로그인เช้าวันจันทร์ ณ ห้องอาหาร กลิ่นกาแฟคั่วบดหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วห้องอาหารโอ่โถงที่ตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปคลาสสิก แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวเข้ามาตกกระทบชุดจานชามกระเบื้องเคลือบราคาแพงจนเกิดเป็นประกายวับวาว แต่สิ่งที่ดูสดใสและเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงอาทิตย์ในเช้านี้ คือรอยยิ้มมุมปากของฝนธิดา
หญิงสาวในชุดเดรสทำงานสีครีมเนี้ยบกริบที่ขับผิวให้ผ่องใส นั่งจิบกาแฟดำด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับราชินีจิบชายามบ่าย ดวงตาคู่สวยภายใต้การกรีดอายไลเนอร์คมกริบทอประกายระยับราวกับเด็กซนที่กำลังจะได้ของเล่นใหม่
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากเหตุการณ์โป๊ะแตกกลางโรงยิมที่บ้านคุณตาชนาธิป รามก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับนินจาที่ระเบิดควันหนีความอับอาย ทว่าฝนไม่ได้โกรธ ตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกขบขันและเอ็นดูปฏิกิริยาของเขาจนแทบจะรอให้ถึงวันจันทร์ไม่ไหว
ภาพกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เกร็งแน่นและใบหน้าแดงก่ำของเขายังคงติดอยู่ในความทรงจำระดับ 4K
ตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังขึ้นอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาหยุดยืนที่หน้าประตูห้องอาหาร รามโค้งศีรษะทำความเคารพเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์เหมือนรูปปั้นแต่ถ้าสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่าเขายืนห่างจากโต๊ะอาหารมากกว่าปกติประมาณหนึ่งก้าว และสายตาคู่นั้นก็ยังพยายามจับจ้องไปที่แจกันดอกลิลลี่กลางโต๊ะแทนที่จะมองหน้าเธอ
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณฝน รถพร้อมแล้วครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเป็นทางการ ราวกับหุ่นยนต์ AI ที่ถูกตั้งโปรแกรมมา
ฝนวางถ้วยกาแฟลงช้า ๆ ให้เกิดเสียงกระทบจานรอง กริ๊ก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“อรุณสวัสดิ์” ฝนเอ่ยเสียงหวาน ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหา “หายหน้าหายตาไปเลยนะ ไปจำศีลที่ไหนมาเหรอ”
สันกรามของรามขบแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงหนึ่งจังหวะ แล้วเบือนสายตาหนีไปทางอื่นเล็กน้อย
“ผมไปทำธุระส่วนตัวครับ”
“อ๋อเหรอ” ฝนลากเสียงยาว ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนปลายจมูกแทบจะชนกับอกเสื้อสูทของเขา กลิ่นน้ำหอมกุหลาบจาง ๆ ของเธอลอยไปแตะจมูกเขาคล้ายหยอกล้อ “นึกว่าเขินจนไม่กล้าสู้หน้าพี่ซะอีก”
รามเกร็งตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก เขาขยับถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างตามสัญชาตญาณความปลอดภัย
“เชิญที่รถครับ เดี๋ยวจะสาย” เขาตัดบทเสียงขรึม ผายมือไปทางประตูหน้าบ้านโดยไม่ยอมสบตาหญิงสาว ใบหูของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อจาง ๆ ที่ปิดไม่มิด
ฝนหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ ก่อนจะเดินเชิดหน้าผ่านตัวเขาไป ทิ้งสายตาเจ้าเล่ห์และกลิ่นหอมยั่วยวนให้ลอยอ้อยอิ่งปั่นป่วนประสาทสัมผัสของบอดี้การ์ดหนุ่มเล่น
ณ โรงงานผลิตน้ำยาทำความสะอาด บริษัท กรีนพลัส คลีน เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
บรรยากาศในโรงงานช่วงสายเต็มไปด้วยความวุ่นวาย รถโฟล์คลิฟต์สีเหลืองวิ่งสวนกันไปมาเพื่อลำเลียงสินค้าเข้าออกโกดัง เสียงเครื่องจักรทำงานดังกระหึ่มเป็นจังหวะสม่ำเสมอผสมกับเสียงสั่งงานของหัวหน้าคุมไลน์ผลิต
ฝนธิดาในโหมด CEO เดินตรวจงานด้วยความคล่องแคล่ว แตกต่างจากสาวขี้เล่นเมื่อเช้าโดยสิ้นเชิง เธอชี้จุดบกพร่องและสั่งการแก้ไขอย่างฉะฉาน โดยมีรามเดินประกบหลังไม่ห่างในระยะสามก้าว สายตาคมกริบของเขากวาดมองรอบตัวตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ดูคน แต่ดูโครงสร้างและความผิดปกติของสถานที่ด้วย
“ล็อตส่งออกไปสิงคโปร์ต้องเร่งหน่อยนะคะคุณชัยวัฒน์ อย่าให้มีปัญหาเรื่องแพ็กเกจจิ้งเด็ดขาด ลูกค้าเจ้านี้ละเอียดมาก” ฝนสั่งงานขณะเดินผ่านโซนบรรจุภัณฑ์
“ครับคุณฝนธิดา ทางเรากำชับเด็ก ๆ แล้วครับ” ผู้จัดการโรงงานรับคำแข็งขัน
“ดีค่ะ เดี๋ยวฉันขอไปดูสต็อกที่โกดัง 3 หน่อย เห็นฝ่ายจัดซื้อรายงานว่ามียอดของขาด” พูดไม่ทันจบประโยค
กริ๊งงงงงงงงงงง
เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโรงงาน เสียงแหลมสูงบาดหูทำให้ทุกคนชะงัก เครื่องจักรหยุดเดินเครื่องอัตโนมัติ ความเงียบเข้าปกคลุมเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะตามมาด้วยความโกลาหล
“เกิดอะไรขึ้น” ฝนตะโกนถามแข่งกับเสียงสัญญาณ คิ้วสวยขมวดมุ่น
“ไฟไหม้ ไฟไหม้ที่โกดังสามครับ มีคนเห็นควันพุ่งออกมา” พนักงานคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นตะโกนสวนมา
“โกดังสาม? นั่นมันโกดังเก็บสารไวไฟนี่” ฝนเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบ ภาพความเสียหายมูลค่ามหาศาลฉายวาบเข้ามาในหัว
“ฉันต้องไปดู” เธอทำท่าจะวิ่งไปทางต้นเพลิง
หมับ
มือหนาแข็งแรงคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น รามดึงตัวเธอเข้ามาหาตัวจนเซมาชนอกแกร่ง แววตาที่เคยราบเรียบเปลี่ยนเป็นดุดันและตื่นตัวเต็มพิกัด
“อย่าเข้าไปครับ มันอันตราย” รามสั่งเสียงเข้มที่ทรงพลังจนฝนต้องชะงัก “คุณชัยวัฒน์สั่งอพยพพนักงานไปที่จุดรวมพลเดี๋ยวนี้ อย่าให้ใครแตกแถว โทรแจ้งดับเพลิงทันที”
“คะ ครับ” ชัยวัฒน์ลนลาน รีบวิ่งไปตะโกนสั่งลูกน้อง
กลิ่นเหม็นไหม้ฉุนกึกของพลาสติกและสารเคมีเริ่มลอยมาแตะจมูก ควันสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากประตูโกดัง 3 ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เปลวไฟสีส้มเริ่มแลบเลียออกมาตามช่องระบายอากาศ ความร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจนรู้สึกได้แม้จะยืนอยู่ห่าง
“ปล่อย ของข้างในนั่นมันสารตั้งต้นมูลค่าหลายล้านนะ ถ้าสปริงเกอร์ไม่ทำงาน” ฝนพยายามจะขัดขืน ความเป็นเจ้าของธุรกิจทำให้เธอเผลอห่วงทรัพย์สินมากกว่าชีวิตตัวเอง
“ชีวิตสำคัญกว่าครับ” รามสวนกลับเสียงหนักแน่น เขาไม่รอฟังคำทักท้วง รวบตัวเธอให้ชิดกับลำตัวแล้วพาเดินเร็ว ๆ ไปทางทางออกฉุกเฉิน
แต่ทว่า...
