Masuk"ไอ้ฟินน์ กูถามจริงๆนะ มึงว่างมากถึงขนาดต้องมานั่งปั้นหน้ายักษ์เฝ้าวงกูซ้อมเลยเหรอวะ"
เสียงของปืนหัวหน้าวงและมือกลองประจำวงดนตรีUltraดังขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องซ้อม สายตาของเขามองตรงไปยังเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาวมุมห้องด้วยความรู้สึกอึดอัดใจสุดขีด ไม่ใช่แค่ปืนคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น แต่สมาชิกในวงทุกคนต่างก็ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เพราะตั้งแต่ที่พวกเขานัดหมายมารวมตัวกันเพื่อซ้อมดนตรีในตอนเย็น ฟินนิกซ์ก็โผล่หน้าเข้ามานั่งจังก้าอยู่ในห้องนี้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่แผ่รังสีอำมหิตจนแอร์ในห้องซ้อมที่ว่าเย็นจัด ยังสู้ความเย็นชาจากสายตาของเขาไม่ได้ ฟินนิกซ์ไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อนสนิท เขายังคงนั่งนิ่ง แผ่นหลังกว้างพิงพนักโซฟา สองแขนกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทว่าดวงตาคมกลับจดจ้องไปยังร่างเล็กของนักร้องนำคนใหม่ที่ยืนอยู่หน้าไมโครโฟนกลางห้องอย่างไม่วางตา "นั่นดิพี่ฟินน์" บาสมือกีตาร์บ่นอุบอิบ พลางปรับสายสะพายกีตาร์ของตัวเองอย่างประหม่า "พี่มานั่งจ้องพวกผมตาไม่กะพริบแบบนี้ ผมจับคอร์ดเพี้ยนไปหมดแล้วเนี่ย สรุปพี่มาทำอะไรที่นี่กันแน่ครับ หรือพี่จะมาออดิชั่นเป็นผู้จัดการวง?" "กูแค่มานั่งฟังพวกมึงเล่นดนตรี" ฟินนิกซ์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมยังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้กำลังก้มหน้างุดมองชีทเนื้อเพลงในมือราวกับว่ามันน่าสนใจหนักหนา "หรือห้องนี้ห้ามคนนอกเข้า?" "มันก็ไม่ได้ห้ามหรอกเว้ย แต่มึงเล่นจ้องน้องใบตองแบบไม่คลาดสายตาขนาดนั้น น้องเขาจะเกร็งจนร้องไม่ออกเอานะมึงดูดิ" ปืนชี้เป้าไปที่หญิงสาวเพียงคนเดียวในวงที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ ใบตองสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกพาดพิง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามเรียกความกล้าหาญของตัวเองกลับมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนหน้ามึนที่นั่งอยู่มุมห้อง "พี่ฟินนิกซ์คะ ถ้าพี่ไม่มีธุระอะไร ตองว่าพี่กลับไปก่อนดีไหมคะ พี่มานั่งจ้องแบบนี้ มันรบกวนสมาธิคนอื่นเขา" หญิงสาวพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายจะเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาก็ตาม ฟินนิกซ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักกระตุกยิ้มบางๆที่แทบจะมองไม่เห็น "พี่ก็นั่งของพี่อยู่เงียบๆ ไม่ได้ส่งเสียงดังรบกวนใคร หรือว่าที่บอกว่ารบกวนสมาธิ หมายถึงรบกวนสมาธิเราแค่คนเดียวกันแน่?" คำพูดที่มาพร้อมกับสายตากรุ้มกริ่มและสรรพนามที่เปลี่ยนไป ทำเอาใบตองชะงักกึก สองแก้มใสซับสีเลือดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ตะ ตองไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย! ตองหมายถึงสมาธิของพี่ๆในวงต่างหากล่ะคะ" เธอรีบเถียงเสียงตะกุกตะกัก หันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมวง "ใช่ไหมคะพี่น้ำ พี่บาส พี่คิม พี่ๆก็รู้สึกอึดอัดที่เขานั่งจ้องแบบนี้ใช่ไหมคะ?" น้ำ มือคีย์บอร์ดพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับรุ่นน้องทันที "จริงของน้องตองมันนะฟินน์ แกมานั่งแผ่รังสีอำมหิตแบบนี้ ใครจะมีกะจิตกะใจซ้อมวะ ฉันนึกว่ากำลังโดนพี่ว๊ากวิศวะมาคุมสอบ" "กูไม่ได้ทำหน้าอำมหิต" ฟินนิกซ์เถียงหน้าตาย "กูก็ทำหน้าปกติของกู พวกมึงจะซ้อมก็ซ้อมไปสิ กูไม่ได้ห้าม ทำเหมือนกูเป็นอากาศธาตุไปเลยก็ได้" "อากาศธาตุบ้าบออะไร ตัวใหญ่คับห้องแถมรังสีความกดดันพุ่งปรี๊ดขนาดนี้" คิมมือเบสสุดหล่ออดไม่ได้ที่จะโวยวายออกมา "พี่ฟินน์ พี่พูดความจริงมาดีกว่า ว่าพี่มานั่งเฝ้าใครกันแน่ ร้อยวันพันปีพี่เคยเหยียบมาคณะดุริยางค์ที่ไหนล่ะ" "กูบอกว่ามาฟังดนตรี ก็มาฟังดนตรีสิวะ ถามมากจังพวกมึงนี่ จะซ้อมไหม ถ้าไม่ซ้อมกูจะได้" ฟินนิกซ์เว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาคมวาววับขึ้นเมื่อจ้องมองไปยังร่างเล็กและแล้วเขาก็เห็นร่างของใบตองที่กำลังค่อยๆจมลงสู่ก้นทะเล ดวงตาของเธอหลับพริ้มและไม่มีการตอบสนองใดๆ ฟินนิกซ์เร่งความเร็วว่ายเข้าไปคว้าร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะถีบตัวพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว"ตอง ตองลืมตาสิพี่อยู่นี่แล้ว" ชายหนุ่มประคองศีรษะของใบตองให้พ้นน้ำพลางว่ายเข้าหาฝั่งด้วยความทุลักทุเลปืนและศิลาที่ว่ายน้ำตามมารีบเข้ามาช่วยพยุงร่างของใบตองขึ้นไปวางบนผืนทรายที่แห้งสนิท ใบหน้าหวานที่เคยมีสีเลือดฝาดบัดนี้ซีดเผือด ริมฝีปากบางเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ฟินนิกซ์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆร่างไร้สติ มือหนาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ขณะที่ตรวจดูการหายใจ"ตอง!! ตื่นสิตอง อย่าทำแบบนี้พี่ใจไม่ดีนะ!" น้ำเสียงของฟินนิกซ์สั่นเครือและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่รอช้าประสานมือวางลงบนหน้าอกของหญิงสาวแล้วเริ่มทำการปั๊มหัวใจตามขั้นตอนที่เคยเรียนมาหนึ่ง สอง สาม สี่ ฟินนิกซ์นับจังหวะในใจขณะที่กดหน้าอกสลับกับการเป่าปากเพื่อเติมออกซิเจนให้คนรัก น้ำตาของลูกผู้ชายที่หลั่งยากหลั่งไหลออกมาปะปนกับหยดน้ำทะเลบนใบหน้า เขาทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยหัวใจที่แหลกสลาย"ตอง กลับมาหาพี่นะตอง พี่ขอร้อง!! อย่าทิ้งพี่ไป" คำ
"เกาะนี้ทรายขาวละเอียดจังเลยนะคะพี่ฟินน์ นุ่มเท้ามากเลย"ใบตองหันมาส่งยิ้มหวานให้คนตัวโตที่กำลังเดินกางร่มคันใหญ่บังแดดให้เธออยู่ไม่ห่างหลังจากที่สปีดโบ๊ทพาพวกเขาทุกคนมาถึงเกาะที่สองของทริปซึ่งเป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสะอาดและน้ำทะเลใสแจ๋วจนมองเห็นพื้นทรายด้านล่าง"นุ่มเท้าก็เดินระวังๆนะครับคนดี เดี๋ยวจะไปเหยียบเปลือกหอยเข้า พี่ไม่อยากให้แฟนพี่มีแผลนะ" ฟินนิกซ์เอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับขยับร่มในมือให้บังแสงแดดที่สาดส่องลงมาตกกระทบผิวขาวเนียนของคนรัก"พี่ฟินน์ก็เดินมาใกล้ๆตองสิคะ กางร่มให้ตองแต่ตัวพี่ฟินน์ตากแดดจนจะเกรียมเป็นหมูปิ้งแล้วเนี่ย มาเดินในร่มด้วยกันเร็ว" หญิงสาวดึงแขนเสื้อของชายหนุ่มให้ขยับเข้ามาประชิดตัวจนไหล่แทบจะชนกัน"แดดแค่นี้ทำอะไรความหล่อของพี่ไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าผิวตองคล้ำลงไปนิดนึงพี่คงปวดใจแย่เลย ให้พี่บังแดดให้น่ะถูกแล้ว""โอ๊ย พวกมึงช่วยเลิกสร้างโลกส่วนตัวกันสักสิบนาทีจะได้ไหมวะ ลงจากเรือมาก็สาดความหวานใส่กันไม่หยุดเกรงใจพวกกูบ้าง" ปืนที่เดินตามหลังมาติดๆเอ่ยแซวขึ้นด้วยความหมั่นไส้"มึงก็ไปเดินกับน้องมิ้นต์ของมึงสิวะไอ้ปืน จะมาเดินตามหลังกูทำไม ที่กว้างตั
"ตกลงค่ะ ตองจะเกาะติดพี่ฟินน์เป็นปลิงเลย" ใบตองยิ้มกว้างด้วยความดีใจก่อนจะรีบจัดการถอดเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์และกางเกงขาสั้นทรงสปอร์ตออก เผยให้เห็นชุดว่ายน้ำวันพีซสีพาสเทลที่ดูน่ารักสดใส แม้จะไม่โป๊เปลือยแต่ก็เข้ารูปจนเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าและผิวขาวเนียนละเอียดที่ท้าทายแสงแดดฟินนิกซ์มองภาพตรงหน้าตาค้างไปชั่วขณะ ลำคอแกร่งตีบตันกะทันหันเมื่อเห็นความน่ารักปนเซ็กซี่ของคนรัก ชายหนุ่มรีบขยับตัวเข้าไปยืนบังสายตาของวศินที่กำลังเดินผ่านมาพอดี"มึงจะไปไหนไอ้วศิน ไปกระโดดน้ำฝั่งนู้นเลยไป อย่ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้" ฟินนิกซ์ไล่เพื่อนเสียงแข็ง"กูแค่จะเดินไปหยิบหน้ากากดำน้ำตรงเบาะหลัง มึงจะหวงอะไรนักหนาวะ หวงขนาดนี้มึงไม่เอาผ้าคลุมเตียงมาคลุมแฟนมึงไว้เลยล่ะ" วศินบ่นอุบอิบก่อนจะรีบหยิบของแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทางเพราะไม่อยากขัดใจเพื่อนที่กำลังทำหน้ายักษ์ใส่"มาครับเดี๋ยวพี่ใส่หน้ากากดำน้ำให้ ค่อยๆก้าวลงบันไดนะน้ำมันลึกเดี๋ยวพี่ลงไปรอก่อน" ฟินนิกซ์จัดการสวมหน้ากากให้ใบตองอย่างเบามือก่อนจะกระโดดลงไปในน้ำทะเลแล้วชูมือรอรับร่างเล็กให้ก้าวตามลงมาทันทีที่สัมผัสกับความเย็นของน้ำทะเล ใบตองก็ส่งเสียงหัวเราะออ
เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่เดินหน้ามุ่ยออกมาจากห้องน้ำ ใบตองสวมเสื้อยืดตัวโคร่งสีดำที่ยาวเกือบถึงหัวเข่าทับชุดว่ายน้ำวันพีซเอาไว้ ด้านล่างเป็นกางเกงขาสั้นทรงสปอร์ตที่ฟินนิกซ์ยัดเยียดให้ใส่ทับอีกชั้นหนึ่ง หญิงสาวกางแขนออกให้คนตัวโตดูผลงานการจัดแจงเสื้อผ้าของเขาด้วยแววตาประชดประชันชายหนุ่มที่นั่งรออยู่บนปลายเตียงเงยหน้าขึ้นมองผลงานตัวเองแล้วคลี่ยิ้มกว้างอย่างพอใจ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยกับความคิดตัวเอง"พี่ว่าน่ารักดีออก ดูทะมัดทะแมงพร้อมลุยน้ำสุดๆ แฟนพี่ใส่อะไรก็สวยไปหมดแหละครับ ปลอดภัยไร้กังวลร้อยเปอร์เซ็นต์""ไม่ต้องมาปากหวานเลย ปลอบใจกันชัดๆ ชุดนี้มันเทอะทะจะตาย ตองว่ายน้ำไม่ถนัดแน่ๆ พี่ฟินน์ดูสิคะ เสื้อยาวจนจะกินเข่าตองอยู่แล้ว ขืนลงน้ำไปเสื้ออมน้ำหนักๆ ตองได้จมน้ำตายพอดี" ใบตองดึงชายเสื้อยืดที่ยาวเฟื้อยให้เขาดูพลางทำหน้างอ"ยาวสิดีครับ จะได้ปิดบังความขาวของตองให้หมดไง พี่ไม่อยากให้พวกไอ้ปืนหรือนักท่องเที่ยวคนอื่นมาจ้องผิวตองนี่นา""พี่หวงของพี่นะ เข้าใจพี่หน่อยสิครับคนดี ส่วนเรื่องจมน้ำไม่ต้องห่วงเลยเดี๋ยวพี่
