LOGIN"สายน้ำไหว้ล่ะจ้ะ จะให้สายน้ำทำอะไรก็ได้ แต่อย่าให้หลับนอนกับคุณลักษมณ์เลย"
View Moreพุทธศักราช ๒๔๘๐ ในยุคที่บ้านเมืองอยู่ในช่วงสภาวะการเกิดสงครามชาวบ้านที่ไม่มีแรงต่อสู้และไม่มีอิทธิพลต่างตกเป็นเหยื่อของคนเลวที่ฉวยโอกาสในช่วงที่ชาติบ้านเมืองแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ชาวบ้านที่ไม่มีเงินถูกราชการเอาเปรียบผันตัวเองไปเป็นโจร บ้างก็ผันตัวเองไปเป็นนักเลง แม้ทางการจะเริ่มปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่ในเงามืดก็ไม่สามารถกำจัดมันได้หมด ในเมืองนครชัยแห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน
นครชัยเป็นเมืองที่อยู่บริเวณภาคกลาง แม้ว่าจะอยู่ใกล้ความเจริญแต่ชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจกลับไม่เป็นอย่างนั้น เศรษฐกิจย่ำแย่ คนรวยเอาเปรียบคนจน ที่นี่ไม่ต่างจากหุบเขาที่ซ่อนโจร อันตรายและน่ากลัว
ในค่ำคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท เป็นเวลาของเหล่าเสือร้ายผู้มีอิทธิพล บนท้องถนนในเมืองเวลานี้กลับเงียบสงัด ผู้คนจากที่เคยสัญจรต่างเร้นกายอยู่ในบ้าน เพราะรู้กันดีว่าคืนนี้เป็นคืนเดือนคว่ำ เป็นคืนที่โจรผู้ร้ายออกล่า
ใจกลางเมืองมีตึกคูหาสามชั้นขนาดใหญ่เรียงรายตั้งอยู่กลางผังเมือง
ลึกลงไปในชั้นใต้ดินเป็นตลาดมืดที่ซื้อขายทาส แม้จะผ่านระบบการยกเลิกทาสไปแล้ว แต่ในเมืองนครชัยแห่งนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าการค้าทาสอยู่แม้จะไม่ได้ถูกต้องตามกฎหมายแต่ทางราชการก็ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังดันเป็นคนมียศถาบรรดาศักดิ์
ภายในห้องขังขนาดใหญ่ในชั้นใต้ดิน แออัดไปด้วยผู้คนที่ถูกจับขังและล่ามด้วยโซ่ บ้างก็ร้องครวญครางอยากจะหลุดพ้นจากที่นี่ บ้างก็นอนแน่นิ่งราวกับหมดลมหายใจ บรรยากาศรอบ ๆ ชวนขยะแขยง
ภายในห้องขังเต็มไปด้วยกลิ่นอับและกลิ่นเลือด เป็นแหล่งอาศัยของหนอน แมลง และหนู ยั้วเยี้ยอยู่ทั่วทุกมุมห้อง
“เฮ้ย ลุกดิ” เสียงเข้มของชายฉกรรจ์ร่างหนาตวาดดังลั่นภายในห้องขัง เขาฉุดกระชากลากถูร่างบางอรชรร่างหนึ่งให้ลุกขึ้น
ตุบ! เมื่อร่างเล็กนั้นไม่ยอมลุกขึ้นตามคำสั่งของมัน ฝ่าเท้าใหญ่ก็ถีบอัดเข้าที่ท้องบาง คนตัวเล็กจ้องมองคนที่ทำร้ายร่างกายตัวเองตาเขม็ง
สายน้ำ ถูกจับมาเป็นทาสรอการประมูล เด็กหนุ่มในสภาพมอมแมมแต่งกายซอมซ่อเวลานี้ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ สายน้ำถูกนักเลงในพื้นที่จับมาขายที่นี่โดยที่เขาไม่ได้เต็มใจ
“จะนั่งอมทุกข์ไปถึงไหน ไอ้ควายเอ๊ย” เมื่อสายน้ำไม่ยอมลุกขึ้นก็โดนมันกระชากจนตัวลอย คนตัวเล็กดีดดิ้นด้วยความเจ็บแต่ก็ไม่อาจสู้อีกฝ่ายได้
