ログイン“ไม่รู้ละ ยังไงพี่ต้องรับผิดชอบผม”คืนเดียวที่เธอพลาดเพราะเมากลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อหมาเด็กวิศวะไม่ยอมจบง่าย ๆ ตัวแม่อย่างโมเน่จะรับผิดชอบเจ้าหมาเด็กนี้ยังไงโปรดติดตาม
もっと見るหญิงสาวผมสั้นสีบรอนด์ สวมเดรสรัดรูปสีดำและรองเท้าส้นสูงสีแดงสดกำลังอยู่รอเพื่อนที่หน้าผับชื่อดังย่านรังสิต แต่รอมาสักพักก็ยังไม่มีวี่แววว่าเพื่อนของเธอจะมาจนหญิงสาวกำลังจะหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรตามเพื่อน แต่ดันมีสายเรียกเข้ามาเสียก่อน
“ฮัลโหล…. แกอยู่ไหนแล้วโกโก้”
“ฉันรอจนรากจะงอกแล้ว” โมเน่บ่นเพื่อนรักที่ปล่อยให้เธอยืนรอหน้าผับสักพักใหญ่ ๆ
“แก คือฉันมีธุระด่วนที่บ้านอ่ะ ออกไม่ได้แล้ว” เสียงปลายสายพูดออกมาอย่างรู้สึกผิด
“ห๊ะ ทำไงได้ล่ะ ฉันมาถึงแล้วเนี่ย ”
“ขอโทษจริง ๆ นะแก เดี๋ยวฉันชดเชยให้วันหลัง”โกโก้ที่ติดธุระมาไม่ได้จริง ๆ ได้แต่พูดขอโทษเพื่อนทางโทรศัพท์
“ไม่เป็นไร ฉันมาถึงแล้ว เดี๋ยวเที่ยวเผื่อล่ะกัน”
“ขอบใจมากนะ ที่ไม่โกรธ”
“อือ”
เสียงสนทนาทางโทรศัพท์จบลงที่ตรงนี้ โมเน่จับยัดโทรศัพท์มือถือของตัวเองเข้าในกระเป๋าแบรนด์เนมจิ๋วที่เป็นแบบสะพายข้าง
“ช่วยไม่ได้แฮะ เที่ยวคนเดียวก็ได้” โมเน่บอกกับตัวเองก่อนที่จะเดินเข้าไปยังจุดลงทะเบียนของผับเพื่อแลกบัตรเข้าและกรอกข้อมูลสำหรับเกมส์เปิดวาร์ปประจำผับที่จะโชว์สถานะในคืนนี้
“วันนี้แม่จะเลือกกำไล สถานะไหนดีจ๊ะ” เสียงพนักงาน LGBTQ ถามขึ้นเมื่อถึงคิวที่เธอต้องเลือกกำไลข้อมือสีนีออน
“🟢สีเขียว:โสด”
“🔴สีแดง:ไม่โสด (แค่มาตี้)”
“🟣สีชมพู:แล้วแต่คนถาม / สถานะไม่ชัดเจน”
“ต้องสีเขียวอยู่แล้วสิจ๊ะ” โมเน่ตอบด้วยความมั่นใจ พนักงานจึงหยิบกำไลสีเขียวนีออนส่งให้กับหญิงสาว เมื่อเธอได้กำไลข้อมือแล้วก็เดินเข้าไปในผับอย่างมาดมั่น
บรรยากาศในผับเริ่มต่างออกไปจากภายนอก เหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกหนึ่งก็ว่าได้ แสงไฟวิบวับจากไฟมูฟวิ่งบอลกำลังเคลื่อนไหวเข้ากับเสียงเพลงที่ถูกมิกซ์เสียงโดยดีเจบนเวที เหล่านักท่องราตรีขยับตัวโยกย้ายตามเสียงดนตรีอย่างพลิ้วไหว ไม่มีใครยอมใคร
หญิงสาวเดินเข้ามาไปยังเคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่มเพื่อที่จะสั่งเครื่องดื่มเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะไปโชว์ลีลาการเต้นที่สุดแสนจะยั่วยวนกลางฟลอร์เต้นรำ
“Mai Tai แก้วหนึ่ง” โมเน่สั่งเครื่องดื่มที่เธอดื่มเป็นประจำเวลาไปผับ หรือบาร์ต่าง ๆ เพราะรสหวานอมเปรี้ยวถูกใจเธอที่สุดตั้งแต่ที่เธอลองชิมมา
“นี่ครับ”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวนั่งดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์ได้ไม่นาน เสียงกรี๊ดกร๊าดในผับก็ดังขึ้นบริเวณฟลอร์
“กรี๊ด”
“อร้าย”
“หึ ถึงเวลาของเราแล้วสินะ” โมเน่พูดกับตัวเอง เธอวางแก้วค็อกเทลในมือลงและเดินโยกตัวเบาๆตามเสียงเพลงไปยังกลางฟลอร์เต้นรำ
“ตืด ตือ ดือ ดือ ดือ ดื้อ ดือ ดื่ อ ดือ ดื่อ ” เสียงเพลงที่ใคร ๆ ได้ยินต่างก็จำได้ถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวยกมือขึ้นทั้งสองข้างเหนือหัวให้เหมือนว่าเป็นงู และบิดกายพลิ้วไหวไปมา โชว์รูปร่างสัดส่วนที่เย้ายวนอย่างไม่แคร์สายตาใคร ทำให้งูน้อย ๆ ตัวนี้เป็นแม่เบี้ยโดยสมบูรณ์ ภาพบนจอโปรเจคเตอร์ถูกเปลี่ยนเป็นหญิงสาวกำลังเต้นท่างูแบบยั่ว ๆ คู่กับรูปภาพของเธอที่ให้กับพนักงานหน้าผับไว้ ไม่นานนักเสียงดนตรีก็เบาลงและถูกแทนที่ด้วยเสียงของดีเจ
“คืนนี้น้องเขาใส่กำไลเขียวสถานะโสด โปรดเข้ามาจีบน้องครับ ฮิ้ววววว” ดีเจหนุ่มขวัญใจสาว ๆพูดขึ้น
“ตือ ดือ ดือ ดึด”
“น้องอยู่ตรงไหน บอกพิกัดหน่อยเร็ว”
“เฮ ฮิ้วววว โฮวว” เสียงบรรดาชายหนุ่มที่เมื่อเห็นภาพหญิงสาวที่เต้นยั่ว ต่างพากันมองหาว่าเธออยู่ตรงส่วนไหนของผับ
“ก็คนมันสวยนะ ช่วยไม่ได้จริง ๆ”โมเน่ได้แต่ยิ้มอย่างพึงพอใจกับผลงานการเต้นของเธอที่ทำให้สามารถขึ้นจอได้ แต่มันต้องไม่หยุดแค่นั้น เธอต้องเช็คความแซ่บของตัวเองต่อด้วยการตะโกนบอกพิกัดของตัวเอง
“อยู่นี่ค้า” เธอยกมือเหนือหัวโบกไปมาพร้อมตะโกนบอกพิกัดของตัวเองและโยกย้ายส่ายสะโพกไปให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ
ยิ่งมีคนดูมากก็ทำให้เลือดในกายของเธอสูบฉีด เต้นยั่วยวนมากขึ้น จนในที่สุดเสียงเพลงก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ และทุก ๆ คนก็กลับไปเต้นตามจังหวะเพลงที่ถูกเปลี่ยนใหม่ ภาพในจอก็เปลี่ยนไปบรรยากาศในร้านปกติ โมเน่ที่เหนื่อยจากการเต้นจึงเดินไปนั่งยังโต๊ะว่าง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ เรื่องการเต้นและบอกพิกัดเป็นเพียงแค่เรื่องขำ ๆ สำหรับเธอ เพราะเธอไม่ได้คิดที่จะมาหาแฟนอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องการที่จะมาปลดปล่อยก่อนจะกลับเข้าสู่โหมดเรียนอย่างจริงจังในสัปดาห์หน้าเท่านั้น
“สวัสดีครับ ผมคิมนะครับ”
