LOGINกวินตานั่งลงที่ฟูก ค่อย ๆ จับมือพ่อของลูกออกเพื่อเอาลูกสาวมานอนบนที่นอนที่เตรียมไว้ ทว่าเพียงแค่เธอขยับมือเขาออกเขาก็รู้สึกตัว ลืมตามองแต่ไม่พูดอะไร เธอเองก็ไม่พูดอะไรกับเขาเช่นกัน เธอเพียงอุ้มลูกมานอนตรงที่นอนของลูกแล้วก็ล้มตัวลงนอนฝั่งของเธอ
เมื่อเห็นว่าเธอทิ้งตัวนอนข้างลูกสาว เขาก็ลุกไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุด เดินกลับเข้าห้อง ปิดไฟทิ้งตัวลงนอนที่เดิม นอนมองแม่ของลูกผ่านความมืดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขากับเธอนอนเตียงเดียวกันเพื่อช่วยกันดูแลลูก ให้ความรักความอบอุ่นกับลูก เขาอยู่ใกล้เธอเพียงเอื้อมมือ ทว่าเขาไม่กล้าจะเอื้อมมือออกไป วัน ๆ เธอพูดกับเขานับคำได้ บางวันก็ไม่พูดด้วยเลย ทั้งที่เมื่อก่อนเธอพูดเก่งยิ่งกว่าอะไร อ้อนเก่งยิ่งกว่าใครที่เขาเคยรู้จัก
กลุ่มเพื่อนพากันเดาว่าปรมะคงเมาหลับไปแล้ว ปิดบ้านช่องให้เพื่อนเรียบร้อย พวกเขาจึงพากันกลับ
เช้าตรู่วันต่อมาปรมะกำลังล้างขวดนมลูกสาว เสร็จจากตรงนี้ก็จะไปซักเสื้อผ้าของลูก หน้าที่พวกนี้เขาเป็นคนทำมาตลอด เรื่องซักผ้าเขาเริ่มทำตั้งแต่กวินตาท้องโต เขาทำเพราะคิดว่าควรทำ ควรช่วยเหลือเธอในเรื่องที่เขาทำได้ เขาอยากแบ่งเบาภาระเธอ
และเรื่องเหล่านี้ที่เขาทำเพื่อนไม่เคยรับรู้ เขาก็ไม่เคยคิดจะเล่าให้ฟัง พูดได้ไง เสียเชิงลูกผู้ชายสารเลวหมดดิ เขาต้องคีพลุคคนเลวให้เพื่อนมันเห็น ให้พวกมันรู้เรื่องที่เขาทำไม่ได้หรอก
“อาบน้ำให้ลูกแล้ว ตอนนี้ลูกหลับ นมก็ตามที่เขียนไว้ มีอะไรก็โทรมานะ” คือประโยคแรกของวันที่กวินตาพูดกับปรมะ เธอเดินออกมาในชุดนักศึกษา สวมรองเท้าผ้าใบ โคตรน่ารัก
อยากติดป้ายไว้เลยว่ามีผัวแล้ว แต่ความผิดที่ติดตัวทำให้ตอนนี้เขาทำอะไรแบบนั้นไม่ได้
วันนี้เป็นวันอาทิตย์เป็นวันที่กวินตาต้องไปเรียน อีกแค่ไม่กี่สัปดาห์เธอก็จะได้จับวุฒิม.6 เป็นช่วงเวลาสองปีที่ชีวิตของเธอผ่านอะไรมาหลายอย่างมากจริง ๆ
“อื้ม” ปรมะที่ตากผ้าของลูกอยู่พยักหน้ารับ กวินตายืนจ้องหน้าเขาอยู่หลายนาที จ้องกระทั่งเขาต้องเงยหน้ามาถามเธอ “มีไร”
“เฮียดูลูกได้แน่นะ เอาไปฝากย่าบัวดีไหม” เธอก็ถามเขาแบบนี้ทุกรอบที่จะไปเรียนแล้วให้เขาเป็นคนดูลูก ไม่เคยไว้ใจเขาเลย ก็แน่ล่ะเขามันน่าไว้ใจที่ไหนล่ะ
แต่นี่ก็ลูกเฮียนะโว้ย ไม่เชื่อใจอะไรขนาดนั้น
“เดี๋ยวไอ้ทูมาอยู่เป็นเพื่อน ป่านนี้ย่าไปอยู่ร้านกับปู่แล้ว ที่ร้านคนเยอะอันตรายยังไม่อยากเอาลูกไป โตอีกหน่อยค่อยไป”
“...ถ้าไม่ไหวก็โทรมา”
