Masuk"ตอง พี่ขอโทษ" เขาเอ่ยคำนี้ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
"พี่รู้ว่าพี่ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ พี่ทำลายความไว้ใจของตอง พี่ปล่อยให้ตองต้องเจ็บปวด แต่พี่อยากให้ตองรู้ไว้นะ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่ไม่เคยลืมตองเลย ไม่มีวันไหนที่พี่ไม่คิดถึงตอง" "มันสายไปแล้วค่ะ" ใบตองส่ายหัวช้าๆน้ำตาหยดใสไหลร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง "ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว พี่ไม่ใช่พี่ฟินน์คนเดิมที่ตองเคยรู้จัก และตองก็ไม่ใช่ใบตองคนโง่ที่จะยอมให้พี่มาทำร้ายความรู้สึกซ้ำสองอีกแล้ว เรื่องของเรา ปล่อยให้มันจบลงตรงนี้เถอะนะคะ ถือซะว่าเราเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องร่วมมหาลัยกันก็พอ" หญิงสาวพูดจบก็หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีเข้าหอพักอีกครั้ง เธอไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ ไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอ และไม่อยากให้ใจตัวเองต้องหวั่นไหวไปกับน้ำเสียงเว้าวอนของเขา "ไม่!" แต่คราวนี้ฟินนิกซ์ไม่ได้ดึงเธอไว้ เขาเพียงแค่ก้าวมายืนขวางหน้าประตูหอพัก เอาแผ่นหลังกว้างพิงบานกระจกไว้เพื่อไม่ให้เธอเข้าไปได้ "พี่ฟินนิกซ์! หลีกไปนะคะ!" ใบตองเงยหน้าขึ้นตวาด "พี่ไม่หลีก และพี่ก็ไม่ยอมรับสถานะบ้าบอนั่นด้วย รุ่นพี่รุ่นน้องอะไร พี่ไม่เป็น!" ฟินนิกซ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาของเขากลับมาดุดันและดื้อรั้นเหมือนเดิม "พี่บอกแล้วไง ว่าสถานะของเราคือแฟน ตองจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ มันก็เปลี่ยนความจริงข้อนี้ไม่ได้" "พี่จะมาบังคับจิตใจกันแบบนี้ไม่ได้นะ ตองไม่ได้รักพี่แล้ว!" เธอเถียงเสียงแข็ง แม้ลึกๆในใจจะแอบสั่นไหวกับคำว่าแฟนที่เขาเน้นย้ำนักหนาก็ตาม "ไม่ได้รักแล้วงั้นเหรอ?" ฟินนิกซ์แค่นยิ้มมุมปาก เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนใบตองต้องเอนตัวหนี "ถ้าไม่ได้รักแล้ว ทำไมเมื่อกี้ตอนที่พี่บอกว่าขอโทษ ตองถึงร้องไห้หนักกว่าเดิมล่ะ หืม?" "ตอง ตองแค่โกรธต่างหาก!" หญิงสาวเถียงข้างๆคูๆพยายามเบือนหน้าหนีสายตาจับผิดของเขา "โกรธก็คือโกรธ เกลียดก็คือเกลียด แต่ความรักมันก็ยังอยู่ตรงนี้ใช่ไหมล่ะใบตอง" เขายกมือขึ้นทาบลงบนตำแหน่งหัวใจของเธอเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา คราวนี้ใบตองไม่ได้ปัดมือเขาออก เธอเพียงแค่ยืนนิ่งงันราวกับถูกมนต์สะกด สัมผัสที่ห่างหายไปนาน ความอบอุ่นที่ปลายนิ้วของเขา มันยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน "ในเมื่ออดีตพี่เคยทำพลาด