“จะเจ็บนะ” ข้อเท้าเรียวบางในเวลานี้ถูกล่ามด้วยโซ่ทั้งสองข้าง เชื่อมติดกับโซ่ที่ล็อกข้อมือไว้ ชายฉกรรจ์มองหน้าสายน้ำด้วยความไม่พอใจก่อนที่มันจะดึงโซ่แล้วลากให้สายน้ำเดินตาม ความเจ็บปวดของร่างกายที่ได้รับและความเจ็บใจทำให้คนตัวเล็กหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเงียบ ๆ เวลานี้สายน้ำกลัวจนแทบจะฉี่ราดอยู่รอมร่อ
“ไอ้ลูกศัตรูชาติ ช้าจังวะ” คำว่าลูกศัตรูชาติทำให้สายน้ำสะอึก คำคำนี้แม้จะฟังดูไม่เจ็บปวดแต่สำหรับสายน้ำที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กมันเหมือนมีดคมที่กรีดบาดแผลกลางใจ มันเป็นคำด่าของคนที่เกิดมาจากพ่อแม่ที่เป็นชาวต่างชาติ แม่ของสายน้ำเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดาที่ถูกทหารต่างชาติที่เข้ามาทำสงครามขืนใจจนตั้งท้อง แม่สิ้นใจตายเพราะโดนชาวบ้านรุมทำร้าย ส่วนพ่อแท้ ๆ สายน้ำก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร
พ่อของสายน้ำต่อให้จะอยู่หรือตายก็ไม่มีผลต่อชีวิตของเขาเพราะคนที่
ทำให้ชีวิตของสายน้ำและแม่พังก็คือคนคนนี้ เพราะเกิดมาเป็นเด็กกำพร้ามักจะโดนกลั่นแกล้งอยู่ตลอด ไม่มีใครชอบสายน้ำแถมเขายังโดนตราหน้าว่าเป็นลูกศัตรูชาติพอเห็นสายน้ำอ่อนแอทุกคนก็จ้องจะทำร้าย รวมถึงที่คนตัวเล็กถูกจับมาขายเป็นทาสในคืนนี้ก็เพราะว่าเขาเป็นลูกของศัตรูชาติที่ไม่มีใครต้องการ“รีบ ๆ เดิน” สายน้ำตั้งใจเดินอิดออดเพราะไม่อยากถูกประมูลตัวในคืนนี้แต่มันกลับทำให้อีกฝ่ายรำคาญและทำร้ายร่างกายเขาในที่สุด
เพียะ! ใบหน้าสวยหันไปตามแรงตบ
“อึก สารเลว” สายน้ำก่นด่าพร้อมกับมองด้วยความเคียดแค้น
“นี่มึงกล้ามองหน้ากูเหรอ ฮะ” ยิ่งสายน้ำมองหน้ามันเท่าไรก็ยิ่งทำให้มันไม่พอใจ
หมับ! มือหยาบกร้านกระชากผมของสายน้ำจนร่างเล็กเอนไปตามแรง อีกฝ่ายง้างมือ หมายจะชกหน้าของสายน้ำแต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีชายฉกรรจ์คนหนึ่งซึ่งเป็นลูกน้องของอีกฝ่ายเดินเข้ามาห้าม
“พี่อย่าทำร้ายมัน เดี๋ยวมันจะประมูลไม่ออก” พอได้ยินคำพูดนี้ ชายฉกรรจ์คนนั้นก็วางมือลง ดูเหมือนว่าจะใจเย็นขึ้นและได้สติ
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” มันชี้หน้าคาดโทษสายน้ำก่อนจะเดินจากไป ต่างจากสายน้ำเวลานี้ที่ตัวสั่นเหมือนลูกนก อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าอิสระในชีวิตของสายน้ำกำลังจะหายไป เขากำลังจะกลายเป็นของคนอื่นโดยไม่เต็มใจ
“ไปได้แล้ว” ชายคนคุมโรงทาสเดินมาหิ้วปีกของสายน้ำ
“ไม่เอา ไม่ไป อย่ามาจับนะ ปล่อย!” สายน้ำพยายามดีดดิ้น เขาใช้แรงที่มีดิ้นจนหลุดจากการพันธนาการของอีกฝ่าย สายน้ำใช้จังหวะนี้หมายจะวิ่งหนีออกจากห้องขัง
ตุ้บ
สายน้ำวิ่งได้ไม่ทันไรก็ล้มลงกับพื้นเพราะข้อเท้าถูกล่ามติดกับโซ่ตรวน สายน้ำใบหน้าซีดเผือด สองมือจิกเล็บไปตามพื้นเฉอะแฉะ พยายามรั้งร่างกายตัวเองเอาไว้จะได้ไม่โดนพาตัวไป แต่มีหรือที่ร่างกายเล็กและไร้เรี่ยวแรงนี้จะสู้แรงของชายฉกรรจ์ที่ตัวใหญ่กว่าสามเท่าได้
“เฮ้ย จับมันไว้!”
