LOGIN“วันนี้วันเกิดอายุครบ 10 ขวบของลูกนะคะ”
“พี่วัชจะไม่มางานวันเกิดลูกจริง ๆ เหรอคะ” - “พี่ขอโทษนะริน ต้องลงพื้นที่โรงงานแถวเยาวราชเกิดเพลิงไหม้มีท่านนายกไปด้วย พี่เป็นผู้ว่ากทม.จะไม่ไปก็ไม่ได้มันจะดูน่าเกลียด” น้ำเสียงเครียดพูดกลับมาไปหาภรรยาไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากกลับไปฉลองวันเกิดลูกสาว แต่หน้าที่ตรงนี้ก็ต้องรับผิดชอบดูแล “รินเข้าใจแล้วค่ะ อย่างน้อยก็กลับมาอวยพรแกให้ทันก่อนเที่ยงคืนก็ยังดีนะคะ” “รินขอแค่นี้ คงไม่ยากเกินไปใช่ไหมพี่วัช” - “โอเคครับ” - “พี่จะกลับไปอวยพรลูกให้ทันก่อนเที่ยงคืนพร้อมของขวัญให้ยัยตัวเล็ก” สามีตกปากรับคำ ซึ่งเขาให้เลขาหาของขวัญสำหรับเด็กวัยนี้กำลังนิยม “ค่ะ โชคดีกับการทำงานนะคะ แล้วก็อย่าเอาตัวเองไปใกล้พื้นที่เสี่ยงอันตรายด้วย” - “ครับ ไว้เจอกันนะ” หลังวางสายจังหวะที่เธอหันกลับมาคือเห็นว่าลูกสาวยืนอยู่หน้าประตูเบะปากแล้วก็มีน้ำตาไหลหยุดลงตามแก้มเนียน “เก็บดาว..” เธอรีบเข้าไปนั่งย่อตัวลงจับมือลูกสาวมากุมไว้ “คุณพ่อมางานวันเกิดหนูไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมคะ” น้ำเสียงผิดหวังปนสะอื้น “คุณพ่อติดงานด่วนน่ะลูก” “แต่พ่อสัญญาว่าจะกลับมาให้ทันก่อนเที่ยงคืน พ่ออยากมาอวยพรหนูมาก ๆ” “โกหก ฮึก หกปีแล้วคุณพ่อยังไม่เคยกลับมาทันเลย!” เก็บดาวตะโกนเสียงดังก่อนสะบัดมือออกจากแม่แล้ววิ่งหนีขึ้นห้องไปนอนฟุบหน้าใส่หมอนร้องไห้ คนเป็นแม่ตามขึ้นมาปลอบแล้วอธิบายให้เด็กน้อยได้เข้าใจอยู่พักใหญ่ เก็บดาวถึงเลิกร้องไห้แล้วก็อาจจะชินชาด้วยว่าพ่อไม่เคยสนใจเธอ แล้วก็พามาแต่งหน้าแต่งตัวให้ใหม่ 18:30 PM งานฉลองวันเกิดอายุครบสิบขวบกำลังดำเนินมีเพื่อนนำของขวัญมาให้เยอะมากรวมถึงพ่อแม่ของเพื่อน ๆ ที่คุณแม่เชิญมาก็เอาพวกของแบรนด์เนมมาให้ เธอไม่ได้ตื่นเต้นกับของแพงพวกนั้นแต่ก็ยิ้มรับพร้อมกล่าวคำขอบคุณอย่างมีมารยาท แต่เก็บดาวเฝ้ารอเด็กชายข้างบ้าน ขณะที่กำลังนั่งแกว่งเท้าอยู่ตรงเก้าอี้ที่มีฉากด้านหลังเขียนคำว่า Happy birthday พร้อมลูกโป่งสวยงามหลายแบบสำหรับเก็บภาพกับแขกที่มาร่วมงาน “เก็บดาว” น้ำเสียงคุ้นเคยที่ได้ยินผ่านกำแพงรั้วบ้านตลอดระยะเวลาสองเดือน วันนี้เธอจะได้เห็นใบหน้าเจ้าของน้ำเสียงนี้สักที “สีน้ำ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ ตึกตัก หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเป็นกอง “สุขสันต์วันเกิดนะ” เขายิ้มพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญมาให้เพื่อนสาวคนสวย เธอรับมาแล้วยังคงมองเขานิ่งสงบดวงตาเป็นประกาย “ตอนนี้เราก็อายุเท่ากันแล้วนะ” เขายื่นมือมาลูบหัวเธอ “อายุเท่ากันแล้วมาลูบหัวเหมือนเราเป็นเด็กทำไม” เธอยืนขึ้นจับมือเขาออก “ก็เธอตัวเล็กกว่าเรา” สีน้ำยื่นหน้าเข้าไปใกล้พร้อมกับรอยยิ้มพิฆาต “เดี๋ยวดื่มนมทุกวันก็สูงทันแกแล้ว” เก็บดาวตอบแล้วเม้มปากแน่นทำตัวไม่ถูกเลย “ดีใจนะได้เจอกันแล้ว” สีน้ำเอ่ยพร้อมกับยิ้มหวาน “ดีใจเหมือนกัน” “เราหายป่วยแล้วไว้ไปเล่นด้วยกันที่โซนของเล่นในหมูบ้านนะ” “อื้ม! แน่นอนสิเล่นทุกวันเลยนะ” “ได้อยู่แล้ว” เขายื่นมือออกมาทำสัญญาเกี่ยวก้อยแล้วประทับตราโดยเอานิ้วโป้งชนกัน ‘ไอ้บ้า ทำไมเขาหล่อจัง!!’ เธอแทบจะเสียสติกับความหล่อของสีน้ำ นี่เด็กผู้ชายสิบขวบมีเสน่ห์ขนาดนี้ได้ยังไงก่อน รอบตัวเขามันดูมีรัศมีเปล่งประกายออกมาเลย หรือเธอเคยชินกับเพื่อนโรงเรียนหญิงล้วนเหรอ พอได้เจอผู้ชายก็เลยหวั่นไหวมากกว่า ‘นี่แกคิดอะไร ยังเด็กอยู่นะแล้วเขาก็เป็นเพื่อนเราด้วย..’ แม่บอกว่าเขาหลงเสน่ห์เธอ แต่คนที่จะตกหลุมรักมันเป็นเธอต่างหากล่ะ วินาทีแรกที่เธอได้พบกับ สีน้ำ หรือธีธัช จักรศิลป์วานิช ก็รู้ได้ในทันทีว่าคนนี้แหละ ต้องเป็นคุณสามีในอนาคตของเธอ.. แต่จะเป็นแบบนั้นได้ยังในเมื่อ เขาให้เธอเป็นได้แค่ เพื่อน! สนิท!“แล้วถ้าเป็นแค่เพื่อนกันจริง” “มันคงไม่ออกกฎห้ามพวกเราทุกคนไว้หรอก” ตะวันนึกย้อนไปหลายปีก่อนที่สีน้ำเคยเอ่ยปากออกกฎเหล็กสั่งห้ามพวกเขาจีบเก็บดาว ห้ามคิดกับเธอเกินเพื่อน ห้ามคิดจะหลอกจีบ ห้ามไว้หลายอย่างมาก สรุปคือพวกเขาห้ามยุ่งกับเธอ ดูอย่างเมื่อวานที่ภูเมฆโดนต่อยยืนยันได้ชัดเจนว่าหวงเกินเพื่อน“อืม เข้าใจแล้ว” ขอบฟ้าตอบโดยไม่มีการเน้นเสียงหรืออารมณ์ในคำพูดแล้วเดินไปเข้าพิต ถึงตะวันจะเป็นพี่ชายฝาแฝดที่ผูกพันกันทางสายเลือด ก็ไม่เคยเข้าใจความคิดความอ่านของแฝดน้องเลยสักครั้ง แต่ถ้าอะไรจะเกิดก็คงต้องปล่อยให้เกิดไป