เพราะพี่มันขี้ขลาดและไม่เอาไหน" ฟินนิกซ์สบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังกว่าทุกครั้ง "แต่ตอนนี้ พี่ไม่ใช่เด็กผู้ชายขี้แพ้คนนั้นอีกแล้ว พี่มีพร้อมทุกอย่าง มีความกล้าพอที่จะยืนเคียงข้างตองโดยไม่อายใคร" เขาขยับเข้าไปใกล้อีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ให้โอกาสพี่ง้อตองนะ ให้พี่ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ว่าพี่คู่ควรกับตอง" "พี่ฟินน์" ใบตองเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว กำแพงความโกรธที่เพียรสร้างมาตลอดหลายปี คล้ายจะสั่นคลอนเพียงเพราะคำพูดและสายตาจริงจังของเขา แต่ภาพความเจ็บปวดในอดีตก็ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ เธอจะกล้าเสี่ยงเอาหัวใจกลับไปให้เขาย่ำยีอีกครั้งได้อย่างไร ในเมื่อรอยแผลเดิมมันยังไม่ทันเลือนหายไปเลยด้วยซ้ำ "ไม่ค่ะ" ใบตองแข็งใจตอบ รวบรวมสติทั้งหมดแล้วผลักอกเขาออกเต็มแรง "ตองไม่มีโอกาสอะไรจะให้พี่ทั้งนั้น กลับไปเถอะค่ะ แล้วก็เลิกตามตองสักที ไม่อย่างนั้นตองจะฟ้องอาจารย์จริงๆด้วย" พูดจบเธอก็อาศัยจังหวะที่เขาเซถอยหลัง รีบแทรกตัวผลักประตูหอพักเข้าไปทันที หญิงสาวสับเท้าวิ่งขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองด้านหลังอีกเลย ทิ้งให้ร่างสูงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูหอพักเพียงลำพัง ฟินนิกซ์มองตามแผ่นหลังเล็กที่วิ่งหายลับไปจนสุดสายตา เขาไม่ได้วิ่งตามเข้าไป เพราะรู้ดีว่าถ้าขืนดึงดันมากกว่านี้ เธออาจจะเตลิดหนีไปไกลกว่าเดิม ชายหนุ่มเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิด ริมฝีปากหยักพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด "ใจแข็งขึ้นเยอะเลยนะใบตอง" เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆรอยยิ้มบางๆจุดขึ้นที่มุมปาก ถึงแม้เธอจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่อาการสั่นไหวในดวงตาคู่นั้น มันบอกเขาหมดแล้วว่าเธอยังแคร์เขาอยู่ และนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฟินนิกซ์คนนี้เดินหน้าง้อต่อไป "ต่อให้ต้องง้อเป็นปีๆ หรือต้องหน้าด้านไปนั่งเฝ้าหน้าคณะทุกวัน พี่ก็จะทำ... เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีเถอะ คุณนักร้องนำ" เขาล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดเข้าไปในแชทกลุ่มของวงดนตรีที่เพิ่งถูกดึงเข้าไปเมื่อช่วงเย็น นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดส่งแล้วเดินกลับไปที่รถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง (Finnix : พรุ่งนี้วงมีซ้อมกี่โมง กางตารางเวลามาให้ดูหน่อยสิ) เพียงแค่ไม่กี่วินาที ข้อความตอบกลับจากไอ้หัวหน้าวงอย่างปืนก็เด้งขึ้นมาแทบจะทันที (ปืน : ไอ้ฟินน์! มึงเล่นไลน์กลุ่มเป็นด้วยเหรอวะ! แล้วมึงจะอยากรู้ตารางซ้อมไปทำไม ปกติมึงไม่เคยสนใจวงกูเลยนะ!) ฟินนิกซ์อ่านข้อความของเพื่อนสนิทแล้วยิ้มมุมปาก เขาพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ แต่ได้ใจความชัดเจนที่สุด (Finnix : กูว่าง จะไปนั่งเฝ้าเมียซ้อมดนตรี)"ตองต้องแคร์สิคะ ก็พี่ฟินน์เป็นแฟนตองนี่นา ตองไม่อยากให้เราต้องมาผิดใจกันเพราะคนอื่น ตองรู้ว่าพี่ธันเขาเข้าหาแบบสุภาพบุรุษ เขาใช้ความใจดีมาทำให้ตองเกรงใจจนปฏิเสธยาก""แต่ตองก็รู้ดีว่าจุดประสงค์ของเขาคืออะไร ตองไม่ชอบเลยค่ะพี่ฟินน์ ตองอึดอัดมากเลยเวลาที่ต้องปั้นหน้ายิ้มรับของจากเขา" น้ำเสียงของใบตองเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า"พี่เข้าใจครับ ผู้ชายแบบไอ้ธันมันฉลาด มันรู้ว่าถ้ามันรุกหนักตองก็จะหนี มันเลยเลือกใช้วิธีสุภาพบุรุษแสนดีเพื่อกดดันให้ตองปฏิเสธไม่ได้ มันใช้มารยาทสังคมมาเป็นเครื่องมือบีบบังคับให้ตองต้องยอมรับไมตรีจากมัน ถือว่าเป็นคู่แข่งที่น่ารำคาญใช้ได้เลย""แล้วตองจะทำยังไงดีคะ? พรุ่งนี้ถ้าเขามาดักรออีกตองจะหลบหน้าเขายังไงดี ยัยแอนบอกให้ตองวิ่งหนีไปเลยแต่ตองว่ามันดูเสียมารยาทไปหน่อย""ไม่ต้องหลบหน้าหรอกครับตอง การหลบหน้ายิ่งทำให้มันคิดว่าตองหวั่นไหวหรือกำลังสับสน ตองก็แค่ทำตัวปกติ วางตัวให้เป็นแค่รุ่นน้องที่เคารพรุ่นพี่คนนึงก็พอ ส่วนเรื่องกันท่าไอ้หมอนั่น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เองครับ""พี่ฟินน์จะทำอะไรคะ? สัญญากับตองแล้วนะว่าจะไม่ไปมีเรื่องชกต่อยกับเขาน่ะ ตองไม่อยากให้พี่ฟินน์โ
"ทำไมคิ้วผูกเป็นโบว์แบบนั้นล่ะครับคนเก่ง วันนี้เรียนหนักหรือว่าเหนื่อยซ้อมดนตรี หืม?" เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยถามขึ้นทันทีที่ฟินนิกซ์เปิดประตูรถสปอร์ตคันหรูให้แฟนสาวก้าวเข้ามานั่งประจำที่ ชายหนุ่มโน้มตัวตามเข้ามาเพื่อดึงสายเข็มขัดนิรภัยคาดให้คนตัวเล็กอย่างเอาใจใส่เหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าหวานได้อย่างชัดเจน ดวงตากลมโตที่เคยมองเขาด้วยความสดใสบัดนี้กลับมีแววกังวลและสับสนฉายชัดอยู่ภายใน ใบตองสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้ หญิงสาวฝืนยิ้มบางๆส่งให้เขาก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "เปล่าค่ะ วันนี้วงงดซ้อม ตองแค่รู้สึกเพลียนิดหน่อยน่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอก" "แน่ใจเหรอครับว่าไม่มีอะไร ปากบอกว่าไม่มีอะไรแต่สายตาตองมันฟ้องพี่หมดแล้วนะ มีใครแกล้งอะไรตองหรือเปล่า หรือว่ามีปัญหาเรื่องเพื่อนบอกพี่ได้นะตอง พี่พร้อมรับฟังแล้วก็พร้อมจัดการให้ตองทุกเรื่องเลยนะ" ฟินนิกซ์ยังคงไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มจับมือเล็กที่วางประสานกันอยู่บนตักขึ้นมากุมไว้หลวมๆ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหลังมือเนียนอย่างแผ่วเบาเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและคลายความกังวลให้เธอ ความอ่อนโยนและความใส่ใจที่
