เข้าสู่ระบบ“พี่โมเน่ พี่โมเน่”“พี่โมเน่ครับ”“พี่โมเน่ตื่นก่อน” คิรัณพยายามเขย่าตัวโมเน่ให้ตื่น เพราะจู่ๆ โมเน่ก็ลุกขึ้นมานั่งคล้ายคนละเมอ ตบตีอากาศไปมา และตีโพยตีพายหาว่าเขานอกใจ แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้คือเธอสารภาพรักกับเขา แม้จะอยู่ในความฝัน มันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจไม่น้อยว่าในที่สุดเธอก็ตกหลุมรักเขาจนได้“กรี๊ด ไม่นะ ม่ายยยยยย” โมเน่ลืมตาโพลงขึ้นมา เอามือตบหน้าตัวเองเบา ๆ“นี่ฉันฝันไปเหรอเนี้ย” โมเน่หันไปมองหน้าคิรัณและผวากอดเขาด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปเหมือนในฝัน เพราะการฝันครั้งนี้มันทำให้เธอรู้ว่า เธอรักเจ้าหมาน้อยตัวนี้ของเธอแค่ไหน“ฮือออ ฉันนึกว่าฉันจะเสียนายไปซะแล้ว คิรัณ” โมเน่ที่อยู่ในอ้อมกอดของคิรัณพูด เสียงอู้อี้ในลำคอและมีน้ำตาซึมออกมาเปื้อนเสื้อของชายหนุ่มเล็กน้อย“ไม่เป็นไร ๆ พี่แค่ฝันร้ายไปเท่านั้น ผมอยู่ตรงนี้ไม่ได้ทิ้งพี่ไปไหน” คิรัณปลอบประโลมเธอด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขาพร้อมทั้งโยกตัวไปมาเบา ๆ เหมือนเด็กน้อยที่ต้องการการปลอบโยน ทุกอย่างมันเกือบจะดีอยู่แล้วจนกระทั่งประโยคต่อมาที่เขาพูดขึ้น ทำให้โมเน่ช้อนสายตามองเขาทันที“โอ๋เอ๋ โอ๋เอ๋ ขวัญเอยขวัญมา ไม่ร้องน
“พี่โมเน่ พี่โมเน่”“พี่โมเน่ครับ”“พี่โมเน่ตื่นก่อน” คิรัณพยายามเขย่าตัวโมเน่ให้ตื่น เพราะจู่ๆ โมเน่ก็ลุกขึ้นมานั่งคล้ายคนละเมอ ตบตีอากาศไปมา และตีโพยตีพายหาว่าเขานอกใจ แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้คือเธอสารภาพรักกับเขา แม้จะอยู่ในความฝัน มันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจไม่น้อยว่าในที่สุดเธอก็ตกหลุมรักเขาจนได้“กรี๊ด ไม่นะ ม่ายยยยยย” โมเน่ลืมตาโพลงขึ้นมา เอามือตบหน้าตัวเองเบา ๆ“นี่ฉันฝันไปเหรอเนี้ย” โมเน่หันไปมองหน้าคิรัณและผวากอดเขาด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปเหมือนในฝัน เพราะการฝันครั้งนี้มันทำให้เธอรู้ว่า เธอรักเจ้าหมาน้อยตัวนี้ของเธอแค่ไหน“ฮือออ ฉันนึกว่าฉันจะเสียนายไปซะแล้ว คิรัณ” โมเน่ที่อยู่ในอ้อมกอดของคิรัณพูด เสียงอู้อี้ในลำคอและมีน้ำตาซึมออกมาเปื้อนเสื้อของชายหนุ่มเล็กน้อย“ไม่เป็นไร ๆ พี่แค่ฝันร้ายไปเท่านั้น ผมอยู่ตรงนี้ไม่ได้ทิ้งพี่ไปไหน” คิรัณปลอบประโลมเธอด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขาพร้อมทั้งโยกตัวไปมาเบา ๆ เหมือนเด็กน้อยที่ต้องการการปลอบโยน ทุกอย่างมันเกือบจะดีอยู่แล้วจนกระทั่งประโยคต่อมาที่เขาพูดขึ้น ทำให้โมเน่ช้อนสายตามองเขาทันที“โอ๋เอ๋ โอ๋เอ๋ ขวัญเอยขวัญมา ไม่ร้องน