“ค่ะ โมเน่ค่ะ” เธอตอบกลับด้วยท่าทีไว้เชิงเล็กน้อย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ชายเข้าหาเธอแบบนี้ และส่วนใหญ่มักจะลงเอยด้วยการขอไปต่อกับเธอทั้งนั้น ซึ่งถึงแม้เธอจะดูแรงในสายตาใครหลายคน แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่จะปล่อยตัวไปกับผู้ชายง่าย ๆ
“ผมขอเลี้ยงดื่มสักแก้วนะครับ”
“ได้สิคะ” เมื่อเธอตอบรับแบบนั้น ชายหนุ่มจึงนำแก้วค็อกเทลที่เขาถือมายื่นให้เธอพร้อมกับชวนเธอคุยเพื่อสร้างความสนิทสนมมากยิ่งขึ้น
“มาที่นี่บ่อยไหมครับ ผมเพิ่งเคยเห็นคุณเป็นครั้งแรก”
“ก็ไม่บ่อยเท่าไรค่ะ พอดีมาเที่ยวก่อนมหาวิทยาลัยจะเปิดหน่ะคะ”
“อ่า น้องยังเรียนอยู่นี่เอง ขอแลกไอจีหน่อยได้ไหม เผื่อน้องมีปัญหา พี่พร้อมช่วยนะ”
ชายหนุ่มพูดพลางเอามือโอบเอวบางหลวม ๆ พร้อมเต้นไปตามจังหวะเพลง ขณะที่มืออีกข้างพยายามหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อทำการแลกไอจี การทำแบบนี้ทำให้หญิงสาวรู้ดีว่าเขาต้องการอะไร เธอจึงเขยิบหนีเล็กน้อย เป็นการหยั่งเชิงว่าเขาจะมีปฏิกิริยาแบบใดต่อ แต่ชายหนุ่มกลับเบียดตัวเองให้แนบชิดกับเธอมากขึ้น เขาเอามือลูบเอวเธอเบา ๆ เป็นสัญญาณส่งมาให้เธอ โมเน่จึงเขยิบออกจากเขาอีกเล็กน้อย และกำลังจะหยิบมือถือเพื่อแลกไอจีกับเขา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อทำการแลกไอจี จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง แม้จะไม่ได้ยินชัดเจนเพราะเสียงดนตรีที่กระหึ่มอยู่รอบตัว แต่ก็ดังพอที่จะทำให้ชายหนุ่มรีบปล่อยมือออกจากเอวหญิงสาวทันที
“พี่คิม จะทำอะไรน่ะ!” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้พวกเขาสองคนและถามกลับมาด้วยสีหน้าโมโหเล็กน้อย
“อะไรกัน พี่ก็แค่ทักทายน้องเขาเฉย ๆ จริงไหมครับ”
คิมหันมาถามย้ำกับโมเน่ พลางเล่นตามบทที่เขาคิดไว้ เพราะเกรงว่าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของเขาจะสร้างปัญหา เขาไม่อยากมีปัญหาในผับแห่งนี้ แต่ว่าสิ่งที่เขาคาดหวังกลับพังลงทันที เมื่อโมเน่ไม่ได้เล่นตามบทที่เขาวางไว้ เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งและสายตาเย็นชา
“ว้ามีแฟนแล้วเหรอ ว่าจะไปต่อสักหน่อย”โมเน่จับปฏิกิริยาของชายหญิงคู่นี้ออกทันที คนหนึ่งกะฟันสาว ส่วนอีกคนก็มาตามแฟน ตลกสิ้นดี
“นี่ถ้าฉันไม่มาคงพากันไปไหนต่อไหนแล้วสินะ” หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ
โมเน่หัวเราะหึเบา ๆ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ก็ไม่แน่นะคะ ก็เขาบอกว่าเขาโสด”
“น้องทำไมพูดแบบนั้นละ พี่แค่เข้ามาทักทายเพราะเห็นวาร์ปบนจอเฉย ๆ เอง”ชายหนุ่มรีบปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เธอพยายามสร้างขึ้นมา ถึงแม้ในใจลึก ๆ แล้วถ้าแฟนไม่มาตามเขาอาจจะไปต่อกับหญิงสาวตรงหน้าแน่ ๆ