"ก็พี่เขาเล่นพูดจาซะขนาดนั้นแกจะให้ทำยังไงล่ะตอง ขืนแกปฏิเสธไปตรงๆ พี่เขาก็หน้าแตกสิคะ อีกอย่างพี่เขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่และสุภาพมากเลยนะ""เขาไม่ได้ทำท่าทางคุกคามหรือลุ่มล่ามอะไรแกสักหน่อย แค่เอาขนมมาฝากตามประสารุ่นพี่ที่เอ็นดูรุ่นน้องเฉยๆหรือเปล่า เขาอาจจะไม่ว่าอะไรก็ได้นะ" สาพยายามพูดปลอบใจแม้ลึกๆจะรู้ดีว่าสถานการณ์มันไม่ง่ายขนาดนั้น"รุ่นพี่เอ็นดูรุ่นน้องบ้านแกสิยัยสา เอ็นดูแบบไหนถึงได้เจาะจงซื้อมาการองจากโรงแรมตัวเองมาฝากแค่คนเดียว แถมยังทำสายตาหวานหยาดเยิ้มขนาดนั้น คนตาบอดก็ยังดูออกเลยว่าพี่ธันกำลังจีบยัยตองอยู่ แกก็อย่าโลกสวยไปหน่อยเลย" แอนหันไปเถียงเพื่อนก่อนจะหันมามองใบตองด้วยแววตาจริงจัง"ฉันว่าแกต้องหาทางบอกพี่ธันไปตรงๆแล้วล่ะตอง ว่าแกมีคนรู้ใจแล้ว ขืนปล่อยให้พี่เขามาทำดีด้วยบ่อยๆแบบนี้ คนทางนั้นเอาตายแน่ แกก็เห็นวีรกรรมความหวงก้างของเขาแล้วนี่ ขนาดแค่เดินเฉียดเขายังทำตาขวางใส่เลย ถ้าเขารู้ว่ามีคนมาตามจีบแกถึงคณะแถมยังซื้อของมาฝากอีก งานนี้มีหวังมหาลัยแตกแน่ๆ""ฉันก็อยากบอกไปตรงๆนะแอน แต่พี่เขายังไม่ได้พูดออกมาเลยว่าจีบฉัน เขาบอกแค่ว่าเอาขนมมาฝากเป็นกำลังใจ ถ้าฉันชิงบอกไปก่อนว
"น้องใบตองครับ บังเอิญจังเลย เพิ่งเลิกเรียนเหรอครับ"เสียงทุ้มละมุนที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาคนที่กำลังเดินกอดหนังสือเรียนชะงักฝีเท้า ใบตองหันไปมองตามต้นเสียงก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่ยืนส่งยิ้มอบอุ่นมาให้คือธัน รุ่นพี่บริหารธุรกิจปีสี่ที่เพิ่งเดินชนกันเมื่อวาน ชายหนุ่มอยู่ในชุดนักศึกษาที่ดูเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ในมือของเขามีถุงขนมจากร้านเบเกอรี่ชื่อดังของโรงแรมหรูถือติดมาด้วย"พี่ธัน สวัสดีค่ะ เพิ่งเลิกคลาสพอดีเลยค่ะ พี่ธันมาทำอะไรที่คณะดุริยางค์เหรอคะ?" หญิงสาวยกมือไหว้ทักทายตามมารยาทพลางส่งยิ้มเจื่อนๆ กลับไป"พี่ตั้งใจมาหาน้องใบตองนั่นแหละครับ พอดีพี่ไปทำธุระแถวโรงแรมของคุณพ่อมา ตอนเดินผ่านร้านเบเกอรี่พี่เห็นมาการองเซ็ตนี้แล้วนึกถึงน้องใบตองขึ้นมาทันทีเลย สีมันหวานๆน่ารักเหมาะกับน้องใบตองดี พี่ก็เลยซื้อมาฝากครับ ถือซะว่าเป็นกำลังใจเล็กๆน้อยๆสำหรับการซ้อมดนตรีที่เหนื่อยมาทั้งสัปดาห์นะครับ"ธันยื่นถุงกระดาษลวดลายเรียบหรูไปตรงหน้าหญิงสาวพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใส แต่สำหรับใบตองแล้วรอยยิ้มนั้นกลับทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวเหลือบมองถุงขนมสลับกับใบหน้