ตูมมมม
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทจากแรงดันของถังเคมีในโกดัง แรงสั่นสะเทือนทำให้ชั้นวางของเหล็กสูงเสียดฟ้าที่อยู่ใกล้ทางเดินล้มครืนลงมาขวางทางออกหลักราวกับโดมิโนยักษ์ ฝุ่นปูนและเศษเหล็กตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
“ทางนี้ไปไม่ได้แล้ว” รามสบถแล้วรีบกวาดมองหาทางหนีทีไล่อย่างรวดเร็วราวกับเหยี่ยว “ต้องไปทางออกด้านหลัง”
เขากระชับอ้อมแขนที่โอบไหล่ฝนให้แน่นขึ้น ก่อนพาเธอวิ่งฝ่ากลุ่มควันจาง ๆ เลาะไปตามทางเดินแคบ ๆ ระหว่างชั้นวางสินค้าที่ยังไม่ล้ม
ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายลงเรื่อย ๆ เมื่อไฟลามมาถึงโซนกระดาษลังบรรจุภัณฑ์ทำให้ไฟโหมกระหน่ำขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนเลียเพดานโรงงาน พร้อมกับเสียงปะทุดัง เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ ผสมกับเสียงโครงสร้างอาคารที่เริ่มบิดงอจากความร้อน
ควันสีดำหนาทึบเริ่มปกคลุมทางเดินลดทัศนวิสัยจนเหลือไม่ถึงสองเมตร กลิ่นสารเคมีเผาไหม้พาแสบจมูกและระคายเคืองคอจนน้ำตาไหล
“ก้มต่ำไว้ครับ เอาผ้าปิดจมูกไว้” รามตะโกนก่อนถอดเสื้อสูทตัวนอกออกอย่างรวดเร็วแล้วเอามาคลุมหัวฝนพลางกดศีรษะเธอให้ต่ำลง
กระนั้นในจังหวะที่วิ่งผ่านมุมอับ สายลมจากด้านนอกก็พัดหวนเอาควันดำกลุ่มใหญ่และไอร้อนระอุพุ่งเข้าใส่หน้าพวกเขาเต็ม ๆ
รามพลิกกายใช้แผ่นหลังบังกลุ่มลมร้อนพลางกระชับกอดร่างฝนเอาไว้แน่น มือหนาเต็มไปด้วยเส้นเลือดกดใบหน้าสวยของเธอให้จมลงไปกับแผงอกกว้าง เพื่อใช้ตัวเองเป็นกำแพงมนุษย์กันความร้อนและควันไฟให้เธอ
เช้าวันหยุดของโรงเรียนนานาชาติ แต่กับมนุษย์เงินเดือนนั้นคือวันธรรมดาวันหนึ่ง ณ อาคารกระจกสูงระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท กรีนพลัส คลีน เคมิคอล จำกัด (มหาชน)บรรยากาศในโซนออฟฟิศชั้นผู้บริหารวันนี้คึกคักไปด้วยพนักงานระดับหัวกะทิและหัวหน้าแผนกที่ถูกเรียกตัวมาปั่นโปรเจกต์ด่วน ทุกคนต่างสวมชุดทำงานนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และกองเอกสารกันอย่างจริงจังและเป็นมืออาชีพ จนกระทั่งสัญญาณแห่งความปั่นป่วนระดับสิบกะโหลกได้เดินทางมาถึงติ๊งเสียงลิฟต์ผู้บริหารเปิดออก ตามมาด้วยเสียงรองเท้าหนังขัดมันวับที่ก้าวเดินอย่างทรงพลัง เขาคือ วรา เฌอสรัล ประธานใหญ่ ปรากฏตัวในชุดสูทสีเทาเข้ม ทรงผมเซ็ตเนี้ยบไม่มีกระดิกเลยสักเส้น แม้จะวางมือจากการบริหารเต็มตัวไปแล้ว แต่มาดและความน่าเกรงขามก็ยังแผ่กระจายจนพนักงานที่เดินผ่านต้องรีบก้มหัวทักทายแทบไม่ทันทว่า วันนี้จุดศูนย์กลางของจักรวาลไม่ได้อยู่ที่วราแต่อย่างใด หากแต่อยู่ที่ก้อนซาลาเปาเดินได้ที่กำลังเดินอยู่ข้างขาของเขาต่างหากมือใหญ่ที่มีรอยเหี่ยวย่นตามวัยกำลังจูงมือเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบเอาไว้ด้วยความทะนุถนอมขั้นสุดเรย์ ไท