“งั้นไอจีก็คงไม่จำเป็นแล้วมั้งคะ” โมเน่ตอบกลับเป็นด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่และเอามือลูบหน้าของคิมเบา ๆ เป็นการท้าทายฝ่ายหญิงอีกคน คิมรู้ได้ทันทีว่าเธอต้องการปั่นหัวของผู้หญิงอีกคนที่ยืนข้าง ๆ เขา และมันก็สำเร็จเสียด้วย
“ส่วนคุณ ถ้าวันหลังกลัวหลุดก็ล่ามไว้ให้อยู่บ้าน ไม่ต้องปล่อยออกมา”
โมเน่ตอบกลับชายหญิงคู่นี้อย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอเหตุการณ์แบบนี้ เวลาที่ผู้ชายเข้ามาทักเธอแต่ดันหนีแฟนมาเที่ยว
“อ้ายยย ทำตัวต่ำไม่ต่างจากกะหรี่!” หญิงสาวเกิดความโมโหจนพ่นคำพูดหยาบคายออกมาอย่างไม่คิด ทางด้านชายหนุ่มก็พยายามห้ามปรามแฟนของตน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะแฟนของเขายังคงพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขน แล้วพุ่งตรงไปหาเรื่องโมเน่
“พี่รู้ละเอียดจังนะคะ หรือว่าพี่ก็เป็นเหมือนกันเหรอ?” โมเน่ตอบกลับไปหน้าตาย นี่เป็นการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้กับหญิงสาวอีกคนแต่เธอก็ไม่ได้แยแสใด ๆ เพียงแค่หมุนตัวและเดินออกจากตรงนั้นไปทันที เสียงกรี๊ดของหญิงสาวด้านหลัง ไม่ได้ทำให้โมเน่หยุดแม้แต่น้อย เธอเดินออกจากผับหรูและเรียกรถแท็กซี่เพื่อกลับคอนโดทันที ผู้หญิงอย่างเธอ สวยและเริ่ดขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องไปแย่งผู้ชายกับใครอยู่แล้ว
ระหว่างทางที่นั่งรถกลับคอนโด โมเน่ได้แต่บ่นคนเดียวเบา ๆ
“คนอุตส่าห์มาเที่ยวแท้ ๆ ดันต้องมาเจอเรื่องน่ารำคาญชะมัด” เมื่อมาถึงห้องโมเน่ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและทิ้งตัวลงนอน แต่เวลาผ่านไปไม่นานเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นปลุกให้เธอตื่นจากการหลับใหล
“ตื๊ด—ตื๊ด—”
“ฮัลโหล นี่แกตืนหรือยังเนี้ย”
“อืม ยังแม่มีอะไรมั้ยอ่า”
“ฉันเอาเด็กมาฝากแกเลี้ยงสักเดือนสองเดือนนะ” เสียงแม่ของโมเน่ดังมาตามสาย
“เขาจะขึ้นไปตอน บลา บลา บลา”เสียงที่ออกมาจากแม่ไม่ได้ทำให้โมเน่จับใจความได้เลยแม้แต่น้อยเพราะเธอเพิ่งได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงเอง
“อือ ได้ แค่นี้นะแม่ จะนอนถ้าตื่นแล้วโทรกลับ”
“เดี๋ยวก่อน ฟังก่อน……….ตู๊ด ตู๊ด”
