“พรีมท้องแฝด ท้องกับผม ผมเป็นพ่อของเด็กในท้องพรีม ชัดไหมครับคุณน้า”
เพี๊ยะ!!
“อย่ามาทำตัวหยิ่งผยองใส่ฉัน!! ผู้ชายแบบเธอไม่มีอะไรคู่ควรกับลูกสาวฉันเลย แต่ก่อนบ้านเธอเคยเป็นแค่พ่อค้าแม่ค้าชาวจีนไม่ใช่เหรอ แค่นี้ก็ต่างจนเทียบไม่ติดแล้ว!!”
“มันจะมากไปแล้วนะพิมพ์นภา!!!” หม่าม๊าที่เริ่มทนไม่ไหวลุกขึ้นยืนบ้าง ผมหันไปมองก็เห็นว่าป๊าไม่ได้ห้ามแล้ว ผมไม่แปลกใจเลย เพราะถูกดูถูกซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้เป็นใครใครก็โกรธ คุณพิมพ์นภาทำเกินไปจริง ๆ “อย่าคิดว่าตัวเองเติบโตมาในรั้วในวังแล้วจะดูถูกคนอื่นได้ตามใจชอบ ครอบครัวฉันจะมาจากไหน แต่สิ่งที่เรามีเหมือนกันคือความเป็นคน!! ฉันก็คน เธอก็คน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือนกัน อย่าคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสกว่าคนอื่นนักเลย เพราะมันไม่ได้ทำให้เธอดูสูงส่งเหมือนนามสกุลตัวเองแม้แต่นิด!”
“ศศิวิมล!!”
“พอ!!!” เสียงก้องกังวานที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนหยุดเถียงกันทันที ก่อนจะมองไปที่เจ้าของเสียงนั้นเป็นตาเดียว “พิมพ์ ผมชักไม่แน่ใจแล้วสิ ว่าคุณรักลูกบ้างหรือเปล่า”
“คุณลภ!”
“ตอนนี้พรีมกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ไม่รู้ว่าเป็นอยู่อย่างไร มีความสุขดีหรือไม่ แต่คุณดูไม่ได้สนใจตรงนี้เลย เอาแต่ห่วงนามสกุล ห่วงเชื้อชาติ ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าไปโวยวายที่บ้านคุณนงนาถ คุณก็ไม่ฟัง อ้างว่าอยากให้พ่อของเด็กรับผิดชอบ นี่ไง” คุณวัลลภชี้มาที่ผม “พ่อของเด็ก เขาพร้อมจะรับผิดชอบขนาดนี้ แต่คุณกลับเดินหนี นี่เหรอที่คุณบอกว่าหวังดีกับพรีม”
“เพราะฉันหวังดีไงคะฉันถึงอยากให้แม่พรีมได้สามีที่ดี ที่มีอนาคต และมีรากฐานที่มั่นคง”
“แล้วลูกชายผมไม่ดีตรงไหน” ป๊าพูดขึ้นมาบ้างหลังจากเป็นผู้ฟังมานาน “การศึกษา ลูกชายผมกำลังจะเรียนจบปริญญาตรีอีกไม่กี่เดือนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ฐานะ บริษัทของผมก็เป็นบริษัทใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และมีสาขาทั่วเอเชีย ลูกชายผมด้อยกว่าคนอื่นตรงไหน หรือเพราะจุดเริ่มต้นตระกูลผมมาจากจีน หอบเสื่อผืนหมอนใบมาทำงานและตั้งรกรากที่นี่ ถ้าแค่เรื่องนั้น ผมบอกได้เลยว่าคุณเป็นคนที่จิตใจคับแคบมาก”
“...” คุณพิมพ์นภาไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอจ้องหน้าทุกคนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหยุดลงที่ผม
“พิมพ์นภา ฉันรับรองได้ว่าคริสไม่ใช่เด็กที่แย่ เขาเก่งและยังมีน้ำใจ ตอนที่ฉันเข้าโรงพยาบาลคริสก็เข้ามาดูแลไม่ขาด ฉันมั่นใจว่าเขาดูแลลูกและหลานของเธอได้” คุณย่าเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ทุกคนเงียบไป คุณพิมพ์นภาละสายตาจากผมไปมองคุณย่า ก่อนจะมองไปที่สามีของตัวเอง
“ตามแต่ใจคุณลภก็แล้วกันค่ะ ดิฉันไม่อยากยุ่งกับเรื่องนี้แล้ว” ว่าจบร่างโปร่งบางก็เดินขึ้นชั้นสองของบ้านไปทันที ผมถอนหายใจออกมา นี่แค่เริ่มต้นยังเป็นแบบนี้ ต่อไปจะมีความสุขได้ยังไง
“ขอโทษแทนพิมพ์ด้วยนะครับ” คุณวัลลภยกมือไหว้ทุกคน ผมได้แต่สะท้อนใจ มีภรรยาแบบนี้คงปวดหัวน่าดู “นั่งคุยกันก่อนเถอะครับ”
บรรยากาศเหมือนจะผ่อนคลายลงเมื่อไร้เงาของคุณพิมพ์นภา ผมเดินกลับไปนั่งที่ตัวเองด้วยอารมณ์ที่สงบลง และตอนนั้นเองที่ผมเริ่มรู้สึกแสบที่แก้ม
ลืมไปเลยว่าโดนตบ ในที่สุดผมก็เจอคนที่มือหนักกว่าหม่าม้าแล้ว ไม่รู้จะดีใจดีไหม...