บ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุข แต่สำหรับครอบครัวที่มีสิ่งมีชีวิตวัยกำลังซนถึงสามคน คำว่าสงบ มักไม่มีอยู่จริงเมื่อแสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายทาบทับลงบนพรมเปอร์เซียผืนหนากลางห้องนั่งเล่น ฝนในชุดสบาย ๆ กำลังนั่งไขว่ห้างยกแก้วอเมริกาโน่เย็นขึ้นจิบอยู่บนโซฟาตัวยาว ในขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเอกสารสรุปผลประกอบการผ่านหน้าจอแท็บเล็ต‘ถึงจะลูกสามแล้ว แต่ฝีมือของฉันก็ยังไม่ตก สงสัยต้องขอรางวัลจากคุณสามีสักหน่อย’ ฝนคิดในใจอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นตัวเลขกำไรที่พุ่งทะยานเกินเป้าหมายถัดไปเบื้องหน้าของหญิงสาว บนพรมผืนหนานั่นเต็มไปด้วยอาณาจักรของเล่นขนาดย่อม ทั้งกองทัพตุ๊กตาขนสัตว์และบล็อกไม้ที่ลุคซื้อมาให้ ล้วนถูกเทกระจาดเกลื่อนกลาด แต่ของเล่นราคาแพงเหล่านั้นกลับถูกเมินเฉยไปโดยสิ้นเชิง เพราะความสนใจของ ริริน และ รียา แฝดหญิงวัยสองขวบ แก้วตาดวงใจของรามกำลังพุ่งเป้าไปที่สิ่งอื่น... กล่องเครื่องประดับบุกำมะหยี่สีแดงของแม่ที่แง้มไว้และสายตาของสองแฝดก็ดันปะทะเข้ากับเข็มกลัดเพชรแท้ล้อมทับทิมดีไซน์อลังการที่วราเพิ่งไปปาดหน้าชาวบ้านทำการประมูลมาด้วยราคาสูงลิ่ว พร้อมคำสั่งประกาศิตว่า ‘เก
เสียงเจื้อยแจ้ว เสียงหัวเราะ และเสียงกรีดร้องวิ่งไล่จับกันดังระงมไปทั่วสนามหญ้าเทียมของโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ กลับมีมุมหนึ่งของสนามเด็กเล่นที่แผ่ซ่านไปด้วยรังสีความสงบเยือกเย็นณ โซนบ่อทรายขนาดใหญ่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ที่นั่นเด็กชายเรย์ ไทธัส หรือ เสี่ยเรย์ ในวัยสี่ขวบ กำลังยืนด้วยท่วงท่าที่ดูขัดกับวัยอย่างสิ้นเชิง ร่างอวบอ้วนในชุดนักเรียนปลดกระดุมคอออกสามเม็ด เผยให้เห็นสร้อยทองเก๊เกรดเอพรีเมียมเส้นเขื่องสะท้อนแสงแดดวิบวับ สองมือป้อม ๆ ไพล่ประสานกันอยู่ด้านหลัง แผ่นหลังตั้งตรง ยืดอกเชิดหน้า นัยน์ตาสีฟ้าครามที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างระแวดระวังเบื้องหน้าของเสี่ยเรย์คือ ปอนด์ เด็กชายร่างจ้ำม่ำที่กำลังคุกเข่าใช้พลั่วพลาสติกสีเหลืองตักทรายอย่างขะมักเขม้น โดยมีเพื่อนร่วมชั้นอนุบาล 1/2 อีกสามสี่คนคอยทำหน้าที่เป็นกรรมกรก่อสร้าง ช่วยกันลำเลียงทรายและน้ำมาปั้นเป็นรูปทรงปราสาทขนาดใหญ่ ซึ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบระเบียบภายใต้การคุมงานของลูกพี่เรย์‘อืม วันนี้ลูกน้องทำงานกันได้ดีมาก แบบนี้ต้องตบรางวัลซะหน่อย’ เสี่ยเรย์คิดในใจอย่างมาดมั่น มุมปากเล็ก ๆ ยกยิ้มอย่างพึงพอใจทว่าควา
หยาดฝนเม็ดเล็ก ๆ โปรยปรายลงมากระทบกระจกหน้าต่างรถยนต์คันหรูที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืน แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าและไฟท้ายรถยนต์สะท้อนเป็นเส้นสายพร่ามัว ทว่าสำหรับราม ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสารตอนหลัง ภาพเหล่านั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเขาเลยแม้แต่น้อยอดีตบอดี้การ์ดผู้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลก เอนศีรษะพิงพนักเบาะด้วยความเหนื่อยล้า ลำคอแกร่งถูกปลดเนกไทออกจนหลวมหลุดลุ่ย กระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทถูกปลดออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด มือหนาหยาบกร้านยกขึ้นนวดหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นเป็นปมวันนี้เขาต้องรับมือกับการเจรจาธุรกิจที่ยืดเยื้อยาวนานถึงสิบสองชั่วโมงเต็ม สมองที่ถูกใช้งานอย่างหนักทำให้เขารู้สึกเหมือนพลังงานในร่างกายถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยง‘เหนื่อยชะมัด อยากกลับไปกอดฝนกับลูกจะแย่แล้ว’ นัยน์ตาสีฟ้าครามที่เคยวางเฉยและเยือกเย็นเวลาอยู่ต่อหน้าลูกน้อง บัดนี้ทอประกายอ่อนล้าผสมกับความโหยหาอย่างลึกซึ้ง รามยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมาดูเวลา เข็มสั้นชี้ที่เลขสองทุ่มตรง ซึ่งเป็นเวลาที่แก๊งฟันน้ำนมที่บ้านควรจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนแล้ว“เจย์ เหยียบ