"ตองอาจจะรำคาญที่พี่ชอบตามติด ชอบหวงตองเกินเหตุ แต่ทั้งหมดก็เพราะพี่กลัว กลัวว่าถ้าพี่เผลอใครจะมาแย่งความสดใสของพี่ไปอีก พี่เคยสูญเสียตองไปแล้วครั้งนึง พี่จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด"น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความสั่นไหวเล็กน้อยทำให้ใบตองรับรู้ได้ถึงความเปราะบางในใจของเขา หญิงสาววาดแขนโอบรอบเอวสอบของเขาไว้หลวมๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้"พี่ฟินน์ไม่ต้องกลัวนะคะ ตองไม่ได้จะหนีไปไหนสักหน่อย ตองก็อยู่ตรงนี้ อยู่ในอ้อมกอดของพี่ฟินน์นี่ไงคะ ตองเข้าใจว่าพี่ฟินน์หวง แต่พี่ฟินน์ก็ต้องเชื่อใจตองด้วยนะว่าตองจะไม่มีวันมองใครนอกจากพี่ฟินน์เหมือนกัน""ตองพูดจริงๆนะ ตองรักพี่เหมือนที่พี่รักตองใช่ไหม""ถ้าไม่รักตองจะยอมให้มากอดอยู่แบบนี้เหรอคะ คนหน้ามึนเอ๊ย คิดมากไม่เข้าเรื่อง นอนได้แล้วค่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันนะ"ใบตองหลับตาลงซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งอีกครั้งเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงจัดของตัวเอง ฟินนิกซ์ยิ้มกว้างด้วยความสุขล้นปรี่ เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิดราวกับจะหลอมรวมร่างของทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียว"ฝันดีนะครับหัวใจของพี่ พรุ่งนี้พี่จะปลุกมาดูพระอาทิตย์ข
ใบตองรับเสื้อผ้ามาถือไว้ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว ใช้เวลาไม่นานเธอก็เดินออกมาในชุดนอนผ้าซาตินแขนสั้นกางเกงขาสั้นสีชมพูอ่อนที่ดูน่ารักและใส่สบาย หญิงสาวใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ พลางกวาดสายตามองหาร่างสูงที่หายไปจากเตียงนอนประตูระเบียงเปิดกว้างรับลมทะเล ฟินนิกซ์ยืนหันหลังรับลมอยู่ด้านนอก ชายหนุ่มถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือเพียงท่อนบนที่เปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงาม ใบตองชะงักไปเล็กน้อยด้วยความขัดเขินก่อนจะส่งเสียงเรียกคนตัวโต"พี่ฟินน์ ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ ดึกแล้วมายืนตากลมเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"ร่างสูงหันกลับมาตามเสียงเรียก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างเล็กในชุดนอนสีหวานตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนที่รอยยิ้มพอใจจะปรากฏขึ้นบนมุมปาก เขาเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับปิดประตูกระจกจนสนิท"ชุดนอนน่ารักจังเลย ซื้อมาใหม่เหรอพี่ไม่เคยเห็นเลย""แอนซื้อให้เมื่อเดือนที่แล้วค่ะ ตองเพิ่งหยิบมาใส่ พี่ฟินน์ไปอาบน้ำเลยค่ะ อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ตองจะเช็ดผมแล้ว" หญิงสาวหลบสายตาร้อนแรงของเขาพลางเดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง"มาเดี๋ยวพี่เช็ดผมให้ ตองทำเองเดี๋ยวก็เมื่อยแ