เขาก็ห้ามความรู้สึกใครไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละทั้งหนุ่มแยกย้ายกันเดินไปเข้าพิต ซึ่งพิต (Pit) เป็นที่สำหรับหยุดซ่อมตรวจเช็กระบบเครื่องยนต์ เปลี่ยนยาง เติมเชื้อเพลิง แล้วที่อยู่ด้านหน้าจุดพิตก็คือพิตวอลล์ (Pit wall) สำหรับให้ทีมงานคอยดูข้อมูลการแข่งขัน ระหว่างนี้พวกเขาก็เตรียมตัวลงสนามแม้เป็นรอบซ้อมพวกเขาก็จริงจังประหนึ่งว่านี่เป็นรอบจริง VIP Standสี่สาวนั่งอยู่บนVIPสแตนด์ โซนนั่งชมการแข่งที่ดีที่สุดในสนามแล้วยังได้อยู่ใกล้กับจุดพิต ด้านหน้ามีจอทีวีขนาด 42 นิ้ว ซึ่งตอนนี้บ
พวกเขาเตรียมเดินแยกย้ายกันไปเข้าพิตเพื่อเริ่มซ้อมให้เกิดความคุ้นชินเส้นทางในสนามแข่ง เพราะว่านี่จะเป็นการทดลองขับสนามใหม่ครั้งแรกของพวกเขาทั้งหกคนเลยหมับ!“ก่อนที่มึงจะคิดแผนชั่ว คิดว่านั่นมันดูน่าสนุกสำหรับมึง กูอยากเตือนว่าแผลที่ปากมึงยังไม่หายดี” ตะวันเดินมากอดคอภูเมฆเอ่ยเตือนชี้ไปที่มุมปากตรงรอยแผล เพื่อนคนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์มีเขากับปลาบปลื้ม ซื่อเมื่อกี้เขาเห็นเต็มสองตาท่าทางภูเมฆที่แสยะยิ้มออกมาตอนขอบฟ้าพูดว่าเลือกเก็บดาว แล้วภูเมฆเหลือบสายตาไปมองหน้าสีน้ำ ตะวันรู้ได้ทันทีเลยเมื่อมองหน้าภูเมฆ บ่งบอกชัดเจนว่ามีแผนชั่วในใจ“แล้วไม่ว่ามึงคิดทำอะไรอย่าคิดว่าไอ้สีน้ำมันดูไม่ออก รอบนี้กูไม่ช่วยห้ามด้วย กูจะปล่อยให้มันกระทืบมึงไอ้ภู”“มึงเห็นกูชอบเล่นกับใจคนขนาดนั้นเลย?” “เออ มึงนี่ตัวเล่นสนุกกับใจคนเลยไอ้สัตว์”“ปล่อยให้เป็นเรื่องของสองคนนั้นไปเถอะ” ตะวันเข้าใจดีว่าเรื่องของสีน้ำกับเก็บดาวมันน่าแกล้ง เพราะว่าคนหนึ่งไม่พูดอีกคนก็ดื้อไม่ยอมรับ แต่เห็นเมื่อวานสีน้ำเอาจริงนะถ้าใครไปยุ่งกับเก็บดาว เอาจริงที่แปลว่าเอาตายไม่ส
“ถ้ามีผู้หญิงเป็นของเดิมพันมันไม่น่าสนุกมากกว่าเหรอ”“ยากหน่อยนะ เพราะทั้งเกาะมีผู้หญิงแค่พวกเธอ” โปรดปรานเอ่ยเสียงเรียบมองไปยังกลุ่มเพื่อนสาวสี่คน เพราะพวกเขาไม่ได้เชิญคนอื่นมาด้วย“ก็ไม่ยากนะ” “มึงคิดจะทำอะไร” ตะวันขมวดคิ้วทำเสียงเข้ม มองรอยยิ้มร้ายกาจของปลาบปลื้ม เวลาที่เพื่อนคนนี้ยิ้มแบบนี้ในหัวมันมักมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นมาตลอดเลย“รอดูสิ่งที่กูจะทำนะครับเพื่อน”ปลาบปลื้มยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินไปหากลุ่มผู้หญิงที่นั่งคุยเล่นตรงโซนวีไอพีสแตนด์ใกล้กับจุดพิตที่พวกเขายืนอยู่ พวกเธอก็มานั่งรอชมการซ้อมของพวกหนุ่ม ๆ นั่นแหละ“มีใครอยากเสนอตัวเป็นรางวัลให้ไหมครับคนสวย”“..”