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ แสงแดดสาดส่องเข้าสู่วอล์กอินโคลเซต ทว่าอุณหภูมิภายในกลับคุกรุ่นด้วยรังสีความกดอากาศต่ำจากร่างสูงใหญ่ของผู้นำครอบครัวราม อดีตบอดี้การ์ดผู้ควบตำแหน่งประธานบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลก กำลังยืนกลัดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งและเย็นชาประหนึ่งรูปสลัก นัยน์ตาสีฟ้าครามที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดวันนี้เขามีวาระการประชุมด่วนกับลูกค้าระดับวีไอพีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนออกไปได้แต่สิ่งที่ทำให้สันกรามคมคายต้องขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ไม่ใช่เรื่องความเครียดจากงาน แต่เป็น ‘ภาพสะท้อน’ ในกระจกบานใหญ่ตรงหน้าต่างหาก“ฝน เปลี่ยนกระโปรงได้ไหมครับ” รามเอ่ยเสียงทุ้ม แฝงความเว้าวอนและคำสั่งในเวลาเดียวกัน“เปลี่ยนทำไม ทะมัดทะแมงดีออก จะได้เดินตามจับแฝดได้ถนัดไง” ฝนเลิกคิ้วพลางหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยอยู่หน้ากระจกเงาบานเต็มตัววันนี้หญิงสาวมาในลุคที่ทำให้คนเป็นสามีถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีครีมพอดีตัวที่ขับเน้นความอวบอิ่มของทรวดทรงอย่างชัดเจน จับคู่กับกระโปรงหน
บ่ายวันอาทิตย์อันแสนสงบสุข ช่างเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าและหาได้ยากยิ่ง หลังจากต้องเผชิญกับความวุ่นวายตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นงานที่บริษัทรปภ. หรือการรับมือกับป๊าวราที่ชอบสรรหาเรื่องปวดหัวมาให้ไม่เว้นวันณ ห้องนั่งเล่นกว้างขวางของคฤหาสน์หรู เครื่องปรับอากาศคอนโทรลอุณหภูมิไว้อย่างเย็นฉ่ำ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ้าม่านโปร่งเข้ามาตกกระทบบนพรมเปอร์เซียสีขาวสะอาดตาราม ไรวินท์ ตอนนี้อยู่ในสภาพที่ผ่อนคลายที่สุด ชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อยืดคอวีสีขาวที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อ จับคู่กับกางเกงวอร์มสีเทาสบาย ๆ ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวนอนหงายเหยียดยาวอยู่บนพรมหนานุ่ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างลึกซึ้ง เส้นผมสีน้ำตาลทองที่มักจะเซตเนี้ยบกริบตกลงมาปรกหน้าผากอย่างไม่เป็นทรง ฝน ฝนธิดา ซีอีโอสาวจอมแสบขอตัวขึ้นไปแช่น้ำอุ่นบนห้องนอน ส่วน เสี่ยเรย์ ลูกชายคนโตก็กำลังง่วนอยู่กับการต่อเลโก้ปราสาทในห้องเด็กเล่น คฤหาสน์ทั้งหลังจึงดูเงียบสงบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ทว่าความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาก่อนพายุลูกใหญ่จะพัดมาเสมอแกร๊กบานประตูห้องนั่งเล่นถูกผลักให้แง้มออกเพียงช่องเ







![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)