เธอกดตัดสายโดยไม่คิดอะไรและโยนมือถือให้ไปไกลตัว ก็แค่มีอีกคนมาอาศัยอยู่ด้วยชั่วคราว ห้องก็มีตั้งสองห้อง จะไปลำบากอะไร สำหรับเธอแล้ว มันก็แค่เพิ่มเสียงหายใจอีกหนึ่งเสียงในคอนโดไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก่อนจะหลับต่อโมเน่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เธอลืมถามไป
ว่า “เด็ก” ของแม่ เป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย และมาเมื่อไร แต่ก็ช่างเถอะ ตื่นแล้วค่อยโทรหาแม่อีกที และก็หลับไปอีกครั้ง จนช่วงบ่ายๆ หญิงสาวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอจำได้รางๆ ว่าแม่โทรมาเรื่องฝากเด็ก จึงหยิบมือถือเตรียมที่จะโทรหาแม่ แต่ความคิดของเธอก็หยุดลงทันทีเพราะเสียงกดกริ่งหน้าประตูดังขึ้น
“กริ่ง กริ่ง”
“ใครมานะ ฉันยังไม่ได้สั่งอะไรเลย หรือจะเป็นแม่บ้าน” โมเน่คว้าเสื้อคลุมและจัดทรงผมให้เรียบร้อยและเดินไปที่ประตู
“กริ่ง กริ่ง กริ่ง ”เสียงกริ่งดังรัวขึ้น โมเน่รีบเดินมายังประตูห้องและเมื่อเปิดประตูออกมาเธอกลับพบว่าเป็นชายหนุ่ม หน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่ง ยังไม่ทันที่เธอจะอ้าปากถามอะไร ชายหนุ่มตรงหน้าก็รีบพูดขึ้นทันที
“ทำไมไม่ไปรับผมที่สนามบิน”
“ดะ เดี๋ยว”
“ปล่อยให้คนอื่นรอ เสียมารยาทมาก”
“ถ้าพี่ทำไม่ได้ก็ไม่ควรรับปากแม่พี่ตั้งแต่แรก”
“รับปากแบบส่ง ๆ ทำได้ยังไงกัน”
“หยุดก่อน หยุด หยุด อันดับแรกนะ นายเป็นใครอยู่ ๆ มาว่าฉันฉอด ๆ” โมเน่รีบยกมือขึ้นห้ามชายหนุ่มที่กำลังพ่นคำบ่นสารพันออกมาจากปากของเขาอีก ชายหนุ่มเพียงสูดหายใจ
ลึก ๆ เข้าปอดและกดโทรหาใครบางคน เสียงสายปลายช่างคุ้นหูโมเน่คล้ายจะเป็นเสียงของแม่เธอ ไหนจะชื่อที่ชายหนุ่มเรียกอีก หรือว่านี้จะเป็นเด็กที่แม่พูดถึง
“ฮัลโหลครับ ป้าแก้ว ผมเจอพี่เขาแล้วครับ”
“ดูจากทรงเพิ่งตื่นนะครับ”
“ครับ ไม่เป็นไรครับ”
“ครับ ได้ครับ”
“อะ เอาไป แม่พี่จะคุยด้วย” โมเน่รับมือถือมาและเขยิบตัวออกห่างจากประตูเล็กน้อยเพื่อคุยกับแม่ของตน
“ฮัลโหล โมเน่ แกเจอน้องแล้วใช่ม่ะ แกนี่มันจริงๆ เลยไม่ฟังที่ฉันพูดให้จบและกดตัดสาย”
“ก็แม่ไม่ได้บอกว่าจะมาวันนี้นี่นา”
“ฉันอยากจะบ้า ฉันบอกแกแล้วว่าน้องถึงวันนี้และบอกให้ไปรับด้วยตอนเที่ยงที่สนามบิน”
“อ่า สงสัยจะง่วงละตอนนั้น แต่นี่มันก็ไม่เด็กแล้วนะแม่ ตัวเบ้อเร่อ”
“ก็เด็กกว่าแกไง”
“แต่…...”
“ไม่มีแต่ ดูน้องมันด้วยน้องเป็นเด็กดี เผื่อแกจะได้เที่ยวน้อยลงเพราะมีน้องต้องดูแล แค่นี้ละฉันยุ่ง…….ตู๊ด ตู๊ด”
“เดี๋ยวสิ แม่ ฮัลโหล แม่” แม่ของเธอตัดสายไปแล้ว เธอจึงจำใจส่งมือถือคืนให้กับเจ้าของ
“สรุป เธอคือเด็กที่แม่ฉันฝากเลี้ยง”
“ใช่ครับ ทีนี่ผมเข้าไปได้หรือยัง?”