ทางเดินหน้ามหาลัย“พี่คิรัณ คิดถึงจังเลยไม่เจอกันตั้งนาน” หญิงสาววิ่งเข้ามาสวมกอดคนตัวโตอย่างสนิทสนม ทำให้คนที่เดินตามหลังถึงกลับชะงักค้าง มือที่จะกำลังจะคว้าแขนเข้ามาคล้องกลับต้องหยุดลงก่อน และเมื่อตั้งสติได้จึงรีบเดินเข้ามายื่นเคียงข้างและดึงวงแขนที่กอดเอวของชายหนุ่มออก“นี่หนู เป็นใครลูก จู่ ๆ วิ่งมากอดผู้ชายหน้าด้านไม่เบา” โมเน่สวนเด็กสาววัยรุ่นที่วิ่งมากอดแฟนหนุ่มของตน (เขินเนอะ เรียกแฟน)“แล้วป้าเป็นใคร มายุ่งไรด้วย” หญิงสาวตัวเล็กข้างหน้าเธอก็ใช่ว่าจะยอมใคร เธอมองหน้าของโมเน่อย่างคนเอาเรื่อง ที่จู่ ๆ ก็มาแกะมือของเธอกับชายหนุ่มออก“ว้าย ใครป้าย่ะ ฉันน่ะเป็นแฟนของผู้ชายที่เธอกอดเมื่อกี้นี้ไง ถ้ารู้แล้วก็กรุณาหลบออกไปจากทางเดินด้วย เกะกะ” โมเน่คล้องแขนของคิรัณเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของทันที“ไม่จริงใช่มั้ยคะ พี่คิรัณ คาเทียร์ไม่ยอมนะคะ” หญิงสาวเริ่มโวยวายขึ้นมาจนชายหนุ่มต้องเอามือของโมเน่ที่คล้องแขนของตนออกและจับไหล่มนของหญิงสาวตรงหน้า เพื่อเรียกสติของเธอ“ไม่มีใครแทนที่เราได้หรอก คาเทียร์ หืมมม มานี่มา” คิรัณปล่อยให้โมเน่ยืนอยู่ข้างหลังอีกครั้ง และตัวเองกลับไปกอดหญิงสาวตรงหน้า และ
ห้างสรรพสินค้า“นายอยากกินชาบู อะไร ว่ามาเร็วๆ ฉันจะได้กลับไปเรียนต่อโมเน่ก้าวขาขึ้นบันไดเลื่อนและยืนหันหน้าเข้ามาทางชายหนุ่มเพื่อพูยคุยในระหว่างที่รอบันไบเคลื่อนตัวขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง“พี่ไม่มีเรียนแล้ว”“อย่ามาหลอก” คิรัณที่อยู่ต่ำกว่าของชั้นบันไดเลื่อนดักทันที เพราะเขาสืบมาแล้วว่า วันนี้ช่วงบ่ายเธอมีแค่ค้นคว้างานวิจัยเฉยๆ ช่วงบ่าย และวันนี้พี่โกโก้ก็ไม่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเธอว่างแน่นอน“รู้ดีไปหมด” โมเน่ย่นจมูกด้วยความหมั่นไส้ เพราะหมอนี้เหมือนรู้ตารางเวลาชีวิตของเธอแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน ที่ไหนของมอ หาเจอเกือบหมด“ผมใส่ใจพี่มากกว่าครับ” เขาระบายยิ้มออกมาและก้าวขาขึ้นมาขั้นหนึ่งเพื่อจะจับตัวเธอให้ระวังบันไดเลื่อนที่กำลังจะสุดทางแล้ว ทำให้โมเน่เซเล็กน้อย“เดี๋ยวพี่แวะชั้นนี้แป๊บได้มั้ย อยากได้เสื้ออ่ะ” คิรัณพาเธอแวะชั้นสองที่เป็นชั้นที่ขายพวกสินค้าแฟชั่นต่างๆ“นายอยากได้เเบรนด์อะไรละ เผื่อฉันเคยเห็น เดี๋ยวเดินนำไป” ชายหนุ่มไม่ตอบกลับตัวเธอเดินนำหน้า และเอามือวางบนหัวไหล่ทั้งสองข้างและดันเธอให้เดินไปข้างหน้าเหมือนเด็กเล่นต่อรถไฟเดิน เมื่อมาถึงร้านกระเป๋าที่เธออยากได้เขากลับหยุ