“อืม” เขาหันมาตากผ้าลูกต่อ ต้องรีบตากให้เสร็จก่อนที่ไอ้ทูจะมาถึง กวินตาผ่อนลมหายใจแล้วเดินออกจากบ้านมาที่รถ ขับรถออกจากบ้าน ก็รู้ว่าเขาน่าจะดูลูกได้ แต่ก็ยังแอบห่วงกลัวเขาจะดูลูกไม่ดีเท่าเธอดู คนเป็นแม่ก็แบบนี้ห่วงไปหมด
กวินตาออกจากบ้านไปประมาณสิบนาทีเฮียทูก็ขับรถเข้ามาจอด ตั้งแต่ยัยหนูพร้อมรักคลอดแล้วมีช่วงที่กวินตาไปเรียนก็จะเป็นเฮียทูที่มาช่วยเพื่อนเลี้ยงยัยหนูพร้อมรัก แรก ๆ จะมีย่าบัวคอยช่วยดูเพราะยัยหนูพร้อมรักยังเล็ก ทว่าตอนนี้พร้อมรักเริ่มโต ปรมะก็เลยไม่อยากกวนย่า แต่ก็รู้ว่าย่าอยากเลี้ยงพร้อมรักตลอด เขาแค่ไม่อยากรบกวนย่า
“โห เมียมึงนี่ก่อนจะไปก็ซักผ้าลูกไว้เสร็จเลยนะ มึงนี่มันเป็นผัวที่เหี้ยจริง ๆ เคยทำอะไรดี ๆ ให้กิ๊บบ้างไหมวะ สงสารน้องว่ะที่ได้มึงเป็นผัว” มาถึงไอ้เพื่อนปากหมาก็หาเรื่องพูดทันที
กูก็เพิ่งตากเสร็จก่อนมึงจะมาแค่ไม่กี่นาที
“กูให้มาช่วยเลี้ยงลูก ไม่ได้ให้มาหาเรื่องด่า”
“ลูกสาวมึงนี่ก็น่ารักเหมือนแม่เลย ดีที่ไม่เหมือนมึง พร้อมรักต้องน่ารักเหมือนแม่กิ๊บนะลูก อย่าเหมือนพ่อนะลูก” พูดพลางเขี่ยแก้มหลานสาวตัวน้อยเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“เหมือนกูไม่ดีตรงไหน กูก็หล่อ”
“หึ” ทูทำหน้าหยี “แล้วนี่กิ๊บไปเรียนมึงไม่กลัวมีคนมาจีบกิ๊บเหรอวะ”
“ทำไมกูต้องสนใจ” ถ้ากิ๊บอยากจะไปเขาเหรอจะห้ามอะไรได้ กิ๊บอยากจะทำอะไรเฮียก็แทบจะตามใจทุกอย่างเพราะกลัวจะพาลูกหนีเฮีย
“มึงนี่มันสุดยอด มั่นคงแค่มาร์คนเดียวจริง ๆ” แล้วทูก็วกกลับเข้าเรื่องแฟนเก่าของปรมะอีกครั้ง
“มึงไม่ขี้เกียจพูดบ้างเหรอวะ”
“ไม่อะ เรื่องซ้ำเติมพวกมึงกูถนัด” ทูยกยิ้มอย่างมีความสุข
ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาไอ้ทูนี่แหละพูดเก่งที่สุดในกลุ่ม บางทีมันก็พูดมีสาระ แต่ส่วนใหญ่จะไร้สาระมากกว่า มันน่ะพูดมากกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก ใช่ เดี๋ยวนี้ไอ้ทูมันพูดมากกว่าแม่ของลูกเขาอีก
อยากให้เธอกลับมาพูดเยอะ ๆ เหมือนเมื่อก่อนจริง ๆ อยากเห็นรอยยิ้มสวย ๆ บนใบหน้าของเธอ แต่ไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง ต้องเริ่มจากตรงไหน
