและสุดาต่างมายืนคฤหาสน์หลังหนึ่งซึ่งใหญ่จนสะดุดตาเพราะเธอได้ทอดมองไปในคฤหาสน์ช่างกว้างจนเธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าทำไมสุดาถึงต้องมาที่นี้
“แม่จ้ะ ทำไมเราถึงมาที่นี้จ้ะ…”
“มึงไม่ต้องถามมากหรอกนะ เข้ามาได้แล้ว” สุดาเอ่ยเสียงดุจนเธอต้องจำยอมเข้ามาในคฤหาสน์แห่งนี้จนเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นบ้านของใคร
“แม่…เรากลับกันเถอะนะ” เธอบอกสุดาที่เดินนำหน้าเธอไปเพราะทางข้างหน้าเธอเห็นบอร์ดี้การ์ดไม่ต่ำกว่าสิบคนยืนหน้าบ้านหลังนี้จนเธอรู้สึกกลัวคนชุดดำเพราะใบหน้าแต่ละคนเรียบนิ่ง ขรึม จนเธอไม่กล้าเข้าไปภายในบ้าน
“อะไรของมึงอีกเนี่ย มาถึงขนาดนี้แล้วจะให้กลับทำซากอะไร”
“ก…ก็อิมกลัวนิแม่ หนูต้องถามแม่มากกว่าว่าพาอิมมาที่นี้ทำไม”
“มึงเข้าไปกับกูแล้วจะรู้เอง รีบตามมาได้แล้ว” สุดาเอ่ยเสียงดุอีกครั้งจนเธอรีบเดินมาเทียบข้างสุดาและสายตาของเธอมองรอบบ้านเพราะบ้านหลังนี้ใหญ่จนมีที่จอดรถหลายคันและแต่ละคันราคาไม่ต่ำกว่าสิบล้านเพราะรถที่จอดนั้นเป็นรถจากต่างประเทศทั้งนั้นเมื่อขาของเธอได้ก้าวเข้าไปในบ้านเธอเห็นลูกน้องคนหนึ่งที่ใส่ชุดสีดำไม่ต่างจากบอร์ดี้การ์ดข้างนอกลูกน้องคนนั้นต่างมองเธอซึ่งมันคุ้นตาซะเหลือเกินว่าเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน
“นายของแกอยู่ไหน” สุดาถามลูกน้องที่ชื่อ วิทย์ จนกระทั่งวิทย์เบี่ยงสายตาไปทางสุดาทันที
“นายอยู่ในห้องทำงานพวกคุณรออยู่นี้ก่อนเดี๋ยวฉันไปตามนายให้” วิทย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและเดินไปหาเจ้านายของตนเอง
“แม่…ตกลงเรามาทำอะไรที่นี้กันแน่แม่บอกอิมมาเถอะนะ”
“เอ๊ะ! นี่! มึงก็เซ้าซี้กูจังเลยนะ”
“….”
“มึงอยู่เงียบ ๆ และเลิกถามกูได้แล้วกูรำคาญ…”
“จ่ะ…” เมื่อเธอโดนสุดาดุเธอจึงก้มหน้านั่งเงียบเพื่อที่จะไม่ถามสุดาอะไรอีกเธอจึงได้แต่สงสัยว่าเธอมาทำอะไรที่นี้จนกระทั่ง…
“มาแล้วเหรอ…” เธอได้ยินเสียงผู้ชายปริศนาซึ่งเธอฟังแล้วรู้สึกคุ้นหูและเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน