INICIAR SESIÓN“ห้ามรัก ห้ามหึงหวง และต้องพร้อมเสมอเมื่อฉันต้องการ...” นั่นคือ ‘กฎเหล็ก’ สามข้อที่เขาหยิบยื่นให้เด็กเลี้ยงราคาห้าล้านอย่างเธอ แต่ใครจะไปคิดว่าคืนแรกบนเตียงกว้าง แดดดี้สายเปย์หนุ่มใหญ่ผู้เย็นชา จะเป็นคนลงมือ ‘แหกกฎ’ ตัวเองด้วยการ... สาดความคลั่งไคล้กระแทกกระทั้นเข้าใส่เธอทุกลมหายใจ! “หนูแน่นไปหมดแล้วค่ะแดดดี้...” “ตอดรัดแน่นขนาดนี้... คิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ เหรอ รดา!”
Ver másเช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในห้องทำงานใหญ่ของบริษัท สยามดิเวลลอปเมนท์ เต็มไปด้วยความตึงเครียด คมกริบเลขาฯ คนสนิทยืนรายงานสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันที่ห้างสรรพสินค้า คุณหญิงดุษฎีไม่ได้นิ่งเฉยอย่างที่คิด หล่อนเริ่มใช้อิทธิพลในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ร่วมมือกับตระกูลของดลยา เพื่อบีบให้ภากรยอมตัดขาดจากรดา“คุณหญิงดุษฎีสั่งระงับงบประมาณในโครงการร่วมทุนสร้างคอนโดหรูริมแม่น้ำครับบอส และทางตระกูลดลยาก็ขู่ว่าจะถอนหุ้นทั้งหมดออกหากบอสยังไม่ยอมเคลียร์เรื่อง ‘คุณรดา’ ให้เรียบร้อยครับ” คมกริชรายงานพลางลอบมองปฏิกิริยาของเจ้านายภากรเหยียดรอยยิ้มเย็นชา นัยน์ตาคมปลาบไร้แววหวั่นวิตก “คิดจะใช้เรื่องเงินและตำแหน่งมาบีบฉันงั้นเหรอ? หึ... พวกเขาคงลืมไปแล้วว่าสยามดิเวลลอปเมนท์โตมาได้ขนาดนี้เพราะฝีมือของใคร ไม่ใช่เพราะบารมีเก่าของตระกูลวรโชติเมธีเสียหน่อย”ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หมุนตัวไปมองวิวตึกระฟ้าด้านนอกกระจกใส “คมกริช... เตรียมเอกสารโอนสินทรัพย์ส่วนตัวทั้งหมดของฉัน รวมถึงหุ้นในส่วนที่ฉันถือครองโดยชอบธรรม ไปไว้ในบัญชีลับที่ต่างประเทศ และจัดการโอนคฤหาสน์ริมแม่น้ำหล
ภายในรถลีมูซีนคันหรูที่แล่นมุ่งหน้ากลับเพนต์เฮาส์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด รดานั่งเงียบก้มหน้าก้มตา น้ำตายังคงไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย ความกดดันจากคำพูดของคุณหญิงดุษฎียังคงฝังลึกในใจเธอ ‘ผู้หญิงชั้นต่ำ’ คำนี้มันตอกย้ำสถานะเด็กเลี้ยงของเธอเหลือเกินภากรทนเห็นคนตัวเล็กร้องไห้ไม่ได้อีกต่อไป เขาขยับกายเข้าไปประชิดก่อนจะดึงร่างบางขึ้นมานั่งคร่อมบนตักกว้างในท่าหันหน้าเข้าหากันเหมือนทุกครั้ง มือหนาเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้สบตา“ร้องไห้ทำไมรดา... ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่มีใครทำอะไรเธอได้” ภากรเอ่ยเสียงนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อน นิ้วโป้งหนาช่วยเช็ดหยาดน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม“หนู... หนูขอโทษค่ะแดดดี้ หนูทำให้แดดดี้ต้องทะเลาะกับคุณแม่” รดาสะอื้นฮัก “คุณแม่พูดถูก... หนูมันแค่เด็กเลี้ยงที่ใช้เงินของแดดดี้ หนูไม่มีค่าพอจะอยู่ข้าง ๆ แดดดี้เลย...”“เงียบ! ห้ามพูดจาดูถูกตัวเองแบบนั้นอีก!” ภากรดุเสียงพร่า แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มจัดด้วยความคลั่งไคล้และโหยหา “สัญญาสามข้อบ้าบอนั่นฉันฉีกมันทิ้งไปตั้งนานแล้วรดา ตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กเลี้ยง... แต่เธอเป็นเมียของฉัน เป็นเจ้าชีวิตของฉันเข้าใจไหม”ไม่พูดเปล
เช้าวันต่อมา เป็นวันที่รดามีเรียนบ่าย เธอจึงตัดสินใจเดินเล่นอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าหรูแถวคอนโดเพื่อหาซื้อเนกไทเส้นใหม่ไปเซอร์ไพรส์ภากร ทว่าในขณะที่เธอกำลังเลือกซื้อของอยู่นั้น ร่างของหญิงสาวสองคนก็เดินเข้ามาขวางทางเธอไว้รดาเงยหน้าขึ้นมอง และหัวใจของเธอแทบจะตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม... เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือ ดลยา และหญิงสูงวัยท่าทางภูมิฐาน ทว่าสายตาที่มองมาที่เธอกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ราวกับมองสิ่งปฏิกูล“นี่น่ะเหรอ... อีนังเด็กเลี้ยงที่ตาภากรหลงจนโงหัวไม่ขึ้น” คุณหญิงดุษฎีเอ่ยเสียงเย็นชา สายตาตวัดมองรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า“ใช่ค่ะคุณป้า! อีนี่แหละค่ะ หน้าตาซื่อ ๆ แบบนี้แหละ ตัวดีนัก ปอกลอกภากรไปตั้งกี่ล้านแล้วก็ไม่รู้!” ดลยาได้ทีรีบใส่ไฟทันทีรดากำเนกไทในมือแน่น ใบหน้าหวานซีดเผือด ความกลัววิ่งพล่านไปทั่วร่าง เธอยกมือไหว้หญิงสูงวัยตามมารยาท “ส... สวัสดีค่ะคุณหญิง”“อย่ามาเรียกฉันด้วยปากสกปรกของเธอ!” คุณหญิงดุษฎีตวาดเสียงกร้าว สะบัดหน้าหนี “ฉันเป็นแม่ของภากร... และฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกเธอว่า เงินห้าล้าน หรือคอนโดที่ตาภากรประเคนให้เธอ ฉันจะถือว่าทำทานให้หมามันกิน! แต่เธอ... ต้
“หนูไม่ยอมนะคะคุณป้า! ภากรเขากำลังโดนอีนั่นปอกลอก บ้านหลังนั้นควรจะเป็นของดลยาในฐานะสะใภ้วรโชติเมธี ไม่ใช่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนก็ไม่รู้!” ดลยาบดนนทร์เสียงเขียว พลางบีบน้ำตาร้องเรียนกับหญิงสูงวัยในห้องรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลใหญ่คุณหญิงดุษฎีทุบไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดัง ปัง! ใบหน้าทีแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะบึ้งตึงด้วยความโกรธจัด “ตากรขัดใจฉันมาหลายเรื่อง แต่เรื่องเอาผู้หญิงชั้นต่ำมาชูคอในสังคมวรโชติเมธี... ฉันไม่มีวันยอม! ดลยา... ไปสืบมาว่ามันเป็นใคร ฉันจะจัดการมันเองก่อนที่ตากรจะหลงมันจนโงหัวไม่ขึ้น!”***ในขณะที่พายุร้ายกำลังก่อตัว รดาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เธอยังคงใช้ชีวิตเรียนหนังสือสลับกับการกลับมานอนกกนอนกอดกับแดดดี้ของเธอที่เพนต์เฮาส์ แต่ทว่าช่วงนี้ภากรดูจะเคร่งเครียดกับงานโปรเจกต์ใหม่จนต้องเข้าประชุมดึกดื่นทุกวันคืนวันพุธ รดานั่งรอภากรอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืน ประตูเพนต์เฮาส์เปิดออกพร้อมกับร่างหนาของภากรที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมและเนกไทถูกคลายออกอย่างลวก ๆ“แดดดี้... เหนื่อยไหมคะ?” รดารีบวิ่งเข้าไปช่วยรับ