“อ่ะ เข้ามาก่อนมา” โมเน่เปิดประตูกว้างขึ้นเพื่อให้ชายหนุ่มลากกระเป๋าใบโตเข้ามาภายในห้องของเธอ
“พี่โมเน่ พี่โมเน่”“พี่โมเน่ครับ”“พี่โมเน่ตื่นก่อน” คิรัณพยายามเขย่าตัวโมเน่ให้ตื่น เพราะจู่ๆ โมเน่ก็ลุกขึ้นมานั่งคล้ายคนละเมอ ตบตีอากาศไปมา และตีโพยตีพายหาว่าเขานอกใจ แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้คือเธอสารภาพรักกับเขา แม้จะอยู่ในความฝัน มันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจไม่น้อยว่าในที่สุดเธอก็ตกหลุมรักเขาจนได้“กรี๊ด ไม่นะ ม่ายยยยยย” โมเน่ลืมตาโพลงขึ้นมา เอามือตบหน้าตัวเองเบา ๆ“นี่ฉันฝันไปเหรอเนี้ย” โมเน่หันไปมองหน้าคิรัณและผวากอดเขาด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปเหมือนในฝัน เพราะการฝันครั้งนี้มันทำให้เธอรู้ว่า เธอรักเจ้าหมาน้อยตัวนี้ของเธอแค่ไหน“ฮือออ ฉันนึกว่าฉันจะเสียนายไปซะแล้ว คิรัณ” โมเน่ที่อยู่ในอ้อมกอดของคิรัณพูด เสียงอู้อี้ในลำคอและมีน้ำตาซึมออกมาเปื้อนเสื้อของชายหนุ่มเล็กน้อย“ไม่เป็นไร ๆ พี่แค่ฝันร้ายไปเท่านั้น ผมอยู่ตรงนี้ไม่ได้ทิ้งพี่ไปไหน” คิรัณปลอบประโลมเธอด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขาพร้อมทั้งโยกตัวไปมาเบา ๆ เหมือนเด็กน้อยที่ต้องการการปลอบโยน ทุกอย่างมันเกือบจะดีอยู่แล้วจนกระทั่งประโยคต่อมาที่เขาพูดขึ้น ทำให้โมเน่ช้อนสายตามองเขาทันที“โอ๋เอ๋ โอ๋เอ๋ ขวัญเอยขวัญมา ไม่ร้องน
“พี่โมเน่ พี่โมเน่”“พี่โมเน่ครับ”“พี่โมเน่ตื่นก่อน” คิรัณพยายามเขย่าตัวโมเน่ให้ตื่น เพราะจู่ๆ โมเน่ก็ลุกขึ้นมานั่งคล้ายคนละเมอ ตบตีอากาศไปมา และตีโพยตีพายหาว่าเขานอกใจ แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้คือเธอสารภาพรักกับเขา แม้จะอยู่ในความฝัน มันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจไม่น้อยว่าในที่สุดเธอก็ตกหลุมรักเขาจนได้“กรี๊ด ไม่นะ ม่ายยยยยย” โมเน่ลืมตาโพลงขึ้นมา เอามือตบหน้าตัวเองเบา ๆ“นี่ฉันฝันไปเหรอเนี้ย” โมเน่หันไปมองหน้าคิรัณและผวากอดเขาด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปเหมือนในฝัน เพราะการฝันครั้งนี้มันทำให้เธอรู้ว่า เธอรักเจ้าหมาน้อยตัวนี้ของเธอแค่ไหน“ฮือออ ฉันนึกว่าฉันจะเสียนายไปซะแล้ว คิรัณ” โมเน่ที่อยู่ในอ้อมกอดของคิรัณพูด เสียงอู้อี้ในลำคอและมีน้ำตาซึมออกมาเปื้อนเสื้อของชายหนุ่มเล็กน้อย“ไม่เป็นไร ๆ พี่แค่ฝันร้ายไปเท่านั้น ผมอยู่ตรงนี้ไม่ได้ทิ้งพี่ไปไหน” คิรัณปลอบประโลมเธอด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขาพร้อมทั้งโยกตัวไปมาเบา ๆ เหมือนเด็กน้อยที่ต้องการการปลอบโยน ทุกอย่างมันเกือบจะดีอยู่แล้วจนกระทั่งประโยคต่อมาที่เขาพูดขึ้น ทำให้โมเน่ช้อนสายตามองเขาทันที“โอ๋เอ๋ โอ๋เอ๋ ขวัญเอยขวัญมา ไม่ร้องน