“แม่กิ๊บ แม่กิ๊บน้องกินเค้กกับหนูด้วย” เสียงสดใสของลูกสาวคนโตดังขึ้นขณะที่แม่กิ๊บกำลังวุ่นกับการทำข้าวให้ลูกคนเล็กได้ยินคำพูดของลูกสาวแม่กิ๊บก็รีบวิ่งออกจากห้องครัวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “พร้อมรักลูก...”“ขา” ยัยหนูพร้อมรักหันมายิ้ม“ไม่ได้นะคะ น้องยังเล็กยังกินไม่ได้ค่ะลูก” เค้กช็อกโกแลตเต็มปากยัยหนูของขวัญลูกสาวคนเล็ก“หนูอยากแบ่งน้องนี่คะ” พร้อมรักทำหน้าเศร้า“แบ่งได้ค่ะ แต่ว่ารอน้องโตอีกหน่อยค่อยแบ่งนะคะ” รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่แม่กิ๊บพูดประโยคนี้กับยัยหนูพร้อมรัก“แต่น้องมองหนู น้องเหมือนหิว หนูก็ป้อน” ข้ออ้างของลูกสาวคนโตทำแม่กิ๊บโกรธไม่ลง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยัยพร้อมพยายามจะป้อนของกินให้น้องวัยเจ็ดเดือน จ้องจะป้อนตั้งแต่น้องคลอด เผลอเป็นไม่ได้คอยแอบแบ่งขนม ของเล่นให้น้องตลอด มีอะไรก็จะให้น้องหมด“ถ้าน้องหิวแม่ป้อนข้าวน้องดีไหมคะ”“ดีค่า” ดีใจขึ้นมาเชียว ไม่รู้จะแอบเอาข้าวน้องมาป้อนเองเมื่อไหร่ แม่คิดว่าไม่นานเกินรอยัยพร้อมจัดให้แน่ ๆ“ทำไมปากของขวัญเลอะแบบนั้น” เฮียฌอห์ณที่ออกไปซื้อน้ำตาลทรายเพิ่งกลับมาเกิดความสงสัยเนื่องจากปากลูกสาวคนเล็กเลอะไปด้วยคราบช็อกโกแลต“น้องหิวค่ะ”
“โคตรดีใจเลย ไม่สิ กิ๊บรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่”“ก่อนที่เฮียจะโดนพ่อกิ๊บกระทืบ”“กิ๊บรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแต่ไม่บอกเฮีย” คิ้วเขาขมวดมุ่น“หาโอกาสบอกอยู่ ไม่รู้ว่าพูดไปแล้วเฮียจะดีใจหรือเสียใจเพราะเฮียยังติดต่อกับแฟนเก่า สุดท้ายเกิดเรื่องเลยไม่ได้บอก”“เฮียก็ต้องดีใจอยู่แล้ว เรามีลูกด้วยกันนะ”“...” เธอหันหน้าไปอีกทาง เธอจะรู้เหรอว่าตอนนั้นเขาจะดีใจหรือเสียใจ ต่อให้เขาแสดงออกว่ารัก ทว่าเธอที่เคยเจอเรื่องแบบนั้นมาจะกล้าเชื่อเขาจนหมดใจได้ยังไง“ถ้างั้นเสร็จจากตรงนี้เราไปซื้อของบำรุงกันนะ” คนท้องก็ต้องบำรุงเยอะ ๆ สิ“ไม่ไป”“กิ๊บ เฮียรู้ว่าเฮียทำตัวไม่ดี กิ๊บโกรธเฮียเมินเฮียเฮียไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว แต่การที่กิ๊บท้องแล้วไม่บำรุงร่างกายมันส่งผลทั้งกิ๊บทั้งลูกนะ เฮีย…”“รู้ ที่ไม่ไปเพราะฝากร้านให้พี่เจี๊ยบดูแป๊บเดียว จะไปนานได้ไง”“แต่ก็ต้องบำรุงร่างกาย”“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่บำรุงนะ นมคนท้องแช่ที่บ้านพ่อ”“ทำไมแช่ที่นั่น”“เฮียจะได้ไม่เห็นไง ไม่อยากให้เฮียรู้ว่ากิ๊บท้อง ถ้าหย่ากันทั้งที่ไม่รู้ก็ง่ายดี”“ต่อให้ไม่ท้องลูกคนนี้เฮียก็ไม่หย่า”“ไม่หย่าก็ทำตัวดี ๆ”“อื้ม จะเชื่อฟังทุกอย่างเลย”“งั้นก็เข้าไปให้ห