“จ้ะ” สายน้ำรับคำเสียงอ่อย ครู่เดียวลูกน้องของเสือลักษมณ์ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนก็เอาไม้กวาด พร้อมไม้ถูพื้น ถังน้ำแลอุปกรมณ์ทำความสะอาดอื่น ๆ มาวางให้หน้าห้องและจากไปสายน้ำค่อย ๆ เริ่มลงมือทำตามคำสั่งทันที เขาหยิบไม้กวาดขึ้นมากวาดพื้นอย่างตั้งอกตั้งใจ มือเรียวเช็ดฝุ่นตามขอบหน้าต่าง พอเช็ดหน้าต่างเสร็จ สายน้ำก็มาถูพื้นห้องต่อ เสือลักษมณ์ไปนู่นมานี่ ไม่อยู่เป็นที่เป็นทาง ทำให้สายน้ำเบาใจได้บ้าง หากต้องอยู่กับเสือลักษมณ์ตามลำพัง มีหวังเขาได้อึดอัดจนตายแน่“เสร็จแล้วก็ไปล้างห้องน้ำต่อ” เสือลักษมณ์กลับมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ได้ เขายืนกอดอกอยู่ตรงประตูห้องน้ำ ก่อนจะเดินไปนั่งที่บนเตียงอย่างสบายใจ สายน้ำสะดุ้งอีกครั้ง มือเล็กกำผ้าแน่น พยักหน้าโดยไม่พูดอะไร แล้วกลับไปนั่งเช็ดพื้นอีกครั้งแม้จะปวดหลังแทบระเบิดเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า สายน้ำหอบหายใจแรงจนตัวโยน มือเปรอะฝุ่น คนตัวเล็กนั่งพิงผนังอย่างหมดแรง มือเรียวปาดเหงื่อตัวเองอย่างเหนื่อยล้า กว่าจะถูพื้นเสร็จ เขาก็ไม่มีแรงไปล้างห้องน้ำต่อแล้วเสือลักษมณ์นั่งมองเขาอย่างเงียบ ๆ อยู่บนเตียง ไม่พูดไม่จา ทำเอาสายน้ำต้องเป็นฝ่ายพูดออกมาเพราะอึดอัด“เม
หลังจากที่คนงานแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ในเช้าวันใหม่ เสียงพูดคุยค่อย ๆ เงียบหาย ทิ้งไว้เพียงลานกองไฟที่เริ่มสงบลงเรื่อย ๆ แต่สายน้ำยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหน เขาเหลือบมองไปรอบตัวก่อนจะรู้ตัวว่าเหลืออยู่แค่เขากับเสือใบ้ และดำ“มึงไม่ต้องไปทำงานนะ ให้คนอื่นทำไป” ดำหันมาพูดเรียบ ๆ สายตาไม่ได้อ่อนโยนเท่าไร แต่น้ำเสียงก็ไม่แข็งกระด้างประโยคนั้นทำให้สายน้ำชะงักงัน ร่างเล็กรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปเสี้ยววินาที ใบหน้าของเขายังฉายแววงุนงง มือเล็ก ๆ กำชายเสื้อตัวเองแน่นอย่างไม่รู้จะวางท่าทางยังไงดี...เขาได้อภิสิทธิ์เหมือนพวกเสือจริง ๆ หรือนี่?[ต้องทำ] เสือใบ้ยกมือขึ้น ใช้ภาษามือประกอบคำพูด ดวงตาคมเข้มของเขาจ้องมาที่ดำด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่ได้พูด แต่กลับหนักแน่นกว่าคำพูดเสียอีก ดำเหลือบตามองเพื่อนรัก ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่สนใจ ริมฝีปากยกยิ้มแบบกวน ๆ แล้วหันกลับมาจับแขนสายน้ำไว้“ไม่ต้องทำ” เสียงเรียบนิ่งแต่มือที่จับแขนเขาแน่นจนสายน้ำแทบหัวใจวาย คนตัวเล็กแทบจะดิ้นตายอยู่ตรงนี้!เขาไม่เข้าใจเลยว่าจะต้องเชื่อใครกันแน่ คนหนึ่งบอกให้ไปทำ อีกคนบอกไม่ต้องทำ“มึงไปทำความสะอาดห้องกู!” เสือลักษมณ์