ทางเดินหน้ามหาลัย“พี่คิรัณ คิดถึงจังเลยไม่เจอกันตั้งนาน” หญิงสาววิ่งเข้ามาสวมกอดคนตัวโตอย่างสนิทสนม ทำให้คนที่เดินตามหลังถึงกลับชะงักค้าง มือที่จะกำลังจะคว้าแขนเข้ามาคล้องกลับต้องหยุดลงก่อน และเมื่อตั้งสติได้จึงรีบเดินเข้ามายื่นเคียงข้างและดึงวงแขนที่กอดเอวของชายหนุ่มออก“นี่หนู เป็นใครลูก จู่ ๆ วิ่งมากอดผู้ชายหน้าด้านไม่เบา” โมเน่สวนเด็กสาววัยรุ่นที่วิ่งมากอดแฟนหนุ่มของตน (เขินเนอะ เรียกแฟน)“แล้วป้าเป็นใคร มายุ่งไรด้วย” หญิงสาวตัวเล็กข้างหน้าเธอก็ใช่ว่าจะยอมใคร เธอมองหน้าของโมเน่อย่างคนเอาเรื่อง ที่จู่ ๆ ก็มาแกะมือของเธอกับชายหนุ่มออก“ว้าย ใครป้าย่ะ ฉันน่ะเป็นแฟนของผู้ชายที่เธอกอดเมื่อกี้นี้ไง ถ้ารู้แล้วก็กรุณาหลบออกไปจากทางเดินด้วย เกะกะ” โมเน่คล้องแขนของคิรัณเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของทันที“ไม่จริงใช่มั้ยคะ พี่คิรัณ คาเทียร์ไม่ยอมนะคะ” หญิงสาวเริ่มโวยวายขึ้นมาจนชายหนุ่มต้องเอามือของโมเน่ที่คล้องแขนของตนออกและจับไหล่มนของหญิงสาวตรงหน้า เพื่อเรียกสติของเธอ“ไม่มีใครแทนที่เราได้หรอก คาเทียร์ หืมมม มานี่มา” คิรัณปล่อยให้โมเน่ยืนอยู่ข้างหลังอีกครั้ง และตัวเองกลับไปกอดหญิงสาวตรงหน้า และ
ห้างสรรพสินค้า“นายอยากกินชาบู อะไร ว่ามาเร็วๆ ฉันจะได้กลับไปเรียนต่อโมเน่ก้าวขาขึ้นบันไดเลื่อนและยืนหันหน้าเข้ามาทางชายหนุ่มเพื่อพูยคุยในระหว่างที่รอบันไบเคลื่อนตัวขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง“พี่ไม่มีเรียนแล้ว”“อย่ามาหลอก” คิรัณที่อยู่ต่ำกว่าของชั้นบันไดเลื่อนดักทันที เพราะเขาสืบมาแล้วว่า วันนี้ช่วงบ่ายเธอมีแค่ค้นคว้างานวิจัยเฉยๆ ช่วงบ่าย และวันนี้พี่โกโก้ก็ไม่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเธอว่างแน่นอน“รู้ดีไปหมด” โมเน่ย่นจมูกด้วยความหมั่นไส้ เพราะหมอนี้เหมือนรู้ตารางเวลาชีวิตของเธอแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน ที่ไหนของมอ หาเจอเกือบหมด“ผมใส่ใจพี่มากกว่าครับ” เขาระบายยิ้มออกมาและก้าวขาขึ้นมาขั้นหนึ่งเพื่อจะจับตัวเธอให้ระวังบันไดเลื่อนที่กำลังจะสุดทางแล้ว ทำให้โมเน่เซเล็กน้อย“เดี๋ยวพี่แวะชั้นนี้แป๊บได้มั้ย อยากได้เสื้ออ่ะ” คิรัณพาเธอแวะชั้นสองที่เป็นชั้นที่ขายพวกสินค้าแฟชั่นต่างๆ“นายอยากได้เเบรนด์อะไรละ เผื่อฉันเคยเห็น เดี๋ยวเดินนำไป” ชายหนุ่มไม่ตอบกลับตัวเธอเดินนำหน้า และเอามือวางบนหัวไหล่ทั้งสองข้างและดันเธอให้เดินไปข้างหน้าเหมือนเด็กเล่นต่อรถไฟเดิน เมื่อมาถึงร้านกระเป๋าที่เธออยากได้เขากลับหยุ