“แล้วทำไมเราสี่คนต้องอยากไปเป็นรางวัลให้ด้วยคะเหรอคุณปลาบปลื้ม” เก็บดาวสวนทันควัน ด้วยความที่เธอรู้จักพวกมานานกว่าเพื่อนอีกสามคนเลยกล้าจะตอบโต้ ต่างจากอีกสามคนสีหน้าหลังฟังประโยคนั้นต่างงุนงง“ก็พวกเธออยากเห็นพวกเราแข่งรถ พวกเราก็แข่งให้ ก็ควรลงเดิมสักหน่อยไม่ใช่เหรอไม่เปลืองแรงไม่ต้องใช้สิ่งของ แค่ตัวพวกเธอ..” คำพวกกำกวม ปลาบปลื้มเว้นช่วงไปแป๊บนึงจึงเอ่ยพูดต่อ“แค่ยอมทำตามคนที่แข่งชนะหนึ่งวัน” เข
Day Two In Race At Eterna Island (เกาะเอเทอร์น่า) 🏝️วันที่สองบนเกาะเอเทอร์น่ากับสมาชิกที่เพิ่มเข้ามาอีกสองคน กลายเป็นว่าตอนนี้มีเด็กวัยรุ่น 10 คน อยู่บนเกาะ 6 หนุ่ม 4 สาว คนยิ่งเยอะยิ่งสนุก? สำหรับวันแรกมีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น หนึ่งคนได้จูบเพื่อนสนิท หนึ่งคนเจ็บตัวจากการล้อเล่น และหนึ่งคนที่เริ่มเก็บซ่อนความรู้สึกไม่อยู่.. แล้วในวันที่สองไม่อยากคิดเลยว่าจะมีเรื่องน่าตื่นเต้นเพิ่มมากขึ้นขนาดไหน เหล่าหนุ่มสาวซึ่งเข้าสู่วัยที่ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านมักทำอะไรตามใจอยากโดยไม่สนเหตุผล กฎเกณฑ์ ถูกผิด โดยพวกเขาคงไม่รู้ว่าการกระทำที่เกิดบนเกาะเอเทอร์น่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนชีวิตพวกเขาทุกคน.. วันนี้หกหนุ่มจะประลองความเร็วด้วยรถSupercar เมื่อมีการแข่งขันย่อมมีรางวัลให้แก่ผู้ชนะ ถ้าให้พวกเขาแข่งกันเฉย ๆ มันจะไปสนุกอะไรล่ะ ปกติถ้าพวกเขาลงสนามแข่งก็จะมีวางเดิมพันด้วย แต่รอบนี้แข่งกันเองเล่น ๆ สนุก ๆ ไม่มีคนอื่นเลยจะมีแค่รางวัลให้ผู้ชนะที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก รับรองได้เลยว่าพวกเขาเอาจริงไม่ต่างกับตอนมีเดิมพันแน่นอนPit Laneหกหนุ่มยืนพูดคุยกันอยู่หน้าพิตระหว่างรอทีมพิตกับช่างตรวจเ