"เขาก็แค่พูดตามมารยาทไปอย่างนั้นเองค่ะ ไม่มีใครเขาคิดจริงจังหรอก ปล่อยเอวตองได้แล้วค่ะ คนมองกันทั้งตึกแล้วเนี่ย พี่ฟินน์ชอบทำตัวเป็นจุดสนใจอยู่เรื่อยเลย""มองก็มองไปสิครับ พี่อยากประกาศให้คนทั้งมหาลัยรู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือดวงใจของฟินนิกซ์ ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแหยม พี่หวง หวงมากด้วย หวงจนอยากจะจับตองขังไว้ในห้องไม่ให้ใครหน้าไหนมาเห็นความน่ารักของตองอีกแล้ว""พี่ฟินน์ก็เป็นซะแบบนี้ จะบ้าอำนาจไปถึงไหนคะ ตองมีสังคมมีเพื่อนมีรุ่นพี่ที่ต้องรู้จักนะ จะให้ตองคุยกับพี่ฟินน์คนเดียวหรือไง ตองอึดอัดนะถ้าพี่ฟินน์จะคอยตามหึงตามหวงทุกคนที่เดินเฉียดตองแบบนี้""ก็พี่รักของพี่นี่ครับ ถ้าเป็นไปได้พี่อยากให้โลกนี้มีแค่เราสองคนด้วยซ้ำ แต่พี่ก็รู้ว่าพี่บังคับตองไม่ได้ พี่ถึงได้อารมณ์เสียอยู่นี่ไง ตองต้องสัญญามาก่อนว่าจะไม่ไปกินขนมกับมันเด็ดขาด ถ้าตองอยากกินอะไรพี่จะซื้อมาประเคนให้ถึงที่เลย" ฟินนิกซ์เปิดประตูรถสปอร์ตคันหรูให้ใบตองเข้าไปนั่งก่อนจะอ้อมมาฝั่งคนขับ"ตองไม่ได้ตะกละขนาดนั้นสักหน่อย ตองก็มีเงินซื้อกินเองได้ค่ะ พี่ฟินน์เลิกคิดเรื่องพี่ธันแล้วขับรถพาตองไปหาอะไรกินดีกว่า ตองหิวจนตาลายแล้วเนี่ย ซ้อมดนตรี
"ระวังครับน้อง"เสียงทุ้มแปลกหูเตือนขึ้นพร้อมกับวงแขนแข็งแรงที่ตวัดโอบรอบเอวบางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที ร่างเล็กของใบตองที่กำลังจะหงายหลังล้มกะทันหันเพราะสะดุดขาตัวเองตอนหอบแฟ้มโน้ตเพลงกองโตเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนตรงหน้าอย่างจัง แฟ้มร่วงหล่นกระจายเต็มพื้นทางเดินหน้าอาคารเรียนรวม"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? เจ็บตรงไหนไหม?"เจ้าของวงแขนแกร่งก้มลงถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ใบตองเงยหน้าขึ้นมองคนช่วยชีวิตแล้วก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย ผู้ชายตรงหน้ามีโครงหน้าหล่อเหลาละมุนละไม ผิวขาวจัดแบบคนดูแลตัวเองมาอย่างดี รอยยิ้มที่ส่งมาให้ดูอบอุ่นและเป็นมิตรจนคนมองรู้สึกเกรงใจ"มะ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยรับไว้ ไม่อย่างนั้นตองคงหัวฟาดพื้นไปแล้ว" ใบตองรีบขยับตัวออกจากอ้อมแขนของเขาด้วยความเกรงใจพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ"ไม่เป็นไรครับ พี่เห็นเราหอบของมาเยอะแยะแล้วมัวแต่ก้มมองทางก็เลยเดินเข้ามาดู ไม่คิดว่าจะสะดุดล้มจริงๆ" ร่างสูงหัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะย่อตัวลงไปช่วยเก็บแฟ้มโน้ตเพลงและชีทเรียนที่หล่นกระจายอยู่บนพื้น"ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายนะคะ ตองซุ่มซ่ามเองค่ะ" หญิงสาวรีบนั่งลงช่วยเก็บของด้วยความรู้