หนึ่งเดือนผ่านไปเฮียฌอห์ณนอนโรงพยาบาลประมาณสองอาทิตย์ก็ได้ออกมารักษาตัวที่บ้าน เป็นช่วงเวลาสองอาทิตย์ที่กิ๊บเหนื่อยกับการเดินทางไปมาระหว่างบ้านกับโรงพยาบาลออกจากโรงพยาบาลก็กลับมาอยู่บ้าน ยัยหนูพร้อมรักดีใจมากที่ได้กลับมาอยู่ที่ห้องนอนห้องเดิมอีกครั้ง ได้อยู่กับพ่อและแม่ด้วยแม้เหตุการณ์จะคลี่คลายและผ่านมาสักพักแล้วแต่ว่ากิ๊บก็ยังไม่เข้าใกล้เฮียฌอห์ณและก็ไม่ให้เฮียฌอห์ณเข้าใกล้เกินความจำเป็น อย่างเช่น เขาไม่สิทธิ์เดินเข้ามากอดมาหอมตามอำเภอใจอย่างเมื่อก่อน เขากับเธอแตะต้องตัวกันแค่ยามจำเป็น ออกจากโรงพยาบาลมาได้สองอาทิตย์แขนที่หักของเฮียฌอห์ณดีขึ้นมาก อาการโดยรวมนับว่าใกล้หายดีแม้จะเห็นคลิปหลักฐานทว่าผู้ใหญ่กุ้งไม่ขอโทษลูกเขย ทั้งยังบอกด้วยความมั่นใจอีกว่ามันคือการลงโทษที่เขาติดต่อแฟนเก่า ทำให้ลูกสาวแกชอกช้ำมาหลายปี แกยังขู่อีกว่าถ้ามีอีกเขาไม่มีทางได้เจอเมียกับลูก เฮียฌอห์ณที่กลัวพ่อตาก็พยักหน้าพร้อมกับขานรับ ครับ ครับ ครับ สำหรับเฮียฌอห์ณแล้วขอแค่ผู้ใหญ่กุ้งเปิดทางให้ ต่อให้ง้อขอคืนดีกับกิ๊บยากแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา เขาทนได้ แค่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกับเธอ ได้เห็นหน้าเธอกับลูกมันเป็นสิ่ง
‘อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะมาร์ คิดถึงเด็กในท้องหน่อย’‘ทำไมต้องคิดถึง เด็กนี่ไม่ใช่ลูกของฌอห์ณสักหน่อย ฌอห์ณต้องกลับมาหามาร์ เด็กนี่มาร์จะเอาออก จากนั้นเราสองคนก็มามีลูกด้วยกัน มันมีลูกให้ฌอห์ณได้มาร์ก็มีให้ได้ มีอะไรบ้างที่มาร์สู้มันไม่ได้ อย่าลืมสิเราสองคนเคยมีลูกด้วยกันมาแล้วครั้งนึง ถ้าครั้งนั้นมาร์ไม่เอาออกเขาต้องโตเป็นโซ่คล้องใจเราสองคนแล้วแน่ ๆ เห็นไหมว่ามาร์เหนือกว่ามัน มันนั่นแหละที่สู้มาร์ไม่ได้’‘พอได้แล้วมาร์ สิ่งที่มาร์สู้กิ๊บไม่ได้คือความเป็นคน ตอนนั้นที่มาร์ท้องเราสองคนมีความพร้อมที่จะเลี้ยงลูกได้ เราไม่ใช่ไม่พร้อมเหมือนคนที่เขาต้องจำใจเอาออก สภาพการเงินของเราดีกว่าบางคนที่เขากัดฟันเก็บเด็กไว้ด้วยซ้ำ ต่อให้พ่อแม่มาร์ไม่ยอมรับฌอห์ณฌอห์ณก็สามารถเลี้ยงลูกไม่ให้อดอยากได้ จริงอยู่ว่าฐานะบ้านฌอห์ณสู้บ้านมาร์ไม่ได้ แต่ฌอห์ณมั่นใจว่าลูกฌอห์ณไม่มีวันอด แต่แล้วยังไง สิ่งที่มาร์ทำคือการไปเอาเด็กออกแล้วค่อยมาบอกฌอห์ณ ฌอห์ณไม่สามารถออกความเห็นอะไรได้เลย’‘มาร์รู้ มาร์รู้ว่าเรื่องตอนนั้นมาร์ผิดที่ไม่ปรึกษาฌอห์ณ ต่อไปมาร์จะไม่ทำแบบนั้นอีก ฌอห์ณกลับมาหามาร์เถอะนะ’‘ฌอห์ณกลับไปไม่ได้’‘ฌอห์ณไม