“ที่เราตะคอกใส่ดาว” เขาก้มหน้า โค้งตัวประสานมือเข้าด้วยกัน เธอเอียงคอมองเขาก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังสีน้ำด้วยความอ่อนโยน“ไม่เป็นไร เราไม่โกรธเลย แค่ตกใจนิดหน่อย”“ยังไงเราก็ควรขอโทษ” เขายืดตัวขึ้นหันมาเก็บดาวอีกครั้ง เธอแสนดีเหลือเกินจนเขาอยากเก็บเธอไว้คนเดียว ฟังดูเห็นแก่ตัวใช่ไหม ไม่เถียงหรอก แต่ถ้าให้เลิกทำก็ขอปฏิเสธ ที่ผ่านมาเวลามีคนพยายามเข้าหาเธอเขาจะคอยเข้าไปขู่พวกผู้ชายทุกคนจนทั้งโรงเรียนไม่มีใครกล้าจีบเธอ“รับคำขอโทษนะคะคุณสีน้ำ อย่างน้อยเราก็ได้เห็นมุมโกรธของแกบ้าง ฮ่า ๆ” เธอหัวเราะอย่างสดใส คนที่มองโลกในแง่ดีเสมอมา‘หวงรอยยิ้มยัยตัวเล็กว่ะ’ เขาอยากให้เธอส่งยิ้มหัวเราะน่ารักให้เขาแค่คนเดียว ถ้าวันหนึ่งเธอไปทำกับผู้ชายคนอื่นไม่รู้เลยว่าตัวเขาจะรับได้ไหม“พวกเราก็ไม่ได้มีเรื่องเข้าใจผิดหรือโกรธกันแล้วเนอะ” เธอเอ่ยถามต่อพร้อมส่งยิ้มหวาน“ใช่ ต่อไปไอ้ภูมันไม่กล้ามาแกล้งดาวแล้วล่ะ ง่วงแล้วใช่ไหมเดี๋ยวเราเดินไปส่ง”“ไม่อยากเดินเลย ขอขี่หลังได้ไหม..”“ได้”เขายืนขึ้นหันหลังรอให้เธอโน้มตัวลงมาขึ้นหลัง เก็บดาวลุกขึ้นยืนก้าวเท้าเหยียบโซฟาก่อนจะยื่นมือสองข้างออกไปจับไหล่
“อ๋อ แล้วแกตอบไปว่าไง” เก็บดาวคลายความกังวล แต่ก็นึกสงสัยขึ้นมานิดหน่อย พวกเพื่อนยังมองออกเลยทำไมสีน้ำถึงดูไม่ออกสักทีว่าเธอคิดยังไงกับเขา“ก็บอกมันอย่าเล่นไม่รู้เรื่อง แค่นั้นแหละ” สีน้ำไม่ได้บอกว่าข่มขู่ภูเมฆไปด้วยเดี๋ยวเธอจะกังวล“ไร้สาระเนอะ เล่นเป็นเด็ก ๆ ก็รู้ว่าเราสองคนเป็นแค่เพื่อนสนิทกัน” สีน้ำเอื้อมมือไปลูบหัวเธออย่างที่ชอบทำ นึกถึงภาพที่ภูเมฆลูบหัวเธอเอาหน้าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วก็โมโห เก็บดาวจับมือเขาออกวางลง บอกว่าไม่คิดอะไรแต่การกระทำเขาชวนให้เธอคิดไปไกลมาก เก็บดาวก้มหน้าลงเอ่ยพูดคำเดียวกัน“อือ ไร้สาระจริงด้วย”“สีน้ำคงไม่เคยมองเราเป็นมากกว่าเพื่อนสนิทเลยเนอะ” ภายในห้องสกายเลานจ์มีเพียงแสงไฟสลัวสีส้มอ่อนจากแชนเดอเรียด้านบนเปิดไว้เพียงอันเดียว อาจช่วยบดบังซ่อนความเจ็บปวดในแววตาเธอจากสีน้ำ อาจดูเหมือนว่าเธอไม่เป็นอะไรแต่ข้างในมันบอบช้ำจนไม่รู้เลยว่าจะมีทางไหนที่เก็บดาวจะมองสีน้ำแล้วไม่รู้สึกอะไรเหมือนที่เขาทำได้บ้างไหม“ใช่”“งั้นห้ามให้ใครมาแทนที่เรานะ ไม่นับรวมพวกคนในแก๊ง เพื่อนผู้หญิงที่สนิทกับแกให้มันมีแค่เราได้ไหม” “แน่นอน ดาวจะเป็นเพื่อนสนิทผู้หญิงคนเดียวในชีวิ