หลายอาทิตย์ผ่านไป“โกโก้ ฉันอยากได้กระเป๋าใบนี้ เนี้ยมันสวยมากเลยอ่ะ แก” โมเน่เปิดรูปกระเป๋าเบรนเนมยี่ห้อหนึ่งให้โกโก้ดู มันเป็นคอลเลคชั่นที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ เธอเฝ้าดูมันมาหลายวันแล้วว่าเมื่อไรมันจะเข้ามาขายในช็อปไทย จนในที่สุดมันก็เข้ามาวันนี้“อยากได้ก็ซื้อสิค่ะ รอไร” โกโก้รับมือถือมาดู และมองดูอยู่นานจนในที่สุดก็ส่งกลับให้โมเน่ พร้อมป้ายยาให้ซื้อเลยเพราะมันสวยมาก กระเป๋าสี่เหลี่ยมเล็กกะทัดรัดและตีตราด้วยเบรนด์ชั้นนำ แบบนี้สิเหมาะกับเพื่อนของเธอ“เหรออ สวยใช่ม่ะ เดี๋ยวฉันลงสตอรี่ไอจีไว้ก่อน เพื่อนท่านแม่จะเห็นและเปย์ลูกสาว คริคริ” นอกจากโกโก้จะสายป้ายยา เธอก็ป้ายยาไม่แพ้กันถ้าพูดรื่องแฟชั่น ความทันสมัยแล้วละก็ เธอสามารถพูดกับแม่ของเธอได้ทุกเรื่อง เพราะคุณนายเขาไม่เคยตกเทรนใดๆ ในโซเชี่ยวไม่ว่าจะเสื้อผ้า กระเป๋ารองเท้า หรือร้านไหนเด็ด แม่เธอไม่เคยพลาด ยิ่งถ้ามีใครเอาเธอไปแขวนในโซเชี่ยวด่า หรือดร่ามาใดก็ตาม นางจะเข้าไปถล่มคอมเม้นกดรายงาน และโทรมาหาลูกสาวสุดที่รักว่าเกิดไรขึ้น ไปทำไรมา แถมยังบอกให้เธอหาแฟนเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว คนจะได้ไม่ลือมั่วซั่ว แต่ก็นั้นละ โมเน่ไม่เคยทำตามที่แม่ขอเล
“หึ ปานนี้ คงคิดไปต่างๆ นานาว่ากูเป็นคนทำสินะ” เดย์สบถกับตัวเองหลังจากที่เขาไล่เด็กๆ กลับบ้าน เขาก็มานั่งปิดโรงรถเอง เขาใช้ชีวิตแบบนี้มาเกือบปีหลังจากที่ออกจากชมรมแข่งรถของพอตเตอร์และมาทำสนามกับชมรมเอง เขาทุ่มทั้งแรงกายและเงินไปกับสนามมากๆ เพราะตัวเขาเองก็มาจากการแข่งข้างถนนมาก่อน ก่อนที่จะเจอกับคิรัณและพอตเตอร์ จนทั้งสองชวนเขาเข้าไปในชมรม ทำให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้การซ่อมรถ และโอกาสกลับเข้าระบบการศึกษาอีกครั้ง เพราะในตอนแรก เขาดื้อมาก ดื้อจนที่บ้านเอาไม่อยู่ตัดหางปล่อยวัด ต้องอาศัยแข่งรถเถือนกินเดิมพัน สู้จนยิบตากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท แต่ตอนนี้ เขามีเงินเยอะขึ้น จากการเปิดอู่ซ่อมรถควบคู่กับการปล่อยเช่าสนามแข่งที่นี้ และที่พัทยา และตอนนี้เขาก็ไม่ได้ละทิ้งการเรียน เขายังคงเรียนออนไลน์กับวิทยาลัยต่างประเทศอยู่ ชีวิตของเขาอาจจะไปได้ดีกว่านี้ก็ได้ถ้าวันนั้นทีมแข่งรถเลือกเขา แต่ก็นั้นเพราะเขามันไม่มีพวกแบบนั้น มาได้ขนาดนี้ก็โอเคแล้ว“เห้อ เหนื่อยชะมัด ออกไปหาข้าวกินดีกว่า” เดย์เดินไปยังรถคู่ใจและขับออกไปยังร้านข้าวประจำที่เขาชอบไปเวลาเย็นๆ..................เมื่อวันแข่งรถมาถึง พวกของพอตเ