“แล้ว...จะเอายังไงต่อดีครับ” คุณวัลลภเอ่ยถามขึ้น ทำให้ผมเลิกสนใจความเจ็บของตัวเองและเข้าสู่โหมดจริงจังอีกครั้ง
“ผมยังยืนยันคำเดิมว่าจะรับผิดชอบพรีมและลูกครับ”
“หมายถึง...แต่งงาน”
“ครับ” ผมใจหายไม่น้อยที่พูดออกไปแบบนั้น เรื่องแต่งงานมันเคยไกลตัวผมมาก ๆ แต่วันนี้มันกลับใกล้ขนาดนี้ ไหนจะเรื่องลูกอีก ใครจะคิดว่าผู้ชายเจ้าชู้ไหลไปเรื่อย ไม่เคยคบใครแบบผมจะแต่งงานมีลูกเมียก่อนเพื่อนแบบนี้
“ผมเห็นด้วยที่คริสตัดสินใจแบบนั้น ผมไม่ได้บังคับลูกนะครับ แค่บอกให้เขาคิดให้ดี และเขาคิดดีแล้วว่าจะแต่งงานกับหนูพรีม”
“ผมได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ อย่างน้อยลูกผมก็ไม่ต้องท้องไม่มีพ่อ ส่วนหลาน ๆ ผมก็ไม่ต้องกำพร้า แต่ปัญหาตอนนี้อยู่ที่พรีมน่ะสิครับ”
“ทำไมเหรอครับ” ผมรีบเอ่ยถามทันที ทำไมกับแค่จะแต่งเมียมันมีปัญหาเยอะแยะได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้
“ที่บ้านไม่มีใครติดต่อพรีมได้เลยครับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอไปอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ตอนแรกผมคิดว่าลูกคงไปอยู่กับญาติเหมือนตอนที่ไหนเรียนต่อ แต่วันก่อนที่รู้ว่าพรีมท้องผมและคุณพิมพ์พยายามติดต่อลูกแล้ว ญาติที่ซิดนีย์ก็บอกว่าพรีมไม่ได้ไปอยู่กับเขา และตัวพรีมไม่ยอมรับสาย ไม่ตอบข้อความอะไรทั้งนั้น ผมว่าอาทิตย์หน้าจะเคลียร์งานและไปตามหาลูกอยู่เหมือนกัน กำลังท้องกำลังไส้อยู่แท้ ๆ” คุณวัลลภเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่ตึงเครียดและเป็นกังวล ผมเองก็พลอยกังวลไปด้วย ถึงจะบอกว่าจะไปตามหา แต่เราทุกคนรู้ดีว่าซิดนีย์ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย จะตามหายังไงให้เจอ...
“ผมคิดว่าผมรู้ว่าพรีมอยู่ไหนครับ” เสียงของคนที่แทบจะไร้ตัวตนเพราะไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยทำให้ทุกคนสนใจ รวมถึงผมด้วย
“พรีมอยู่ที่ไหนเฟีย”