ดำพาสายน้ำเข้ามาในกระท่อมเงียบ ๆ โดยไม่ได้พูดอะไร เขาจุดตะเกียงภายในกระท่อมด้วยไฟแช็กเก่า ๆ ที่พกติดตัว แสงไฟสีส้มอ่อนจากตะเกียงค่อย ๆ แผ่ขยายไปทั่วห้องโล่ง ๆ ไม่มีเฟอร์นิเชอร์ มีเพียงฟูกกับหมอนบาง ๆ ที่ถูกวางเอาไว้กลางห้องอย่างเรียบง่าย สองร่างนั่งอยู่บนพื้นไม้ไผ่ผ่าซีก เสียงลมลอดผ่านช่องไม้ทำให้กระท่อมดูอ้างว้างขึ้นอีกเป็นเท่าตัว สายน้ำเหลือบมองชายหนุ่มตรงหน้า“ว่าแต่พี่ดำก็ถูกประมูลตัวมาเหรอจ๊ะ” เขาถามเสียงเบา แอบมองใบหน้าดำอย่างเกรงใจแต่เต็มไปด้วยความสงสัย“ไม่ใช่หรอก กูก็เป็นเสืออย่างไอ้ลักษมณ์มันนั่นแหละ แต่กูไม่ใช่ลูกน้องมันนะ” น้ำเสียงของดำเรียบเฉย พร้อมกับบอกว่าตัวเองไม่ใช่ลูกน้องของเสือลักษมณ์ ให้ตายยังไงเขาก็ไม่ยอมเป็นลูกน้องคนอย่างมันแน่สายน้ำกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไม่เข้าใจ“เอ๊ะ หมายความว่ายังไงเหรอจ๊ะ” เขาเอียงคอมอง ดวงตากลมโตกะพริบอย่างสับสน ปากเล็กขยับถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ“กูเป็นลูกพ่อใหญ่คราม คนที่ชุบเลี้ยงไอ้ลักษมณ์มัน” คำตอบของดำฟังดูขมขื่นเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้แสดงออกชัดเจน สีหน้ากลับนิ่งเกินคาด“แล้วทำไมพี่ดำถึงไม่ได้เป็นหัวหน้าชุมเสือจ๊ะ” คำถามของสายน้ำไม่ได้มี
“ฮึกฮือออ” สายน้ำวิ่งผมกระเซอะกระเซิง น้ำหูน้ำตาไหลพรากออกมาจากเรือนใหญ่เหมือนเด็กหลงทางที่หมดหนทางพึ่งพา ฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งมาจนสุดลานกองไฟเบื้องหน้าเพิงกระท่อม ร่างสั่น ๆ ของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและสิ้นหวัง เมื่อเห็นชายฉกรรจ์หลายคนนั่งล้อมวงอยู่เขาก็รีบพุ่งเข้าไปหา พร้อมกับป้ายน้ำตาลวก ๆ บนใบหน้าออกเมื่อครู่สายน้ำกลัวเสือลักษมณ์จนแทบหายใจไม่ออก กลัวว่าถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย เขาจะต้องตกเป็นของผู้ชายคนนั้นจริง ๆ ความรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นยังไม่ทันจางหาย ก็ต้องวิ่งหัวซุกหัวซุนมาอาศัยกับคนแปลกหน้าอย่างหมดทางเลือก“นี่ใช่บ้านพักคนงานไหมจ๊ะ” เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม มือเรียวจับชายเสื้อตัวเองด้วยความหวาดกลัวและประหม่า สายตาคู่สวยมองไปที่ชายฉกรรจ์ตรงหน้าสามคนด้วยแววตาสั่นระริก“ใช่ เอ็งเป็นใคร” หนึ่งในคนงานถามเสียงขรึม ใบหน้าคร้ามแดดมองมาอย่างจับผิด“ฉะฉันชื่อสายน้ำจ้ะ เป็นคนงานคนใหม่” สายน้ำตอบคำถามเสียงสั่น ยอบตัวเล็กน้อยตามสัญชาตญาณหวาดกลัว พลางรีบแนะนำตัวอย่างสุภาพปนสั่น“ทาสที่เสือลักษมณ์ไปประมูลตัวมาใช่ไหม” คำว่า ‘ทาส’ เหมือนมีดเฉือนใจเบา ๆ ราวกับตอกย้ำให้รู้ดีว่าเขาอยู่ในสถานะไหน“จ้ะ” ส