“กินข้าวค่ะ” กิ๊บลากรถเข็นอาหารมาที่หน้าเฮียฌอห์ณ อาหารเที่ยงพร้อมยามาส่งเรียบร้อย จะเหลือก็แต่ให้คนป่วยกิน เธอน่ะไม่อยากป้อนเขา แต่ติดตรงที่แขนเขาหัก เพื่อนเขาก็กลับตั้งแต่เธอกลับเข้ามาในห้องตอนสิบโมงเช้า หลังจากที่เฮียทูกลับไปภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ กิ๊บนั่งดูซีรีส์แก้เครียด การจดจ่อกับอะไรสักอย่างจะทำให้ไม่สนใจสิ่งรอบข้างได้ชั่วคราว“ทำให้กิ๊บลำบากเลย” เขาเอ่ยเมื่อเธอใช้ช้อนตักข้าวเตรียมป้อนเขา“ไม่อยากให้ลำบากก็รีบหายสิ ไม่อยากนอนโรงพยาบาลนาน ๆ หรอกนะ สงสารลูก”“ปล่อยเฮียไว้ที่นี่ก็ได้ กิ๊บกลับไปหาลูกเลย”“คิดว่ากิ๊บเป็นคนใจร้ายขนาดที่จะให้ปู่ย่ามาคอยดูแลเฮียหรือไง” ถ้าทิ้งเขาไว้ก็ต้องเดือดร้อนย่าบัวมาอยู่เป็นเพื่อน เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะทิ้งให้คนป่วยอยู่คนเดียว“ขอโทษที่พูดไม่คิด เฮียแค่ไม่อยากเป็นภาระกิ๊บ”“ถ้าไม่อยากเป็นภาระก็รีบกินข้าว กินยาจะได้หายเร็ว ๆ ลูกคิดถึงไม่รู้หรือไง”“ครับ” น้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก ใบหน้าเฉยชาของเธอทำให้เขาเจ็บปวดใจ เหมือนว่าทุกอย่างจะวนกลับไปที่จุดเริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่ แต่เรื่องมันแย่กว่าเดิมหลายเท่า“แล้วเจ็บหรือเปล่า” เห็นใบหน้าหดหู่ของเ
“ก็คิดว่าถ้ามันไม่ได้ทำมาร์ท้อง ตั้งแต่รู้ว่ากิ๊บท้องมันก็ไม่เคยนอกใจกิ๊บสักครั้ง กิ๊บคิดว่าการที่มันโดนขนาดนี้พอจะเป็นบทลงโทษและเป็นบทเรียนได้ไหม เฮียคิดว่าครั้งนี้มันกับมาร์น่าจะตัดกันขาดแล้วจริง ๆ”“กิ๊บคิดว่าเขาสมควรโดนค่ะ ใครใช้ให้เขาเข้าไปหาดงตีน” พูดไปด้วยอคติ ใจจริงเธอรู้สึกแย่ที่เขาต้องเจ็บขนาดนี้ ทว่าให้พูดคำพูดดี ๆ ออกมาคนนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่ตอนนี้ตื่นแล้วคงได้ใจคิดว่าเธอใจอ่อนให้เขาง่าย ๆ อีก“ก็มันหากิ๊บไม่เจอ มันเป็นห่วงก็เลยไปหาไง”“...เรื่องพวกนี้จะไม่เกิดถ้าเขากับแฟนเก่าไม่ค้างคากันนานแบบนี้ เขาบอกว่าเขารักกิ๊บ เขาดีกับกิ๊บทุกอย่างก็จริง แต่เขาก็ยังมีเยื่อใยกับคนรักเก่าของเขา ถ้าให้พูดแบบคนเห็นแก่ตัวกิ๊บก็อยากบอกเลยว่าถ้าเลือกกิ๊บแล้วก็ควรมีแค่กิ๊บ มีแค่เรา ไม่ใช่มัวคิดถึงมัวสงสารคนเก่า กิ๊บคิดว่าถ้ายังเป็นแบบนั้นก็อย่ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน หย่ากันให้มันจบแล้วจะไปรักกันหรือจะโสดจะทำตัวยังไงก็เชิญเลย”“…”“กิ๊บรู้ว่ากิ๊บมาไม่ถูก กิ๊บเหมือนไปพรากคู่รักออกจากกัน ซึ่งกิ๊บก็บอกมาตลอดว่าถ้ากิ๊บรู้ตั้งแต่แรกว่าเขามีเจ้าของอยู่แล้วกิ๊บไม่มีทางยุ่งกับเขา ถ้าตัดเรื่องในอดี







